LOGINเกิดใหม่ทั้งทีดันมาอยู่ในร่าง "แม่ผัวตัวร้าย" ที่ลูกสะใภ้แช่งเช้าแช่งเย็น! แถมพ่วงด้วยระบบ มิติวิเศษในยุค 70 ที่แม้แต่ไข่ไก่ยังหายาก หลินชิงเหอประกาศลั่น! "ฉันจะเลี้ยงผัวพิการคนนี้ให้กลับมาเดินปร๋อ! จะขุนลูกหลานให้จ้ำม่ำ! และจะพาตระกูลโจวรวยล้นฟ้าชนิดที่ใครก็ฉุดไม่อยู่!" ส่วนพวกญาติปลิงหรือสะใภ้เนรคุณที่หวังเกาะกิน? "ไสหัวไปซะ! บ้านนี้ไม่ต้อนรับคนขี้เกียจ!"
View Moreท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุม ความมืดมิดที่โอบล้อมรอบกายนั้นหนาวเหน็บและหนักอึ้ง หลินชิงเหอรู้สึกเหมือนวิญญาณของเธอกำลังลอยเคว้งอยู่ในห้วงอวกาศที่ไร้ก้นบึ้งอันสลัวราง ภาพสุดท้ายในความทรงจำคือแสงสว่างจ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ส่องกระทบใบหน้าล้าเต็มที และอาการเจ็บแปลบที่หน้าอกอย่างรุนแรงราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ เธอรู้ดีว่านั่นคือวาระสุดท้ายของนักธุรกิจหญิงผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการ แต่กลับพ่ายแพ้ให้กับร่างกายที่ถูกใช้งานหนักจนเกินขีดจำกัด
ฉันตายแล้ว...
เธอพึมพำกับตัวเองในใจอย่างสงบสุข อย่างน้อยความเหนื่อยล้าที่แบกรับมานับสิบปี การแก่งแย่งชิงดีในสมรภูมิธุรกิจที่ไร้ความปรานี และความโดดเดี่ยวที่กัดกินใจจะได้สิ้นสุดลงเสียที
ทว่าในขณะที่สติกำลังจะดับสูญ กลิ่นเหม็นอับของสาบดินที่ชื้นแฉะและกลิ่นควันไฟจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก กลับทำให้สติที่ควรจะลาลับเริ่มฟื้นคืนอย่างช้าๆ หลินชิงเหอพยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งเหมือนมีหินพันชั่งมากดทับ เธอรู้สึกปวดหนึบที่ขมับราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นประสาททุกเส้นจนร้าวระบมไปทั่วทั้งศีรษะ
“แม่... แม่ฟื้นเถอะนะ ฉันผิดไปแล้ว ฉันจะไม่แอบกินไข่ต้มอีกแล้ว แม่ฟื้นขึ้นมาด่าฉันเถอะนะ อย่าทิ้งพวกเราไปแบบนี้เลย”
เสียงสั่นเครือและเสียงสะอื้นไห้ที่แฝงไปด้วยความหวาดกลัวดังก้องอยู่ในโสตประสาท หลินชิงเหอฝืนลืมตาขึ้นในที่สุด สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่เพดานสีขาวสะอาดของโรงพยาบาลหรู หรือห้องพักผู้ป่วยระดับวีไอพีที่คุ้นเคย แต่เป็นเพดานเตี้ยๆ ที่ทำจากคานไม้ผุพังจนเห็นเนื้อไม้ด้านใน มีหยากไย่เกาะหนาแน่นจนดูเหมือนรังของอสุรกาย แสงสลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างซึ่งมีเพียงกระดาษสีน้ำตาลขาดรุ่งริ่งแปะไว้อย่างลนลานเพื่อกันลมหนาว ทำให้เธอมองเห็นสภาพรอบกายได้เพียงเลือนราง
ที่นี่ที่ไหน? เธอถามตัวเองด้วยความมึนงง
เธอพยายามพยุงกายที่หนักอึ้งลุกขึ้นนั่ง พลันความเจ็บปวดสายหนึ่งก็แล่นพล่านเข้าสู่สมองราวกับมีคนเปิดเขื่อนกั้นน้ำ มันคือมวลความทรงจำมหาศาลที่ไม่ใช่ของเธอที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง ภาพของหญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าบูดบึ้งถาวร ดวงตาเรียวเล็กที่มักจะถลึงมองผู้อื่นด้วยความอาฆาตมาดร้าย และวาจาที่พ่นออกมาแต่ละคำล้วนเป็นคำด่าทอที่กรีดแทงใจคนราวกับใบมีดโกนอาบยาพิษ
หญิงคนนี้ชื่อหลินชิงเหอเช่นเดียวกับเธอ!
แต่ร่างเดิมนี้คือแม่เฒ่าหลินแห่งตระกูลโจว หญิงใจร้ายประจำหมู่บ้านที่เพิ่งจะอาละวาดใส่สะใภ้รองอย่างหนัก เพียงเพราะสะใภ้รองที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ แอบต้มไข่ไก่ที่แม่สามีเฝ้าหวงแหนกินเพื่อบำรุงร่างกายที่ซูบผอม ร่างเดิมด่าทอสาปแช่งอย่างรุนแรงจนลืมหูลืมตาไม่ได้กระโดดโลดเต้นจนหน้าดำหน้าแดง สุดท้ายด้วยโทสะที่พุ่งพล่านประกอบกับร่างกายที่ขาดการบำรุงมายาวนาน ร่างเดิมจึงเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันและสิ้นใจไปในจังหวะที่ล้มลงกับพื้นหน้าเตียงเตาเหม็นอับนั่นเอง
นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน ฉันย้อนเวลามาอยู่ในปี 1978 งั้นหรือ?
หลินชิงเหอมองมือที่สากระคาย ผิวหนังหยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของตนเองด้วยความรู้สึกสับสนระคนสมเพช
[ติ๊ง! ตรวจพบดวงวิญญาณที่เข้ากันได้... เริ่มต้นการติดตั้งระบบแม่สามีผู้มั่งคั่ง]
เสียงโลหะที่เยือกเย็นและไร้อารมณ์ดังขึ้นในหัวของเธอ หลินชิงเหอสะดุ้งสุดตัว เธอมองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า มีเพียงตู้ไม้เก่าที่สีลอกร่อนและเก้าอี้ที่ขาเกือบหักหนึ่งตัว ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นนอกจากหญิงสาวผิวคล้ำผอมแห้งที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ข้างเตียง
[ติดตั้งระบบสำเร็จ... ปลดล็อกมิติพื้นที่สีขาวเลเวล 1]
[ประกาศภารกิจกู้ชีพ: ร่างกายของโฮสต์อยู่ในสภาวะขาดสารอาหารขั้นรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูง โปรดดื่มน้ำพุวิเศษในมิติภายใน 10 นาที มิเช่นนั้นดวงวิญญาณจะสลายไปอย่างถาวร]
หลินชิงเหอไม่มีเวลาให้สงสัยหรือซักถาม เธอหลับตาลงและนึกถึงคำว่ามิติตามสัญชาตญาณ พลันสติของเธอก็วูบหายไปปรากฏขึ้นในพื้นที่สีขาวโพลนที่ไร้ขอบเขตราวกับอยู่กลางก้อนเมฆ ตรงกลางพื้นที่นั้นมีบ่อน้ำเล็กๆ ที่ก่อด้วยหินโบราณ มีน้ำใสสะอาดราวกับคริสตัลพุ่งขึ้นมาเบาๆ กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากน้ำพุนั้นบริสุทธิ์และสดชื่นจนทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นสงบลงอย่างประหลาด
เธอรีบวักน้ำขึ้นมาดื่มด้วยความกระหาย รสชาติของมันหวานล้ำยิ่งกว่าน้ำทิพย์ใดๆ ที่เคยดื่มมา เมื่อน้ำพุไหลลงสู่ลำคอเธอรู้สึกได้ถึงพลังงานอุ่นวาบที่แผ่ซ่านไปตามเส้นเลือด ความปวดหนึบที่หัวหายไปสิ้น ร่างกายที่เคยหนักอึ้งกลับเบาสบาย ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางข้ามกาลเวลาถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้น
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งในโลกความจริง หลินชิงเหอรู้สึกว่าประสาทสัมผัสของเธอฉับไวขึ้นผิดปกติ เธอมองเห็นรอยร้าวทุกรอยบนผนังดินได้อย่างชัดเจน เห็นฝุ่นที่เกาะหนาเป็นชั้นบนพื้น และเห็นความหวาดกลัวดุจกวางน้อยที่เผชิญหน้ากับเสือในดวงตาของ หวังชุนฮวา สะใภ้รองของร่างเดิม
หลินชิงเหอยกมุมปากยิ้มบางๆ เธอใช้นิ้วเรียวยาวแตะที่อากาศเบาๆ เพื่อกดรับรางวัล นานเหลือเกินแล้วที่เธอไม่ได้ตื่นเต้นกับหมูสามชั้นหรือข้าวสารจากระบบเหมือนตอนที่เพิ่งทะลุมิติมาใหม่ๆ ในตอนนั้น ระบบคือพระเจ้าคือเส้นฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยให้เธอและลูกๆ รอดตายจากการอดอยากแต่ทว่าในวันนี้วันที่เธอมีเงินฝากในธนาคารนับแสนหยวน มีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์มูลค่ามหาศาล"เจ้าระบบเอ๋ย..." หลินชิงเหอรำพึงในใจ "ขอบใจนะที่อยู่ด้วยกันมาตลอด แต่พูดตรงๆ นะ ตอนนี้ต่อให้ไม่มีแก ฉันก็รวยล้นฟ้าจนใช้ชาตินี้ไม่หมดแล้วล่ะ"ใช่แล้วธุรกิจของเธอมั่นคงแข็งแกร่งด้วยรากฐานที่เธอสร้างเองกับมือ สูตรอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ การบริหารคนที่เฉียบขาด และการมองการณ์ไกลเรื่องอสังหาริมทรัพย์ ต่อให้วันพรุ่งนี้ระบบหายวับไป เธอก็แค่ลำบากขึ้นนิดหน่อยตรงที่ต้องไปเดินตลาดเองหรือต้องจ้างคนส่งของ แต่ความมั่งคั่งของเธอจะไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อยแต่ระบบเหมือนจะรู้ทัน ข้อความบรรทัดใหม่ปรากฏขึ้น: [ระบบผูกพันกับโฮสต์จนกว่าจะสิ้นอายุขัย ระบบจะอยู่เป็นเพื่อนคู่คิดและมอบความสะดวกสบายให้โฮสต์ตลอดไป]หลินชิงเหอหัวเราะในลำคอ "ปากหวานจริงนะ เอาล่ะ อยู่ด้วยกั
"อ้อ... งั้นเหรอ" หลินชิงเหอหัวเราะเบาๆ อย่างผ่อนคลาย การเสียภาษีอย่างถูกต้องคือเกราะป้องกันภัยที่ดีที่สุดในยุคนี้ ใครจะมาหาเรื่องร้านตระกูลโจว หรือพวกอันธพาลหน้าไหนจะมาไถเงิน ก็ต้องคิดหนัก เพราะเธอกลายเป็นคนโปรดของรัฐบาลท้องถิ่นไปแล้ว เส้นสายทางการเมืองของเธอเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างมั่นคง"แม่ครับ..." โจวต้ากังลังเลเล็กน้อย สีหน้าเจื่อนลงก่อนจะพูดต่อ "วันนี้ผมเห็นจางลี่ที่ตลาดครับ"บรรยากาศรอบตัวเย็นลงวูบหนึ่ง "แล้วไง?" หลินชิงเหอถามเสียงเรียบ ไม่มีความรู้สึกใดๆ เจือปน"หล่อน... หล่อนดูแก่ลงไปเยอะเลยครับ ผอมแห้งจนเหลือแต่กระดูก ใส่เสื้อผ้าขาดๆ เดินเก็บเศษผักเน่าๆ ที่แม่ค้าเขาเททิ้ง" โจวต้ากังเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ความอาลัยอาวรณ์ เป็นความเวทนาปนสังเวช"หล่อนเห็นผม... หล่อนจำผมได้ หล่อนพยายามจะวิ่งเข้ามาหา แต่พอเห็นป้ายร้านใหญ่โต เห็นผมใส่เสื้อผ้าดีๆ มีนาฬิกาข้อมือใส่ หล่อนก็ชะงักแล้วก็เอามือปิดหน้าวิ่งหนีไปร้องไห้ตรงกองขยะครับ"โจวต้ากังเงยหน้ามองแม่ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสำนึกผิดและความขอบคุณจากก้นบึ้งหัวใจ "ถ้าวันนั้นแม่ไม่ดึงผมออกมาจากนรก ถ้าแม่ไม่ให้โอกาสผมวันน
เธอรับเงินหยวนปึกใหญ่และตั๋วอาหารกองโตมายัดใส่ลิ้นชักไม้ที่แทบจะระเบิดออกมาเพราะความแน่น ใครจะไปเชื่อว่า หญิงชาวบ้านจากชนบทที่เคยถูกนินทาว่าร้ายเมื่อ 2 ปีก่อน วันนี้จะกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลในย่านการค้าแห่งนี้ เป็นเศรษฐีนีที่ใครๆ ต่างก็ต้องก้มหัวให้ด้วยความเกรงใจ!เคล็ดลับความสำเร็จของร้านตระกูลโจว ไม่ใช่แค่ฝีมือการปรุงรสที่ยอดเยี่ยม แต่คือ วัตถุดิบที่เป็นความลับสวรรค์ เนื้อหมูที่ใช้คือหมูชั้นดีจากมิติที่เลี้ยงด้วยอาหารวิเศษ เนื้อแน่น มันน้อยแต่ชุ่มฉ่ำ ไม่มีกลิ่นสาบ ผักสดกรอบหวานฉ่ำราวกับเพิ่งเด็ดจากต้น และเครื่องเทศชั้นเลิศที่หาไม่ได้ในท้องตลาดทั่วไปคู่แข่งร้านอื่นพยายามจะส่งคนมาสืบสูตร พยายามเลียนแบบเมนู แต่ทำยังไงรสชาติก็ไม่เหมือนขาดๆ เกินๆ ลูกค้าที่ได้ลิ้มลองรสชาติของร้านตระกูลโจวแล้ว ต่างก็ติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น เหมือนโดนวางยาเสน่ห์ต้องกลับมากินซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นลูกค้าประจำ"เมียจ๋า... วันนี้ยอดขายช่วงเที่ยงทะลุ 200 หยวนอีกแล้วนะ!" โจวต้าหนิวที่เพิ่งกลับจากการขี่จักรยานไปส่งเสบียงหน้าร้าน เดินเข้ามากระซิบที่ข้างหูภรรยาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น สามีขาเป๋ในอดีต ตอนนี้กลายเป็นผู้จัดกา
"เอาล่ะ! เลิกตื่นเต้นแล้วมาช่วยกันขนของ!" หลินชิงเหอสั่งการ "ต้ากัง! เอ็งแรงเยอะ แบกโต๊ะกับเก้าอี้เข้าไปจัดเรียง เจ้ารอง! ไปเช็ดกระจกหน้าร้านให้ใสวิ้ง พ่อต้าหนิวไปติดต่อเรื่องฟืนและถ่านหิน ส่วนสะใภ้รอง! มาช่วยแม่ในครัว!"ทุกคนขานรับอย่างแข็งขัน บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังงานแห่งการเริ่มต้น โจวต้ากังแบกโต๊ะไม้หนักอึ้งเดินเข้าไปในร้าน เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นที่หน้าผาก แต่เขากลับยิ้มออกมานี่คือเหงื่อแห่งความหวัง ไม่ใช่เหงื่อแห่งความสิ้นหวังเหมือนตอนอยู่กระท่อมผ่านไป 3 วัน ร้านเล็กๆ แห่งนี้ก็ถูกเนรมิตใหม่จนสะอาดเอี่ยมอ่อง ป้ายร้านที่เขียนด้วยลายมือพู่กันจีนอันทรงพลังของหลินชิงเหอ ถูกนำขึ้นไปแขวนเหนือประตูร้านอาหารตระกูลโจวเมนูหลักในร้านช่วงแรกนั้นเรียบง่ายแต่เน้นปริมาณและรสชาติซาลาเปาไส้หมูเกี๊ยวน้ำและบะหมี่หมูสับ กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนข้นคลั่ก ลอยออกไปแตะจมูกผู้คนที่เดินผ่านไปมา โดยเฉพาะคนงานและนักเรียนที่หิวโซ"เถ้าแก่เนี้ยขอซาลาเปา 2 ลูก!""ขอเกี๊ยวน้ำชามนึง!""บะหมี่ชามใหญ่พิเศษ!"ลูกค้าเริ่มหลั่งไหลเข้ามาตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้านแบบไม่เป็นทางการหลินชิงเหอยืนเก็บเงินอยู่ที่เค
"ข้อสองเสบียงในยุ้งฉาง..." หลินชิงเหอหันไปจ้องหน้าโจวต้ากังเขม็ง "ต้ากังแกทำงานได้แต้มค่าแรงวันละ 8-9 แต้ม เมียแกวันละ 5-6 แต้ม รวมกันได้ประมาณ 14 แต้มแต่พวกแกสองผัวเมียกินข้าวมื้อละ 3-4 ชาม กินจุยิ่งกว่าหมูในเล้า! แถมยังชอบอู้งานแอบไปงีบหลับ"เธอหันไปชี้ที่โจวเอ้อร์กังและหวั
"พี่จะสนปากคนหรือจะสนท้องที่หิวโหย!" จางลี่ขู่ฟ่อพลางบีบน้ำตา "พี่อยากให้ลูกของเราในอนาคตต้องมาอดอยากปากแห้งเหมือนน้องเล็กงั้นเหรอถ้าพี่ไม่พูด พรุ่งนี้ฉันจะพูดเอง!"รุ่งเช้ามาเยือนพร้อมกับบรรยากาศที่ตึงเครียดผิดปกติ หลินชิงเหอตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เธอใช้น้ำพุวิเศษล้างหน้าเรียกความสดชื่น ผิว
ในชามของเธอมีเพียงข้าวเปล่าๆ เธอกำตะเกียบแน่น พยายามกลั้นน้ำตาและกลั้นเสียงท้องร้อง เธอรู้สถานะตัวเองดีว่าเป็นแค่ที่รองมือรองเท้า ทันใดนั้นตะเกียบคู่หนึ่งก็ยื่นเข้ามาในสายตาคีบหมูสามชั้นชิ้นใหญ่ที่มีเนื้อแดงเยอะเป็นพิเศษ วางลงในถ้วยข้าวของเธอหวังชุนฮวาเงยหน้าขึ้นอย่างตื่นตระหนก พบว่าเป็นแม่สามีนั่น
ไม่นานนักกลิ่นหอมที่ชาวบ้านในยุค 70 ไม่ได้สัมผัสมานานแสนนานก็เริ่มทำงานของมัน กลิ่นหอมของข้าวสวยที่หุงสุกใหม่ๆ ผสมผสานกับกลิ่นเนื้อต้มพะโล้รสเข้มข้นลอยลอดผ่านช่องหน้าต่างและรอยแตกของผนังห้องครัว ออกไปปะทะจมูกของคนที่กำลังเดินเข้ามาในลานบ้านที่ลานหน้าบ้านโจวต้าหนิวเดินนำลูกๆ ทั้งสามและสะใภ้ใหญ่กลับ












reviews