LOGINจากตำนานเล่าขาน หากขอพรจากรูปปั้นเสวียนอู่ เทพดาราประจำทิศเหนือ จะสุขสมหวังทุกประการ เอี้ยนซ่านฉี จึงแกล้งขอเมียไว้นอนกอดสักคน คิดไม่ถึงว่าเทพเสวียนอู่จะทรงนึกเอ็นดู บันดาลให้ตามที่ขอ แต่พอส่งนางมาแล้ว กลับวุ่นวายดีพิลึก! มนต์นภา เพียงแค่เผลอนั่งหลับในศาลเจ้า เทพเสวียนอู่ก็ลักพาตัวนางมามอบให้องค์ชายรองแห่งแคว้นเอี้ยน หล่นตุ้บมาอยู่ท่ามกลางฝุ่นควันโขมงกลางสนามรบ ในฐานะเชลยบำเรอกาม ของกำนัลสูงค่าอะไรกัน... ถามความสมัครใจของเธอสักคำบ้างก็ดีนะ!
View More
สวัสดีค่ะ พบกันอีกครั้งกับซีรีส์ดวงใจจตุรทิศ ซึ่งประกอบด้วยชายามังกร ชายาพยัคฆ์ ชายาเสวียนอู่และชายาหงส์นะคะ ซึ่งเป็นเรื่องราวความรักของสี่พี่น้อง ทั้งสี่เรื่องสามารถแยกอ่านกันได้ สำหรับชายาเสวียนอู่นั้นจะอยู่ลำดับแรกของซีรีส์ชุดนี้ เรื่องราวจะเกิดขึ้นก่อนและแตกต่างเรื่องอื่นตรงที่นางเอกทะลุมิติเวลามานั่นเอง
นานมาแล้วปุ๋มเคยอ่านเรื่องลึกลับ (หนังสือหายไปแล้ว น่าเสียดายมาก) เนื้อเรื่องเล่าถึงชายชาวอเมริกันซึ่งกำลังยืนอยู่หน้าบ้านตัวเอง มีภรรยากับลูกๆ อยู่ในบริเวณนั้นและมีเพื่อนบ้านเห็นเหตุการณ์ว่า ในจังหวะที่ชายคนนี้กำลังก้าวเดินผ่านสนามหญ้า จู่ๆ ร่างของเขาก็หายวับไปเหมือนตกหล่นลงไปในโพรงลึกอย่างไรอย่างนั้น ทุกคนต่างนิ่งอึ้งด้วยความสับสนว่าเขาหายไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร พื้นหญ้าตรงนั้นก็เป็นพื้นเรียบๆ ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่หลังจากพยายามหาเท่าไรๆ ก็หาไม่พบ ทุกคนจึงได้แต่วิเคราะห์ไปต่างๆ นานา ความลึกลับเริ่มน่ากลัวขึ้นตรงที่พื้นหญ้าตรงจุดที่เขาหายวับไปมันแห้งตายอยู่จุดเดียว เมื่อเวลาผ่านไปเจ็ดเดือน มีคนได้ยินเสียงของเขาออกมาจากพื้นที่เขาหายวับไป ผู้คนจึงยิ่งวิเคราะห์กันไปใหญ่ว่าเขาคงจะต้องหายไปในมิติที่ทำให้เขายังมีชีวิตอยู่ได้ และความลึกลับนั้นก็ยังไม่มีใครอธิบายจนถึงทุกวันนี้
ตอนที่อ่านครั้งแรก บวกกับรูปประกอบเก่าๆ น่ากลัวๆ ปุ๋มก็สยองมาก พอโตขึ้นมานั่งนึกดู... เราโดนเรื่องสั้นท้ายเล่มการ์ตูนอำเสียแล้ว ฮ่าๆ แต่เสน่ห์ของเรื่องลึกลับนี้อยู่ตรงที่ทำให้คนอ่านคิดจินตนาการไปต่างๆ นานาว่าชายผู้น่าสงสารหายไปอยู่ในมิติแบบไหนกันนะ นิยายแนวทะลุมิติจึงมีเสน่ห์สำหรับปุ๋มเสมอมาค่ะ ดังนั้นจึงเลือกที่จะวางโครงเรื่องชายาเสวียนอู่ให้นางเอกเป็นนักศึกษาปีสองธรรมดาๆ ไม่มีความสามารถอะไรพิเศษเลย อยู่ดีๆ ก็หล่นตุบไปอีกมิติหนึ่งด้วยฝีมือของเทพเสวียนอู่ พรั่งพร้อมด้วยเหล่าเทพเซียนและม้าสัปดนที่ยิ่งเพิ่มความป่วน
หวังว่าทุกท่านจะถูกใจนิยายเรื่องนี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานด้วยค่ะ
สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของปุ๋มได้ที่แฟนเพจ มณีริน (@maneerin.novel)
ตันเหมย (ปุ๋ม)
------------
นักกวีกล่าวไว้ว่าแคว้นเอี้ยนช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงเป็นความงามลงตัวที่สุดในแผ่นดิน สีสันพรรณพุ่มหลากสีจะไล่ระดับดุจแต้มด้วยพู่กันของเหล่าทวยเทพ กลิ่นดอกไม้หอมกรุ่นชวนเบิกบาน นกขมิ้นสองตัวบนกิ่งหลิวส่งเสียงเจื้อยแจ้วลอยตามลม และเหนือทิวเขาอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตานั้น นกกระยางขาวกำลังทะยานเป็นแนวสวยงาม
เจียนหยาง เมืองหลวงของแคว้นเอี้ยนตั้งตระหง่านบนที่ราบเชิงเขา กำแพงเมืองสีเทาทะมึนยาวพาดไปตามแนวเขา มั่นคงแข็งแกร่งไม่มีวันสั่นคลอนราวกับจะยืนหยัดไปอีกนับพันปี เมื่อดวงตะวันเริ่มเคลื่อนตัวจากขอบฟ้าฉายแสงอันแรงกล้า ความเอกอุของผืนแผ่นดินแห่งนี้ก็ยิ่งงดงามไร้ที่ติ
ท่ามกลางพรรณไม้หลากสีในฤดูใบไม้ร่วง เบญจมาศดอกใหญ่เท่าชามกำลังบานสะพรั่งอวดโฉม วังหลวงอันสง่างามแห่งเจียนหยางทอดยาวในอ้อมกอดขุนเขา สงบงาม... อบอุ่น... และจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป
เด็กหญิงนามหย่งอานเดินลัดเลาะระเบียงผ่านทางเดิน ผ่านกลุ่มนางกำนัลและขันทีซึ่งค้อมคำนับนางอย่างนอบน้อม
“พี่รองอยู่ที่ไหนรึ”
องค์หญิงวัยเจ็ดขวบเอ่ยถามพี่เลี้ยง แววตาของนางสงบนิ่ง ผมยาวสลวยมัดเป็นมวยสองข้างล้อมกรอบดวงหน้าสวยพริ้มเพรา ชุดกระโปรงสีชมพูสดใสมีรอยเปื้อนดินเปื้อนโคลน ข้างเอวเหน็บมีดสั้นเก่าๆ และกระบี่ยาวลากพื้น ดูพยายามแสดงตัวตามประสาเด็กๆ ว่าเป็นผู้มีวิชา
“องค์ชายทรงกำลังแต่งพระวรกายเพื่อคุมทัพไปรบเพคะองค์หญิง”
“ขอบใจนะ”
หย่งอานมีบรรดาศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงแห่งแคว้นเอี้ยน แต่นิสัยชอบเล่นต่อยตีเหมือนเด็กผู้ชาย นางจึงเพียรขอติดตามพี่ชายคนรองไปยังสนามรบด้วยให้ได้แต่ไม่เคยได้รับอนุญาต พี่ใหญ่ก็ไม่ให้ พี่สามก็ไม่สนใจ ส่วนพระบิดาไม่ต้องพูดถึง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมให้เด็กอย่างนางออกไปเปิดหูเปิดตาในสนามรบ ศึกที่พี่รองต้องไปจัดการครั้งนี้ พวกพี่ๆ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นการก่อกวนของแคว้นหลี่ ศัตรูตัวฉกาจของแคว้นเอี้ยน ซึ่งทางแคว้นนั้นส่งองค์ชายมือใหม่ลงสู้ศึกเป็นครั้งแรกเพื่อวัดระดับฝีมือและสะสมชื่อเสียง องค์ชายผู้นั้นบุกเข้ามาชิงเมืองหน้าด่านสำคัญ พี่รองจึงต้องระดมพลโดยเร่งด่วนเพื่อรับมือโดยไม่ประมาท
“มันชื่อหลี่เซวียนหลง เพิ่งนำทัพออกศึกเองเป็นครั้งแรก แต่จะดูแคลนฝีมือของมันไม่ได้”
องค์ชายรองเอี้ยนซ่านฉีพูดคุยอยู่กับพี่ชายน้องชายในตำหนักหม่าจิน เบื้องหน้ามีกระดานทรายสำหรับวางกลยุทธ์ ตำหนักแห่งนี้มีการควบคุมเฝ้าระวังแน่นหนาเพราะเป็นศูนย์กลางบัญชาการทัพ บรรดาขุนนางระดับสูงจากกรมกองที่เกี่ยวข้องหมุนเวียนเข้ามาถวายรายงานไม่ได้หยุด
“มันผู้นี้สร้างชื่อครั้งแรกเมื่ออายุเพียงสิบสี่ ได้รับตำแหน่งนายกองร้อย นายกองสามร้อย นายกองพัน และล่าสุดก็รับหน้าที่รองแม่ทัพของหลี่อ๋อง รับคำสั่งให้ออกอาละวาดแถบชายแดน”
เอี้ยนเซินผู้เป็นพี่ใหญ่นั่งพิจารณาข่าวสารอยู่ท่ามกลางเอกสารที่รออนุมัติ ส่วนองค์ชายสามเอี้ยนซื่อจิ้น นั่งพาดขาเหยียดยาวอยู่ที่ขอบหน้าต่าง มือเล่นตัวหมากซึ่งใช้เป็นสัญลักษณ์แทนกองทัพบนกระดานทราย เขาลองวางมันตามจุดยุทธ์ศาสตร์ หาแนวทางชนะศึก
“ชัยภูมิทางทิศตะวันตกของเจียนหยางเป็นป่าเขาสลับที่ราบซับซ้อน ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงเลือกบุกทางที่ยากลำบากเช่นนั้น”
“ถ้าให้เดา เจ้าหนุ่มคนนี้คงจะร้อนวิชาเป็นแน่...”
“ยิ่งมันบ้าระห่ำก็ยิ่งเข้าทางพวกเรา” เอี้ยนซ่านฉีมีรอยยิ้มและแววตาดิบเถื่อนตามประสาแม่ทัพชั้นแนวหน้า
“องค์หญิงหย่งอาน” องครักษ์คนสนิทขององค์ชายทั้งสามซึ่งเฝ้าอยู่หน้าตำหนักเห็นองค์หญิงน้อยเดินดุ่มเข้ามา พวกเขาจะร้องเอ่ยชื่อเพื่อแจ้งเหล่าเจ้านายผู้สูงศักดิ์ แต่องค์หญิงโบกมือห้ามไว้ก่อน
“ทักษะการวางแผนยังดูสะเปะสะปะก็จริง แต่คนผู้นี้กล้าได้กล้าเสี่ยง เจ้าต้องระวังสถานการณ์สุนัขจนตรอก”
“เข้าใจแล้วพี่ใหญ่ ข้าคิดว่ามันคงต้องการทำศึกยืดเยื้อ... ไม่แน่ว่าอาจเป็นแผนก่อกวนให้แคว้นเหลียนฉวยโอกาสเข้าตี หากเราเพลี่ยงพล้ำ ทางแคว้นหลี่ต้องร่วมมือกับแคว้นเหลียน รุมกินโต๊ะเราแน่นอน” เอี้ยนซ่านฉีวางกำลังพลไว้ที่ชายแดนแคว้นเหลียนมากขึ้น และกำหนดจำนวนไพร่พลเข้าต่อกรกับแคว้นหลี่ด้วย
“เจ้าสาม เดี๋ยวเจ้าคอยดักฮวาเอ๋อร์ไว้ นางร้องจะตามข้าไปดูการทำศึกแนวหน้าด้วย ขืนปล่อยให้นางหลุดไปได้ เสด็จพ่อเชือดข้าตายแน่นอน”
“ทราบแล้วพี่รอง เดี๋ยวข้าจัดการให้”
“เฮ้ย... ป๋าให้ฟรี เห็นป๋าเป็นพวกขี้งกหรือไง ตอนนี้ช้ามากแล้ว รีบไปหาว่าที่สามีของเจ้ากันเถอะ”“แต่... ทำไมถึงต้องเป็นฉันด้วยละคะ”“เจ้ามีคนรักแล้วหรือยัง”“ยังค่ะ ไม่เคยมี” พูดแล้วมันเศร้า จะว่ามีก็มีเพราะมนต์นภาเปลี่ยนสามีทุกครั้งที่มีซีรีย์เรื่องใหม่มาฉาย“เจ้าอยากมีคนรัก อยากมีคนนอนกอดอุ่นๆ มั้ย เอาแบบหล่อๆ ล่ำๆ กล้ามเป็นมัดๆ เอะอะถอดเสื้อ เอะอะพาเข้านอนอ่ะ อ่อ... ทำกับข้าวอร่อยด้วยนะ”แค่ได้ฟังสรรพคุณดีงามน่าบูชาของว่าที่สามีผู้นี้ แววตาของมนต์นภาก็เป็นประกาย คุณสมบัติพึงมีพึงประสงค์ชนะเลิศแบบนี้ ถ้าได้นอนกอดจริงๆ จะกอดแน่นหนึบทั้งคืนเลยเชียว แต่... กรอบระเบียบกุลสตรีมันค้ำคอ เพราะฉะนั้นนางจะแสดงออกนอกหน้านอกตาจนเกินงามไม่ได้“ว่าไง?”“ไม่อยากได้ค่ะ”“ปี๊บ”เสียงระบบจับเท็จของหินโชคชะตาดังลั่น มนต์นภาจึงกลั้นหายใจแล้วตอบเสียงดังฟังชัด “ฉันอยากได้ผู้ชายคนนี้ค่ะ!!”“ดีมาก อย่าลืมใช้ของวิเศษของข้านะ” มนต์นภาก้มดูจี้ลูกแก้วทำเป็นรูปเต่า ส่วนกาวแปลภาษาพิลึกแลดูเสื่อมเหลือเกิน จู่ๆ มีเต่าพูดได้หว่านล้อมให้มีผัวแถมให้นู่นให้นี่ ซิกมันต์ ฟรอยด์บอกว่าความฝันเป็นตัวสะท้อนความปรารถนา มนต์นภ
บทที่ 2 ป๋ามาแล้ว“ป๋าเอง”สุรเสียงลุ่มลึกน่าเกรงขามดังก้องขึ้น บรรยากาศโดยรอบแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เหล่ายมทูตในชุดสูททักซิโด้ต่างค้อมกายทำความเคารพ รวมทั้งดวงวิญญาณที่กำลังต่อแถวพากันเงียบเสียงลงอย่างสำรวมในทันใด มนต์นภาอ้าปากหวอตั้งแต่เจ้าหินโชคชะตาบอกว่าตนยังไม่ตายแล้ว นางยิ่งอึ้งขึ้นกว่าเดิมเมื่อเจ้าของเสียงดังกังวานนั้นคือเต่าดำหนึ่งตัว ดวงตากลมโต ขนตางอนเช้งดูน่ารักและมีหนวดม้วนสวยใต้จมูกเจ้าเต่าเดินต้วมเตี้ยมเตาะแตะ ยิ่งดูก็ยิ่งไม่ใช่เต่าธรรมดา เพราะนอกจากจะพูดได้แล้วยังใส่เนกไทเล็กๆ กับเสื้อฮาวายสีฉูดฉาด ปากคาบไปป์อย่างมีมาด ส่วนงูตัวใหญ่ที่เลื้อยพันกระดองนั้นสวมเสื้อไหมพรมสีเขียวสะท้อนแสง และใส่แว่นกันแดดด้วย แฟชั่นพังพินาศมาก“ป๋าเป็นผู้นำตัวหญิงสาวผู้นี้มาเอง”“ท่านเสวียนอู่ ทำเช่นนี้มันผิดกฎนะขอรับ ท่านต้องรีบนำตัวนางกลับไปก่อนที่ท่านพญายมบาลจะทราบเรื่อง” หินโชคชะตาเปิดไฟดิสโก้เธคของตนเอง ส่องแสงวาบๆ สลับสีรัวเร็วน่าเวียนหัว เต่าดำหรือเทพเสวียนอู่มิได้นำพา เอาแต่พ่นควันจากไปป์ปุ๋ยๆ“ไม่ต้องห่วง ป๋าคุยกับท่านพญายมไว้แล้ว แม่สาวคนนี้จะต้องไปกับป๋า... นังหนู ป๋าจะพาเจ้าไปเ
บทที่ 1 มนต์นภา สวรรค์... หรือนรก? ที่นี่คือที่ไหนกันมนต์นภากะพริบตาปริบๆ ขณะเดินตามแถวซึ่งออแน่นด้วยผู้คน ไม่สิ... ไม่ใช่คน แต่เป็นวิญญาณคนตาย บางคนมีมีดปังคอเสียบที่คอ บางคนก็ถือแขนที่ขาดไว้ บางคนไม่มีศีรษะ ส่วนบางคนมีรอยเชือกรัดที่ลำคอ มีคราบเลือดไหลจากมุมปาก ไม่ก็มีรอยกระสุนรอยแทงตามเนื้อตัวหญิงบางคนอุ้มทารกตัวแดงๆ ในอ้อมแขนหมายความว่านางตายทั้งกลม แต่ละคนหมกมุ่นอยู่กับห้วงวินาทีก่อนตายของตนเอง ปากบ่นพึมพำว่าต้องการแก้แค้นๆ บางคนเหม่อลอยหรือไม่ก็สะอึกสะอื้นร้องไห้เศร้าสร้อย... ไม่มีใครสนใจใครเลยดวงวิญญาณทุกดวงได้ตราประทับที่ข้อมือว่า ‘รุ่น 11/4/2018’มันคงจะหมายถึงวันตาย คนเรามีเพื่อนร่วมรุ่นสมัยประถม มัธยม มหาวิทยาลัย รวมไปถึงเพื่อนร่วมงาน เพราะฉะนั้นจะมีเพื่อนร่วมรุ่นวันตายก็เก๋ไปอีกแบบ ทุกคนที่ต่อแถวเรียงรายตายในวันเดียวกัน ซึ่งก็ค่อนข้างหนาแน่นเพราะช่วงวันสงกรานต์มีอุบัติเหตุรถชนตายหมู่เกิดขึ้นเยอะ แต่บางคนก็หมดอายุขัยสิ้นใจอย่างสงบ ซึ่งมนต์นภาคิดว่าวิญญาณกลุ่มนี้ทำบุญมาดี แต่บางคนเป็นโรคร้ายตายอย่างทรมาน ร่างกายซูบซีดจนน่าสงสารมนต์นภาลองพิจารณาเรื่
ข้าอยากเป็นแม่ทัพเก่งๆ อย่างพี่รอง ถ้ามัวแต่เย็บปักถักร้อยแล้วเมื่อไหร่ข้าจะได้นำทัพ” “ฮวาเอ๋อร์... เจ้าอยากไปเปิดหูเปิดตาข้าไม่ห้าม แต่เตรียมตัวเตรียมใจรับทัณฑ์ไม้เรียวจากเสด็จพ่อแล้วใช่หรือไม่” “แน่นอน ข้าไม่กลัวหรอกเพคะ” “แล้วก็กระบวนท่าฟาดก้นของพี่ใหญ่ ของข้าแล้วก็ของเจ้าสามอีก เตรียมใจไว้แล้วยัง” เสด็จพ่อกับพี่ใหญ่ใจดี ตีแค่พอเป็นพิธีก็เลิก ส่วนพี่สามไม่เน้นตีเน้นด่าอย่างเดียว แต่ลองพี่รองเอ่ยปากออกมาเช่นนี้แล้ว ไม้เรียวไม่หักก็ไม่เลิกรา องค์หญิงชะงัก คิดหนักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบทั้งๆ ที่เหงื่อซึมเต็มหน้า “จะตีก็ตี ข้าไม่เกี่ยงงอนแม้แต่นิดเดียว ต่อให้พี่รองตีจนขาหักข้าก็ไม่ร้องโอดครวญ” “ดี! สมแล้วที่เป็นน้องสาวข้า”เอี้ยนซ่านฉีเอื้อมมือของตนมาหิ้วคอเสื้อเด็กหญิง ย้ายนางให้มานั่งม้าตัวเดียวกันกับเขา เอี้ยนซ่านฉีเป็นชายชาตินักรบที่ลงสมรภูมิตั้งแต่อายุน้อยๆ ในเมื่อนางดื้อด้านนักก็ให้ไปลองสัมผัสความโหดร้ายด้วยตัวเอง เอี้ยนซ่านฉีวางกฎอย่างเข้มงวดและร่ายข้อห้ามนับสิบข้อ พร้อมย้ำว่าหากนางไม่เชื่อฟังคำสั่ง เขาจะจับตัวใส่กรงและเอาผ้าคลุมปิ





