เข้าสู่ระบบเยว่ชิน นางเป็นบุตรสาวของเจ้าแคว้นซีอวี้ นางมีความงามเป็นที่เลื่องลือ ทำให้คุณชายหรือเจ้าแคว้นต่างทาบทามสู่ขอนาง แต่ทว่านางบ่ายเบี่ยงเรื่อยมาไม่คิดที่จะแต่งงานกับผู้ใด จนกระทั่งแคว้นอวี้มีภัย แคว้นอวี้ไม่อาจต่อกรกับแคว้นหยางได้ จึงได้ส่งนางเป็นเครื่องบรรณาการ คิดหรือว่าคนอย่างนางจะยอมให้แคว้นหยางได้นางไปโดยปราศจากมลทิน
ดูเพิ่มเติมหลังจากที่ฮัวมู่ฉีต้าหวาง ต้าหวางแคว้นหยางครองราชย์ได้สามปี ต้าหวางได้ยึดครองแว่นแคว้นน้อยใหญ่ได้ทั้งหมดหกแคว้น และชนเผ่าอีกสิบแปดเผ่า บางแคว้นบางเผ่ายอมสวามิภักดิ์เข้ากับแคว้นหยางโดยไม่ต้องเสียกำลังไพร่พล แต่บางแคว้นบางเผ่ากลับแข็งข้อไม่ยอมสวามิภักดิ์ ต้าหวางแคว้นหยาง ฮัวมู่ฉีสั่งบุกโจมตีปรากฏว่ากองทัพแคว้นหยางไม่เคยพ่ายชนะโดยตลอดเพราะมีแม่ทัพ กุนซือที่เก่งกาจต้าหวางกวาดต้อนมาอยู่ในเมืองฉางเฉินหมดสิ้น และยังมีอาวุธที่แข็งแกร่งกว่าแคว้นอื่นๆ ทำให้แคว้นหยางได้เปรียบจึงสามารถชนะทุกแว่นแคว้น ต้าหวางที่ยอมสวามิภักดิ์จะส่งตัวประกันมายังแคว้นหยาง แต่ฮัวมู่ฉีไม่รับกงจู่เพื่อเข้ามาอภิเษกเช่นต้าหวางคนก่อนๆ ของแคว้นหยาง ด้วยฮัวมู่ฉีรักเยว่ชิงมากมายเหลือคณานับไม่ต่างกับไป๋เจิ้นที่รักนางไม่น้อยเมื่อฮัวมู่ฉีได้รับเครื่องบรรณาการเป็นของล้ำค่าจะมอบให้เยว่ชิงก่อนเสมอ ทำให้ผู้คนในวังต่างรู้กันว่าต้าหวางและไท่ฟู่เป็นฟู่จวินที่รักหวางโฮ่วของแคว้นหยาง และทั้งสองไม่ยอมมีคนอื่นนอกจากนาง ผิดจากเหล่าหวางเย่และเหล่าขุนนางที่มีฟูเหรินไว้ประดับบารมีสี่ปีต่อมาเยว่ชิงหวางโฮ่วได้ให้กำเนิดหวางเย่นามว่าฮัวหวงเซี่ย
เยว่ชิงก้าวเดินเข้ามาเจียวฟางกงที่ประทับของหวางโฮ่วพระองค์ใหม่ ในตำหนักมีนางกำนัลสิบสองคนขันทีอักอีกคนรวมทั้งสิ้นสิบแปดคนตามบรรดาศักดิ์ หรือว่าจะเพิ่มมากหรือลดลงกว่านี้ตามที่หวางโฮ่วจะวินิฉันแต่ห้ามน้อยกว่าสิบแปดคน เยว่ชิงเห็นว่าเยอะเกินไปก็จริงแต่มันลดลงไม่ได้มีแต่เพิ่มขึ้นเท่านั้น นางคิดว่าสายตาทุกคู่จับจ้องมาที่นางราวกับว่านางกระทำความผิด นางคิดว่าตอนที่นางยังอยู่แคว้นอวี้ เป็นถึงกงจู่ของแคว้น นางกำนัลและขันทียังไม่มากมายขนาดนี้เลย ทำเช่นไรได้ตอนนี้นางเป็นถึงหวางโฮ่วปกครองหกตำหนัก หกตำหนักนี้คือกงจู่ของทั้งหกแคว้นต้องเข้ามาอยู่ในตำหนักทั้งหกตามธรรมเนียม ซึ่งตอนนี้ฮัวมู่ฉียังไม่คิดจะกงจู่ของแต่ละแคว้นที่อยู่ใต้บัญชาของแคว้นหยางเข้ามาอยู่ นอกเสียจากเยว่ชิงหวางโฮ่ว ด้วยเขาสัญญากับนางจะไม่เอากงจู่แต่ละแคว้นมาเป็นผิงเฟยเด็ดขาด เพื่อให้นางอยู่อยากเป็นสุข เยว่ชิงคิดว่าตนเองโชคดีมากที่มีฟูจวินเช่นฮัวมู่ฉีและไป๋เจิ้นที่ตอนนี้มีตำแหน่งเป็นไท่ฟู มีอำนาจมากรองลงมาจากต้าหวางเพียงเท่านั้นและยังควบคุมตราพยัคฆ์บัญชาการทหารนับแสนทั้งในเมืองหลวงและนอกเมืองหลวง (ไท่ฟู่ แปลว่า ราชครู)เยว่ชิงเดินมาที่
ฮัวหยางจื่อค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างอยากลำบาก แต่เป็นเพราะน้ำสาดลงบนหน้าและเรือนร่างเปลือยเปล่า มันทำให้เขาลืมตาทอดมองเห็นตะวันขึ้นตรงหัวแล้ว แต่ว่ารู้สึกว่าร่างกายถูกพันธนาการไว้กับเชือก และม้าอีกห้าตัวที่พร้อมจะลากเขาออกเป็นห้าชิ้นทำให้เขารู้สึกตกใจอย่างมาก เขาจึงตะโกนขึ้นทันที“พวกเจ้าทำบ้าอะไรกัน”“ตื่นแล้วหรือ นอนอิ่มหรือไม่หยางจื่อ”“ฮัวมู่ฉี” หยางจื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเหมือนกับเห็นพญามัจจุราชอยู่ตรงหน้า ฮัวมู่ฉีก้าวเดินขึ้นมาบนลานประหาร ทอดสายตามองเขาช่างน่ากลัวราวกับกรีดเรือนร่างของเขาสับเป็นหมื่นชิ้น“แปลกใจที่ข้าไม่ตายหรือ ตวนมู่ซืออินฟูเหรินที่เจ้ารักหนักหนานางก็พึงตายไป โดยข้าสงเคราะห์ให้ผูกผ้าขาวไปแล้ว” ฮัวมู่ฉีเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสะใจกับการที่นางตายด้วยผ้าขาวมันสาสมที่นางวางยาพิษต้าหวาง แต่ในความจริงแล้วทรงอยากจะสับร่างนาง แล้วโยนให้สุนัขกินจริงๆ ที่นางกระทำสิ่งชั่วช้าให้อดีตต้าหวางต้องสิ้นพระชนม์พร้อมกับไท่จื่อด้วยยาพิษเช่นเดียวกัน“เจ้าทำแบบนี้กับซืออินของข้า เจ้าตาย!!!” หยางจื่อดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการด้วยความโกรธแค้น แต่สลัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุดเพราะถูกขึงทั้งเรือนร
“ขะ...ขอ...นำ...น้ำ...”น้ำเสียงแหบแห้งออกจากริมฝีปากแห้งผ่าวของหญิงสาวที่นอนไม่ได้สติมาสองสามวันแล้ว มันทำให้ฮัวมู่ฉีที่นั่งอยู่ข้างๆ นาง สะดุ้งตื่นเล็กน้อย มองมายังเยว่ชิงด้วยความดีใจ“เยว่ชิง...เจ้าฟื้นแล้ว ข้าจะไปเอาน้ำมาให้เจ้า” ฮัวมู่ฉีเอ่ยบอกนางด้วยน้ำเสียงดีใจเป็นอันมากที่นางฟื้นขึ้นมา นางค่อยๆ ลืมตามองเขา มือหนาของเขาหยิบหมอนมาดันหลังของนางให้นั่งลง แล้วเขารีบเดินไปยังกาน้ำชาที่ตั้งอยู่บนเตากำลังร้อนกรุ่น เทน้ำชาลงในถ้วยกระเบื้อง แล้วก้าวเดินมาหานางค่อยรินน้ำช้าใสริมฝีปากบางของนาง“ค่อยๆ ดื่มนะ” ฮัวมู่ฉีเอ่ยบอกเยว่ชิงเช่นนี้ นางค่อยๆ ดื่มน้ำช้าๆ เขาจึงเอาผ้ามาเช็ดริมฝีปากบางของนาง“เยว่ชิงเจ้าฟื้นแล้วหรือ” เสียงของไป๋เจิ้นดังเข้ามาด้วยความดีใจ อีกทั้งยังถลามาหาเยว่ชิงด้วยความดีใจที่นางฟื้นแล้ว เขาและฮัวมู่ฉีเป็นกังวลอย่างมากที่นางหมดสติไปสามวันเต็มๆ พวกเขาทั้งสองผลัดกันดูแลนางเป็นอย่างดี คอยเช็ดตัวและคอยป้อนยานางตลอดสามวันที่ผ่านมา“ต้าหวาง ไท่จื่อและไท่จื่อเฟย พวกเขาตายหมดแล้ว...ฮือ...ฮือ...” เยว่ชิงเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสะอื้นร่ำไห้อย่างไม่อายผู้ใดด้วยความเสียใจมากคณานับ พวกเข
เยว่ชิงก้าวเดินตามเขามายังห้องสุดทางเดินของหอคณิกา ห้องนี้ห่างไกลผู้คนก็จริง แต่ระหว่างทางนางเห็นนางคณิกาและเหล่าชายวัยกลางคนถึงวัยชรากำลังก้าวเดินมากับหญิงคณิกาเพื่อไปเสพสุขกันในห้องแดง อีกทั้งนางยังได้ยินเสียงกระเส่าวาบหวามจากห้องที่ปิดประตูไม่สนิท เป็นเสียงที่นางไม่อยากได้ยินด้วยซ้ำ นางจึงรีบก้า
“ข้าขอนั่งด้วยคนสิ” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยบอกเยว่ชิง ทำให้เยว่ชิงหันกลับมามองคนตรงหน้าที่เผยรอยยิ้มให้นาง ใบหน้าของเขาช่างงดงามหล่อเหลาต่างจากบุรุษของแคว้นอวี้ อีกทั้งนัยน์ตาสีดำสนิทน่าค้นหา จมูกโค้งเป็นสัน ริมฝีปากกระจับไม่หนาและไม่บางจนเกินไป ผิวของเขานั้นขาวดุจหิมะในฤดูเหมันต์นั้นอีก ความสูงนั้นสู
หอคณิกาเฟยอวี้เฟย หอคณิกาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง แคว้นอวี้ ทุกค่ำคืนมีแต่แสงสีเสียงเหล่าขุนนางหรือเหล่าพ่อค้าวาณิชย์ต่างสัญจรเข้ามาในหอคณิกาแห่งนี้ ด้วยมีหญิงงามมากหน้าหลายตามากมาย และยังประมูลนางคณิกาที่งดงามที่สุดเพื่อเข้าไปหลับนอนกับพวกเขา ทำให้หอคณิกาแห่งนี้ไม่เคยร้างผู้คนแม้แต่น้อยค่ำคืนนี้ก็
“ข้าก็ไม่อยากให้เจ้าไปอยู่ที่ใด เพราะเจ้าเป็นกงจู่เพียงหนึ่งเดียวของข้า ข้าก็อยากให้เจ้าแต่งงานกับขุนนางคนใดคนหนึ่ง หรือไม่ก็เผ่าอวี้ฉี และเผ่าตวนลี่ที่เคยมาสู่ขอทาบทามเจ้า เจ้ากลับไม่ยอมแต่งงาน นี่อาจจะเป็นเหตุให้ฮัวมู่ฉีอ้างจะเอาเจ้าไปเป็นเครื่องบรรณาการให้กับต้าหวางแคว้นหยาง” ซีซีเอ่ยบอกด้วยน้ำ











