مشاركة

บทที่ 7

مؤلف: คุณหนูซินอวี้
เมื่อเห็นซูลั่วเยว่ที่รู้ความอย่างยิ่งตรงหน้า ซูหลี่หรานก็รู้สึกตื้นตันระคนทอดถอนใจอีกครา “ไม่ต้องไปสนใจนางหรอก นางเห็นแก่ตัวจนเคยชินแล้ว ย่อมไม่มีทางยอมให้ตัวเองเสียเปรียบแน่”

ซูลั่วเยว่ลอบทอดถอนใจ “เมื่อวานนางก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนั้น ไม่รู้ว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือไม่ วันนี้ยังออกไปข้างนอกคนเดียวอีก ช่างน่าเป็นห่วงเหลือเกินเจ้าค่ะ...”

“เจ้านี่นะ ช่างไม่รู้จักห่วงตัวเองเอาเสียเลย นางไม่กลัวด้วยซ้ำว่าการอาละวาดก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนั้นจะทำให้เจ้าต้องอับอายขายหน้า แต่เจ้ากลับคอยเป็นห่วงนางไปเสียทุกเรื่อง เมื่อวานเจ้าก็พักผ่อนไม่เต็มที่ วันนี้อย่าไปคิดเรื่องของนางอีกเลย ไปพักผ่อนให้เต็มที่สักหน่อยเถอะ”

ขณะกำลังพูดคุยกัน บ่าวชายคนหนึ่งพลันเดินเข้ามาจากด้านนอก “คุณชายใหญ่ มีแขกผู้มีเกียรติมาขอรับ!”

ซูหลี่หรานชะงักไปแวบหนึ่ง “แขกผู้มีเกียรติคนไหนกัน?”

เช้าตรู่ปานนี้ ใครจะมาหาพวกเขาถึงที่นี่?

บ่าวชายค้อมศีรษะลงแล้วพูดว่า “บอกว่าเป็นคนจากจวนอ๋องหลีขอรับ พวกเขามาประเดี๋ยวเดียวก็กลับไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงประโยคเดียว...”

พอคำว่าจวนอ๋องหลีหลุดออกมา ทั้งซูหลี่หรานกับซูลั่วเยว่ต่างก็หน้าเปลี่ยนสีไปพร้อมๆ กัน

ซูลั่วเยว่ถึงกับอดมิได้จนต้องเอ่ยปากถาม “ใช่จวนอ๋องหลีแห่งนั้นหรือไม่เจ้าคะ?”

บ่าวชายเอ่ยตอบด้วยความหวาดหวั่น “ขอรับ ในเมืองหลวงมีเพียงจวนอ๋องหลีแห่งนั้นแห่งเดียวเท่านั้น...”

หยุดเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยอีกว่า “อีกฝ่ายบอกว่าอยากจะเชิญคุณหนูรองไปพบกันที่หอเซียนเซียง ทิ้งคำพูดไว้เสร็จก็จากไปแล้ว บอกว่าจะรอคอยอยู่ที่ห้องส่วนตัวบนชั้นสองขอรับ...”

ยังไม่ทันที่เขาจะกล่าวจบ ซูหลี่หรานก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง “เจ้าว่าอย่างไรนะ? คนจากจวนอ๋องหลีนัดพบน้องหญิงรองงั้นหรือ?”

เรื่องนี้เป็นไปได้อย่างไรกัน?

เปลือกตาของซูลั่วเยว่กระตุกถี่ๆ เห็นได้ชัดว่าตื่นตระหนกยิ่ง

ส่วนชุนเหมยสาวใช้ที่คอยเดินตามหลังนางมาเงียบๆ ตลอด กลับเอ่ยปากพูดเสียงเบาว่า “เจ้าฟังผิดไปหรือไม่? คนที่อีกฝ่ายต้องการพบ น่าจะเป็นคุณหนูสามของพวกเรามากกว่ากระมัง?”

ซูลั่วเยว่หลุบตาลง “ชุนเหมย ห้ามพูดจาเหลวไหล”

ชุนเหมยก้มหน้าลงเงียบๆ

ทว่าซูหลี่หรานกลับเอ่ยว่า “สาวใช้ของเจ้าพูดถูก เรื่องนี้ต้องมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นแน่ น้องหญิงรองนิสัยเก็บตัว นานๆ ครั้งถึงจะยอมก้าวเท้าออกจากบ้าน ต่อให้ยอมออกไป ก็มักจะไปเพราะเรื่องขององค์รัชทายาท ไม่มีเวลาไปข้องแวะกับผู้อื่นเลยสักนิด ยิ่งไม่มีทางรู้จักคนจากจวนอ๋องหลี เพราะเหตุนี้ คนจากจวนอ๋องหลีไม่มีทางนัดพบนางเป็นอันขาด”

“ในทางกลับกันน่าจะเป็นน้องหญิงสามอย่างเจ้ามากกว่า ทั้งรูปโฉมงดงามล่มเมือง ทั้งชื่อเสียงขจรขจาย ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่รู้จักคนจากจวนอ๋องหลี แต่ผู้อื่นย่อมต้องเคยได้ยินเรื่องราวของเจ้ามานานแล้วแน่ๆ”

ซูลั่วเยว่ก้มหน้าลงด้วยความขัดเขินอยู่บ้าง “พี่ใหญ่อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ พี่หญิงรองก็แค่รูปร่างอวบอ้วนไปนิด นางก็มีความสามารถอยู่เหมือนกัน...”

หยุดเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง นางก็เอ่ยอีกว่า “ทว่าอ๋องหลีท่านนั้นเคยได้รับบาดเจ็บในสมรภูมิรบในปีนั้น หลายปีมานี้จึงได้แต่พักรักษาตัวอยู่ภายในจวนมาตลอด มีข่าวลือว่าเขาต้องพิษร้ายแรงในร่างกายตั้งนานแล้ว ถึงได้แทบไม่ยอมปรากฏตัวเลย ไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ...”

ซูหลี่หรานพยักหน้า “ส่วนใหญ่น่าจะเป็นเรื่องจริง คาดว่าเขาคงได้ยินเรื่องที่เจ้ากราบหมอเทวดาเป็นศิษย์เข้าแล้ว ถึงได้จงใจส่งคนมานัดพบเจ้า เพียงแต่บ่าวรับใช้ของเขาพูดจาเลอะเลือนไปเอง ถึงได้พูดสลับเป็นนัดพบน้องหญิงรอง...”

ซูลั่วเยว่แสดงสีหน้าขัดเขิน ทว่าในใจกลับกระหยิ่มยิ้มย่องเป็นที่สุด นางเอ่ยเพียงว่า “อ๋องหลีไม่น่าจะส่งคนมานัดพบข้าด้วยตัวเองหรอกเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้เคยได้ยินพี่ชายรัชทายาทบอกว่า พระปิตุลาสิบเอ็ดของเขามีนิสัยแปลกประหลาด ต่อให้เป็นพี่ชายรัชทายาทอยากจะพบเขาล้วนต้องนัดหมายเวลาก่อนล่วงหน้า คนธรรมดาสามัญอย่างพวกเราเช่นนี้...”

“น้องหญิงสาม เจ้าต้องเชื่อมั่นในตัวเอง เจ้าหาใช่คนธรรมดาสามัญเลยสักนิด”

ซูหลี่หรานมีสีหน้าอ่อนโยน “เจ้าหาใช่ปลาในบ่อน้ำตื้น องค์รัชทายาทมองออก อ๋องหลีก็ย่อมมองออกเช่นกัน”

ซูลั่วเยว่แสร้งทำเป็นลังเล “แต่...ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ใช่อ๋องหลีเล่าเจ้าคะ?”

“ต่อให้เป็นเพียงคนผู้หนึ่งจากจวนอ๋องหลีมาพบ นั่นก็ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด”

ซูหลี่หรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะกล่าวอีกว่า “หากเจ้าประหม่า พี่ใหญ่จะไปเป็นเพื่อนเจ้าเอง”

“เช่นนั้นก็ตกลงเจ้าค่ะ”

จนกระทั่งพวกเขาพากันก้าวเท้าเดินจากไป บ่าวชายที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมก็ไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว

เพราะหลังจากได้ยินคำพูดของพวกคุณเขาแล้ว แม้แต่ตัวเขาเองก็เริ่มสับสนสงสัยแล้วว่าใช่ตนเองฟังผิดไปจริงๆ หรือไม่...

นั่นคืออ๋องหลีเชียวนะ!

พระอนุชาแท้ๆ ที่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทรงรักถนอมที่สุด ทั้งยังเป็นพระปิตุลาสิบเอ็ดขององค์รัชทายาท และเป็นท่านอ๋องเทพสงครามชื่อเสียงเกรียงไกรขจรขจายแห่งแคว้นหนาน ในมือกุมอำนาจเด็ดขาด ร่ำรวยเทียมฟ้า ตัวตนระดับตำนานเช่นนี้ มีหรือจะส่งเทียบเชิญนัดพบคุณหนูรองที่เป็นนังอ้วนผู้นั้น?

ต้องนัดพบคุณหนูสามถึงจะฟังสมเหตุสมผล...

ในเวลาเดียวกัน

ซูสือจิ่นกำลังเดินทอดน่องไปตามท้องถนนอย่างไร้จุดหมาย ในใจเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มว้าวุ่นใจ

คนพวกนั้นในจวนอัครเสนาบดีไม่โง่เง่าก็ตาบอด ขืนยังดันทุรังอยู่ต่อไป ไม่ถูกวางแผนเล่นงานจนตาย ก็คงต้องถูกทำให้โมโหจนตายเข้าสักวัน นางเพิ่งมาถึงเป็นครั้งแรก จำเป็นต้องคิดอ่านเตรียมการเพื่อตัวเองให้ดี...

น่าเสียดายที่ตอนนี้ตนยังจากไปไม่ได้ ในเมื่อมาอาศัยร่างของเจ้าของเดิมแล้ว หากไม่ช่วยชำระความแค้นให้หมดสิ้น คงยากจะสงบใจได้ลง

ขณะกำลังคิดเพลินๆ พลันมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือแว่วเข้าหู

“ช่วยด้วย! ช่วยข้าที! ใครก็ได้ช่วยบุตรชายข้าด้วย? รีบมาช่วยชีวิตคนเร็วเข้า...”

เสียงนั้นดังจากไกลๆ ไล่เข้ามาใกล้ ในไม่ช้าซูสือจิ่นก็มองเห็นคนที่ร้องตะโกนโวยวายผู้นั้น

นางคือสตรีผู้หนึ่งที่กำลังโอบอุ้มทารกไว้ สตรีผู้นั้นร้องไห้จนหน้าแดงก่ำ หลังจากวิ่งพรวดพราดออกมาจากเรือนหลังข้างๆ ได้ไม่นานก็สะดุดล้มลงกับพื้น ดึงดูดให้ฝูงชนรอบข้างพากันเข้ามายืนมุงดูด้วยความสนใจ

“สวรรค์! ไฉนแขนของเด็กคนนั้นถึงได้เขียวคล้ำเป็นปื้นดำขนาดนั้นเล่า?”

“ได้ยินว่าถูกตะขาบยักษ์กัดเอา ไม่อย่างนั้นวันที่อากาศหนาวเย็นขนาดนี้ มีหรือจะยอมฉีกแขนเสื้อของเด็กออก บาดแผลระดับนั้นหากไม่รีบรักษาทันที คงได้มีคนตายแน่ๆ”

“ตะขาบอันใดกันถึงได้น่ากลัวขนาดนี้? พวกเจ้าดูสิ กระทั่งฝ่ามือยังกลายเป็นสีดำไปหมดแล้ว...”

“เร็วเข้าๆ ทุกคนหลีกทางหน่อย ท่านหมอหลิวมาแล้ว!”

“…”

ท่ามกลางฝูงชนที่เบียดเสียดเยียดยัด หมอผู้หนึ่งที่สะพายล่วมยาบุกฝ่าฝูงชนเข้ามา และทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างกายเด็กน้อยทันที

“เด็กคนนี้ถูกกัดตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วถูกตะขาบชนิดใดกัดมา?”

มารดาของเด็กร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบขาดใจ “เป็นตะขาบที่ข้าไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนเจ้าค่ะ ตะขาบตัวนั้นดวงตาทอแสงสีแดงก่ำ น่ากลัวราวกับสัตว์ประหลาดไม่มีผิด แถมยังดูเหมือนจะตัวหนากว่าท่อนแขนของบุตรข้าเสียอีก บุตรข้าเพิ่งจะร้องไห้จ้าได้ไม่นานก็หมดสติแน่นิ่งไป แขนข้างหนึ่งถึงขั้นเขียวคล้ำเป็นปื้นดำถึงเพียงนี้ ข้ายังไม่ทันจับตะขาบตัวนั้นเลยเจ้าค่ะ ข้า ฮือๆ ๆ ท่านหมอช่วยชีวิตด้วย!”

สตรีผู้นั้นพูดจาวกวนจับต้นชนปลายไม่ถูก กล่าวจบก็เริ่มโขกศีรษะคำนับท่านหมอผู้นั้น

ท่านหมอเหงื่อไหลไคลย้อย หยิบเข็มเงินชุดหนึ่งออกมาจากล่วมยา ก่อนจะกระชากเสื้อผ้าของเด็กออกแล้วฝังเข็มลงไปบนร่างกายของเด็กน้อยสองสามเข็ม “พิษนี้รุนแรงยิ่งนัก คาดว่าอีกไม่นานคงแพร่กระจายไปทั่วร่าง ตอนนี้ชีพจรของเด็กแผ่วเบามากแล้ว หากยังไม่รีบลงมือรักษาบรรเทา เห็นทีคงจะรักษาชีวิตไว้ไม่ได้แล้ว”

พอกล่าวจบ สตรีผู้นั้นก็แทบจะหมดสติล้มพับลงกับพื้น

ท่านหมอเอ่ยต่ออีกว่า “ตอนนี้หนทางแก้ไขเพียงหนึ่งเดียวก็คือ ต้องตัดแขนข้างนี้ทิ้งเสีย...”

ฝูงชนรอบข้างต่างพากันสูดปากด้วยความสลดใจ

บนท้องถนนถูกผู้คนพากันมามุงดูจนแน่นขนัดหนาทึบหลายชั้นโดยไม่รู้ตัว

ถึงอย่างไรเด็กน้อยอายุราวเจ็ดแปดขวบกลับต้องมาถูกตะขาบกัดจนมีสภาพเยี่ยงนี้ มันชวนให้ผู้คนรู้สึกเวทนาจับใจยิ่งนัก...

“เข็มสุดท้ายนั้น ควรจะขยับขึ้นไปอีกหน่อย”

ขณะนั้นเอง ซูสือจิ่นที่ยืนอยู่ด้านข้างมาโดยตลอดก็เอ่ยปากพูดขึ้นมา

ผู้คนรอบข้างต่างพากันตกใจ พลอยเบนสายตามามองนางเป็นตาเดียว

เมื่อเห็นว่าเป็นเพียงสตรีผู้หนึ่ง คนส่วนใหญ่ต่างก็เหลือบมองเพียงปราดเดียวแล้วละสายตากลับไป

ส่วนท่านหมอผู้นั้นกลับไม่แม้แต่จะปรายตามามองนางด้วยซ้ำ เพียงแค่เอ่ยต่อว่า “เจ้าต้องรีบตัดสินใจให้เร็วที่สุด เข็มของข้านี้ ทำได้เพียงยื้อชีวิตมิให้เขาตายในตอนนี้เท่านั้น! แต่พิษยังคงแพร่กระจายอยู่...”

“หากเข็มสุดท้ายของท่านขยับขึ้นไปอีกนิด พิษก็จะหยุดแพร่กระจายแล้ว”

ซูสือจิ่นกล่าวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ในฝูงชนเริ่มมีคนตั้งข้อสงสัย “คุณหนูคนนี้เป็นใครกัน? ท่านหมอกำลังช่วยคนอยู่ตรงนั้น นางจะพูดมากขนาดนั้นไปเพื่ออันใด?”

“นั่นสิ เป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่งจะไปเข้าใจอะไร ดูเรื่องครึกครื้นแต่อยากให้เรื่องราวจะใหญ่โตบานปลายล่ะสิไม่ว่า”

“…”

ซูสือจิ่นเมินเฉยต่อเสียงพูดคุยจอแจข้างหูโดยสิ้นเชิง ทว่าเบียดเสียดฝ่าฝูงชนก้าวไปข้างหน้าสองก้าว “เด็กคนนี้เพิ่งจะอายุแค่นี้ หากต้องเสียแขนไป วันข้างหน้าจะใช้ชีวิตอย่างไรเล่า?”

ในที่สุดท่านหมอที่นั่งยองๆ อยู่บนพื้น ก็ถลึงตาใส่นางแวบหนึ่ง “ขืนยังเก็บแขนข้างนี้ไว้ เขาจะมีวันข้างหน้าเหลืออยู่อีกหรือ? เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเจ้าจะไปเข้าใจอะไร?”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 30

    ซูสือจิ่นยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิดใจดูท่าไม่เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมจะมีนิสัยอ่อนแอขลาดเขลา แม้กระทั่งสาวใช้ของนางก็ยังขี้ขลาดตาขาวและกลัวความเดือดร้อนเช่นนี้เหมือนกัน...ทั้งที่คนที่ต้องทนรับความอัปยศอดสูคือตัวนาง ทว่าผลลัพธ์คือเอ่ยปากคำไหนก็เอาแต่เกลี้ยกล่อมให้นางยอมอดทน นี่มันจะยอมคนง่ายเกินไปหรือไม่?“คำพูดประเภทนี้วันหน้าอย่าได้เอ่ยออกมาอีก” ซูสือจิ่นรู้สึกระอาใจอยู่บ้างตงเอ๋อร์ทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ “บ่าวเข้าใจความหมายของคุณหนูเจ้าค่ะ เรื่องที่องค์รัชทายาททรงให้ท่านแต่งเข้าจวนพร้อมกับคุณหนูสามนั้น สำหรับท่านแล้ว ถือเป็นการเหยียดหยามอย่างรุนแรงจริงๆ การที่ท่านจะรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ทว่าเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ขนาดท่านถึงขั้นกระโดดหน้าผาก็ยังไม่อาจเปลี่ยนพระทัยขององค์รัชทายาทได้ แล้วยังจะทำสิ่งใดได้อีกเล่า...”ซูสือจิ่นเหลือบตาค้อนใส่นางอย่างระอาใจ เจ้าของร่างเดิมต้องยอมอ่อนข้อให้นางมากมายขนาดไหนกันแน่?เหตุใดคำพูดคำจาของนางถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้?เมื่อคิดถึงตงเอ๋อร์ ในสมองก็ผุดภาพเหตุการณ์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับนางตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็นขึ้นม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 29

    ซ้ำร้ายยังจะรุนแรงยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีกตัวเขาในอดีตแม้ขาทั้งสองข้างจะพิการ ทว่ากลับยังคงหลงเหลือความรู้สึกอยู่ ก็ยังสามารถรักษาเยียวยาได้หากว่าต้องกลับมาพิการอีกครั้ง ย่อมสิ้นหวังจนยากจะเยียวยารักษาอย่างแน่นอน...เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ ซูสือจิ่นก็ไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อยในเมื่อองค์รัชทายาทสารเลวนั่นรักซูลั่วเยว่มากขนาดนั้น ก็ปล่อยให้พวกเขารีบลงเอยกันไปเสียเถอะทว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ แล้ว พวกเขายังจะสามารถพร่ำคำสาบานรักกันต่อไปได้อีกหรือไม่...“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู...”น้ำเสียงที่ดังขึ้นข้างหูช่วยดึงสติของนางให้กลับคืนมา พอหันหน้าไปมองก็เห็นตงเอ๋อร์ที่ใบหน้าเล็กๆ ขึ้นสีแดงก่ำ“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”เห็นเพียงตงเอ๋อร์ที่มีสีหน้าท่าทางร้อนรน “พอได้ยินว่าคุณหนูกลับมา บ่าวก็รีบมาหาคุณหนูทันทีเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อครู่สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย บ่าวจึงไม่กล้าเสนอหน้าเข้าไป ทำได้เพียงเดินตามหลังคุณหนูมาตลอด คุณหนูอย่าเดินเร็วเพียงนั้นสิเจ้าคะ บ่าวเกือบจะตามไม่ทันแล้ว...”ซูสือจิ่นผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง “เจ้าไม่พักผ่อนอยู่ในเรือนให้ดีๆ ออกมาตามหาข้าทำไมกั

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 28

    ซูหลี่หรานก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัดเช่นกัน “นับวันนางยิ่งทำเกินกว่าเหตุจริงๆ! ขนาดอยู่ต่อหน้าต่อตาพวกเรายังกล้าลงมือกับเจ้า วันหน้าเจ้าอย่าได้ไปสนิทชิดเชื้อกับนางอีกเลย อยู่ให้ห่างจากนางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ย่อมดีที่สุด”ซูลั่วเยว่สะอื้นไห้จนชวนให้ผู้คนเวทนาจับใจ “พี่ชายรัชทายาท ข้าอยากจะทราบว่า พวกท่านได้ถอนหมั้นกันไปจริงๆ แล้วหรือเพคะ?”ฉู่มู่เฉินโกรธจนหน้ามืดตามัว “ย่อมเป็นเช่นนั้น! หนังสือถอนหมั้นฉบับนั้นนางเป็นคนลงแรงเขียนด้วยน้ำมือตนเอง ในเมื่อนางสามหาวไร้ขื่อแปถึงเพียงนี้ ข้าย่อมต้องเติมเต็มความปรารถนาของนางอยู่แล้ว!”ในดวงตาของซูลั่วเยว่ฉายแววคิดคำนวณพาดผ่านวูบหนึ่ง ทว่าปากกลับเอ่ยว่า “พี่ชายรัชทายาทจะสามารถถอนรับสั่งคืนได้หรือไม่เพคะ? ยามนี้ที่นางมีนิสัยแปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ก็เพราะพี่ชายรัชทายาทลงนามในหนังสือถอนหมั้นฉบับนั้น เห็นได้ชัดว่าในใจนางมิได้อยากถอนหมั้นกับพี่ชายรัชทายาทเลย และก็เพราะเหตุนี้ นางถึงได้...”เอ่ยไปพลาง นางก็ลูบใบหน้าตนเองด้วยท่าทางน่าเวทนาจับใจ กิริยาอาการนั้นราวกับกำลังบอกว่า หากมีการถอนหมั้นกันจริงๆ ซูสือจิ่นจะต้องยิ่งรังแกนางหนักกว่าเดิ

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 27

    ซูสือจิ่นถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความโมโห คนพวกนี้สมองมีปัญหาไปหมดแล้วกระมัง?“หากมิใช่เพราะเข็มไม่กี่เล่มนั้นของข้า ป่านนี้เขาคงตายไปนานแล้ว พวกท่านลองย้อนดูตัวเองหน่อยดีหรือไม่ว่ากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่?”ซูหลี่หรานเอ่ยด้วยความโกรธระคนผิดหวังที่อีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ “วันๆ เจ้าอยู่แต่ในห้องหอ จะไปเข้าใจวิชาแพทย์ได้อย่างไรกัน? น้องหญิงสามนางเป็นถึงศิษย์ของหมอเทวดา เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทได้นางช่วยชีวิตเอาไว้ หากมิใช่เพราะโอสถของนาง ป่านนี้เจ้าจะหาทางลงอย่างไร รู้ตัวบ้างหรือไม่? ยังจะมีหน้ามาโวยวายอยู่อีก! เหตุใดเจ้าต้องคอยจะแย่งชิงความดีความชอบกับน้องหญิงสามให้ได้?”แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เดิมทีข้าไม่อยากบอกเรื่องนี้กับเจ้า เพราะกลัวว่าเจ้าจะอิจฉาริษยาน้องหญิงสาม เจ้าทราบบ้างหรือไม่ว่าน้องหญิงสามนางถึงกับเข้าตาท่านผู้เฒ่าหยางแห่งสำนักเชียนมิ่งแล้ว? วิชาแพทย์ของนางได้รับการยอมรับ ถึงขนาดที่คนของสำนักเชียนมิ่งอุตส่าห์มาเชิญน้องหญิงสามให้ไปช่วยชีวิตคนด้วยตนเอง เจ้ามีสิ่งใดไปเทียบกับน้องหญิงสามได้งั้นหรือ?”คำพูดพรั่งพรูยาวเหยียดของซูหลี่หรานทำเอาซูสือจิ่นโกรธจนหน้าเขียว “คนข

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 26

    นับตั้งแต่องค์รัชทายาททรงหมดสติไป ทุกคนในจวนอัครเสนาบดีต่างก็ตกอยู่ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายบางคนรีบร้อนวิ่งออกไปตามหมอหลวง บ้างก็ตื่นตระหนกลนลานฉุดลากตัวท่านหมอเข้ามาทุกคนล้วนมือไม้ปั่นป่วนวุ่นวาย และต่างก็รู้สึกตื่นตระหนกขวัญเสียมาจากก้นบึ้งของหัวใจ!อย่างไรเสีย ความปลอดภัยขององค์รัชทายาท ก็เกี่ยวพันถึงชีวิตของพวกเขาทุกคน...เนิ่นนานผ่านไปโดยไม่รู้ตัว รอบบาดแผลของฉู่มู่เฉินก็ถูกปักจนเต็มไปด้วยเข็มเงินแล้ว และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือไม่ ซูหลี่หรานที่ยืนอยู่ด้านข้าง กลับรู้สึกว่าร่างขององค์รัชทายาทดูเหมือนจะไม่แข็งทื่อถึงเพียงนั้นแล้วกระทั่งบาดแผลที่เคยดำสนิท ก็คล้ายจะซีดจางลงไปไม่น้อย...ขณะนั้นเอง ซูลั่วเยว่ก็ถือกล่องใบเล็กวิ่งลนลานเข้ามา “พี่ใหญ่ ข้านำยาถอนพิษมาแล้วเจ้าค่ะ!”เมื่อซูหลี่หรานได้ยินเช่นนั้น ก็รีบถลาเข้าไปหาทันที “เจ้ารู้จักยาถอนพิษงั้นหรือ?”ซูลั่วเยว่พยักหน้าด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจัง “ข้ามีโอสถเงินดารา เจ้าสิ่งนี้สามารถสลายพิษร้ายได้นับสิบชนิด แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่แน่ชัดว่าพี่ชายรัชทายาทต้องพิษใดกันแน่ แต่โอสถชนิดนี้กินเข้าไปแล้วถึงอย่างไรก็

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 25

    ซูสือจิ่นโกรธจนกำหมัดแน่น นางหันขวับกลับไปในทันที สาวเท้าตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของซูลั่วเยว่ สะบัดมือตบฉาดลงไปเต็มแรง!เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ซูลั่วเยว่ถึงกับแข็งค้างไปทั้งตัวส่วนซูสือจิ่นสะบัดข้อมือเบาๆ “ในที่สุดก็รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นตั้งเยอะ”นางคิดอยากจะลงมือตั้งนานแล้ว!ทว่าเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ข้างหูก็มีเสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความตื่นตระหนกตกใจกลัวของซูลั่วเยว่ดังลอยมาทันที “กรี๊ด! พี่หญิง ท่านตบข้าได้อย่างไรกัน?”ซูสือจิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เมื่อก่อนข้าไม่เคยทุบตีเจ้า แต่เจ้ากลับพูดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าข้าตีเจ้า ตอนนี้ข้าลงมือตีเจ้าจริงๆ แล้ว เจ้าจะร้องตะโกนเสียงดังขนาดนี้ไปทำไมกัน?”หลังจากพูดจบแล้ว นางก็สะบัดมือตบลงไปอีกฉาด เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ทำเอาทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับปากอ้าตาค้างด้วยความตกตะลึง!ซูลั่วเยว่ล้มกระแทกลงกับพื้นตรงนั้นทันที “พี่หญิง ท่านทำได้อย่างไรกัน...”“เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นพี่หญิง ในเมื่อยามนี้ท่านพ่อไม่อยู่ พี่สาวสั่งสอนตักเตือนน้องสาวสักหน่อยแล้วมันทำไมหรือ? เวลาที่พี่ใหญ่สั่งสอนข้า พวกเจ้าทุกคนล้วนแต่รู้สึกว่ามันสม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 8

    ซูสือจิ่นพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “แม้ข้าจะรู้ไม่มาก แต่ก็รู้ดีว่าแขนของเด็กคนนี้ไม่จำเป็นต้องตัดทิ้งเลยแม้แต่น้อย การตัดแขนเด็กเป็นเพียงหนทางขับพิษที่ง่ายที่สุด ทว่าการรักษาแขนของเด็กเอาไว้ต่างหาก ถึงจะเป็นหนทางที่มีเมตตาธรรมที่สุด”ขณะพูด นางก็ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างกายเด็กน้อยคนนั้น จากนั้นก็ถอน

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 11

    ท่านหมอหลิวสีหน้าแข็งค้างไปทันที แทบจะโมโหจนกระอักเลือดออกมาแล้วทว่าอย่างไรเสียเขาก็เป็นหมอ เมื่อเห็นสตรีที่อยู่ข้างกายซึ่งร้องไห้แทบขาดใจ เขาก็ย่อตัวลงต่อหน้าเด็กอีกครั้ง...ในระหว่างที่เขาตรวจอาการให้เด็กอย่างละเอียดละออ บริเวณรอบข้างก็อื้ออึงเซ็งแซ่อยู่เนิ่นนานแล้ว“คราวนี้มีเรื่องสนุกให้ดูชม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 10

    สิ้นเสียงของท่านหมอผู้นั้น รอบข้างก็มีเสียงด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยวลอยตามมาทันที“ท่านหมอหลิว ท่านกำลังพูดจาเลอะเทอะอันใดกัน? จะปล่อยให้เดินจากไปดื้อๆ แบบนี้ได้อย่างไรกัน?”ทันทีที่มีคนเป็นแกนนำ ฝูงชนรอบข้างก็เกิดความโกลาหลขึ้นมาในพริบตา“ถูกแล้ว ต่อให้เป็นคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์ ก็ไม่มีสิทธิ์มาทร

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 9

    “ใช่ๆ ถึงว่าเหตุใดข้าจึงคุ้นตานัก? จุ๊ๆ คุณหนูในห้องหอผู้หนึ่ง ถึงขั้นวิ่งโร่มาทำเรื่องเหลวไหลกลางถนนหลวง นี่คงย่ามใจว่าตนเองฐานันดรสูงส่ง ชาวบ้านธรรมดาสามัญทำอันใดนางมิได้ล่ะสิ?”“ได้ยินมานานแล้วว่าคุณหนูรองแห่งจวนอัครเสนาบดีผู้นั้นอ้วนพีราวกับสุกร จิตใจเหี้ยมโหดอำมหิต วันนี้ได้พบเจอเป็นเช่นนั้นจร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status