เข้าสู่ระบบมนต์นภาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกคืนหนึ่ง หัวใจเต้นระทึกยากจะสงบใจจนต้องคลำมือแตะแขนของเอี้ยนซ่านฉีไว้แน่น นางไม่เคยสะดุ้งตื่นเช่นนี้มาก่อนจึงลูบมือบนครรภ์นูนใหญ่ของตน ในใจหวาดวิตกสับสนไปหมด ‘อุ้ย... อีกแล้ว’ร่างบางก้มมองครรภ์ของตนเอง มือที่ลูบครรภ์อยู่นั้นสัมผัสได้ถึงแรงถีบจากภายใน นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกในครรภ์ส่งสัญญาณ ทำให้มนต์นภาตระหนักถึงอีกชีวิตที่ถือกำเนิด เด็กคนนี้มีชีวิตของเขาเอง เคลื่อนไหวทีละนิดซึ่งนางมิได้เป็นผู้กำหนด หัวใจของผู้เป็นแม่จึงพลอยเต้นระทึกด้วยความปิติ ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้งและค่อยๆ ปลุกพระสวามีให้ตื่น เขางัวเงีย เอื้อมมือมาลูบครรภ์“เจ็บท้องหรือ?”“อย่าเอะอะไปเพคะ เดี๋ยวลูกตื่น” มนต์นภาวางมือของตนทาบบนมือของเขา นิ่งสักพักเอี้ยนซ่านฉีก็รู้สึกชัดเจน เขาตาสว่าง หายง่วงในทันใด “หม่อมฉันเพิ่งจะรู้สึกครั้งแรกว่าซีกวาดิ้น”“ดิ้นเก่งเสียด้วย” เอี้ยนซ่านฉีหายใจแรง เก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ “ลูกชายเป็นแน่ เจ้าหนูซีกวาของพ่อ”“ลูกสาวต่างหาก”“ข้าแน่ใจว่าต้องเป็นลูกชายแน่นอน” เอี้ยนซ่านฉีทุบกำปั้นบนแผงอกของตนเองอย่างมาดมั่น “ข้าเป็นคนทำ ข้ารู้”และห
บทส่งท้าย ลูกคนแรกฤดูหนาวอันแสนโหดร้ายผ่านพ้นไปพร้อมสงคราม อากาศอุ่นขึ้นจนหิมะละลายเหลือเพียงกองหย่อม ทั่วทั้งเมืองเจียนหยางเต็มไปด้วยโบตั๋นดอกตูมซึ่งพร้อมจะผลิบานในเร็ววัน ถึงแม้ว่าองค์ชายเอี้ยนเซินจะถล่มแคว้นฉู่จนราบคาบอย่างรวดเร็ว สร้างผลงานความโหดร้ายเกรี้ยวกราดในสนามรบจนเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาไปทุกทิศ แต่แววตาของเขาก็หาได้ยินดีในชัยชนะไม่ ความเจ็บปวดที่ฝังในใจทำให้เขาปฏิเสธการแต่งงานครั้งใหม่และทุ่มเทตัวเองให้ใช้ชีวิตหมดไปวันๆ กับสงครามแย่งชิงดินแดน เมื่อมนต์นภาในฐานะน้องสะใภ้มีโอกาสพบเอี้ยนเซินอีกครั้ง สิ่งแรกที่นางจ้องมองคือปลายนิ้วก้อยของเขาเอี้ยนซ่านฉียืนอยู่ข้างๆ เขากอดเอวนางแล้วดึงเข้าแนบอก“เจ้าเห็นเหมือนอย่างที่ข้าเห็นใช่ไหม”“เห็นสิเพคะ” มนต์นภาหัวเราะคิกคักอยู่กับเอี้ยนซ่านฉีสองคน พลางพยักพเยิดให้องค์หญิงหย่งอานดูด้วย “ไม่ต้องห่วงว่าองค์ชายใหญ่จะปิดกั้นตนเองไปตลอดชีวิตหรอกเพคะ ด้ายแดงขององค์ชายเส้นใหญ่กว่าเดิมอีกนะ รับรองว่าเนื้อคู่ขององค์ชายใหญ่ต้องสดใสน่ารักมากแน่ๆ”“ใครอยู่ที่ปลายด้ายอีกฝั่งหรือ” องค์หญิงมองไม่เห็นด้ายแดงจึงชะเง้อมองอยากรู้อยากเห็น “ข้ามีด้ายแดงของข้า
จังหวะที่จงเป่ากำลังลุกขึ้น คุณหนูจ้าวหลานก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมาพอดี ทั้งคู่สบตากันนิ่งนานเหมือนลืมทุกสิ่ง เอี้ยนซ่านฉีจึงปรบมือเรียกสติ จงเป่าสะดุ้งรู้สึกตัวแต่ยังไม่อาจถอนสายตาจากคุณหนูจ้าวหลานได้ หัวหูมันอื้ออึง นางเองก็หน้าแดงก่ำ มือไม้อ่อนแรงไปหมด“พรุ่งนี้ข้าจะเป็นธุระจัดการงานแต่งให้พวกเจ้า”“หา? เอ่อ... คงไม่... เอ่อ... ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” จงเป่ายังมึนงงแต่หัวใจพองโต รีบร้องขอบพระทัยด้วยความยินดี คุณหนูจ้าวหลานเริ่มได้สติจึงเหลียวมองไปรอบๆ อย่างสับสนว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นางพูดอะไรไม่ออกเมื่อลืมตาฟื้นขึ้นมาพบนายทหารหนุ่มท่าทางองอาจ หัวใจของนางก็แอบกระเด็นกระดอนออกมาจากอก เอี้ยนซ่านฉีจึงสบตามนต์นภาอย่างรู้กัน ก่อนจะออกคำสั่ง“สีหน้าของแม่นางจ้าวหลานยังคงซีดเซียว ฝากเจ้าดูแลนางด้วยนะจงเป่า”“ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”แม้แต่เด็กสามขวบยังเห็นความรักของจงเป่า คิวปิดเข่นเขี้ยวพลางร้องเชอะ ถึงแม้ว่าศรแห่งวีนัสจะจับคู่รักได้สำเร็จ แต่คิวปิดก็ยังรู้สึกโดนลูบคมอยู่ดี ขืนหันหลังกลับไปตอนนี้ พวกเทพตะวันออกจอมป่าเถื่อนจะต้องเยาะเย้นทับถมไปชั่วกาลนานเป็นแน่ ดังนั้นคิวปิดจึงยังไม่ยอมรามือง่าย
อาวุธของทั้งสองนั้นก็คือด้ายแดงที่ถักทอจากหัวใจนั่นเอง“นี่แหละรักแท้ พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์” หงส์แดงกับคณะโป๊ยเซียนต่างทอดถอนหายใจ คิวปิดกับเฒ่าจันทราน่าจะเข้าใจความรักมากกว่าผู้ใดแท้ๆ แต่กลับมองไม่ออก“มันจบแล้ว!”กามเทพร่างอวบง้างคันศรจนสุดแล้วปล่อยมือในทันใด ศรแห่งวีนัสพุ่งแหวกอากาศอย่างรวดเร็วรุนแรงปานสายฟ้าฟาด เกิดประกายไฟลูกโตพุ่งทะยานจนมองตามแทบไม่ทัน ตามด้วยเสียงดังสนั่นสะเทือนฟ้าดิน“ช่างโง่นัก ด้ายแดงเส้นเล็กๆ ของพวกเจ้าจะถูกทำลายในพริบตา” คิวปิดหัวเราะเยาะ ลูกศรแห่งวีนัสพุ่งปักทะลุหัวใจของคุณหนูจ้าวหลาน ก่อนจะมุ่งตรงไปหาเอี้ยนซ่านฉี เขาจับมือมนต์นภาไว้แล้วยกด้ายแดงขึ้นมาต้านทานศรแห่งวีนัสปะทะด้ายแดงของทั้งคู่ด้วยพลังงานมหาศาล และต่อให้คิดต่อต้านเพียงใด ผู้ที่ต้องศรแห่งวีนัสไม่ว่าจะเป็นชายชราหงำเหงือกหรือนางชีเข้มงวด คนผู้นั้นจะร้อนรุ่มโหยหารักและต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความรักเจ็ดภพเจ็ดชาติไม่มีวันดิ้นหลุด เฒ่าจันทราหน้านิ่วคิ้วขมวดมานาน ความรู้สึกเบื้องลึกนั้นเตือนตัวเองบ่อยๆ ว่ากำลังทำเรื่องไม่ถูกต้อง มนต์นภากับท่านฉีอ๋องรักกันจากหัวใจ แต่ศรแห่งวีนัสได้ถูกยิงออกมาแ
“เฒ่าจันทราแห่งตะวันออกทำหน้าที่ล้มเหลว กามเทพแห่งตะวันตกอย่างข้าก็จะออกโรงจัดการให้ ในเมื่อเจ้าปฏิเสธโชคชะตาครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า ข้าจะกำจัดบาปอันน่ารังเกียจไปจากที่นี่ให้เอง”“ข้าเพียงแต่ต้องการลิขิตชะตาของตนเอง ข้าต้องการอยู่ครองคู่กับคนที่ข้ารัก ไม่ใช่คนที่พวกท่านลิขิตผูกพันให้ตามใจชอบ”“น่าละอาย! เจ้าควรยอมรับบัญชาจากพระผู้เป็นเจ้าต่างหาก”คิวปิดชี้หน้าร้องตะโกนเหมือนโกรธใครมา แต่ยังไม่ทันทำอะไร ไหสุราและของเซ่นมากมายก็ลอยละลิ่วมาถล่มใส่คิวปิดชนิดที่เรียกว่าเละตุ้มเปะ“ไอ้ลูกแหง่คิวปิดมาซ่าแถวนี้อีกแล้วว้อย ห้าวนักนะ แถวนี้เขตใครเขตมัน นังหนูไม่ใช่ลูกหมาตามพระเจ้าต้อยๆ พวกเราสอนให้ตัดสินใจเลือกแล้วรับผลที่จะตามมาเองต่างหากว้อย ไปสาระแนที่อื่นไป๊” เทพเสวียนอู่พร้อมด้วยปวงเทพและเซียนน้อยใหญ่รวมตัวกันบนหลังคาอีกฟากหนึ่ง เสียงร้องด่าดังแจ้วๆ ใครมีเกราะมีฉาบก็บรรเลงเคาะเรียกพวกมารุมฝรั่งมีปีก“จัดจ้านนักเหรอไอ้อ้วน”“แน่จริงมาตัวต่อตัวกันสิวะ เด็กมันรักกัน ไปรังแกเด็กมันทำไม”“กลับไปดูแลเมียของเจ้าให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยมาวุ่นวายกับความรักของผู้อื่น แส่ไม่เข้าเรื
ตอนที่มนต์นภาติดตามพระสวามีกลับมายังเมืองชายแดน หิมะกำลังโปรยปรายปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างจนขาวโพลน อากาศหนาวเย็นเสียจนเวลาพูดจะมีควันออกจากปาก ดอกเหมยสีแดงสดที่ปลูกตามบ้านเรือนกำลังผลิบานท้าทายความหนาวอย่างน่าชื่นชม แต่งแต้มให้เมืองงดงามราวกับหยุดเวลาไว้ กองฟางอันแสนวุ่นวายในโรงเลี้ยงม้ายังคงอยู่เหมือนเดิม แม้แต่จวนเจ้าเมืองที่เคยดูน่าเกรงกลัวในวันวาน มนต์นภาก็รู้สึกผูกพันและใจหายอย่างบอกไม่ถูก ช่วงสาย แดดแรงกล้าพอให้ออกมาเล่นสนุกผ่อนคลาย เอี้ยนซ่านฉีหงุดหงิดเล็กน้อยที่แคว้นหลี่มีการเคลื่อนไหวเพื่อก่อกวน เขาไม่ต้องการให้พี่ชายเสียสมาธิจึงตั้งใจหาทางสยบแคว้นหลี่ให้อยู่นิ่งๆ ระหว่างที่กำลังเดินกลับเข้ามาจากข้างนอกจวน ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาก็พลันเปลี่ยนไปมีรอยยิ้มน้อยๆ ร่างกายที่ตึงๆ มาตั้งแต่เช้าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง มนต์นภากำลังมัดเจ้าเทียนเทียน สุนัขตัวโปรดที่งามที่สุดของเขา เทียนเทียนทั้งดิ้นทั้งร้อง ต้องใช้คนช่วยกันจับถึงสามคนกว่าจะยกตัวเทียนเทียนขึ้นไปวางบนโต๊ะในศาลาได้ เอี้ยนซ่านฉีจึงก้าวเข้าไปดูว่าเมียของเขากำลังจะทำอะไร “เจ้านาย ช่วยด้วยๆๆ นางจะเชือดกระหม่







