แชร์

บทที่ 2 ป๋ามาแล้ว 1

last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-23 11:28:07

บทที่ 2 ป๋ามาแล้ว

           

“ป๋าเอง”

สุรเสียงลุ่มลึกน่าเกรงขามดังก้องขึ้น บรรยากาศโดยรอบแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เหล่ายมทูตในชุดสูททักซิโด้ต่างค้อมกายทำความเคารพ รวมทั้งดวงวิญญาณที่กำลังต่อแถวพากันเงียบเสียงลงอย่างสำรวมในทันใด มนต์นภาอ้าปากหวอตั้งแต่เจ้าหินโชคชะตาบอกว่าตนยังไม่ตายแล้ว นางยิ่งอึ้งขึ้นกว่าเดิมเมื่อเจ้าของเสียงดังกังวานนั้นคือเต่าดำหนึ่งตัว ดวงตากลมโต ขนตางอนเช้งดูน่ารักและมีหนวดม้วนสวยใต้จมูก

เจ้าเต่าเดินต้วมเตี้ยมเตาะแตะ ยิ่งดูก็ยิ่งไม่ใช่เต่าธรรมดา เพราะนอกจากจะพูดได้แล้วยังใส่เนกไทเล็กๆ กับเสื้อฮาวายสีฉูดฉาด ปากคาบไปป์อย่างมีมาด ส่วนงูตัวใหญ่ที่เลื้อยพันกระดองนั้นสวมเสื้อไหมพรมสีเขียวสะท้อนแสง และใส่แว่นกันแดดด้วย แฟชั่นพังพินาศมาก

“ป๋าเป็นผู้นำตัวหญิงสาวผู้นี้มาเอง”

“ท่านเสวียนอู่ ทำเช่นนี้มันผิดกฎนะขอรับ ท่านต้องรีบนำตัวนางกลับไปก่อนที่ท่านพญายมบาลจะทราบเรื่อง” หินโชคชะตาเปิดไฟดิสโก้เธคของตนเอง ส่องแสงวาบๆ สลับสีรัวเร็วน่าเวียนหัว เต่าดำหรือเทพเสวียนอู่มิได้นำพา เอาแต่พ่นควันจากไปป์ปุ๋ยๆ

“ไม่ต้องห่วง ป๋าคุยกับท่านพญายมไว้แล้ว แม่สาวคนนี้จะต้องไปกับป๋า... นังหนู ป๋าจะพาเจ้าไปเจอของดี”

เต่าดำแสยะยิ้มให้มนต์นภาซึ่งถอยกรูดไปชิดติดหินโชคชะตา เพราะตอนแรกเทพเต่าปรากฏกายออกมาตัวเล็กนิดเดียว แต่พอเคลื่อนเข้ามาใกล้ ร่างกายของเทพเต่านามว่าเสวียนอู่ก็ใหญ่โตปานภูผา แต่ฝีเท้าเบากริบเพราะลอยอยู่บนเมฆทิพย์สีทอง

“โอ๊ะๆ โทษที ข้าลืมไปว่าที่นี่แคบ”

ว่าแล้วก็ย่อขนาดลงมาจนเหลือขนาดเท่าหินโชคชะตา แม้ว่าจะหน้าตาน่ารักใสๆ แต่เทพเต่าดำองค์นี้เป็นบริวารของเทพดาราเสวียนเทียนสั้งตี้แห่งกลุ่มดาวทิศเหนือ ฐานะเจ้านายของเต่าตัวนี้ไม่ธรรมดาเพราะมีฐานะเป็นรองเพียงเทพผานกู่[1] ซานซิง[2] และอวี้หวงต้าตี้[3]เท่านั้น เทพเสวียนอู่กำเนิดจากปราณฟ้าและดินผสานกัน จึงได้รับความเคารพนับถือในฐานะเทพดาราทิศเหนือ จัดอยู่ในกลุ่มจตุรทิศซึ่งประกอบไปด้วยมังกรเขียว หงส์แดง พยัคฆ์ขาวและเต่าดำ มนต์นภามึนตึ้บ เริ่มรู้สึกบ้าขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นเต่ากับก้อนหินเถียงกันดังล้งเล้ง

ใช่แล้ว...

นางต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ มนต์นภาจึงลองลูบกระดองเต่าเล่นและเด็ดหญ้าแถวนั้นยื่นให้ “สาธุ ลูกช้างขอเลขเด็ดๆ สามตัวตรงสักงวด ถ้าถูกเลขตรงๆ แล้วลูกช้างสัญญาว่าจะตั้งใจเรียน ลูกช้างขออนุญาตถูกระดองนะคะ”

“อย่าทะลึ่งเบเบ๋ ป๋าคือเทพเสวียนอู่ บริวารของท่านเสวียนเทียนสั้งตี้ ส่วนเจ้างูนี่เป็นปีศาจแต่ถูกท่านเสวียนเทียนสั้งตี้ปราบ ดังนั้นจึงถวายตัวเป็นบริวารเช่นกัน เอาล่ะ อย่ามัวเสียเวลา ‘เขา’ กำลังรอเจ้าอยู่”

“คะ...ใคร”

“ว่าที่สามีของเจ้าไง หล่อล่ำคมเข้ม อึด รวย ขี้งอน ไล่แค่ไหนก็ไม่ไป ที่สำคัญยังโสด ท่านเสวียนเทียนสั้งตี้สั่งให้ป๋าคัดอย่างดี รับรองไม่ผิดหวัง”

“เดี๋ยวๆๆ เดี๋ยว ใจเย็นๆ ใคร... อะไร... ยังไง... ทำไมจู่ๆ ฉันต้องมีสามี”

“ก็มีคนมาขอเจ้าจากท่านเสวียนเทียนสั้งตี้ และเจ้าก็ขอพรคู่ครองจากท่านเวลาเดียวกันพอดี ใจตรงกันเปะ เจ้านายของป๋าจึงส่งเสริมให้”

ส่งเสริม?.... ส่งเสริมบ้าอะไร ลักพาตัวกันชัดๆ

มนต์นภากลอกตาขึ้นบน สมองตีเลขหวยอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมาโผล่ที่มิติประหลาดนี่ นางจุดธูปขอเนื้อคู่อยู่จริงๆ จำได้ว่าเทพที่ขอเป็นรูปปั้นนักรบ พระหัตถ์ขวาถือกระบี่ พระหัตถ์ซ้ายถือธงสีดำเฮยลิ่งฉี อันเป็นสัญลักษณ์ของการบัญชาทหารสวรรค์ทางด้านทิศเหนือ ส่วนพระบาททั้งสองข้างนั้นเหยียบเต่าและงู มนต์นภาอ่านตัวอักษรจีนที่สลักชื่อเทพองค์นี้ไม่ออก แต่รู้สึกว่าท่านขึงขังดีก็เลยจุดธูปขอสามีแมนๆ ล่ำๆ สักคน...

“ถอนคำขอพรตอนนี้ทันมั้ยคะ”

“ไม่ได้ เจ้านายป๋าไม่มีนโยบายคืนคำขอพร... ให้แล้วให้เลย เอาน่า ไม่ต้องกลัว ป๋าจัดการให้ทุกอย่าง รับรองว่าเด็กป๋าได้คู่ครองดีเลิศทุกคน” เทพเสวียนอู่โปรยผงละอองสีทองไปทั่วๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ จากนั้นก็เสกลูกแก้วเล็กๆ ส่องประกายแสงสีรุ้ง ย่อส่วนทำเป็นสร้อยคอแล้วสวมให้เหมือนพวกยัดเยียดขายของตามป้ายรถเมล์ มนต์นภาส่ายหน้าไม่รับแต่เทพเต่าดำก็บังคับสวมให้จนได้

“ป๋าจะให้ของดี นี่เป็นตัวแทนของป๋า สรรพคุณคุ้มครองอันตราย ให้โชคให้ลาภ ผัวรักผัวหลง รวยซ้ำรวยซ้อน รวยแล้วรวยอีก หากต้องการอะไรให้ถูลูกแก้ววนซ้ายสามครั้ง วนขวาสามครั้ง เขย่าอีกสาม รับรองเห็นผล”

มนต์นภาเอ๋อรับประทานไปแล้ว

“จะเหตุด่วนเหตุร้าย สถานการณ์ฉุกเฉิน ปวดหัวเป็นไข้น้ำร้อนลวก หรือจะโดนฉุดโดนปล้ำ ต่อสายด่วนเรียกใช้ลูกแก้วสารพัดนึกนี้ได้เลย” เต่าฝอยใส่หน้านางจนน้ำลายแตกฟอง มนต์นภาฟังบ้างไม่ฟังบ้าง รู้สึกตงิดๆ แต่ไม่มีจังหวะพูดแทรก เทพเสวียนอู่เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบเสกของวิเศษให้อีกอย่าง ลดแลกแจกแถมเต็มที่

“เอานี่ไป นี่เป็นของจำเป็น ไม่งั้นเจ้าจะนอนคุยกับว่าที่สามีไม่รู้เรื่อง”

นางฟังจนเวียนหัว “เขาไม่ใช่คนไทยเหรอคะ”

“ระดับป๋า ป๋าต้องหาของนอกจ้ะ”

“ฉัน...ฉันพูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ ขอบคุณ” มนต์นภาผลักของวิเศษกลับไป แต่ท่านเทพเต่ายัดคืนใส่มือ ของสิ่งนั้นมีลักษณะคล้ายแท่งลิปสติก มีละอองทองวูบวาบสวยงาม เมื่อเปิดออกมาก็ส่งกลิ่นฉุนๆ จะหอมก็ไม่ใช่จะเหม็นก็ไม่เชิง มนต์นภาไม่รู้ว่ามันคืออะไรจึงทำท่าจะนำมาใช้ทาปาก ท่านเทพจึงสอนวิธีใช้ที่ถูกต้อง

“ไม่ได้มีไว้ทา”

“แล้วมันคืออะไรคะ”

“นี่คือกาวแปลภาษา จงดมกาวแท่งนี้แล้วไปตามหาหัวใจสุดขอบฟ้าได้เลยจ้า” 

เต่าอะไรโคตรเสื่อม

มนต์นภาเริ่มเมากาวตามไปติดๆ บอกเลยว่าไม่อยากได้ว้อย “คือ... ท่านเทพ... คือฉันซาบซึ้งในความหวังดีของท่าน แต่ฉันไม่มีเงินค่ะ”

“เฮ้ย... ป๋าให้ฟรี เห็นป๋าเป็นพวกขี้งกหรือไง ตอนนี้ช้ามากแล้ว รีบไปหาว่าที่สามีของเจ้ากันเถอะ”

[1] เทพบิดาแห่งชนชาติจีน เป็นเทพผู้สร้างโลก

[2] ซานชิง( 三清) คือเทพปรมาจารย์สูงสุดของลัทธิเต๋า

[3] เง็กเซียนฮ่องเต้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาเสวียนอู่   บทส่งท้าย ลูกคนแรก 2 [จบ]

    มนต์นภาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกคืนหนึ่ง หัวใจเต้นระทึกยากจะสงบใจจนต้องคลำมือแตะแขนของเอี้ยนซ่านฉีไว้แน่น นางไม่เคยสะดุ้งตื่นเช่นนี้มาก่อนจึงลูบมือบนครรภ์นูนใหญ่ของตน ในใจหวาดวิตกสับสนไปหมด ‘อุ้ย... อีกแล้ว’ร่างบางก้มมองครรภ์ของตนเอง มือที่ลูบครรภ์อยู่นั้นสัมผัสได้ถึงแรงถีบจากภายใน นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกในครรภ์ส่งสัญญาณ ทำให้มนต์นภาตระหนักถึงอีกชีวิตที่ถือกำเนิด เด็กคนนี้มีชีวิตของเขาเอง เคลื่อนไหวทีละนิดซึ่งนางมิได้เป็นผู้กำหนด หัวใจของผู้เป็นแม่จึงพลอยเต้นระทึกด้วยความปิติ ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้งและค่อยๆ ปลุกพระสวามีให้ตื่น เขางัวเงีย เอื้อมมือมาลูบครรภ์“เจ็บท้องหรือ?”“อย่าเอะอะไปเพคะ เดี๋ยวลูกตื่น” มนต์นภาวางมือของตนทาบบนมือของเขา นิ่งสักพักเอี้ยนซ่านฉีก็รู้สึกชัดเจน เขาตาสว่าง หายง่วงในทันใด “หม่อมฉันเพิ่งจะรู้สึกครั้งแรกว่าซีกวาดิ้น”“ดิ้นเก่งเสียด้วย” เอี้ยนซ่านฉีหายใจแรง เก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ “ลูกชายเป็นแน่ เจ้าหนูซีกวาของพ่อ”“ลูกสาวต่างหาก”“ข้าแน่ใจว่าต้องเป็นลูกชายแน่นอน” เอี้ยนซ่านฉีทุบกำปั้นบนแผงอกของตนเองอย่างมาดมั่น “ข้าเป็นคนทำ ข้ารู้”และห

  • ชายาเสวียนอู่   บทส่งท้าย ลูกคนแรก 1

    บทส่งท้าย ลูกคนแรกฤดูหนาวอันแสนโหดร้ายผ่านพ้นไปพร้อมสงคราม อากาศอุ่นขึ้นจนหิมะละลายเหลือเพียงกองหย่อม ทั่วทั้งเมืองเจียนหยางเต็มไปด้วยโบตั๋นดอกตูมซึ่งพร้อมจะผลิบานในเร็ววัน ถึงแม้ว่าองค์ชายเอี้ยนเซินจะถล่มแคว้นฉู่จนราบคาบอย่างรวดเร็ว สร้างผลงานความโหดร้ายเกรี้ยวกราดในสนามรบจนเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาไปทุกทิศ แต่แววตาของเขาก็หาได้ยินดีในชัยชนะไม่ ความเจ็บปวดที่ฝังในใจทำให้เขาปฏิเสธการแต่งงานครั้งใหม่และทุ่มเทตัวเองให้ใช้ชีวิตหมดไปวันๆ กับสงครามแย่งชิงดินแดน เมื่อมนต์นภาในฐานะน้องสะใภ้มีโอกาสพบเอี้ยนเซินอีกครั้ง สิ่งแรกที่นางจ้องมองคือปลายนิ้วก้อยของเขาเอี้ยนซ่านฉียืนอยู่ข้างๆ เขากอดเอวนางแล้วดึงเข้าแนบอก“เจ้าเห็นเหมือนอย่างที่ข้าเห็นใช่ไหม”“เห็นสิเพคะ” มนต์นภาหัวเราะคิกคักอยู่กับเอี้ยนซ่านฉีสองคน พลางพยักพเยิดให้องค์หญิงหย่งอานดูด้วย “ไม่ต้องห่วงว่าองค์ชายใหญ่จะปิดกั้นตนเองไปตลอดชีวิตหรอกเพคะ ด้ายแดงขององค์ชายเส้นใหญ่กว่าเดิมอีกนะ รับรองว่าเนื้อคู่ขององค์ชายใหญ่ต้องสดใสน่ารักมากแน่ๆ”“ใครอยู่ที่ปลายด้ายอีกฝั่งหรือ” องค์หญิงมองไม่เห็นด้ายแดงจึงชะเง้อมองอยากรู้อยากเห็น “ข้ามีด้ายแดงของข้า

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 4

    จังหวะที่จงเป่ากำลังลุกขึ้น คุณหนูจ้าวหลานก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมาพอดี ทั้งคู่สบตากันนิ่งนานเหมือนลืมทุกสิ่ง เอี้ยนซ่านฉีจึงปรบมือเรียกสติ จงเป่าสะดุ้งรู้สึกตัวแต่ยังไม่อาจถอนสายตาจากคุณหนูจ้าวหลานได้ หัวหูมันอื้ออึง นางเองก็หน้าแดงก่ำ มือไม้อ่อนแรงไปหมด“พรุ่งนี้ข้าจะเป็นธุระจัดการงานแต่งให้พวกเจ้า”“หา? เอ่อ... คงไม่... เอ่อ... ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” จงเป่ายังมึนงงแต่หัวใจพองโต รีบร้องขอบพระทัยด้วยความยินดี คุณหนูจ้าวหลานเริ่มได้สติจึงเหลียวมองไปรอบๆ อย่างสับสนว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นางพูดอะไรไม่ออกเมื่อลืมตาฟื้นขึ้นมาพบนายทหารหนุ่มท่าทางองอาจ หัวใจของนางก็แอบกระเด็นกระดอนออกมาจากอก เอี้ยนซ่านฉีจึงสบตามนต์นภาอย่างรู้กัน ก่อนจะออกคำสั่ง“สีหน้าของแม่นางจ้าวหลานยังคงซีดเซียว ฝากเจ้าดูแลนางด้วยนะจงเป่า”“ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”แม้แต่เด็กสามขวบยังเห็นความรักของจงเป่า คิวปิดเข่นเขี้ยวพลางร้องเชอะ ถึงแม้ว่าศรแห่งวีนัสจะจับคู่รักได้สำเร็จ แต่คิวปิดก็ยังรู้สึกโดนลูบคมอยู่ดี ขืนหันหลังกลับไปตอนนี้ พวกเทพตะวันออกจอมป่าเถื่อนจะต้องเยาะเย้นทับถมไปชั่วกาลนานเป็นแน่ ดังนั้นคิวปิดจึงยังไม่ยอมรามือง่าย

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 3

    อาวุธของทั้งสองนั้นก็คือด้ายแดงที่ถักทอจากหัวใจนั่นเอง“นี่แหละรักแท้ พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์” หงส์แดงกับคณะโป๊ยเซียนต่างทอดถอนหายใจ คิวปิดกับเฒ่าจันทราน่าจะเข้าใจความรักมากกว่าผู้ใดแท้ๆ แต่กลับมองไม่ออก“มันจบแล้ว!”กามเทพร่างอวบง้างคันศรจนสุดแล้วปล่อยมือในทันใด ศรแห่งวีนัสพุ่งแหวกอากาศอย่างรวดเร็วรุนแรงปานสายฟ้าฟาด เกิดประกายไฟลูกโตพุ่งทะยานจนมองตามแทบไม่ทัน ตามด้วยเสียงดังสนั่นสะเทือนฟ้าดิน“ช่างโง่นัก ด้ายแดงเส้นเล็กๆ ของพวกเจ้าจะถูกทำลายในพริบตา” คิวปิดหัวเราะเยาะ ลูกศรแห่งวีนัสพุ่งปักทะลุหัวใจของคุณหนูจ้าวหลาน ก่อนจะมุ่งตรงไปหาเอี้ยนซ่านฉี เขาจับมือมนต์นภาไว้แล้วยกด้ายแดงขึ้นมาต้านทานศรแห่งวีนัสปะทะด้ายแดงของทั้งคู่ด้วยพลังงานมหาศาล และต่อให้คิดต่อต้านเพียงใด ผู้ที่ต้องศรแห่งวีนัสไม่ว่าจะเป็นชายชราหงำเหงือกหรือนางชีเข้มงวด คนผู้นั้นจะร้อนรุ่มโหยหารักและต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความรักเจ็ดภพเจ็ดชาติไม่มีวันดิ้นหลุด เฒ่าจันทราหน้านิ่วคิ้วขมวดมานาน ความรู้สึกเบื้องลึกนั้นเตือนตัวเองบ่อยๆ ว่ากำลังทำเรื่องไม่ถูกต้อง มนต์นภากับท่านฉีอ๋องรักกันจากหัวใจ แต่ศรแห่งวีนัสได้ถูกยิงออกมาแ

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 2

    “เฒ่าจันทราแห่งตะวันออกทำหน้าที่ล้มเหลว กามเทพแห่งตะวันตกอย่างข้าก็จะออกโรงจัดการให้ ในเมื่อเจ้าปฏิเสธโชคชะตาครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า ข้าจะกำจัดบาปอันน่ารังเกียจไปจากที่นี่ให้เอง”“ข้าเพียงแต่ต้องการลิขิตชะตาของตนเอง ข้าต้องการอยู่ครองคู่กับคนที่ข้ารัก ไม่ใช่คนที่พวกท่านลิขิตผูกพันให้ตามใจชอบ”“น่าละอาย! เจ้าควรยอมรับบัญชาจากพระผู้เป็นเจ้าต่างหาก”คิวปิดชี้หน้าร้องตะโกนเหมือนโกรธใครมา แต่ยังไม่ทันทำอะไร ไหสุราและของเซ่นมากมายก็ลอยละลิ่วมาถล่มใส่คิวปิดชนิดที่เรียกว่าเละตุ้มเปะ“ไอ้ลูกแหง่คิวปิดมาซ่าแถวนี้อีกแล้วว้อย ห้าวนักนะ แถวนี้เขตใครเขตมัน นังหนูไม่ใช่ลูกหมาตามพระเจ้าต้อยๆ พวกเราสอนให้ตัดสินใจเลือกแล้วรับผลที่จะตามมาเองต่างหากว้อย ไปสาระแนที่อื่นไป๊” เทพเสวียนอู่พร้อมด้วยปวงเทพและเซียนน้อยใหญ่รวมตัวกันบนหลังคาอีกฟากหนึ่ง เสียงร้องด่าดังแจ้วๆ ใครมีเกราะมีฉาบก็บรรเลงเคาะเรียกพวกมารุมฝรั่งมีปีก“จัดจ้านนักเหรอไอ้อ้วน”“แน่จริงมาตัวต่อตัวกันสิวะ เด็กมันรักกัน ไปรังแกเด็กมันทำไม”“กลับไปดูแลเมียของเจ้าให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยมาวุ่นวายกับความรักของผู้อื่น แส่ไม่เข้าเรื

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 1

    ตอนที่มนต์นภาติดตามพระสวามีกลับมายังเมืองชายแดน หิมะกำลังโปรยปรายปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างจนขาวโพลน อากาศหนาวเย็นเสียจนเวลาพูดจะมีควันออกจากปาก ดอกเหมยสีแดงสดที่ปลูกตามบ้านเรือนกำลังผลิบานท้าทายความหนาวอย่างน่าชื่นชม แต่งแต้มให้เมืองงดงามราวกับหยุดเวลาไว้ กองฟางอันแสนวุ่นวายในโรงเลี้ยงม้ายังคงอยู่เหมือนเดิม แม้แต่จวนเจ้าเมืองที่เคยดูน่าเกรงกลัวในวันวาน มนต์นภาก็รู้สึกผูกพันและใจหายอย่างบอกไม่ถูก ช่วงสาย แดดแรงกล้าพอให้ออกมาเล่นสนุกผ่อนคลาย เอี้ยนซ่านฉีหงุดหงิดเล็กน้อยที่แคว้นหลี่มีการเคลื่อนไหวเพื่อก่อกวน เขาไม่ต้องการให้พี่ชายเสียสมาธิจึงตั้งใจหาทางสยบแคว้นหลี่ให้อยู่นิ่งๆ ระหว่างที่กำลังเดินกลับเข้ามาจากข้างนอกจวน ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาก็พลันเปลี่ยนไปมีรอยยิ้มน้อยๆ ร่างกายที่ตึงๆ มาตั้งแต่เช้าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง มนต์นภากำลังมัดเจ้าเทียนเทียน สุนัขตัวโปรดที่งามที่สุดของเขา เทียนเทียนทั้งดิ้นทั้งร้อง ต้องใช้คนช่วยกันจับถึงสามคนกว่าจะยกตัวเทียนเทียนขึ้นไปวางบนโต๊ะในศาลาได้ เอี้ยนซ่านฉีจึงก้าวเข้าไปดูว่าเมียของเขากำลังจะทำอะไร “เจ้านาย ช่วยด้วยๆๆ นางจะเชือดกระหม่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status