Beranda / รักโบราณ / ชายาร้ายของท่านอ๋องเย็นชา / ตอนที่ 11 ชายาที่ไม่มีใครยอมรับ

Share

ตอนที่ 11 ชายาที่ไม่มีใครยอมรับ

last update Tanggal publikasi: 2026-07-26 07:16:20

ตอนที่ 11 ชายาที่ไม่มีใครยอมรับ

หลังผ่านคืนพายุใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างเฉินเยว่กับเซียวจิ่งเหยียนยังคงไม่ได้ใกล้ชิดขึ้นอย่างชัดเจนพวกเขายังคงพูดคุยกันอย่างมีระยะห่าง เขายังคงเป็นอ๋องหนุ่มผู้เย็นชา ส่วนนางยังคงเป็นคุณหนูใหญ่จากจวนแม่ทัพที่ไม่ยอมให้ใครอ่านความคิดได้ง่าย ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด คือสถานะของเฉินเยว่ในจวนเซียวอ๋อง จากเดิมที่ทุกคนมองนางเป็นเพียงเจ้าสาวที่ถูกส่งมา เป็นสตรีที่คงอยู่ได้ไม่นาน เป็นเพียงหญิงสาวที่โชคร้ายต้องแต่งกับบุรุษที่ผู้คนหวาดกลัว ตอนนี้ทุกคนกลับต้องเปลี่ยนความคิด เพราะทุกคนได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วว่า เซียวจิ่งเหยียนปกป้องนางและนั่นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน อ๋องปีศาจที่ไม่เคยสนใจผู้ใดกลับยอมลงโทษคนในจวนเพราะพระชายาถูกละเลยข่าวนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในจวนแต่แพร่ไปทั่วเมืองหลวง เหล่าขุนนางเริ่มพูดคุยกัน เหล่าคุณหนูในเมืองเริ่มสงสัย แม้แต่คนที่เคยหัวเราะเยาะเฉินเยว่ ก็เริ่มจับตามองนาง เพราะคำถามเดียวกันกำลังเกิดขึ้นในใจของทุกคน

หรือว่า...

เซียวอ๋องกำลังเปลี่ยนไปเพราะชายาคนนี้? แต่ภายในจวนเซียวอ๋อง ไม่ใช่ทุกคนที่ยอมรับเฉินเยว่ ในมุมหนึ่งของเรือนเก่า สาวใช้กลุ่มหนึ่งกำลังพูดคุยกันเบา ๆ หญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่ตรงกลาง นางมีใบหน้าสงบนิ่ง ท่าทางเรียบร้อย แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจ นางคือหลินซู อดีตสาวใช้คนสนิทที่เคยดูแลเรือนของชายาคนก่อน ในจวนเซียวอ๋อง ไม่มีใครไม่รู้จักหลินซูนางอยู่ที่นี่มาหลายปี ผ่านช่วงเวลาที่หลินเยียน พระชายาคนก่อนยังมีชีวิตอยู่ ผ่านช่วงเวลาที่จวนเซียวอ๋องยังมีหญิงสาวอีกคนหนึ่ง หญิงสาวที่ทุกคนเคารพ หญิงสาวที่เคยเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้

ดังนั้น สำหรับหลินซู

เฉินเยว่ไม่ใช่พระชายาคนใหม่แต่เป็นคนที่เข้ามาแทนที่เจ้านายของนาง

"อย่าลืมว่าอ๋องของเราไม่เคยรักสตรีคนใด"

หลินซูกล่าวเสียงต่ำเหล่าสาวใช้รอบข้างต่างเงียบฟัง

"ชายาคนนี้ก็แค่ของที่ถูกส่งมา"

"นางคิดหรือว่าการได้รับความสนใจจากท่านอ๋องเพียงครั้งเดียว จะทำให้นางกลายเป็นคนสำคัญ?"

สาวใช้คนหนึ่งลังเล

"แต่ท่านอ๋องก็ออกหน้าปกป้องพระชายานะเจ้าคะ"

หลินซูหัวเราะเบา ๆ

"ปกป้อง?"

"ท่านอ๋องเพียงรักษาหน้าของจวน"

"อย่าลืมว่าเขาเป็นคนเช่นไร"

"เขาไม่มีหัวใจให้ใคร"

คำพูดนั้นทำให้สาวใช้หลายคนเงียบเพราะเป็นสิ่งที่พวกเขาเชื่อมาตลอด เซียวจิ่งเหยียนไม่มีหัวใจ ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใกล้เขาได้ดังนั้น พวกเขาจึงยังไม่เชื่อว่าเฉินเยว่จะเป็นข้อยกเว้นในขณะที่คนอื่นกำลังพูดถึงนาง เฉินเยว่กลับกำลังใช้ชีวิตตามปกติ นางไม่ได้สนใจสายตาของผู้คนไม่ได้สนใจว่าพวกเขายอมรับหรือไม่ สำหรับนางการยอมรับของผู้อื่นไม่เคยเป็นสิ่งที่ทำให้นางอยู่รอด สิ่งที่ทำให้นางอยู่รอดคือความสามารถของตัวเอง

เช้าวันหนึ่ง อาหารเช้าถูกนำเข้ามาในเรือน สาวใช้วางถาดอาหารลงบนโต๊ะ

"พระชายา อาหารมาแล้วเจ้าค่ะ"

เฉินเยว่พยักหน้า นางมองอาหารตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ อาหารดูปกติ ไม่มีสิ่งใดผิดแปลกแต่หลังจากใช้ชีวิตท่ามกลางการเมืองและการวางแผนมานาน นางรู้ว่า สิ่งที่อันตรายที่สุดมักเป็นสิ่งที่ดูธรรมดาที่สุด เฉินเยว่หยิบตะเกียบขึ้น แต่ยังไม่ได้กินนางเพียงนำอาหารบางส่วนเข้าใกล้จมูก ดมกลิ่นเบา ๆ จากนั้นสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยไม่ใช่เพราะตกใจ แต่เพราะพบสิ่งที่น่าสนใจนางใช้ปลายตะเกียบแตะน้ำแกงเล็กน้อย ก่อนมองสีของน้ำ

"น่าสนใจ"

สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ชะงัก

"พระชายา?"

เฉินเยว่วางตะเกียบลง

"กลิ่นนี้ไม่ใช่ยาพิษ"

สาวใช้มองนางอย่างไม่เข้าใจ

เฉินเยว่ยิ้มบาง

"แต่เป็นสิ่งที่ทำให้ร่างกายอ่อนแรง"

"หากกินต่อเนื่องหลายวัน"

"คนผู้นั้นจะดูเหมือนป่วย ไม่มีแรง และไม่สามารถทำอะไรได้"

สีหน้าของสาวใช้เปลี่ยนไปทันที เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง นี่ไม่ใช่การฆ่าแต่เป็นการทำลายอย่างช้า ๆ ทำให้คนอื่นคิดว่าเฉินเยว่เป็นหญิงสาวอ่อนแอ ทำให้ชื่อเสียงของนางเสียหายมากขึ้นและที่สำคัญ ทำให้คนในจวนคิดว่านางไม่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายา เฉินเยว่ไม่ได้โกรธนางเพียงมองถ้วยอาหารตรงหน้า ในใจเริ่มวิเคราะห์ คนที่ลงมือรู้จักวิธีใช้สมุนไพร รู้ว่าการใช้พิษร้ายแรงอาจทำให้ถูกจับได้ ดังนั้นจึงเลือกใช้สิ่งที่ตรวจสอบยาก คนผู้นั้นไม่ใช่คนโง่ และคงอยู่ในจวนนี้มานาน นางหันไปถามสาวใช้

"อาหารมาจากใคร?"

สาวใช้ลังเล

"จากห้องครัวเจ้าค่ะ"

เฉินเยว่พยักหน้า ไม่ได้ถามต่อเพราะนางรู้ว่า หากคนทำต้องการซ่อนตัว ย่อมไม่ทิ้งหลักฐานง่าย ๆ เฉินเยว่ลุกขึ้น หยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบแทนก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"เก็บอาหารนี้ไว้"

สาวใช้ตกใจ

"พระชายา จะให้บ่าวนำไปตรวจสอบหรือไม่เจ้าคะ?"

เฉินเยว่ส่ายหน้า

"ยังไม่ต้อง"

"แต่..."

เฉินเยว่หันไปมองนาง รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้า

"ข้าอยากรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง"

นางไม่ได้ต้องการเพียงจับคนทำผิดนางต้องการรู้ว่า ใครกล้าลงมือกับนางในจวนเซียวอ๋องและคนผู้นั้นต้องการอะไร เฉินเยว่มองออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดยามเช้าส่องผ่านสวน ทุกอย่างดูสงบแต่ภายใต้ความสงบนั้น กลับเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำ นางเพิ่งเข้าจวนนี้ได้ไม่นานแต่มีคนพยายามทดสอบนางแล้ว

เฉินเยว่ไม่ได้รู้สึกกลัว กลับรู้สึกสนใจเพราะในที่สุด จวนเซียวอ๋องก็เริ่มแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาและนางอยากรู้ว่า คนที่คิดว่านางเป็นเพียงหญิงสาวที่ถูกส่งมาจะเสียใจหรือไม่ เมื่อพบว่า พวกเขาเลือกผิดคนในเวลาเดียวกัน บนทางเดินอีกด้านของจวน เซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่เงียบ ๆ องครักษ์รายงานเรื่องอาหารที่ถูกเปลี่ยนแต่เขาไม่ได้แสดงความโกรธทันที เพราะเขารู้จักเฉินเยว่ดีพอ นางไม่ใช่คนที่จะรอให้เขาช่วย นางจะจัดการด้วยตัวเอง เซียวจิ่งเหยียนมองไปยังเรือนของนาง แววตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อย สิบปีก่อน นางช่วยเขาโดยไม่ลังเล สิบปีต่อมานางยังคงเป็นคนเดิม เข้มแข็ง ฉลาดและไม่ยอมก้มหัวให้ใคร

แต่เขาไม่รู้ว่าครั้งนี้ เขาจะสามารถยืนมองนางต่อสู้เพียงลำพังได้อีกนานแค่ไหนเพราะสำหรับเขา เฉินเยว่ไม่ใช่เพียงพระชายานางคือคนที่เขารอคอยมานานสิบปีและไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ทำร้ายนาง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาร้ายของท่านอ๋องเย็นชา   ตอนที่ 101 ตราของพระมารดา

    ตอนที่ 101 ตราของพระมารดาก่อนรุ่งสาง เซียวจิ่งเหยียนและเฉินเยว่กลับถึงจวนอ๋องพร้อมตราประทับหยกขาวซึ่งหานฉางเฟิงทิ้งไว้หน้าสุสานลับของพระมารดา ไม่มีผู้ใดกลับไปพัก ทั้งสองตรงเข้าสู่ห้องลับใต้เรือนหนังสือทันที ประตูหินปิดลงด้านหลัง ตะเกียงน้ำมันหลายดวงถูกจุดขึ้น แสงสีส้มส่องโต๊ะยาวที่เต็มไปด้วยแผนที่ สำเนาคำสั่งทหาร สมุดบัญชี และหลักฐานซึ่งรวบรวมมาหลายวัน เฉินเยว่วางตราหยกลงบนผ้าสีดำอย่างระมัดระวัง ก่อนนำสำเนารอยประทับจากคำสั่งเคลื่อนกำลังเมื่อสิบปีก่อนมาวางเคียงกัน ส่วนเซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่อีกด้านของโต๊ะ สายตาจับจ้องตราของมารดาโดยไม่กล่าวสิ่งใด ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางตลอดคืนไม่ได้ปรากฏบนใบหน้าเขามากนัก ทว่าความหนักอึ้งในดวงตากลับชัดเจนกว่าทุกครั้ง ตราประทับชิ้นนี้เป็นสิ่งที่เขาเคยเห็นตั้งแต่วัยเด็ก พระมารดาใช้มันประทับจดหมายลับ ใช้สั่งคนในเครือข่ายของตน และใช้ส่งข้อความที่ไม่อาจผ่านมือขันทีหรือขุนนางทั่วไปได้ หลังพระนางสิ้นพระชนม์ ตรานั้นหายไปพร้อมกับเอกสาร

  • ชายาร้ายของท่านอ๋องเย็นชา   ตอนที่ 100 สุสานของพระมารดา

    ตอนที่ 100 สุสานของพระมารดารถม้าสีดำแล่นผ่านประตูเมืองด้านตะวันตกท่ามกลางความมืดสนิท ถนนสู่สุสานหลวงทอดผ่านแนวป่าสนและไหล่เขาที่มีหมอกต่ำปกคลุม ล้อรถบดผ่านก้อนกรวดจนเกิดเสียงสม่ำเสมอ ภายในรถม้าไม่มีผู้ใดพูด เซียวจิ่งเหยียนนั่งนิ่ง มือข้างหนึ่งวางอยู่บนด้ามกระบี่ ดวงตาหลุบต่ำราวกับกำลังขุดค้นความทรงจำที่ถูกฝังมานาน ส่วนเฉินเยว่นั่งฝั่งตรงข้าม นางไม่ได้ถามซ้ำถึงพระมารดาของเขา เพราะรู้ว่าเพียงการกล่าวว่าสตรีผู้นั้นถูกฝังอย่างลับ ๆ ก็เพียงพอจะบอกแล้วว่าเรื่องราวในอดีตเต็มไปด้วยอันตรายเพียงใด ลมกลางคืนพัดกระแทกตัวรถเป็นระยะ กลิ่นดินชื้นและใบสนเล็ดลอดผ่านม่านเข้ามา บรรยากาศภายในหนักอึ้งจนแม้แต่เสียงหายใจก็ชัดเจนเกินไป กระทั่งรถม้าหยุดที่เชิงเขา เซียวจิ่งเหยียนจึงลืมตาขึ้น เขาไม่ได้กล่าวให้นางอยู่รอ เพียงลงจากรถก่อนแล้วหันกลับมายื่นมือให้ เฉินเยว่ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นมือนั้น นางยังจำได้ว่าหลายวันก่อนตนเคยถอยหนีจากมือเดียวกัน แต่ครั้งนี้เส้นทางด้านหน้ามืดและลาดชัน อี

  • ชายาร้ายของท่านอ๋องเย็นชา   ตอนที่ 99 ดาบที่ถูกสร้างขึ้น

    ตอนที่ 99 ดาบที่ถูกสร้างขึ้นหลังเฉาอิงถูกนำตัวไปขังในห้องใต้ดิน เรือนเหมยกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง แต่ความเงียบนั้นมิได้สงบ หากเต็มไปด้วยถ้อยคำที่ยังคงก้องอยู่ในใจคนทั้งสอง เซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่ข้างโต๊ะไม้นานกว่าหนึ่งเค่อ ดวงตาจับจ้องชิ้นส่วนป้ายทหารของหน่วยเงาดำโดยไม่ขยับ เงาตะเกียงทอดผ่านสันกรามคมชัด ทำให้ใบหน้าของเขาดูเย็นชาเช่นเคย ทว่าภายในกลับมีบางสิ่งกำลังแตกสลายอย่างช้า ๆ ประโยคของเฉาอิงมิใช่คำกล่าวใหม่ทั้งหมด เขาเคยสงสัยในเจตนาของหานฉางเฟิงมาหลายปี เพียงแต่ไม่เคยยอมปล่อยให้ความสงสัยนั้นงอกลึก เพราะอีกฝ่ายคือผู้ที่ยื่นมือมาช่วยในวันที่เขาไม่เหลือผู้ใด เป็นคนพาเขาออกจากความตาย เป็นอาจารย์ที่สอนให้จับดาบ และเป็นผู้มอบเส้นทางสู่อำนาจ ทว่าเมื่อหลักฐานทีละชิ้นถูกเปิดออก ความเมตตาในอดีตกลับเริ่มมีเงาอีกด้านหนึ่ง เงาที่ทำให้เขาต้องย้อนถามว่า ชีวิตที่ตนคิดว่าเลือกเองนั้น แท้จริงเคยเป็นเพียงเส้นทางที่ใครบางคนวางไว้หรือไม่ความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนผุดขึ้นทีละภาพ หลังเขาถูกพาตัวออกจากป่าและส่งไปยังค่ายทหารเหนือ หานฉางเฟิงไม่ได้ปล่อยให้เขาพักฟื้นนานนัก บาดแผลยังไม่หายดี เขาก็ถูกปลุกก่อน

  • ชายาร้ายของท่านอ๋องเย็นชา   ตอนที่ 98 กับดักของหานฉางเฟิง

    ตอนที่ 98 กับดักของหานฉางเฟิงรุ่งเช้าหลังเหตุลอบเข้าเรือนเหมย ข่าวลือหนึ่งแพร่กระจายออกจากจวนเซียวอ๋องอย่างรวดเร็วราวกับมีผู้จงใจปล่อยลมส่งต่อกันไปตามตรอกซอกซอย ข่าวนั้นกล่าวว่า ผ้าเช็ดหน้าของมารดาเฉินเยว่ไม่ได้เป็นเพียงของเก่าที่เปื้อนเลือด หากซ่อนรหัสลับซึ่งสามารถถอดออกมาเป็นแผนที่บัญชีขนส่งอาวุธและเสบียงเมื่อสิบปีก่อน ผู้คนในเมืองหลวงต่างพูดกันว่าเส้นด้ายบนลายดอกเหมยถูกปักด้วยจำนวนกลีบไม่เท่ากัน แต่ละกลีบแทนตัวเลข แต่ละกิ่งแทนเส้นทาง และรอยเลือดบนผืนผ้าคือจุดที่ใช้ระบุตำแหน่งคลังลับ บ้างก็กล่าวว่ามารดาเฉินเยว่รู้ตัวว่ากำลังถูกตามฆ่า จึงซ่อนความจริงทั้งหมดไว้ในของที่ไม่มีผู้ใดสงสัย ภายในเวลาเพียงครึ่งวัน ข่าวลือดังกล่าวก็เดินทางจากร้านน้ำชาหน้าตลาดไปถึงเรือนขุนนาง จากเรือนขุนนางไปยังตรอกขันทีเก่า และจากตรอกขันทีเก่าไปถึงคนที่กำลังเฝ้ามองจวนเซียวอ๋องอยู่ในความมืด ไม่มีผู้ใดรู้ว่าต้นทางของข่าวมาจากสาวใช้คนหนึ่งที่จงใจทำผ้าเช็ดหน้าหล่นขณะไปซื้อด้าย และไม่มีผู้ใดรู้ว่าสาวใช้ผู้นั้นเป็นคนของเฉินเยว่โดยตรงภายในเรือนเหมย เฉินเยว่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเตี้ย ผ้าเช็ดหน้าผืนจริงถูกเก็บไว้ในกล่องเห

  • ชายาร้ายของท่านอ๋องเย็นชา   ตอนที่ 97 ชายาผู้ย้ายออกจากเรือนหลัก

    ตอนที่ 97 ชายาผู้ย้ายออกจากเรือนหลักเช้าวันถัดมา เรือนหลักของจวนเซียวอ๋องเงียบผิดปกติ ประตูห้องด้านในยังคงเปิดอยู่ ผ้าม่านสีเข้มถูกมัดเก็บอย่างเรียบร้อย เครื่องเรือนทุกชิ้นอยู่ในตำแหน่งเดิม มีเพียงหีบเสื้อผ้าของเฉินเยว่ที่หายไปจากมุมห้อง และโต๊ะเครื่องแป้งที่เหลือเพียงปิ่นธรรมดาสองสามชิ้นซึ่งนางไม่ได้ใช้ คนรับใช้ที่ยืนเฝ้าหน้าประตูต่างก้มหน้า ไม่มีผู้ใดกล้าสบตากัน เพราะทุกคนรู้ดีว่าพระชายาไม่ได้ออกจากจวน นางเพียงย้ายกลับไปพักที่เรือนเหมยซึ่งอยู่ห่างจากเรือนหลักไปอีกฟากหนึ่งของสวน การกระทำนี้ไม่ใช่การขอหย่า ไม่ใช่การประกาศแตกหัก และไม่ใช่การท้าทายอำนาจของเซียวอ๋อง ทว่าภายในจวนของสามีภรรยา การแยกเรือนย่อมมีความหมายชัดเจนยิ่งกว่าถ้อยคำใด เฉินเยว่ไม่ยอมอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเซียวจิ่งเหยียนจนกว่านางจะรู้ความจริงทั้งหมดข่าวแพร่ไปทั่วจวนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม แม้ไม่มีผู้ใดกล้าพูดตรง ๆ แต่สายตาของคนรับใช้ทุกค

  • ชายาร้ายของท่านอ๋องเย็นชา   ตอนที่ 96 ความผิดของเด็กชายวัยสิบห้า

    ตอนที่ 96 ความผิดของเด็กชายวัยสิบห้าหลังกลับจากเมืองชิงเหอ ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกเมฆสีเทาปกคลุมตลอดทั้งวัน ลมหนาวพัดผ่านกำแพงจวนเซียวอ๋องจนกิ่งเหมยในลานด้านในสั่นไหว กลีบดอกสีขาวที่เพิ่งผลิบานร่วงหล่นลงบนพื้นหินทีละกลีบ ราวกับหิมะที่กำลังละลาย เฉินเยว่ไม่ได้กลับเรือนนอน นางตรงไปยังห้องลับทันที ในมือยังถือห่อผ้าที่บรรจุชิ้นส่วนป้ายทหารจากป้าหลัว สีหน้าของนางสงบนิ่งเกินไปจนเหล่าองครักษ์ที่เฝ้าประตูไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง เซียวจิ่งเหยียนเดินตามหลังมาโดยเว้นระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว แต่ระยะสั้นนั้นกลับคล้ายมีหุบเหวลึกขวางกั้นอยู่ระหว่างคนทั้งสอง ตั้งแต่ออกจากบ้านไม้ริมแม่น้ำ เฉินเยว่แทบไม่ได้พูดกับเขาอีกเลย นางฟังคำสั่งของเขาเมื่อจำเป็น ตอบเพียงสั้น ๆ เมื่อถูกถาม และไม่แม้แต่จะหันมามองยามเขายื่นมือช่วยลงจากรถม้า ความเงียบของนางไม่ได้รุนแรงเหมือนความโกรธ หากกลับทำให้เซียวจิ่งเหยียนรู้สึกหนักอึ้งยิ่งกว่าการถูกต่อว่า เพราะเขารู้ดีว่าหลักฐานทุกชิ้นกำลังพานางเข้าใกล้ความจริงที่เขาหวาดกลัวมาตลอดภายในห้องลับ ตะเกียงเจ็ดดวงถูกจุดขึ้นพร้อมกัน แสงสีทองสาดลงบนโต๊ะหินซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารเก่า เฉิน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status