Beranda / รักโบราณ / ชายาอสรพิษ / ตัวไร้ค่าผู้มากพรสวรรค์ 1

Share

ตัวไร้ค่าผู้มากพรสวรรค์ 1

last update Tanggal publikasi: 2024-12-25 19:16:21

แสงจากดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว บริเวณรอบด้านปกคลุมไปด้วยความมืดมิด คล้ายว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะเท่านั้น แต่ก็ราวกับผ่านไปเนิ่นนานเช่นเดียวกัน เรื่องทั้งหมดคล้ายดั่งความฝันตื่นหนึ่งของนาง ถ้าหากนางไม่ได้ยินเสียงอ้อแอ้ที่ดังอยู่ในหัวปลุกให้นางตื่นขึ้นมาตอนนี้

หลี่หลิงเฟิ่งค่อยๆ ลืมตาช้าๆ แวบแรกที่เห็นก็คือสถานที่อันเวิ้งว้างและแห้งแล้งเหมือนทะเลทราย แต่ว่ามีขนาดเล็กประมาณห้องเก็บฟืนในเรือนของนาง ใกล้ๆ นางมีต้นไม้เหี่ยวเฉารอวันตายอยู่ต้นหนึ่งข้างโขดหิน ถัดไปอีกไม่ไกลมีบ่อน้ำ เอ่อ...ไม่ควรเรียกว่าบ่อ เรียกมันว่าแอ่งจะเหมาะสมกว่า

นี่...นี่คือก้นหุบเหวอย่างนั้นหรือ ช่างแตกต่างจากที่นางคิดไว้โดยสิ้นเชิง หรือว่าตอนนี้นางเป็นวิญญาณอยู่ในปรโลกกัน

นางจำได้ว่าครั้งสุดท้ายนางโดนวิหคเพลิงโจมตีที่หน้าอก แต่ตอนนี้นอกจากไม่เจ็บปวดแล้ว บาดแผลฉกรรจ์ก็หายไปด้วย ราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องจริง ถ้าไม่ติดตรงที่นางเห็นรอยเสื้อขาดตรงอกและรอยเลือดที่เปื้อนอยู่ตามตัว

“นายท่าน ในที่สุดท่านก็ฟื้นสักที ที่นี่ไม่ใช่ทะเลทรายและท่านยังไม่ตาย จิตของท่านแค่เข้ามาในมิติ ภายนอกจะดูเหมือนว่าท่านแค่หลับไปเท่านั้น” เสียงอ้อแอ้ที่นางเคยได้ยินดังขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้มันดังอยู่ข้างหูนี่เอง หลี่หลิงเฟิ่งฟื้นคืนสติ ภายในใจสะดุ้งอย่างรุนแรง สมองขาวโพลนไปหมด จับต้นชนปลายไม่ถูก

นางหันไปมองรอบๆ อย่างหวาดระแวง แต่ก็ไม่เจอสิ่งมีชีวิตใดๆ นอกจากต้นไม้นี่ แล้วใครกันที่พูดกับนาง

“นายท่าน ผ่านมาเนิ่นนาน ที่สุดแล้วข้าก็ได้พบท่านอีกครา” เสียงเด็กผู้ชายอายุราวสามสี่ขวบปีสะอื้นไห้อยู่ข้างหูนาง นี่มันเรื่องอะไรกัน ใครกันที่กำลังพูดกับข้า

“นายท่าน ท่านไม่ต้องมองหาข้าหรอก ท่านเดาถูกตั้งแต่แรกแล้ว ข้าก็คือต้นไม้เหี่ยวๆ ที่บอกนั่นแหละ” เสียงเด็กชายดังขึ้นมาอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ

“เดี๋ยวนะ เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ นายท่าน?” หลี่หลิงเฟิ่งลุกขึ้นนั่ง ขมวดคิ้วหันไปมองเจ้าต้นไม้ที่อ้างว่าพูดได้นั่น “เจ้าเป็นสัตว์อสูรหรือ แล้วที่นี่ที่ไหน”

นี่...เท่าที่นางรู้มาพืชอสูรมีน้อยมาก แต่พืชอสูรที่พูดได้นั้นนางไม่รู้จักมาก่อน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวนางเป็นดั่งกบในกะลา ความรู้ยังไม่สู้ขนนกเลยด้วยซ้ำ

“นายท่าน ข้าไม่ใช่สัตว์อสูร แต่เป็นพืช” เจ้าต้นไม้นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย “ที่นี่คือมิติมายาของท่านเอง ข้าอยู่ในนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เป็นเพราะข้าถูกปิดกั้นการสื่อสารจากท่านทำให้ท่านไม่รับรู้ตัวตนของข้า แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดการสื่อสารของท่านกับมิติมายาถึงใช้การได้ บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าท่านมีอันตรายถึงแก่ชีวิตทำให้ท่านปลุกพลังธาตุมิติมายาขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ”

“เจ้ากำลังจะบอกว่าข้าอยู่ในมิติมายาและพลังของข้าถูกปิดผนึกไว้งั้นหรือ แถมข้าก็เป็นเจ้านายของเจ้าอีกด้วย” สีหน้าของหลี่หลิงเฟิ่งฉายแววฉงน

ถ้านางมีมิติมายา นางก็คือผู้ใช้พลังธาตุมิติมายาน่ะสิ จะใช่หรือ

หลี่หลิงเฟิ่งไม่คาดคิดมาก่อนว่าการที่นางตกอยู่ในอันตรายจะไปกระตุ้นพลังธาตุที่ถูกปิดผนึกของนางเข้า

นี่ไม่เท่ากับว่านางมีกระเป๋าโดเรม่อนหรอกหรือ มิติมายาที่นางครอบครองอยู่นี้สามารถไปกับนางได้ทุกที่ทุกเวลา ติดตัวนางเสมือนกระเป๋าล่องหน แถมยังเก็บสิ่งของต่างๆ ได้อีกด้วย ต่อให้พื้นที่แห่งนี้จะเล็กมากไปหน่อยก็ตาม

ถ้าคนพวกนั้นรู้ว่าตัวไร้ค่าอย่างนาง กลับกลายเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในตระกูล จะทำหน้ายังไงนะ แค่คิดก็สนุกขึ้นมาแล้วสิ

“ใช่แล้ว นั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้ข้าใช้พลังทั้งหมดของข้าเพื่อช่วยให้ท่านรอดตาย เลือดของท่านออกมาเยอะเกินไป พวกเราจึงทำพันธสัญญากันโดยบังเอิญ นี่อาจเป็นอีกเหตุผลให้มิติมายาของท่านเปิดออกมา”

เสียงอ้อแอ้เงียบไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยต่อ “ในเมื่อพวกเราเป็นนายบ่าวกันแล้ว ถ้าพลังท่านถูกผนึกไว้จริง ข้าสามารถช่วยท่านได้”

“เจ้าจะช่วยข้าอย่างไร” หลี่หลิงเฟิ่งตาเป็นประกาย น้ำเสียงที่ถามกลับไปติดจะตื่นเต้น

“ข้าคือต้นไม้แห่งจิตวิญญาณที่อยู่มาแล้วนับพันปี มีเรื่องไหนบ้างที่ข้าไม่รู้ เพียงท่านนำผลของข้าไปผสมกับน้ำทิพย์แล้วดื่ม เท่านี้พลังที่ถูกปิดผนึกอยู่ก็จะสลายไปทันที” เสียงอ้อแอ้ร้องออกมาอย่างผยอง ราวกับกำลังโอ้อวดสรรพคุณของตัวเอง

“ผลไม้ชนิดนี้ของข้าเรียกว่าผลจิตวิญญาณ นอกจากจะช่วยให้พลังของท่านปลดผนึกแล้ว พลังยุทธ์ของท่านก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวอีกด้วย และแน่นอนว่าเมื่อไหร่ที่ข้ากลายร่างเป็นคนได้ ข้าก็ออกผลอย่างอื่นให้ท่านได้อีกหลายอย่าง”

“แต่ตอนนี้ข้าได้ใช้พลังเพื่อช่วยเหลือท่านจนหมดแล้ว เหนื่อยยิ่งนัก ท่านต้องสัญญานะว่าจะเลี้ยงดูข้า ไม่ทอดทิ้งข้าเหมือนที่ผ่านมา” เด็กน้อยพูดออกมาอย่างหดหู่ใจ

“ได้สิ นำผลไม้นั่นมาให้ข้า แล้วข้าจะรดน้ำพรวนดินให้เจ้าเป็นอย่างดี” นอกจากปลดปล่อยพลังออกมาได้แล้ว ยังเพิ่มพลังให้พลังยุทธ์ได้ด้วย แม้ในใจจะนึกฉงนอยู่บ้างว่าเหตุใดพืชอสูรตนนี้ถึงบอกว่านางเคยทอดทิ้งมัน แต่คิดไปก็ไร้ประโยชน์ โลกนี้ไม่เคยมีอะไรสมเหตุสมผลมาตั้งแต่วันแรกที่นางมาเยือนแล้ว

วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล หลี่หลิงเฟิ่งเชื่อว่าสักวันนางต้องได้คำตอบอย่างแน่นอน

นี่มัน...

ดวงตาของหลี่หลิงเฟิ่งส่องประกายวิบวับ บอกได้เลยว่าตอนนี้นางตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่แล้ว

“อย่าลืมนะ ท่านต้องเลี้ยงดูข้า” หลังจากสิ้นประโยคสุดท้าย ต้นไม้ที่เคยเหี่ยวเฉา ค่อยๆ หดตัวลงเป็นต้นกล้าเหลืองเฉาพร้อมกับผลไม้สีแดงสดลูกหนึ่งกลิ้งมาตรงหน้านาง

หลี่หลิงเฟิ่งไม่คิดอะไรมาก นางหยิบผลไม้สีแดงสดขึ้นมา ลุกขึ้นเดินไปวักน้ำมารดต้นอ่อนที่กำลังจะตาย ทันใดนั้นต้นกล้าอ่อนที่เคยเหี่ยวเฉาพลันมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ชูใบสีเขียวอ่อนเต่งตึงสู้หน้านาง

“ฮึ เจ้าคงกระหายมากสินะ” หลี่หลิงเฟิ่งพูดอย่างติดตลก เปรียบดั่งเจ้าตัวน้อยนี่หิวน้ำมากจนจะเป็นลม

“ว่าแต่เจ้ามีชื่อหรือไม่ จะให้ข้าเรียกเจ้าว่าอะไรดี” หลี่หลิงเฟิ่งรออยู่นานก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ นางทึกทักเอาเองว่าเจ้าพืชอสูรตัวนี้คงจะไม่มีชื่อแล้ว

“เอาอย่างนี้มั้ย ข้าเรียกเจ้าว่า เสี่ยวมู่ ดีหรือไม่” กระแสลมเย็นสายหนึ่งพัดผ่านตัวหลี่หลิงเฟิ่ง ราวกับบ่งบอกว่ามันยินดีกับชื่อนี้

หลี่หลิงเฟิ่งยักไหล่ ไม่รอเอาคำตอบจากเสี่ยวมู่ สำหรับนางในตอนนี้การฝึกพลังยุทธ์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

นางเดินไปวักน้ำดื่มแก้กระหายเข้าไปสองสามอึก ไม่นานเรี่ยวแรงที่อ่อนล้ากลับมากระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิม

เป็นไปได้ยังไง หรือว่านี่ไม่ใช่น้ำทั่วไป

หลี่หลิงเฟิ่งขมวดคิ้วพลางครุ่นคิดถึงความแปลกประหลาดนี้ น้ำที่รดพืชอสูรให้กลับมามีชีวิตได้ทันที ซ้ำยังมีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูร่างกาย นี่ต้องไม่ใช่น้ำแร่ธรรมดาแน่ๆ หรือว่าจะเป็น...น้ำทิพย์!

เสียงในหัวใจของนางกู่ร้องอยู่ภายในอย่างบ้าคลั่งกับการค้นพบนี้

พึงเข้าใจด้วยว่าในดินแดนแห่งนี้การได้ครอบครองน้ำแร่คือสมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงน้ำทิพย์เลย สำหรับอาณาจักรหลิวเฟิงนั้น น้ำทิพย์มีอยู่แค่ในตำนานเท่านั้น!

นี่นางเจอขุมสมบัติเข้าแล้วหรือนี่ แถมยังมหาศาลอีกด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาอสรพิษ   กาลเวลา

    ข่าวการล่มสลายของค่ายโจรหมื่นโลหิตแพร่สะพัดไปทั่วทุกเขตแดน ผู้คนพูดถึงความยิ่งใหญ่ของสิบราชันย์ กล่าวขานถึงการเสียสละของตระกูลใหญ่ สาปแช่งวิถีมารในหุบเขาหยกขาว หลี่หลิงเฟิ่งวางถ้วยชาอย่างแผ่วเบา เป่ยเฉินหลงรายงานผ่านป้ายคำสั่งทองคำตามเคย ค้นทั่วค่ายไม่พบเบาะแสของหัวหน้าใหญ่ บัญชีรายชื่อทั้งหมดจบที่หัวหน้าสาม“เหมือนเงา” เป่ยเฉินหลงสรุปก่อนตัดการเชื่อมต่อหลี่หลิงเฟิ่งคิดตามเงา… ย่อมต้องมีเจ้าของหัวหน้าสามระดับนั้น นักวางค่ายกลขั้นปราชญ์ ราชันย์วิถีมารที่ผสานค่ายกลกับพลังยุทธ์ได้อย่างแนบเนียนหากไม่มีใครหนุนหลัง ทรัพยากรจะมาจากที่ใด ความรู้ต้องห้ามจะถ่ายทอดจากผู้ใด ต่อให้เป็นอัจฉริยะ ก็ไม่อาจเติบโตลำพังในถิ่นทุรกันดารสายตานางเย็นลงเล็กน้อย “ตระกูลชิง…”ชื่อหนึ่งผุดขึ้นในใจ ไม่มีหลักฐาน เอาผิดไม่ได้ บอกผู้อื่นยิ่งไม่ได้ หลี่หลิงเฟิ่งรู้สึกอึดอัดมากตระกูลชิงเงียบสูญเสียครั้งใหญ่ แต่กลับไม่เคลื่อนไหว น่ากลัวเสียจริงหลี่หลิงเฟิ่งทอดถอนใจ ไร้หลักฐานก็คือไร้หลักฐานการกล่าวหาโดยไม่มีน้ำหนักมีแต่จะเปิดช่องให้ตนเองตกเป็นเป้าอีกอย่างเรื่องนี้ห่างไกลจากตัวนาง อย่างน้อยก็ในตอนนี้อีกด้านหน

  • ชายาอสรพิษ   สิ้นแล้วค่ายโจร

    ผ่านไปอีกหนึ่งเดือนเต็ม ลานหินกลางค่ายโจรกลายเป็นซากปรักหักพัง พื้นดินแตกร้าวเป็นใยแมงมุม หลุมลึกนับสิบจั้งกระจายทั่วบริเวณ อักขระสีดำและสีทองยังคงสลับส่องแสงปะทะกันไม่หยุดศึกยังไม่ตัดสินแพ้ชนะยอดราชันย์สิบคนผลัดกันโจมตีไม่หยุดตลอดหลายวันหลายคืน แม้มีผู้บาดเจ็บล้มลงบ้าง แต่ก็มีคนเข้ามาแทนที่ทันที ราวกับคลื่นซัดใส่โขดหินไม่ขาดสายทว่าโขดหินก้อนนั้นเริ่มมีรอยร้าวแล้วหัวหน้าสามแห่งหมื่นโลหิตยืนอยู่กลางแกนค่ายกล เสื้อคลุมดำขาดวิ่น แขนข้างหนึ่งยังคงมีรอยแผลกรีด โลหิตซึมไม่หยุด ใบหน้าซูบตอบลงเล็กน้อยแม้พลังยุทธ์ของเขาจะยังพลุ่งพล่าน แต่แววตาลึกโหลนั้นฉายแววอ่อนล้าหนึ่งคนสู้กับสิบคนต่อให้เป็นราชันย์ก็ใช่ว่าจะไม่สิ้นเปลือง“มันเริ่มไม่ไหวแล้ว” ผู้นำตระกูลไป๋ตะโกน โอกาสมาถึงแล้ว เส้นพลังสีฟ้าฟาดใส่กระแทกกำแพงค่ายกลจนสั่นสะเทือนตูม!อักขระสีดำด้านหนึ่งแตกกระจายเป็นผงหัวหน้าสามแค่นหัวเราะ แม้เสียงแหบพร่า “คิดว่าข้าล้าแล้วหรือ?”เขายกมือขึ้นอีกครั้ง วิญญาณเร่ร่อนที่เหลืออยู่พุ่งกรูออกมา แต่เหล่าราชันย์เตรียมตัวไว้แล้ว สมบัติอาคมหลายชิ้นส่องประกายพร้อมกัน ผนึกพลังวิญญาณให้กระจายหายไปในอากา

  • ชายาอสรพิษ   เริ่มบุก

    ภายนอกเป็นเวลากว่าห้าเดือนหลี่หลิงเฟิ่งสามารถรวมพลังจิตและเนตรลักษณ์เข้าด้วยกันแล้ว ตอนนี้สอดส่องได้ไกลถึงหน้าตีนเขาเขตจิตลวง ที่น่ายินดีนางเจอผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชน์หลายคนแต่ไม่มีใครรู้สึกถึงตัวตนของนางได้เลย วิชาเนตรลักษณ์สมกับเป็นหนึ่งในคัมภีร์สวรรค์ระยะนี้ป้ายคำสั่งทองคำสั่นบ่อยครั้งจนนางแทบไม่มีสมาธิฝึกฝน ครั้งนี้ก็เช่นกัน นางเก็บพลังจิตกลับมา ตอบรับเป่ยเฉินหลง“คำแนะนำของท่านได้ผลจริงๆ พวกเราแก้ค่ายกลชั้นนอกได้แล้ว คาดว่าอีกไม่นานก็จะทำลายจนหมด”ตลอดหลายเดือนเป่ยเฉินหลงหมั่นติดต่อมาหานาง แทบทุกครั้งมักจะพ่วงผู้อาวุโสเป่ยเหยียนมาด้วย ต้องบอกว่าพรสวรรค์เรื่องค่ายกลของเป่ยเหยียนไม่ธรรมดา นางเพียงชี้แนะนิดหน่อยเขาก็ขยายความต่อได้ทันที หลี่หลิงเฟิ่งแนะนำเหมือนอย่างเคยก่อนตัดการติดต่อจนกระทั่งเข้าสู่เดือนที่แปด ปราการที่แข็งแกร่งที่สุดจึงพังทลายลงด้วยการรวมพลังถล่มแกนกลางตามจุดอ่อนที่หลี่หลิงเฟิ่งระบุไว้หญิงสาวไม่คิดเลยว่าค่ายกลพวกนั้นที่นางเขียนขึ้นมาลวกๆ ทำให้เหล่ายอดฝีมือค่ายกลรับมือยากขนาดนี้ นางเป็นแค่มือสมัครเล่นเองนะ ไฉนถึงก่อคลื่นลมมากมายขนาดนี้กันเล่าหลี่หลิงเฟิ่งอยากจะร้อง

  • ชายาอสรพิษ   วิชาเนตรลักษณ์

    หลังทดลองกับมังกรดินแล้วล้มเหลว หลี่หลิงเฟิ่งละเหี่ยใจ ความเข้าใจในอาคมควบคุมของนางมิได้ผิดพลาด ค่ายกลก็ไม่ขาดตกบกพร่องแต่ระดับพลัง…สิ่งมีชีวิตที่มีวิญญาณแข็งแกร่งเกินไป ต่อให้โครงสร้างถูกต้อง หากพลังไม่ถึงก็ย่อมควบคุมไม่ได้“เช่นนั้นก็ลดระดับเป้าหมายลง”สายตานางทอดไปยังหุ่นเชิดเดิมทีหุ่นเชิดต้องฝังผลึกวิญญาณเลือดเพื่อให้เกิดพลังวิญญาณเป็นแก่นขับเคลื่อนนางมีผลึกชนิดนั้นเพียงชิ้นเดียว ใส่ให้อีกตัวไปแล้วหากต้องพึ่งพาจึงจะควบคุมได้ก็ไม่ต่างจากพึ่งพาวัตถุภายนอก อีกอย่างผนึกนั่นหาง่ายเสียที่ไหน‘หากข้าใช้อาคมควบคุมเป็นตัวกำกับ ใช้ค่ายกลวิญญาณเป็นตัวดึงพลังงานจากมิติมายามาทดแทนผลึกเหล่านั้นล่ะ?’นางตัดสินใจทดลอง นำหุ่นเชิดเหล็กสองตัวออกมา เริ่มวาดอักขระกลางอากาศครั้งนี้นางไม่สร้างวิญญาณให้มัน แต่สร้างโครงสร้างรองรับคำสั่งแทนค่ายกลดูดวิญญาณถูกวาดลงอย่างประณีตแทนที่แก่นพลังเดิม จากนั้นอาคมควบคุมซ้อนทับลงไป เชื่อมตรงเข้าสู่พลังจิตของนางอักขระสุดท้ายส่องประกาย หุ่นเชิดสั่นไหวเล็กน้อย ยกแขนยกขา หมุนคอ ก้าวเดิน มันก็หยุดคิดอีกครั้ง มันคุกเข่า ง่ายดายอย่างน่าประหลาด“หรือแท้จริงแล้วการควบ

  • ชายาอสรพิษ   รู้จักใช้อาคม

    หลี่หลิงเฟิ่งยังคงจมดิ่งอยู่กับการถอดรหัสอักขระโบราณบนแผ่นโลหะเขียว ความเงียบงันรอบกายขับเน้นให้กระบวนการคิดวิเคราะห์ในใจของนางเฉียบคมยิ่งขึ้น นางเริ่มตระหนักมหาคัมภีร์สวรรค์เก้าชั้นฟ้ามิใช่การสร้างวิถีใหม่ที่แปลกแยก ทว่ามันคือการเข้าถึงแก่นแท้ของวิชาทั้งปวงบนโลกที่นางอาศัยอยู่ หากนางเข้าใจหลักการของมันอย่างถ่องแท้ นางย่อมสามารถนำไปต่อยอดและแตกแขนงวิชาพื้นฐานให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมได้หลายแขนงยิ่งศึกษายิ่งลึกล้ำทุกวันนี้ นอกจากนางจะเคี่ยวกรำฝึกฝนวิชาตามตำราที่ได้รับมาอย่างหนักแล้ว ในใจของนางยังเริ่มก่อเกิดความต้องการที่จะรังสรรค์วิชาเฉพาะตัวของตนเองขึ้นมา นางต้องการสร้างกระบวนท่าที่แปลกใหม่ เอาไว้ใช้สร้างความประหลาดใจสยบศัตรูในอนาคตแต่ยากตรงที่วิชาทั่วไปสอนให้จำ สอนให้ทำตาม สอนให้เดินตามรอยเท้าคนก่อนหน้า แต่เจ้ากลับสอนให้ข้ารื้อทุกอย่างออกมาทั้งโครงสร้างพลัง เส้นทางไหลเวียน เจตจำนงท่วงท่าเมื่อมองทะลุถึงระดับนั้น วิชาหนึ่งย่อมปรับใช้กับอีกวิชาหนึ่งได้“ในเมื่อข้าเข้าใจแก่นแท้ เหตุใดต้องเดินตามผู้อื่นเพียงอย่างเดียว”ดวงตาของหลี่หลิงเฟิ่งเข้มขึ้น นางเริ่มจากสิ่งที่ถนัดที่สุดพลังธาตุ

  • ชายาอสรพิษ   จัดเปลี่ยนของวิถียุทธ์

    กองทัพตระกูลใหญ่มีหัวหอกเป็นตระกูลเป่ย พวกเขาไม่บุกในทันที เลือกปักหลักอยู่รอบบริเวณนอกค่ายโจร การเตรียมการต่างๆ กินเวลาหลายเดือน เชิญปรมาจารย์ค่ายกลขั้นปราชญ์ออกจากการเก็บตัว ระดมกำลังจากพันธมิตรสองตระกูล รวบรวมยอดฝีมือเหนือขั้นนภาหลายคนสายข่าวแทรกซึมตามแนวเขตอันตราย ส่งข้อมูลตำแหน่งลาดตระเวน จำนวนเวรยาม ช่วงเวลาที่ค่ายกลเปิดปิด ข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งต่อมายังหุบเขาหยกขาวด้วยเช่นกัน หลี่หลิงเฟิ่งนั่งอ่านยันต์สื่อสารทีละแผ่นอย่างออกอรรถรสและแล้วเช้าวันหนึ่ง ป้ายคำสั่งทองคำสั่นขึ้นมา เสียงเป่ยเฉินหลงลอดออกมา“ค่ายกลแก้ยากกว่าที่ประเมินไว้เล็กน้อย แต่ควบคุมได้”พอหลี่หลิงเฟิ่งได้ฟังก็ยกยิ้ม แอบชื่นชมเหล่านักวางค่ายกลอยู่ในใจ สมกับเป็นแผ่นดินใหญ่ คนเก่งกาจมีเยอะจริง ๆ ตัวนางเอกก็ไม่อาจหย่อนยานฝึกฝน ทั้งสองพูดคุยกันสักก่อนจะตัดการติดต่อไปวันเดียวกันยันต์สื่อสารสว่างขึ้นกลางดึก“ค่ายกลซับซ้อนกว่าที่คิด มีชั้นซ้อนหลายระดับ ทุกครั้งที่แก้สำเร็จส่วนหนึ่ง จะกระตุ้นกลไกโจมตีอัตโนมัติ คาดว่าคงใช้ต้องเวลาอีกหลายวันถึงจะทำลายได้”หลี่หลิงเฟิ่งอ่านเงียบ ๆ สีหน้าแปลกประหลาดยิ่ง เมื่อเช้าเป่ยเฉินหลง

  • ชายาอสรพิษ   งานประมูล

    พวกหลี่หลิงเฟิ่งเลือกนั่งพักตรงเพิงน้ำชาข้างหออวี้หลิ่ว ระหว่างจิบชาทานขนมก็สังเกตคนที่มางานประมูลคืนนี้ไปด้วย เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วยามงานประมูลจะเริ่มอย่างเป็นทางการ บรรดาสำนักชื่อดังและตระกูลที่มีชื่อเสียงเริ่มทยอยมากันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสำนักศึกษาหลวง ตระกูลกวน ตระกูลจวง ตระกูลเปียว ตระกูลซ่ง

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-20
  • ชายาอสรพิษ   ประชันขันแข่ง

    หลายวันมานี้หลี่หลิงเฟิ่งอยู่อย่างสงบสุขเสมอมา นอกจากรักษาเจ้าสำนักทุกเช้า นางใช้เวลาทั้งวันไปกับฝึกหลอมโอสถที่ห้องหลอมโอสถ ใช้สมุนไพรของสำนักแพทย์โอสถราวกับน้ำ เรียกได้ว่าละลายทรัพย์ของแท้ เหตุเพราะเกิดกระทบกระทั่งกันวันนั้นจึงไม่มีใครกล้าออกมาตำหนิ กลับกันทุกคนคอยเอาใจนางทุกอย่าง วันนี้ก็เช่นกัน

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-19
  • ชายาอสรพิษ   ผู้อาวุโส 1

    “เริ่มเลยเถิด” หลี่หลิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ เมื่อคนของสำนักแพทย์โอสถไม่ยอมทำตามคำท้าของผู้อาวุโสสาม ผู้ดูแลสวินเห็นว่าเรื่องบานปลายจนมาถึงขั้นนี้แล้ว ตัวเขาเองก็ไม่มีอำนาจควบคุมอันใดได้อีก ถอนหายใจหนักหน่วงครั้งหนึ่ง จากนั้นกล่าวกับศิษย์สำนักคนหนึ่งอย่างสงบ “เจ้าไปเชิญรองเจ้าสำนักมาเป็นสั

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-19
  • ชายาอสรพิษ   เงื่อนงำ 2

    ด้วยความไม่รู้เหนือใต้ออกตก ทุกคนได้ย่างเข้ามาในพื้นที่อันตรายที่สุดในเขตหวงห้ามเสียแล้ว รวมทั้งหลี่หลิงเฟิ่งเองด้วย หญิงสาวพบว่าบรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด แม้แต่เสียงใบไม้กระทบกับลมก็ยังไม่มีให้ได้ยิน ราวกับไร้จุดหมาย ดูเหมือนว่านางเพียงแค่เดินเตร็ดเตร่มาหลายเค่อเท่านั้น หากแต่หลี่หลิงเฟิ่งระวังตัวมา

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-19
Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status