Masuk“เฮ้ย... ป๋าให้ฟรี เห็นป๋าเป็นพวกขี้งกหรือไง ตอนนี้ช้ามากแล้ว รีบไปหาว่าที่สามีของเจ้ากันเถอะ”
“แต่... ทำไมถึงต้องเป็นฉันด้วยละคะ”
“เจ้ามีคนรักแล้วหรือยัง”
“ยังค่ะ ไม่เคยมี” พูดแล้วมันเศร้า จะว่ามีก็มีเพราะมนต์นภาเปลี่ยนสามีทุกครั้งที่มีซีรีย์เรื่องใหม่มาฉาย
“เจ้าอยากมีคนรัก อยากมีคนนอนกอดอุ่นๆ มั้ย เอาแบบหล่อๆ ล่ำๆ กล้ามเป็นมัดๆ เอะอะถอดเสื้อ เอะอะพาเข้านอนอ่ะ อ่อ... ทำกับข้าวอร่อยด้วยนะ”
แค่ได้ฟังสรรพคุณดีงามน่าบูชาของว่าที่สามีผู้นี้ แววตาของมนต์นภาก็เป็นประกาย คุณสมบัติพึงมีพึงประสงค์ชนะเลิศแบบนี้ ถ้าได้นอนกอดจริงๆ จะกอดแน่นหนึบทั้งคืนเลยเชียว แต่... กรอบระเบียบกุลสตรีมันค้ำคอ เพราะฉะนั้นนางจะแสดงออกนอกหน้านอกตาจนเกินงามไม่ได้
“ว่าไง?”
“ไม่อยากได้ค่ะ”
“ปี๊บ”
เสียงระบบจับเท็จของหินโชคชะตาดังลั่น มนต์นภาจึงกลั้นหายใจแล้วตอบเสียงดังฟังชัด “ฉันอยากได้ผู้ชายคนนี้ค่ะ!!”
“ดีมาก อย่าลืมใช้ของวิเศษของข้านะ” มนต์นภาก้มดูจี้ลูกแก้วทำเป็นรูปเต่า ส่วนกาวแปลภาษาพิลึกแลดูเสื่อมเหลือเกิน จู่ๆ มีเต่าพูดได้หว่านล้อมให้มีผัวแถมให้นู่นให้นี่ ซิกมันต์ ฟรอยด์บอกว่าความฝันเป็นตัวสะท้อนความปรารถนา มนต์นภาจึงชักจะเกร็งๆ นี่ข้าพเจ้าอยากมีสามีจนฝันพิลึกเลยเชียวรึ
ไหนๆ ก็ฝันพิลึกแล้ว งั้นก็ฝันให้สุดทางไปเลยก็แล้วกัน “ท่านเสวียนอู่เจ้าขา ฉันขอพรจากท่านเพิ่มอีกสักข้อได้หรือไม่”
“อะไรละ ถ้าไม่เกินพลังของป๋า ป๋าก็จะให้”
มนต์นภาชี้ไปที่หน้าอกของตนเอง “ขอคัพเอฟจ้า ถ้าไม่ได้ก็ไม่ไป”
“จัดไป” สิ้นคำ ไส้ซิลิโคนในยกทรงของนางก็ถูกดันหลุด ทรวงอกขนาดจุ๋มจิ๋มพองขึ้นเหมือนสูบลม กลายเป็นเนื้อเต้ากลมกลึงอวบอิ่มสะใจ มนต์นภาร้องกรี๊ดดีใจ แต่ยังไม่ชินน้ำหนักจึงหน้าคะมำ พอลองกอบโนมเนื้อนุ่มแล้วปล่อย กอบแล้วปล่อย มันก็เด้งดึ๋งๆ อย่างที่ใฝ่ฝัน สุดยอดไปเลย ต่อไปนี้หย่าขาดจากซิลิโคนกับยกทรงดันทรงได้แล้วเจ้าค่า!!
“ขอบคุณมากค่ะท่านเทพ นี่แหละที่ต้องการ!”
“ถึงเจ้าไม่ขอ ป๋าก็ต้องเสกให้อยู่แล้วเพราะว่าที่สามีเจ้าขอสาวหุ่นอึ๋มๆ พร้อมแล้วนะ ไปกันเถอะ”
เต่าดำกลั้วหัวเราะหึๆ ฟังดูหมกมุ่น เต่าดำเสวียนอู่พ่นควันยาสูบออกมาม้วนตัวห้อมล้อมร่างหญิงสาว ยกตัวนางลอยล่องราวกับไร้น้ำหนัก จากนั้นก็เจ้างูตัวใหญ่จัดการรัดร่างนางไว้กับกระดองเต่า แน่นหนาจนดิ้นกระดุกกระดิกไม่ได้ เจ้าหินโชคชะตาที่ร้องโวยวายแทนนางอยู่เมื่อครู่ พอเทพเสวียนอู่ยัดเงินกงเต็กใส่ให้ปึกใหญ่ เจ้าหินบ้าก็เงียบกริบ ปาโทรโข่งทิ้ง ไอ้เลว
“พร้อมแล้วนะ”
“พร้อมแล้วค่ะ” มนต์นภายิ้ม ตั้งใจว่าตื่นนอนเมื่อไหร่จะไปเปิดตำราตีเลขเด็ดให้ไว เทพเสวียนอู่โบกมือบ๊ายบายให้หินโชคชะตา ก่อนจะใช้ตาทิพย์กรีดมิติเพื่อเปิดประตู เตรียมจะกระโดดเข้าไป แต่ทว่ามีผู้เฒ่าเคราสีขาวยาวเฟื้อยผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นเสียก่อน
มนต์นภาเดาว่าชายชราสวมชุดโบราณสีม่วงทองผู้นี้คือผู้เฒ่าเต่า แต่ปรากฎว่าเดาผิดเพราะสองเท้าของชายชราเหยียบบนฝูงนกกระเรียน ค่อยๆ เคลื่อนลงจอดอย่างนุ่มนวล บุคลิกของชายชราเครายาวสีขาวดูสำรวมเคร่งขรึม ค่อยดูสมกับฐานะเทพหน่อย
“ข้าคือเฒ่าจันทรา” ชายชราแนะนำตัว มือข้างหนึ่งลูบเครายาวอย่างสุขุม ส่วนอีกมือถือคันฉ่อง คอยสอดส่องโลกมนุษย์เพื่อทำหน้าที่ผูกด้ายแดงให้คู่รักแล้วส่งให้นกกระเรียนซึ่งเป็นลูกศิษย์ใช้ปากอันแหลมคมตัดด้าย เทพเสวียนอู่เป็นเทพบริวารของเสวียนเทียนสั้งตี้ มีฐานะสูงกว่าเฒ่าจันทราก็จริง แต่ทั้งสองเป็นเพื่อนก๊งเหล้ามาหลายพันหลายหมื่นปีแล้ว ดังนั้นไส้กี่ขดจึงรู้กันหมด
“ยายเมิ่งโทรตามละสิ”
“เออ! เผลอทีไรมีลูกเต่ามาแก้ด้ายแดงของข้าทุกที! ถ้าว่างมากนักก็ไปช่วยข้าปั่นด้ายแดงก็ได้นะจ๊ะ” เฒ่าจันทรากระแทกเสียงสอง ถ้าใช้สายตาตบเต่าตายได้ก็ตบไปแล้ว “ไอ้ท่านเทพเสวียนอู่ ดูซะ! หญิงสาวผู้นี้มีชะตาผูกพันกับชายหนุ่มคนนี้แล้วนะจ๊ะ”
เฒ่าจันทราหยิบคันฉ่องฉายไปที่ปลายนิ้วก้อยของมนต์นภา ปรากฏด้ายแดงเชื่อมผูกกับนายแพทย์หนุ่มหน้าตาหล่อเหลา งานดีพิมพ์นิยมสมกับที่เป็นทรัพยากรล้ำค่า มนต์นภาเป็นโสดมาตั้งแต่อนุบาลสอง พอได้รู้ข้อมูลวงในจากเฒ่าจันทรา หญิงสาวก็ใจเต้นตึกตักว้ายกรี๊ด รีบหยิกตัวเองให้รีบตื่น แต่ทว่าเทพเต่าดำใช้ตาทิพย์ตรวจสอบแล้วดันคันฉ่องของเฒ่าจันทราออกไป
“ชะตาของนังหนูคนนี้แต่งงานได้แค่สามวันก็โดนเมียน้อยผัวขับรถชนตาย ไม่ดีๆ”
มนต์นภาร้องอ้าวเชรี่ย ส่วนเฒ่าจันทรากระทืบเท้าพลางดูดวงชะตาของมนต์นภาอย่างละเอียด ก่อนจะยื่นคันฉ่องวิเศษยัดใส่หน้าเทพเสวียนอู่ ดันจนแก้มบี้
“ถ้าท่านพาตัวนางไปหาคู่ครองคนใหม่ ชะตาของนังหนูก็ต้องกลายเป็นหยิงจี้นะว้อย”
“หยิงจี้คืออะไรคะ”
“นางบำเรอของแม่ทัพจ้ะ ประมาณว่าเป็นทาสเชลยรับใช้งานบนเตียงไง แถมไอ้หนุ่มที่เจ้าเต่าเลือกมีของรักอันใหญ่เท่านี่!” เฒ่าจันทราชูท่อนแขน
อ้าว?! ฉิบหาย
มนต์นภาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกคืนหนึ่ง หัวใจเต้นระทึกยากจะสงบใจจนต้องคลำมือแตะแขนของเอี้ยนซ่านฉีไว้แน่น นางไม่เคยสะดุ้งตื่นเช่นนี้มาก่อนจึงลูบมือบนครรภ์นูนใหญ่ของตน ในใจหวาดวิตกสับสนไปหมด ‘อุ้ย... อีกแล้ว’ร่างบางก้มมองครรภ์ของตนเอง มือที่ลูบครรภ์อยู่นั้นสัมผัสได้ถึงแรงถีบจากภายใน นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกในครรภ์ส่งสัญญาณ ทำให้มนต์นภาตระหนักถึงอีกชีวิตที่ถือกำเนิด เด็กคนนี้มีชีวิตของเขาเอง เคลื่อนไหวทีละนิดซึ่งนางมิได้เป็นผู้กำหนด หัวใจของผู้เป็นแม่จึงพลอยเต้นระทึกด้วยความปิติ ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้งและค่อยๆ ปลุกพระสวามีให้ตื่น เขางัวเงีย เอื้อมมือมาลูบครรภ์“เจ็บท้องหรือ?”“อย่าเอะอะไปเพคะ เดี๋ยวลูกตื่น” มนต์นภาวางมือของตนทาบบนมือของเขา นิ่งสักพักเอี้ยนซ่านฉีก็รู้สึกชัดเจน เขาตาสว่าง หายง่วงในทันใด “หม่อมฉันเพิ่งจะรู้สึกครั้งแรกว่าซีกวาดิ้น”“ดิ้นเก่งเสียด้วย” เอี้ยนซ่านฉีหายใจแรง เก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ “ลูกชายเป็นแน่ เจ้าหนูซีกวาของพ่อ”“ลูกสาวต่างหาก”“ข้าแน่ใจว่าต้องเป็นลูกชายแน่นอน” เอี้ยนซ่านฉีทุบกำปั้นบนแผงอกของตนเองอย่างมาดมั่น “ข้าเป็นคนทำ ข้ารู้”และห
บทส่งท้าย ลูกคนแรกฤดูหนาวอันแสนโหดร้ายผ่านพ้นไปพร้อมสงคราม อากาศอุ่นขึ้นจนหิมะละลายเหลือเพียงกองหย่อม ทั่วทั้งเมืองเจียนหยางเต็มไปด้วยโบตั๋นดอกตูมซึ่งพร้อมจะผลิบานในเร็ววัน ถึงแม้ว่าองค์ชายเอี้ยนเซินจะถล่มแคว้นฉู่จนราบคาบอย่างรวดเร็ว สร้างผลงานความโหดร้ายเกรี้ยวกราดในสนามรบจนเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาไปทุกทิศ แต่แววตาของเขาก็หาได้ยินดีในชัยชนะไม่ ความเจ็บปวดที่ฝังในใจทำให้เขาปฏิเสธการแต่งงานครั้งใหม่และทุ่มเทตัวเองให้ใช้ชีวิตหมดไปวันๆ กับสงครามแย่งชิงดินแดน เมื่อมนต์นภาในฐานะน้องสะใภ้มีโอกาสพบเอี้ยนเซินอีกครั้ง สิ่งแรกที่นางจ้องมองคือปลายนิ้วก้อยของเขาเอี้ยนซ่านฉียืนอยู่ข้างๆ เขากอดเอวนางแล้วดึงเข้าแนบอก“เจ้าเห็นเหมือนอย่างที่ข้าเห็นใช่ไหม”“เห็นสิเพคะ” มนต์นภาหัวเราะคิกคักอยู่กับเอี้ยนซ่านฉีสองคน พลางพยักพเยิดให้องค์หญิงหย่งอานดูด้วย “ไม่ต้องห่วงว่าองค์ชายใหญ่จะปิดกั้นตนเองไปตลอดชีวิตหรอกเพคะ ด้ายแดงขององค์ชายเส้นใหญ่กว่าเดิมอีกนะ รับรองว่าเนื้อคู่ขององค์ชายใหญ่ต้องสดใสน่ารักมากแน่ๆ”“ใครอยู่ที่ปลายด้ายอีกฝั่งหรือ” องค์หญิงมองไม่เห็นด้ายแดงจึงชะเง้อมองอยากรู้อยากเห็น “ข้ามีด้ายแดงของข้า
จังหวะที่จงเป่ากำลังลุกขึ้น คุณหนูจ้าวหลานก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมาพอดี ทั้งคู่สบตากันนิ่งนานเหมือนลืมทุกสิ่ง เอี้ยนซ่านฉีจึงปรบมือเรียกสติ จงเป่าสะดุ้งรู้สึกตัวแต่ยังไม่อาจถอนสายตาจากคุณหนูจ้าวหลานได้ หัวหูมันอื้ออึง นางเองก็หน้าแดงก่ำ มือไม้อ่อนแรงไปหมด“พรุ่งนี้ข้าจะเป็นธุระจัดการงานแต่งให้พวกเจ้า”“หา? เอ่อ... คงไม่... เอ่อ... ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” จงเป่ายังมึนงงแต่หัวใจพองโต รีบร้องขอบพระทัยด้วยความยินดี คุณหนูจ้าวหลานเริ่มได้สติจึงเหลียวมองไปรอบๆ อย่างสับสนว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นางพูดอะไรไม่ออกเมื่อลืมตาฟื้นขึ้นมาพบนายทหารหนุ่มท่าทางองอาจ หัวใจของนางก็แอบกระเด็นกระดอนออกมาจากอก เอี้ยนซ่านฉีจึงสบตามนต์นภาอย่างรู้กัน ก่อนจะออกคำสั่ง“สีหน้าของแม่นางจ้าวหลานยังคงซีดเซียว ฝากเจ้าดูแลนางด้วยนะจงเป่า”“ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”แม้แต่เด็กสามขวบยังเห็นความรักของจงเป่า คิวปิดเข่นเขี้ยวพลางร้องเชอะ ถึงแม้ว่าศรแห่งวีนัสจะจับคู่รักได้สำเร็จ แต่คิวปิดก็ยังรู้สึกโดนลูบคมอยู่ดี ขืนหันหลังกลับไปตอนนี้ พวกเทพตะวันออกจอมป่าเถื่อนจะต้องเยาะเย้นทับถมไปชั่วกาลนานเป็นแน่ ดังนั้นคิวปิดจึงยังไม่ยอมรามือง่าย
อาวุธของทั้งสองนั้นก็คือด้ายแดงที่ถักทอจากหัวใจนั่นเอง“นี่แหละรักแท้ พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์” หงส์แดงกับคณะโป๊ยเซียนต่างทอดถอนหายใจ คิวปิดกับเฒ่าจันทราน่าจะเข้าใจความรักมากกว่าผู้ใดแท้ๆ แต่กลับมองไม่ออก“มันจบแล้ว!”กามเทพร่างอวบง้างคันศรจนสุดแล้วปล่อยมือในทันใด ศรแห่งวีนัสพุ่งแหวกอากาศอย่างรวดเร็วรุนแรงปานสายฟ้าฟาด เกิดประกายไฟลูกโตพุ่งทะยานจนมองตามแทบไม่ทัน ตามด้วยเสียงดังสนั่นสะเทือนฟ้าดิน“ช่างโง่นัก ด้ายแดงเส้นเล็กๆ ของพวกเจ้าจะถูกทำลายในพริบตา” คิวปิดหัวเราะเยาะ ลูกศรแห่งวีนัสพุ่งปักทะลุหัวใจของคุณหนูจ้าวหลาน ก่อนจะมุ่งตรงไปหาเอี้ยนซ่านฉี เขาจับมือมนต์นภาไว้แล้วยกด้ายแดงขึ้นมาต้านทานศรแห่งวีนัสปะทะด้ายแดงของทั้งคู่ด้วยพลังงานมหาศาล และต่อให้คิดต่อต้านเพียงใด ผู้ที่ต้องศรแห่งวีนัสไม่ว่าจะเป็นชายชราหงำเหงือกหรือนางชีเข้มงวด คนผู้นั้นจะร้อนรุ่มโหยหารักและต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความรักเจ็ดภพเจ็ดชาติไม่มีวันดิ้นหลุด เฒ่าจันทราหน้านิ่วคิ้วขมวดมานาน ความรู้สึกเบื้องลึกนั้นเตือนตัวเองบ่อยๆ ว่ากำลังทำเรื่องไม่ถูกต้อง มนต์นภากับท่านฉีอ๋องรักกันจากหัวใจ แต่ศรแห่งวีนัสได้ถูกยิงออกมาแ
“เฒ่าจันทราแห่งตะวันออกทำหน้าที่ล้มเหลว กามเทพแห่งตะวันตกอย่างข้าก็จะออกโรงจัดการให้ ในเมื่อเจ้าปฏิเสธโชคชะตาครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า ข้าจะกำจัดบาปอันน่ารังเกียจไปจากที่นี่ให้เอง”“ข้าเพียงแต่ต้องการลิขิตชะตาของตนเอง ข้าต้องการอยู่ครองคู่กับคนที่ข้ารัก ไม่ใช่คนที่พวกท่านลิขิตผูกพันให้ตามใจชอบ”“น่าละอาย! เจ้าควรยอมรับบัญชาจากพระผู้เป็นเจ้าต่างหาก”คิวปิดชี้หน้าร้องตะโกนเหมือนโกรธใครมา แต่ยังไม่ทันทำอะไร ไหสุราและของเซ่นมากมายก็ลอยละลิ่วมาถล่มใส่คิวปิดชนิดที่เรียกว่าเละตุ้มเปะ“ไอ้ลูกแหง่คิวปิดมาซ่าแถวนี้อีกแล้วว้อย ห้าวนักนะ แถวนี้เขตใครเขตมัน นังหนูไม่ใช่ลูกหมาตามพระเจ้าต้อยๆ พวกเราสอนให้ตัดสินใจเลือกแล้วรับผลที่จะตามมาเองต่างหากว้อย ไปสาระแนที่อื่นไป๊” เทพเสวียนอู่พร้อมด้วยปวงเทพและเซียนน้อยใหญ่รวมตัวกันบนหลังคาอีกฟากหนึ่ง เสียงร้องด่าดังแจ้วๆ ใครมีเกราะมีฉาบก็บรรเลงเคาะเรียกพวกมารุมฝรั่งมีปีก“จัดจ้านนักเหรอไอ้อ้วน”“แน่จริงมาตัวต่อตัวกันสิวะ เด็กมันรักกัน ไปรังแกเด็กมันทำไม”“กลับไปดูแลเมียของเจ้าให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยมาวุ่นวายกับความรักของผู้อื่น แส่ไม่เข้าเรื
ตอนที่มนต์นภาติดตามพระสวามีกลับมายังเมืองชายแดน หิมะกำลังโปรยปรายปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างจนขาวโพลน อากาศหนาวเย็นเสียจนเวลาพูดจะมีควันออกจากปาก ดอกเหมยสีแดงสดที่ปลูกตามบ้านเรือนกำลังผลิบานท้าทายความหนาวอย่างน่าชื่นชม แต่งแต้มให้เมืองงดงามราวกับหยุดเวลาไว้ กองฟางอันแสนวุ่นวายในโรงเลี้ยงม้ายังคงอยู่เหมือนเดิม แม้แต่จวนเจ้าเมืองที่เคยดูน่าเกรงกลัวในวันวาน มนต์นภาก็รู้สึกผูกพันและใจหายอย่างบอกไม่ถูก ช่วงสาย แดดแรงกล้าพอให้ออกมาเล่นสนุกผ่อนคลาย เอี้ยนซ่านฉีหงุดหงิดเล็กน้อยที่แคว้นหลี่มีการเคลื่อนไหวเพื่อก่อกวน เขาไม่ต้องการให้พี่ชายเสียสมาธิจึงตั้งใจหาทางสยบแคว้นหลี่ให้อยู่นิ่งๆ ระหว่างที่กำลังเดินกลับเข้ามาจากข้างนอกจวน ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาก็พลันเปลี่ยนไปมีรอยยิ้มน้อยๆ ร่างกายที่ตึงๆ มาตั้งแต่เช้าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง มนต์นภากำลังมัดเจ้าเทียนเทียน สุนัขตัวโปรดที่งามที่สุดของเขา เทียนเทียนทั้งดิ้นทั้งร้อง ต้องใช้คนช่วยกันจับถึงสามคนกว่าจะยกตัวเทียนเทียนขึ้นไปวางบนโต๊ะในศาลาได้ เอี้ยนซ่านฉีจึงก้าวเข้าไปดูว่าเมียของเขากำลังจะทำอะไร “เจ้านาย ช่วยด้วยๆๆ นางจะเชือดกระหม่







