مشاركة

ตอนที่ 3

“แม่นาง คุณหนูของเจ้าเป็นคุณหนูจวนใดหรือข้าเองไม่เคยเห็นมาก่อน” เมื่อมีคนหนึ่งถามหลายๆคนก็อยากรู้มากยิ่งขึ้น

“นั้นสิๆ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย” ชาวบ้านที่มาซื้อขนมเริ่มต่างพากันถาม

"คุณหนูของข้าคือคุณหนูเยี่ยไป๋เฟิ่ง"

ชาวบ้านที่ได้ยินต่างพากันนิ่งไป คุณหนูเยี่ยไป๋เฟิ่งบุตรีขององค์หญิงแคว้นอ้ายและท่านเสนาบดีเยี่ยที่ผู้คนเคยเห็นใบหน้าที่ปราศจากผ้าคลุมขนานนามว่างามราวจิ้งจอกตั้งแต่อายุสิบหนาวน่ะหรือ ผ่านมาหกปีคงมิอาจจินตนาการได้ว่านางจะงดงามมากขึ้นเพียงใด  ในขณะที่ผู้คนกำลังนิ่งคิดผู้ที่ถูกกล่าวถึงยืนนิ่งพิงใต้ต้นไม้ใหญ่แทบจะหลับไปด้วยความง่วง โดยมีสายตาคมคู่หนึ่งมองลงมาจากชั้นสองของโรงเตี๊ยมตรงข้ามร้านขนมด้วยแววตาเรียบเฉย

“หลีกไป!  คุณหนูของข้าจะซื้อขนมร้านนี้  พวกเจ้าหลีกทางให้คุณหนูข้าเดี๋ยวนี้!” เสียงแหลมของสตรีนางหนึ่งดังขึ้นพร้อมผลักชาวบ้านที่กำลังต่อแถวซื้อขนมหน้าร้านออกไปให้พ้นทางด้านหลังของสตรีที่เอ่ยไล่คนที่ขวางปรากฏสตรีที่หน้าตางดงามหมดจดไร้ที่ติ รูปร่างบอบบาง ผิวพรรณนวลเนียน บ่งบอกถึงว่าเป็นคุณหนูชั้นสูงผู้หนึ่ง ด้านหลังของนางมีเหล่าผู้คุ้มกันยืนอยู่ทำให้ไม่มีใครกล้าขวางทาง หางตาตวัดกวาดตามองผู้คนอย่างเย่อหยิ่ง

ทุกคนต่างพากันหลีกทางให้แก่คุณหนูผู้นั้นอย่างเกรงกลัว เพราะคุณหนูผู้นี้คือคุณหนูหลี่เหมยฟางบุตรสาวของท่านแม่ทัพอุดรหนึ่งในสี่แม่ทัพสำคัญของแคว้นท่านแม่ทัพหลี่เว่ยฉาง  ด้วยความที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจของฮูหยินเอกเจียงลี่หลิน ทำให้นางมีนิสัยเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ และเพราะได้ชื่อว่าเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงและมีวรยุทธถึงขั้นสี่ที่ถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ ทำให้นางทะนงตนชอบวางอำนาจยกตนข่มบรรดาสตรีอื่นๆและไม่มีสตรีคนไหนที่กล้าที่จะมีเรื่องกับนางยิ่งทำให้หลี่เหมยฟางไม่เคยที่จะยอมลงให้ผู้ใด

“ได้อย่างไรกัน พวกข้าก็มาต่อแถวซื้อขนมเช่นเดียวกันกับคุณหนูของเจ้าแล้วเจ้าจะมาไล่คนอื่นได้อย่างไร” เสี่ยวจูที่ยืนอยู่ที่เดิมไม่หลีกทางให้เอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปยังสาวใช้ของคุณหนูผู้นั้นอย่างไม่พอใจ  ผู้ซึ่งได้ตำแหน่งหญิงงามอันหนึ่งของเมืองหลวงที่นางได้ทราบมา แต่ที่ได้เพราะคุณหนูของนางไม่คิดที่จะลงแข่งขันเฉยๆหรอก ไม่อย่างนั้นตำแหน่งนั่นก็คงจะเป็นของคุณหนูนางอย่างแน่นอน คุณหนูของนางงดงามและเก่งที่สุด!!

“แต่คุณหนูของข้าสำคัญกว่าบ่าวไพร่เช่นพวกเจ้าหลีกไป!” สาวใช้นางนั้นกล่าวขึ้นด้วยท่าทีไม่ต่างจากู้เป็นนาย

“ข้าก็จะซื้อขนมให้คุณหนูข้าเช่นเดียวกัน” เสี่ยวจูยังยืนยันคำเดิม

“คุณหนูของเจ้าเป็นใครกล้าดียังไงถึงได้กล้ามาขวางทางคุณหนูของข้า ข้าไม่สนหลบไป!!” นางผลักเสี่ยวจูอย่างแรง

“โอ๊ยยย!!!” เสี่ยวจูร้องขึ้นเมื่อโดนสาวใช้นางนั้นผลักจนล้ม

“เกิดอะไรขึ้นหรือเสี่ยวจู” ไป๋เฟิ่งที่ลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงทะเลาะกันอยู่ไม่ไกล นางจึงเดินมาดูพบว่าเป็นสาวใช้ของนางที่ถูกผลักจนล้ม

ทุกคนต่างแหวกทางให้คุณหนูแห่งจวนเสนาบดีเข้ามาในที่เกิดเหตุพร้อมรอดูเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฝั่งหนึ่งคือคุณหนูของจวนแม่ทัพอุดรที่สำคัญหนึ่งในสี่ของแคว้น อีกฝั่งก็เป็นคุณหนูของจวนเสนาบดีที่เป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์ของฮ่องเต้แถมยังมีฐานะเป็นพระราชนัดดาของฮ่องเต้แคว้นอ้าย งานนี้เห็นทีว่าฝั่งคุณหนูจวนเสนาบดีจะได้เปรียบอยู่หนึ่งส่วน

“คุณหนูเจ้าคะ พวกข้าและทุกคนในที่นี่กำลังต่อแถวรอซื้อขนมอยู่เจ้าค่ะ แต่มีสาวใช้ของคุณหนูผู้นี้มาไล่พวกข้าออกไปให้พ้นทาง” เสี่ยวจูเห็นคุณหนูของตนเดินเข้ามาจึงรีบเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกึ่งฟ้องไปในที

ไป๋เฟิ่งมองสาวใช้คนนั้นด้วยสายตาราบเรียบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะมองไปยังหลี่เหมยฟางเช่นเดียวกับที่หลี่เหมยฟางมองเยี่ยไป๋เฟิ่งด้วยสายตาถือดี 

หลี่เหมยฟางไม่ทราบว่าเยี่ยไป๋เฟิ่งเป็นใครเพราะนางพึ่งมาจากฉางอันเมืองที่บิดานางเป็นแม่ทัพพิทักษ์ประจำทิศอุดรอยู่ นางมาเมืองหลวงเพื่อมาแข่งขันชิงความเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งเพื่อที่จะได้เป็นสตรีที่เพียบพร้อมเหมาะสมกับชินอ๋องบุรุษที่นางปักใจรักตั้งแต่เมื่อวัยเยาว์ ตอนนี้นางก็ได้ตำแหน่งนั้นมาครอบครองจึงคิดว่าในแคว้นนี้คงไม่มีใครเหนือกว่านางอีกแล้ว

“คุณหนูท่านนี้เหตุใดจึงต้องเอาเปรียบพวกเราด้วยเล่าในเมื่อทุกคนในที่นี่ก็ต่างต้องการซื้อขนมกันทั้งนั้น” ไป๋เฟิ่งพูดคุยด้วยเหตุผลเพราะนางไม่ได้อยากมีเรื่องราวอันใดกับใครทั้งนั้น นางต้องการเพียงแค่ซื้อขนมและรีบกลับไปหาท่านแม่ของนางเท่านั้น

“นี่!! เจ้าไม่รู้หรือว่าคุณหนูของข้าเป็นใคร!”สาวใช้คนเดิมยังคงแผดเสียงอย่างต่อเนื่อง นางคิดว่าไป๋เฟิ่งคงเป็นเพียงคุณหนูจากจวนขุนนางเล็กๆซักจวนเพราะเห็นมีสาวใช้ติดตามเพียงคนเดียว

“หากเจ้าไม่รู้ว่าคุณหนูของเจ้าเป็นใคร ข้าหรือจะรู้?” ไป๋เฟิ่งเอ่ยตอบอย่างราบเรียบแววตานิ่งเฉยไม่ได้มีแววของการตีรวนเพื่อหาเรื่องแต่อย่างใด แต่ผู้คนที่ได้ฟังถึงสะดุดกันไปตามๆกันกับคำพูดของนาง

ลี่จินสาวใช้ของหลี่เหมยฟางถึงกับยืนนิ่งอึ้งไม่คาดว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้

ทางด้านหลี่เหมยฟางรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก นางกัดฟันใบหน้าแดงก่ำนางเป็นถึงบุตรตรีของแม่ทัพอุดรพี่ชายก็เป็นบัณฑิตที่ได้สอบในระดับเตี้ยนชื่อ4 แถมนางยังได้ตำแหน่งสาวงามอันดับหนึ่งมาไม่นานย่อมเป็นที่รู้จัก สตรีนางนี้เป็นใครถึงบังอาจไม่รู้จักนางกัน

“คุณหนูของข้ามีนามว่าหลี่เหมยฟาง เป็นบุตรีของแม่ทัพอุดร” ลี่จินรีบเอ่ยบอกเสียงดัง เมื่อรู้สึกถึงแรงอารมณ์ของผู้เป็นนาย 

“บุตรสาวแม่ทัพอุดรอย่างนั้นหรือ” ไป๋เฟิ่งที่ได้ยินก็พึมพำกับตัวเองพลางนึกคิดว่าตนเองเคยเห็นหรือรู้จักหรือไม่ สุดท้ายก็ได้คำตอบ

“ข้าไม่รู้จัก”

 “อีกอย่างถึงจะมีฐานะใหญ่โตเช่นใดก็ไม่ควรเอาเปรียบผู้อื่น” ไป๋เฟิ่งกล่าวอย่างไม่คิดอะไรเพียงแค่อยากจะทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้นมิคาดว่าจะเป็นการตบหน้าอีกฝ่าย

เกิดอาการเงียบขึ้นไปทั่วทั้งบริเวณทุกคนต่างนิ่งอึ้งเป็นรอบที่สอง หลี่เหมยฟางมองเยี่ยไป๋เฟิ่งที่ทำหน้านิ่งเฉยอย่างเกรี้ยวกราดไม่เคยมีใครหักหน้านางอย่างนี้มาก่อนทำให้นางรู้สึกเสียหน้าเป็นที่สุด

ในขณะที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในอาการอึ้ง ไป๋เฟิ่งจึงสั่งให้เสี่ยวจูไปซื้อขนมก่อนที่จะกินเวลานานไปมากกว่านี้แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์เมื่อครู่ตกอยู่ในสายตาของบุรุษผู้หนึ่งที่ขณะนั้นนั่งมองออกไปทางหน้าต่างชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยม ก่อนหน้านี้สายตาเขามองไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งเห็นสตรีนางหนึ่งที่ยืนหลับตาพิงต้นไม้เยื้องหน้าร้านขนมชื่อดังของเมืองหลวง ใบหน้ารูปนวลเนียนถูกปิดโดยผ้าคลุมสีทึบครึ่งหน้า แต่เหมือนมีมนต์สะกดให้เขาจ้องมอง จนกระทั่งนางลืมตาขึ้นมาดวงตาหงส์สีนิลสนิทเปล่งประกายเจิดจ้าแต่ปนด้วยความง่วงงุนมองไปยังที่มาของเสียงที่ทำให้นางลืมตาตื่นขึ้น เขามองสตรีนางนั้นจนกระทั่งนางและบ่าวเดินจากไปพร้อมขนมในมือ

“มีสารด่วนจากวังหลวงพะยะค่ะ” องครักษ์คนหนึ่งโผล่มาจากหลังประตูที่เป็นห้องลับพร้อมส่งจดหมายให้

บุรุษที่อยู่ตรงนั้นก่อนอ่านสารเสร็จก็ถอนหายใจอย่างเสียมิได้

“ข้าจะไปและไม่ต้องส่งอะไรมาเด็ดขาด แล้วก็ไม่ต้องมา”เขาเอ่ยคล้ายจะสั่งมากกว่าบอกเล่า

“พะย่ะค่ะ”องครักษ์พยักหน้าพร้อมกับกระโดดใช้วิชาตัวเบาอันยอดเยี่ยมจากไปทางหน้าต่างมุ่งหน้าสู่วังหลวงเพื่อรายงานการส่งสารจากบุรุษผู้เป็นดั่งเกราะกำแพงของแคว้นจ้าวให้กับผู้ครองแคว้น

ส่วนบุรุษที่เอ่ยปากสั่งความองครักษ์ก็พลิ้วกายกลับไปยังกองทัพที่อยู่นอกเมืองเช่นเดิม

4เตี้ยนชื่อ  การสอบระดับราชสำนักหรือราชวัง เป็นการสอบต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ชายารักมังกรไร้ใจ   ตอนที่ 3

    “แม่นาง คุณหนูของเจ้าเป็นคุณหนูจวนใดหรือข้าเองไม่เคยเห็นมาก่อน” เมื่อมีคนหนึ่งถามหลายๆคนก็อยากรู้มากยิ่งขึ้น“นั้นสิๆ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย” ชาวบ้านที่มาซื้อขนมเริ่มต่างพากันถาม"คุณหนูของข้าคือคุณหนูเยี่ยไป๋เฟิ่ง"ชาวบ้านที่ได้ยินต่างพากันนิ่งไป คุณหนูเยี่ยไป๋เฟิ่งบุตรีขององค์หญิงแคว้นอ้ายและท่านเสนาบดีเยี่ยที่ผู้คนเคยเห็นใบหน้าที่ปราศจากผ้าคลุมขนานนามว่างามราวจิ้งจอกตั้งแต่อายุสิบหนาวน่ะหรือ ผ่านมาหกปีคงมิอาจจินตนาการได้ว่านางจะงดงามมากขึ้นเพียงใด ในขณะที่ผู้คนกำลังนิ่งคิดผู้ที่ถูกกล่าวถึงยืนนิ่งพิงใต้ต้นไม้ใหญ่แทบจะหลับไปด้วยความง่วง โดยมีสายตาคมคู่หนึ่งมองลงมาจากชั้นสองของโรงเตี๊ยมตรงข้ามร้านขนมด้วยแววตาเรียบเฉย“หลีกไป! คุณหนูของข้าจะซื้อขนมร้านนี้ พวกเจ้าหลีกทางให้คุณหนูข้าเดี๋ยวนี้!” เสียงแหลมของสตรีนางหนึ่งดังขึ้นพร้อมผลักชาวบ้านที่กำลังต่อแถวซื้อขนมหน้าร้านออกไปให้พ้นทางด้านหลังของสตรีที่เอ่ยไล่คนที่ขวางปรากฏสตรีที่หน้าตางดงามหมดจดไร้ที่ติ รูปร่างบอบบาง ผิวพรรณนวลเนียน บ่งบอกถึงว่าเป็นคุณหนูชั้นสูงผู้หนึ่ง ด้านหลังของนางมีเหล่าผู้คุ้มกันยืนอยู่ทำให้ไม่มีใครกล้าขวางทาง หาง

  • ชายารักมังกรไร้ใจ   ตอนที่ 2

    เมื่อทั้งสองลงจากรถม้าก็ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งหลายในบริเวณนั้นเนื่องจากตัวเยี่ยไป๋เฟิ่งนั้นน้อยนักที่จะออกจากจวนและถ้าออกไปร่วมงานต่างๆด้านนอกจวนก็มักจะสวมผ้าคลุมหน้าไว้เสมอ ถึงจะเห็นใบหน้าเพียงครึ่งเดียวก็ตามแต่ก็ทำให้ผู้คนเหลียวมองได้อย่างไม่อาจละสายตา ใครๆต่างก็อยากเห็นใบหน้าที่ปราศจากผ้าคลุมของเยี่ยไป๋เฟิ่งสักครั้ง ใบหน้าของผู้คนที่ขนานนามให้ว่างามราวกับจิ้งจอก“เชิญฮูหยินกับคุณหนูชั้นบนเลยขอรับ ข้าน้อยเตรียมห้องประจำของตระกูลให้เรียบร้อย นายท่านได้สั่งเอาไว้ขอรับ” หลงจู้ประจำโรงเตี๊ยมรีบเข้ามาเชิญนางกับมารดาเข้าไปอย่างรวดเร็ว“ท่านแม่เจ้าคะ ข้าขอตัวไปดูตำราสักครู่นะเจ้าคะ” ไป๋เฟิ่งเอ่ยกับมารดา ไหนๆนางก็ได้ออกจากจวนทั้งทีก็อยากไปเดินดูของใหม่ๆบ้าง นางอยากลองชิมขนมชนิดใหม่ที่ร้านชื่อดังของเมืองหลวงที่ได้ยินมาจากเสี่ยวจู“ถ้าอย่างนั้นอย่าไปนานล่ะ อีกเดี๋ยวพี่ใหญ่เจ้าก็มาแล้ว ห้ามช้าเด็ดขาดนะรู้ไหมเดี๋ยวไม่ทันขบวนของพี่ชายเจ้า ” อ้ายเหม่ยหลินบอกบุตรสาวด้วยน้ำเสียงจริงจังเพราะไม่อยากพลาดชมขบวนกองทัพหลวงที่มีบุตรชายตนอยู่ในนั้น“เจ้าค่ะ ลูกทราบแล้ว” ไป๋เฟิ่งตอบรับคำมารดาเมื่อรับคำม

  • ชายารักมังกรไร้ใจ   ตอนที่ 1

    ร่างบางเดินผ่านด้านหน้าเรือนของตนที่ประดับไปด้วยดอกไม้นานาพรรณที่เจ้าของเรือนเป็นคนปลูกเองจนถูกผู้เป็นมารดากล่าวตักเตือนไปหลายรอบ แต่ที่เป็นเอกลักษณ์และที่เจ้าของเรือนชอบมากที่สุดเห็นจะเป็นต้นเหมยต้นใหญ่ที่ท่านพ่อของนางลงทุนปลูกเพื่อเอาใจท่านแม่เมื่อวันครบเดือนของท่านพี่ไป๋เทียนพี่ชายคนเดียวของนาง เมื่อนางเกิดมาพอรู้ความนางก็ขอให้ท่านพ่อสร้างเรือนของนางใกล้กับต้นเหมยต้นนี้มารดาของไป๋เฟิ่งเป็นอดีตองค์หญิงแคว้นอ้ายที่ได้รับมอบหมายให้มาอภิเษกสมรสเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างสองแคว้น โดยครานั้นมารดาของนางแอบหนีเหล่าองครักษ์ที่เสด็จตานางมอบให้ดูแลมารดาไปเที่ยวที่ตลาดในเมืองหลวงกับนางกำนัลรับใช้เพียงสองคนก่อนวันเข้าเฝ้าจ้าวเหวินหลงฮ่องเต้ (ฮ่องเต้รัชกาลก่อน) มารดานางถูกโจรล้วงถุงเงิน ทำให้ไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารจนเกือบจะโดนเจ้าของร้านเรียกคนของทางการมาจัดการ ท่านพ่อของนางตอนนั้นมีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นสองไปจัดการตรวจตรากิจการโรงเตี๊ยมของตระกูลเยี่ยเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวจึงเข้าไปชวนเหลืออย่างสุภาพโดยไม่ทราบว่าเป็นมารดานางเป็นถึงองค์หญิง จึงทำให้มารดาของนางประทับใจและรักปักใจตั้งแต่แรกพบจวบจนถ

  • ชายารักมังกรไร้ใจ   บทนำ

    แคว้นจ้าว ปกครองโดยราชวงศ์จ้าวมาหลายสมัยตั้งแต่ปฐมราชวงศ์จ้าวเจี้ยนหลงฮ่องเต้ผู้รวบรวมแคว้นจ้าวให้เป็นปึกแผ่น แคว้นนี้พร้อมพรั่งไปด้วยทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็น พืชพรรณ เหมืองแร่ แหล่งน้ำทุกแห่งล้วนอุดมสมบูรณ์ทำให้แคว้นจ้าวเป็นที่ที่หลายแคว้นอยากเชื่อมสัมพันธไมตรีด้วยปัจจุบันแคว้นจ้าวปกครองโดยจ้าวหมิงหลงฮ่องเต้ ซึ่งเป็นฮ่องเต้ที่ผู้คนขนานนามว่าเป็นฮ่องเต้หน้าหยก เนื่องจากพระองค์มีใบหน้างามเทียบเคียงอิสตรีที่ได้มาจากพระมารดาที่เป็นถึงอดีตหญิงงามล่มแคว้นที่ปัจจุบันคือหวงไท่โฮ่ว ผิดกับผู้เป็นพระอนุชาชินอ๋องจ้าวเฟยหลง ผู้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของแคว้น ที่มีใบหน้าคมเข้มของบิดาผสมกับความงามเป็นเอกของมารดาที่เป็นถึงหวงกุ้ยเฟยในรัชสมัยก่อน ทำให้คุณหนูชั้นสูงทั่วแคว้นหรือแม้แต่องค์หญิงต่างแคว้นหมายปอง แต่เนื่องด้วยนิสัยดุดัน เคร่งขรึม เย็นชา คลุกอยู่แต่กับกองทัพจึงไม่มีสตรีนางใดกล้าเข้าใกล้จนมีข่าวลือลับๆว่าพระองค์รังเกียจสตรีณ จวนเสนาบดี“คุณหนูเจ้าคะได้เวลาตื่นแล้วเจ้าค่ะ ปลายยามเหม่า1แล้วเดี๋ยวจะไม่ทันไปรับท่านรองแม่ทัพนะเจ้าคะคุณหนู” เสี่ยวจูสาวใช้ตัวน้อยรีบเร่งปลุกคุณหนูของตัวเองตามคำสั่งนาย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status