LOGINเยว่ชิน นางเป็นบุตรสาวของเจ้าแคว้นซีอวี้ นางมีความงามเป็นที่เลื่องลือ ทำให้คุณชายหรือเจ้าแคว้นต่างทาบทามสู่ขอนาง แต่ทว่านางบ่ายเบี่ยงเรื่อยมาไม่คิดที่จะแต่งงานกับผู้ใด จนกระทั่งแคว้นอวี้มีภัย แคว้นอวี้ไม่อาจต่อกรกับแคว้นหยางได้ จึงได้ส่งนางเป็นเครื่องบรรณาการ คิดหรือว่าคนอย่างนางจะยอมให้แคว้นหยางได้นางไปโดยปราศจากมลทิน
View Moreชายหนุ่มรูปงามผิวขาวดุจหิมะในยามเช้า นัยน์ตาดำสนิทดั่งนิลกาฬ จมูกของเขาโด่งเป็นสันด้วยเหนียงชินเป็นตระกูลเผ่าอาซือน่าราผู้บุกเบิกแคว้นหยางมากับอดีตต้าหวาง ถึงเขาจะเป็นหวางเย่ แต่ไม่ยอมรับตำแหน่งหวางเย่ของต้าหวางแต่อย่างใด
แต่ด้วยอำนาจบารมีของฮัวมู่ฉีที่สั่งสมมาจากการทำศึกเหนือใต้ ต้าหวางคนปัจจุบันนามว่า ฮัวหลี่หยาง ผู้ซึ่งเป็นฟู่จวินของเขา ให้เขาควบคุมทหารนับแสนคนในวัยยี่สิบปี นอกจากที่เป็นหวางเย่แล้วเขายังมีตำแหน่งเป็นโหว จากการออกศึกอย่างต่อเนื่องตลอดเพลาห้าปีมานี้ ไม่เคยพ่ายศึกแม้แต่ครั้งเดียว (เหนียงชิน = แม่ / ฟู่จวิน = เสด็จพ่อ / ต้าหวาง = เจ้าแคว้น / หวางเย่ = องค์ชาย / โหว = เจ้าพระยา) เสียงเรื่องลือความงดงามเป็นที่เรื่องลือและความเก่งกล้าของเขาทำให้หญิงสาวและแม่ม่ายของแคว้นหยางต่างสนใจในตัวของเขา อยากได้เขาไปครอบครองแม้กระทั่งกงจู่แคว้นหยางต่างสนใจเขาด้วยเช่นกัน แต่ทว่าเขากลับชอบสำราญไปวันๆ กับนางคณิกามากกว่าที่จะมีคู่ครอง เพราะชีวิตของเขาล้วนแต่อยู่บนหลังม้า ไม่ใช่เมืองหลวงอย่างเมืองฉางเฉินแต่อย่างใด “ท่านโหว...งื้อ...อ่า...อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...อร๊าย...” เสียงกระเส่าของหญิงสาวร้องครางกระเส่าวาบหวามกับดุ้นที่เขาแทงใส่เธอไม่หยุด ส่วนสาวงามที่นอนทอดกายเปลือยเปล่าอีกสองคนนอนอยู่บนเตียงราวกับสติหลุด หลังจากเสพสังวาสกับเขาเมื่อครู่ เขาเองก็กระแทกใส่หญิงสาวคนนี้ไม่หยุด จนเธอแทบไม่มีเสียงร้องครางออกมา “หยุดร้อง! น่ารำคาญ” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน แล้วจับดุ้นของเขาเข้าไปทั้งหมด ทำให้นางสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บปวดกับดุ้นที่ใหญ่โตของเขา มันใหญ่และยาวจนนางแทบกรีดร้องออกมา มือเรียวของหญิงหนึ่งในสองที่หลับอยู่นั้นตื่นขึ้นมาด้วยรอยยิ้มยั่วยวน สอดนิ้วกลางและนิ้วนางเข้าไปในกลีบร่องของหญิงผู้นี้ เขาจึงประคองเธอลุกขึ้นนั่ง ใช้มือหนาขยำทรวงอกของนางหนักๆ “ท่านโหว...อื้อ...อือ...อ่า...” น้ำเสียงกระเส่าของหญิงที่เขากระแทกอยู่อดร้องครางกระเส่าไม่ได้ หญิงสาวที่กำลังสอดนิ้วเข้าไปในกลีบร่องของนาง จูบริมฝีปากของนางหนักๆ และลิ้นกันและกันอย่างดูดดื่ม เขามองหญิงสาวทั้งสองคนกำลังนัวเนียกันที่ริมฝีปาก เขาจึงกระแทกใส่นางหนักๆ ด้วยความคึกคะนองและหื่นกระหายปล่อยน้ำใส่นางในไม่ช้า นางผู้นี้ล้มตัวนอนลงบนเตียง เพราะนางได้หมดสติไปแล้วจากการเสพสังวาสจากเขา เขาจับหญิงคนที่สองนอนใต้เรือนร่างของเขา นางใช้นิ้วสอดเข้าไปในกลีบร่องอย่างยั่วยวน เขาจึงจับดุ้นสอดเข้าไปในกลีบร่องของนางทันที “อ๊ะ...อ๊ะ...อร๊าย...อือ...อื้ม...อ่า...” นางร้องด้วยน้ำเสียงครางกระเส่าแผ่วเบา เขาดันดุ้นเข้าไปในกลีบร่องด้วยไฟราคะและเร่าร้อน นางกำลังใช้มือตะเกียกตะกายด้วยความหวาดเสียวเกินต้านทานไหว ถึงเขาจะเสพสังวาสกับพวกนางทั้งสามคนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทว่าเขาไม่มีอาการเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด ต่างจากพวกนางที่โดนกระแทกจนสิ้นสติ “มู่ฉี ข้าได้จัดทัพตามคำสั่งของเจ้า ตอนนี้พวกเขารอเจ้าอยู่หน้าเมือง” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นเข้ามา ขณะที่เขาจับร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวอีกคนสอดดุ้นเข้าไปในเรือนร่างของนาง “โอ้ว...โอ้...อ่า...” เสียงของเขาร้องครางกระเส่า เพราะดุ้นของเขากระแทกใส่ร่องก้นของนาง นางร้องครางเสียงกระเส่าด้วยความเสียว ทหารหนุ่มผู้ที่ได้พูดกับเขาเมื่อครู่ก็คือกุนซือในการทำศึก และยังเป็นสหายร่วมสาบานกันอีกด้วย เขามีนามว่าไป๋เจิ้น เขาเห็นภาพเหล่านี้จนชินตา มันเป็นภาพที่ฮัวมู่ฉีร่วมเสพสังวาสกับพวกนาง คืนหนึ่งก็ไม่ต่ำกว่าหนึ่งคน “ข้าจะไปรอเจ้าข้างนอก” ไป๋เจิ้นเอ่ยบอกแล้วก้าวเดินออกไปจากห้องของหอคณิกาแห่งนี้ เขามองบรรดาสาวๆ ที่พาชายวัยกลางคน และวัยชราเข้าไปในหอแดงที่อยู่ด้านใน เขาเองใช่ว่าจะไม่เคยเสพสุขกับพวกนาง แต่เพลาเช่นนี้เขาไม่อาจเสพสุขได้ เพราะมีงานใหญ่รออยู่ ต่างกับฮัวมู่ฉีสหายของเขาที่เสพสุขได้ทุกเพลา แต่ถ้าเรื่องการศึกเขาจะเป็นคนนำทัพและนำชัยชนะมาสู่แคว้นหยางทุกครั้ง ทำให้เป็นที่เชื่อมั่นของเหล่าขุนศึก และสร้างขวัญกำลังใจให้เหล่าขุนทหารได้เป็นอันมาก ......................................... ตอนแรกมาแล้ว!!! เอาท่านโหวและแม่ทัพมาเสิร์ฟให้แล้ว เนื้อเรื่องในนิยายมันมีแบบนี้เรื่อยๆ หลังจากที่ได้กับนางเอกของเรา เยว่ชิง มันจะแซ่บ คูณ 10 แบบที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว 555 ทุกคนนิยายเรื่องนี้มีตัวละครหลักๆ มีประมาณสองตัวละคร คือ เยว่ชิง, ฮัวมู่ฉี และ ไป๋เจิ้น อาจมีตัวละครออกมาเรื่อยๆ และเนื้อหาเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ไปตามบริบทของตัวละคร ความแซ่บจะปะทุทุกบทแน่นอน ขอย้ำอีกที เรื่องนี้ไม่เน้นเนื้อหา เน้นกระแทกนะสาว 555 ไรท์ชอบอ่านคอมเม้นท์ของทุกๆ ท่าน อย่าลืมคอมเม้นท์ด้วยนะคะ เม้นท์แล้ว อย่าลืมกดหัวใจให้ด้วยนะหลังจากที่ฮัวมู่ฉีต้าหวาง ต้าหวางแคว้นหยางครองราชย์ได้สามปี ต้าหวางได้ยึดครองแว่นแคว้นน้อยใหญ่ได้ทั้งหมดหกแคว้น และชนเผ่าอีกสิบแปดเผ่า บางแคว้นบางเผ่ายอมสวามิภักดิ์เข้ากับแคว้นหยางโดยไม่ต้องเสียกำลังไพร่พล แต่บางแคว้นบางเผ่ากลับแข็งข้อไม่ยอมสวามิภักดิ์ ต้าหวางแคว้นหยาง ฮัวมู่ฉีสั่งบุกโจมตีปรากฏว่ากองทัพแคว้นหยางไม่เคยพ่ายชนะโดยตลอดเพราะมีแม่ทัพ กุนซือที่เก่งกาจต้าหวางกวาดต้อนมาอยู่ในเมืองฉางเฉินหมดสิ้น และยังมีอาวุธที่แข็งแกร่งกว่าแคว้นอื่นๆ ทำให้แคว้นหยางได้เปรียบจึงสามารถชนะทุกแว่นแคว้น ต้าหวางที่ยอมสวามิภักดิ์จะส่งตัวประกันมายังแคว้นหยาง แต่ฮัวมู่ฉีไม่รับกงจู่เพื่อเข้ามาอภิเษกเช่นต้าหวางคนก่อนๆ ของแคว้นหยาง ด้วยฮัวมู่ฉีรักเยว่ชิงมากมายเหลือคณานับไม่ต่างกับไป๋เจิ้นที่รักนางไม่น้อยเมื่อฮัวมู่ฉีได้รับเครื่องบรรณาการเป็นของล้ำค่าจะมอบให้เยว่ชิงก่อนเสมอ ทำให้ผู้คนในวังต่างรู้กันว่าต้าหวางและไท่ฟู่เป็นฟู่จวินที่รักหวางโฮ่วของแคว้นหยาง และทั้งสองไม่ยอมมีคนอื่นนอกจากนาง ผิดจากเหล่าหวางเย่และเหล่าขุนนางที่มีฟูเหรินไว้ประดับบารมีสี่ปีต่อมาเยว่ชิงหวางโฮ่วได้ให้กำเนิดหวางเย่นามว่าฮัวหวงเซี่ย
เยว่ชิงก้าวเดินเข้ามาเจียวฟางกงที่ประทับของหวางโฮ่วพระองค์ใหม่ ในตำหนักมีนางกำนัลสิบสองคนขันทีอักอีกคนรวมทั้งสิ้นสิบแปดคนตามบรรดาศักดิ์ หรือว่าจะเพิ่มมากหรือลดลงกว่านี้ตามที่หวางโฮ่วจะวินิฉันแต่ห้ามน้อยกว่าสิบแปดคน เยว่ชิงเห็นว่าเยอะเกินไปก็จริงแต่มันลดลงไม่ได้มีแต่เพิ่มขึ้นเท่านั้น นางคิดว่าสายตาทุกคู่จับจ้องมาที่นางราวกับว่านางกระทำความผิด นางคิดว่าตอนที่นางยังอยู่แคว้นอวี้ เป็นถึงกงจู่ของแคว้น นางกำนัลและขันทียังไม่มากมายขนาดนี้เลย ทำเช่นไรได้ตอนนี้นางเป็นถึงหวางโฮ่วปกครองหกตำหนัก หกตำหนักนี้คือกงจู่ของทั้งหกแคว้นต้องเข้ามาอยู่ในตำหนักทั้งหกตามธรรมเนียม ซึ่งตอนนี้ฮัวมู่ฉียังไม่คิดจะกงจู่ของแต่ละแคว้นที่อยู่ใต้บัญชาของแคว้นหยางเข้ามาอยู่ นอกเสียจากเยว่ชิงหวางโฮ่ว ด้วยเขาสัญญากับนางจะไม่เอากงจู่แต่ละแคว้นมาเป็นผิงเฟยเด็ดขาด เพื่อให้นางอยู่อยากเป็นสุข เยว่ชิงคิดว่าตนเองโชคดีมากที่มีฟูจวินเช่นฮัวมู่ฉีและไป๋เจิ้นที่ตอนนี้มีตำแหน่งเป็นไท่ฟู มีอำนาจมากรองลงมาจากต้าหวางเพียงเท่านั้นและยังควบคุมตราพยัคฆ์บัญชาการทหารนับแสนทั้งในเมืองหลวงและนอกเมืองหลวง (ไท่ฟู่ แปลว่า ราชครู)เยว่ชิงเดินมาที่
ฮัวหยางจื่อค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างอยากลำบาก แต่เป็นเพราะน้ำสาดลงบนหน้าและเรือนร่างเปลือยเปล่า มันทำให้เขาลืมตาทอดมองเห็นตะวันขึ้นตรงหัวแล้ว แต่ว่ารู้สึกว่าร่างกายถูกพันธนาการไว้กับเชือก และม้าอีกห้าตัวที่พร้อมจะลากเขาออกเป็นห้าชิ้นทำให้เขารู้สึกตกใจอย่างมาก เขาจึงตะโกนขึ้นทันที“พวกเจ้าทำบ้าอะไรกัน”“ตื่นแล้วหรือ นอนอิ่มหรือไม่หยางจื่อ”“ฮัวมู่ฉี” หยางจื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเหมือนกับเห็นพญามัจจุราชอยู่ตรงหน้า ฮัวมู่ฉีก้าวเดินขึ้นมาบนลานประหาร ทอดสายตามองเขาช่างน่ากลัวราวกับกรีดเรือนร่างของเขาสับเป็นหมื่นชิ้น“แปลกใจที่ข้าไม่ตายหรือ ตวนมู่ซืออินฟูเหรินที่เจ้ารักหนักหนานางก็พึงตายไป โดยข้าสงเคราะห์ให้ผูกผ้าขาวไปแล้ว” ฮัวมู่ฉีเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสะใจกับการที่นางตายด้วยผ้าขาวมันสาสมที่นางวางยาพิษต้าหวาง แต่ในความจริงแล้วทรงอยากจะสับร่างนาง แล้วโยนให้สุนัขกินจริงๆ ที่นางกระทำสิ่งชั่วช้าให้อดีตต้าหวางต้องสิ้นพระชนม์พร้อมกับไท่จื่อด้วยยาพิษเช่นเดียวกัน“เจ้าทำแบบนี้กับซืออินของข้า เจ้าตาย!!!” หยางจื่อดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการด้วยความโกรธแค้น แต่สลัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุดเพราะถูกขึงทั้งเรือนร
“ขะ...ขอ...นำ...น้ำ...”น้ำเสียงแหบแห้งออกจากริมฝีปากแห้งผ่าวของหญิงสาวที่นอนไม่ได้สติมาสองสามวันแล้ว มันทำให้ฮัวมู่ฉีที่นั่งอยู่ข้างๆ นาง สะดุ้งตื่นเล็กน้อย มองมายังเยว่ชิงด้วยความดีใจ“เยว่ชิง...เจ้าฟื้นแล้ว ข้าจะไปเอาน้ำมาให้เจ้า” ฮัวมู่ฉีเอ่ยบอกนางด้วยน้ำเสียงดีใจเป็นอันมากที่นางฟื้นขึ้นมา นางค่อยๆ ลืมตามองเขา มือหนาของเขาหยิบหมอนมาดันหลังของนางให้นั่งลง แล้วเขารีบเดินไปยังกาน้ำชาที่ตั้งอยู่บนเตากำลังร้อนกรุ่น เทน้ำชาลงในถ้วยกระเบื้อง แล้วก้าวเดินมาหานางค่อยรินน้ำช้าใสริมฝีปากบางของนาง“ค่อยๆ ดื่มนะ” ฮัวมู่ฉีเอ่ยบอกเยว่ชิงเช่นนี้ นางค่อยๆ ดื่มน้ำช้าๆ เขาจึงเอาผ้ามาเช็ดริมฝีปากบางของนาง“เยว่ชิงเจ้าฟื้นแล้วหรือ” เสียงของไป๋เจิ้นดังเข้ามาด้วยความดีใจ อีกทั้งยังถลามาหาเยว่ชิงด้วยความดีใจที่นางฟื้นแล้ว เขาและฮัวมู่ฉีเป็นกังวลอย่างมากที่นางหมดสติไปสามวันเต็มๆ พวกเขาทั้งสองผลัดกันดูแลนางเป็นอย่างดี คอยเช็ดตัวและคอยป้อนยานางตลอดสามวันที่ผ่านมา“ต้าหวาง ไท่จื่อและไท่จื่อเฟย พวกเขาตายหมดแล้ว...ฮือ...ฮือ...” เยว่ชิงเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสะอื้นร่ำไห้อย่างไม่อายผู้ใดด้วยความเสียใจมากคณานับ พวกเข

















