Share

บทที่ 14

Penulis: ฮวาฮวาตีลังกาแปล
“นี่คือ?” จางเอ้อร์ยังไม่เข้าใจ

“ยาสมุนไพรที่ข้าไปซื้อมาจากร้านขายยา ใช้ทาที่ขา สามารถรักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่ขาได้”

จางเอ้อร์ตกตะลึง ก้มมองขาของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ครอบครัวของเขายากจน พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก ขาข้างนี้ก็ได้รับบาดเจ็บจากการถูกแผ่นหินกระแทกในขณะที่เขาพยายามหาเลี้ยงชีพ

ปกติแล้วการเดินไม่เป็นอุปสรรค แต่ถ้าเดินมาก ๆ ก็จะเริ่มเดินกะเผลก

การคุมตัวนักโทษนั้นจริง ๆ แล้วค่อนข้างไม่สะดวก แต่คนชั้นต่ำอย่างเขาไม่มีสิทธิ์จะมาเรื่องมาก

แม่นางกู้กลับสังเกตเห็น

ยิ่งไปกว่านั้น นางมาสายเพราะไปจัดยาให้เขา

จางเอ้อร์ก้มหน้าลง ดวงตาแดงก่ำเล็กน้อย เขาหยิบยาที่กู้หว่านเยว่ยื่นให้มาอย่างลวกๆ

“แม่นางกู้ ขอบคุณมาก”

นอกจากหัวหน้าแล้ว แม่นางกู้เป็นคนแรกที่ดีกับเขาขนาดนี้

“ไม่ต้องเกรงใจ ท่านก็ดูแลข้าเหมือนกัน” กู้หว่านเยว่เป็นคนแบบนี้ ไม่เอาเปรียบคนอื่น ถ้าคนอื่นดีกับนาง นางก็จะตอบแทนกลับไปเป็นสองเท่า

ในเมื่อจางเอ้อร์ไว้ใจนาง นางจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง

“นางจิ้งจอก ไม่รู้จริง ๆ ว่าเจ้าใช้มนตร์เสน่ห์อะไรกับพวกนักการน่ารังเกียจพวกนี้!”

ในที่ไม่ไกลนัก หลี่ซือซือเห็นกู้หว่านเยว่พูดคุยกับจางเอ้อร์ ก็กำหมัดแน่น

เห็นได้ชัดว่านางมีเสน่ห์มากกว่ากู้หว่านเยว่มาก แต่นักการพวกนี้กลับตะคอกใส่นาง ทว่ากลับยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับกู้หว่านเยว่

ไม่รู้ว่าคิดอะไร นางยกยิ้มมุมปากอีกครั้ง หลังจากที่กลับไปนางจะเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่จิ่ง ดูสิว่าพี่จิ่งจะมองนางอย่างไร หึ ๆ

ระหว่างทาง กู้หว่านเยว่ดูเหมือนกำลังแกล้งหลับ แต่จริง ๆ แล้วจิตของนางเข้าไปอยู่ในมิติ มองไปยังกองสิ่งของที่ปล้นมาจากห้องใต้ดิน นางก็ครุ่นคิดอย่างหนัก

สุดท้ายก็ตัดสินใจแกล้งตายต่อหน้าซูจิ่งสิง ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ความลับเรื่องมิติ แม้ว่าเขาจะรู้สึกถึงความผิดปกติ แค่ไม่ยอมรับก็พอแล้ว

ถ้าเขามีแผนร้าย นางก็จะกำจัดเขาแล้วหนีไป

ด้วยความรู้สึกเช่นนี้ กู้หว่านเยว่ก็ตามทุกคนกลับไปยังโรงเตี๊ยม

ซูจิ่งสิงเห็นนาง ก็พูดเพียงประโยคเดียว “ขนมาหมดแล้วหรือ?”

“อืมๆ!”

นางกู้หว่านเยว่ลงมือ จะมีของที่ขนไม่หมดได้อย่างไร? ขณะที่กำลังรอฟังต่อ ก็เห็นซูจิ่งสิงทำหน้าพึงพอใจ หลับตาลง ไม่พูดอะไรอีก

กู้หว่านเยว่ที่เตรียมคำพูดไว้อย่างเต็มที่ ?

“ท่านจะไม่ถามอะไรหน่อยหรือ?” ของเยอะขนาดนั้น ไม่ถามถึงที่มาที่ไปหน่อยหรือ?

“ไม่ถาม ข้าเชื่อใจเจ้า”

กู้หว่านเยว่คาดไม่ถึงเลยว่าซูจิ่งสิงจะพูดว่าเชื่อใจนาง หลังจากที่ตกตะลึงเล็กน้อยก็ยิ้มออกมา แต่ซูจิ่งสิงไม่ถาม ก็ช่วยให้นางไม่ต้องเปลืองเวลาอธิบาย

“หว่านเยว่ กิน กินข้าว...” เวลานี้นางหยางยกข้าวสวยร้อน ๆ มาหนึ่งชาม พร้อมกับลูบมือ “จิ่นเอ๋อเป็นคน ทำ”

กู้หว่านเยว่หันไปมอง

ซูจิ่นเอ๋อยิ้มให้นางอย่างเขินอาย “ข้าเห็นพวกเขาไปยืมครัวของโรงเตี๊ยมใช้กัน ข้าก็เลยไปยืมมาทำกับข้าวบ้าง นี่เป็นครั้งแรกที่ทำ พี่สะใภ้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง...”

กู้หว่านเยว่ลองชิมคำหนึ่ง ข้าวผัดผักที่ไม่มีน้ำมัน แถมยังไหม้เล็กน้อย รสชาติก็ไม่ได้เรื่องจริง ๆ

แต่พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นซูจิ่นเอ๋อมองมาที่นางด้วยสีหน้าตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำไปหมด นางหลุดหัวเราะออกมา แล้วยกนิ้วโป้งให้

“ไม่อร่อย แต่ความตั้งใจดีเยี่ยม!”

“พี่สะใภ้ ท่านพูดอะไรดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือ!”

ซูจิ่นเอ๋อแกล้งกระทืบเท้าอย่างโกรธเคือง แต่ในใจกลับรู้สึกดีใจอย่างมาก

นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้รับคำชมจากกู้หว่านเยว่

ไม่ไกลนัก หลี่ซือซือเห็นฉากนี้ก็รู้สึกแสบตา นางตัดสินใจเข้าไปหาเรื่องกู้หว่านเยว่ เดินไปข้าง ๆ ซูจิ่งสิงแล้วพูดอย่างมีเลศนัย

“พี่ชาย พี่สะใภ้เก่งจริง ๆ ไม่เหมือนข้าที่ไร้ความสามารถ นักการพวกนั้นดีกับพี่สะใภ้มาก ตอนกลับมาก็ยังช่วยพี่สะใภ้ขนของด้วยนะ”

เมื่อเห็นแผนการยุยงแสนโฉ่งฉ่างของนางชาเขียว* แล้ว กู้หว่านเยว่ที่อยู่ไม่ไกลนักก็หัวเราะหึ ๆ ก้มหน้าก้มตากินข้าวแล้วรอดูความสนุกสนาน

ซูจิ่งสิงหลับตา “หว่านเยว่ของพวกเราเก่งอยู่แล้ว”

“...” พี่ชายไม่เข้าใจสิ่งที่นางพูดหรือเปล่า?

หลี่ซือซือพูดติดขัด ก่อนจะพูดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น “พี่สะใภ้กับนักการที่ชื่อจางเอ้อร์ส่งสายตาให้กัน แถมยังจับมือกันอีก ข้าทำแบบนั้นไม่ได้หรอก...

โอ๊ย พี่ชาย ข้าไม่ได้หมายความว่าพี่สะใภ้ใจง่าย มีอะไรกับนักการคนนั้น ท่านอย่าเข้าใจพี่สะใภ้ผิดนะ”

“พรวด!” ในที่สุดกู้หว่านเยว่ก็ทนไม่ไหว เกือบจะพ่นข้าวออกมาเพราะหัวเราะ

วันนี้นางได้เห็นแล้วว่าอะไรที่เรียกว่านางชาเขียวที่ชอบเสี้ยม

หลี่ซือซือเหลือบมองกู้หว่านเยว่อย่างไม่พอใจ แล้วหันกลับไปมองซูจิ่งสิงอย่างเว้าวอน “พี่ชาย ตอนนี้ท่านบาดเจ็บ ข้ากลัวว่าบางคนจะไม่ซื่อสัตย์...”

“เจ้าพูดจบหรือยัง?”

ซูจิ่งสิงทนเสียงรบกวนของหลี่ซือซือไม่ไหวแล้ว จึงลืมตาขึ้น หางตาเหลือบไปเห็นกู้หว่านเยว่แอบหัวเราะอยู่ไม่ไกล เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกจนใจ ผู้หญิงคนนี้ชอบดูเรื่องตลกจริง ๆ

คำพูดเย็นชาหลุดออกมา

“ไสหัวไป”

“พี่ชาย ท่าน...”

หลี่ซือซือขอบตาแดงก่ำ นางพูดจาแย่ ๆ ขนาดนี้แล้ว พี่ชายยังเชื่อกู้หว่านเยว่อีก

เขาถูกกู้หว่านเยว่ทำของใส่หรือเปล่านะ?!

สุดท้ายก็ทนสายตาเย็นชาของซูจิ่งสิงไม่ไหว นางจึงปิดหน้าแล้ววิ่งหนีไป

ซูจิ่งสิงหลับตาลงด้วยความรังเกียจ

“พี่ซือซือ ทำไมพูดอะไรแปลก ๆ” ซูจื่อชิงย่นจมูก ด้วยความที่เขายังเด็กจึงไม่เข้าใจว่านางชาเขียวคืออะไร รู้สึกเพียงว่าหลี่ซือซือแปลกมาก

ซูจิ่นเอ๋อก็กะพริบตาอย่างงุนงง นางจำได้ว่าพี่ซือซือ เป็นคนอ่อนโยนและใจกว้างมาก เหตุใดจึงเปลี่ยนไปเป็นแบบนี้?

ทางด้านนี้ นางจินเห็นหลี่ซือซือร้องไห้กลับมา จึงสะกิดมือลูกชายคนโตอย่างซูเช่อ ให้เขาเข้าไปปลอบ

“ข้าไม่ไป ข้าไม่อยากไป”

ซูเช่อหันหลังให้เตียง แค่มองหลี่ซือซืออีกแวบเดียวก็รู้สึกอึดอัดแล้ว

นางจินแสดงสีหน้าสับสน ก่อนหน้านี้ทั้งสองดูเหมือนจะชอบพอกัน จึงหาโอกาสจัดการเรื่องแต่งงานไปด้วยเลย

แม้จะถูกเนรเทศ แต่เรื่องสำคัญในชีวิตจะช้าไม่ได้

เหตุใดหลังจากออกไปซื้อของกลับมา ลูกชายก็มองหลี่ซือซือเหมือนกับเห็นผี

นางจินสมองไม่ค่อยดี และก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ซูหร่านหร่านกลับเหลือบมองหลี่ซือซือแวบหนึ่ง แล้วมองไปทางบ้านสาม จากนั้นพูดด้วยเสียงเบา ๆ

“ท่านแม่ ถ้าพี่ใหญ่ไม่อยากไปก็ช่างเถอะ”

นางจินพูดอะไรไม่ออก ทำได้เพียงยอมแพ้ มองซูอวี่ของบ้านรองที่เข้าไปประจบประแจงหลี่ซือซือด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

หลังจากทานอาหารเสร็จ นักการก็เร่งให้ทุกคนออกเดินทาง

เมืองอูอวิ๋นเป็นเพียงจุดพักชั่วคราว ไม่สามารถอยู่นานเกินไป มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อการเดินทาง

แม้จะเป็นกระท่อมที่แข็งกระด้าง แต่ก็ยังเป็นบ้านที่พอจะเป็นที่กำบังได้ เมื่อทุกคนได้ยินว่าต้องไป ก็พากันคร่ำครวญด้วยความอาลัย

“ให้พวกเขารีบเก็บข้าวของแล้วออกเดินทาง ได้ยินมาว่าสุสานหลวงถูกโจรกรรม พวกเรารีบไปก่อนดีกว่า จะได้ไม่โดนลูกหลง”

ซุนอู่กำชับเหล่านักการ

เขาเพิ่งจะทราบข่าวการโจรกรรมสุสานหลวงเมื่อครู่นี้เอง

สุดยอดจริง ๆ ได้ยินมาว่าสุสานหลวงทั้งสุสานถูกปล้นจนเกลี้ยงภายในคืนเดียว ไม่เหลืออะไรเลย

โจรพวกนี้น่ากลัวเกินไปจริง ๆ

เมืองอูอวิ๋นไม่ควรอยู่ต่อ รีบไปกันเถอะ

เมื่อนักการได้รับคำสั่งแล้ว ก็หยิบแส้ออกมาเร่งให้ทุกคนออกเดินทาง ดังนั้น กลุ่มคนจึงออกเดินทางอีกครั้ง มุ่งหน้าไปยังนอกเมือง

เส้นทางข้างหน้าคงจะไม่ราบรื่นเช่นนี้แล้ว อย่างน้อยก็สามสี่วันจะไม่เจอเมืองเลย

นั่นหมายความว่า พวกเขาจะต้องนอนกลางดินกินกลางทรายเป็นเวลาสามถึงสี่วัน

ตอนกลางคืน ทุกคนเหนื่อยมากจนล้มนอนลงกับพื้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาเห็นการกระทำของกู้หว่านเยว่ ทุกคนแทบจะเบิกตากว้างออกมาด้วยความตกใจ

*นางชาเขียว ใช้เปรียบเทียบผู้หญิงที่ดูเหมือนไร้เดียงสา แต่จริง ๆ แล้วร้ายลึก
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (3)
goodnovel comment avatar
Toy M
ในซีรีย์ระหว่าทางนางเอกช่วยรักษาพระเอกเอายาฆ่าเชื่อใส่ในถุงน้ำให้พระเอกกินตลอดและรักษาจนพระเอกเดินได้ นิยายทำไมไม่มี
goodnovel comment avatar
Dumpjea
สะใจ ขนทองไปให้หมด เยี่ยม ให้ฮ่องเต้ร่ำไห้ไป จะเอาผิดใครก็ไม่ได้
goodnovel comment avatar
วรรณดี ศาลาทอง
สนุกทุกตอนค่ะ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2360

    กู้หว่านเยว่ยิ้ม “เจ้ายังพาคนแปลภาษามาด้วยหรือ?”หลี่หวยเซียนทำหน้าเขินอาย “เมื่อได้ยินว่าต้องมาหมู่บ้านหูหนวก กระหม่อมไม่รู้ภาษามือ จึงได้หาคนมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ผู้ใหญ่บ้านมองกู้หว่านเยว่ เมื่อเห็นหลี่หวยเซียนพานางมา อีกทั้งเมื่อครู่นางบอกว่าเป็นคนตงโจว จึงพยักหน้าอย่างไม่ลังเลหันไปชี้ห้องรับรองด้านใน แล้วหันกลับมาชี้กู้หว่านเยว่บ่าวชายกล่าว “ใต้เท้า ผู้ใหญ่บ้านให้ถามท่านว่ามีกี่คนที่จะพักอยู่ที่นี่ขอรับ?”หลี่หวยเซียนหันมองกู้หว่านเยว่ นางกล่าว “พวกเราสี่คนพักที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องคนอื่นในกลุ่มทหารรับจ้างพักที่บ้านของชาวบ้านคนอื่นก็ได้”หลี่หวยเซียนรีบบอกผู้ใหญ่บ้าน “ข้ากับพวกเขาห้าคนจะพักอยู่ที่บ้านเจ้า”ไม่ง่ายกว่าจะได้พบท่านอ๋อง เขาไม่รีบกลับที่ว่าการขนาดนั้นหรอก ต้องอยู่ช่วยที่นี่ ส่วนงานที่ว่าการ โดยทั่วไปไม่มีเรื่อง ฉุกเฉินใด ท่านอาจารย์ของเขาสามารถช่วยจัดการได้หากมีเรื่องที่ท่านอาจารย์ของเขาจัดการไม่ได้ ที่ว่าการก็ไม่ไกลจากที่นี่ ให้คนมาส่งจดหมายได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว“เงินพวกนี้ เจ้ารับไว้ รบกวนเจ้าแล้ว”หลี่หวยเซียนนำเงินถุงหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ยื่นให้ผู้ใหญ่บ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2359

    หลี่หวยเซียนชะงักต่อมาจึงรู้สึกตัว แล้วรีบกล่าว “รู้จักพ่ะย่ะค่ะ ตอนนั้นที่ตั้งของหมู่บ้านหูหนวก กระหม่อมเป็นคนช่วยพวกเขาเลือก เนื่องจากที่แห่งนี้อยู่ด้านหลังกลุ่มภูเขา อยู่ในที่ห่างไกล น้อยนักจะมีคนมาเยือน จึงเหมาะกับพวกเขา”กู้หว่านเยว่นึกไม่ถึงว่าจะมีเรื่องราวเช่นนี้ พลางเดินเข้าไปในหมู่บ้านพร้อมหลี่หวยเซียน พลางสอบถาม “ถ้าอย่างนั้น พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก แต่ย้ายมาทีหลังหรือ?”หลี่หวยเซียนยิ้มร่า “แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นจะมีคนหูหนวกทั้งหมู่บ้านได้อย่างไร”เมื่อพูดจบจึงนึกได้ว่าตัวเองพูดจาเช่นนี้กับท่านอ๋องไม่เหมาะสม จึงยิ้มอย่างรู้สึกผิดเมื่อเห็นกู้หว่านเยว่กำลังครุ่นคิด ไม่คิดจะถือโทษ ถึงได้โล่งอกตอนแรกกู้หว่านเยว่ยังนึกสงสัย ทำไมในหมู่บ้านหูหนวกถึงไม่มีคนที่พูดได้แม้แต่คนเดียวบัดนี้เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่หวยเซียน จึงรู้ว่าในนี้ย่อมมีสาเหตุซ่อนเร้น จึงสอบถาม “แล้วพวกเขามาจากที่ใดหรือ?”หลี่หวยเซียนครุ่นคิดสักครู่ สีหน้าเจือความเจ็บปวด “ความจริง ก่อนหน้านี้พวกชาวบ้านล้วนเป็นคนปกติ สามารถได้ยินและพูดคุยได้ พวกเขาไม่ใช่คนหูหนวกเป็นใบ้แต่กำเนิด แต่เพราะถู

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2358

    ขณะนี้ผู้คนที่อยู่ในวัดร้างสังเกตเห็นความผิดปกติ แต่ถูกกู้หว่านเยว่ล้อมไว้นานแล้ว มีปีกก็ยากจะหลบหนีบวกกับคนที่หลี่หวยเซียนพามาล้วนเป็นยอดฝีมือ ต่อให้พวกเขาอยากหนีก็หนีออกไปไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทหารรับจ้างที่ประจำการอยู่มากมายเพียงไม่นาน พวกคนในวัดร้างก็ถูกจัดการจนหมดตามคำสั่งของกู้หว่านเยว่ นอกจากหมอผีหลายคนนั้นแล้ว คนอื่นที่เป็นกบฏล้วนถูกสังหารจนสิ้นเมื่อรู้ว่าใต้ดินถูกสร้างเป็นโลกอีกใบ หนำซ้ำยังมีคนมารวมตัวกันมากมายเพื่อค้นคว้ายาพิษ หลี่หวยเซียนถึงขนาดต้องปาดเหงื่อให้ตัวเองโชคดีที่กู้หว่านเยว่ไม่คิดจะเอาผิดกับเขา เขาเองก็ไม่กล้าพูดมาก รีบพาผู้ใต้บัญชาไปจัดการศพเหล่านั้นบัดนี้แม้อุณหภูมิจะไม่สูง แต่ศพพวกนี้กลาดเกลื่อนอยู่ภายนอก ไม่เพียงทำให้ชาวบ้านกลัว ยังทำให้เกิดโรคระบาดได้ส่วนกู้หว่านเยว่สั่งให้คน นำหมอผีหลายคนนั้นมาตรงหน้านางพวกหมอผีเคยประมือกับกู้หว่านเยว่แล้ว เห็นนางไม่เพียงพาตัวเฟิงเพียนอวิ๋นออกไป หนำซ้ำยังพาคนกลับมากวาดล้างรังของพวกเขา สีหน้าของแต่ละคนจึงโกรธแค้นมาก“ตกลงเจ้าคือใครกันแน่? พวกเราไปล่วงเกินเจ้าตอนไหน เจ้าถึงเป็นอริกับพวกเราเช่นนี้” หนึ่งในหม

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2357

    แต่ต้องได้เห็นกับตาถึงจะเชื่อ ดังนั้นพวกเขาจึงรอให้คนในหมู่บ้านไปตรวจสอบก่อนถึงจะตัดสินใจผ่านไปไม่นาน ชายหนุ่มในหมู่บ้านหลายคน ที่เมื่อครู่ถูกส่งตัวไปกลับมาพร้อมกันพวกเขาหันมองกู้หว่านเยว่กับลั่วหรงแวบหนึ่งก่อน ต่อมาจึงเดินไปตรงหน้าผู้ใหญ่บ้าน แล้วส่งภาษามือใส่เขาทันใดนั้นสีหน้าผู้ใหญ่บ้านเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ ดูท่าคนพวกนี้คงเล่าเรื่องในวัดร้างให้เขาฟังแล้วชั่วขณะนั้นผู้ใหญ่บ้านไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี หลังครุ่นคิดชั่วครู่ จึงหันมองชายชรา ให้ชายชราช่วยส่งต่อเจตนาต่อมากู้หว่านเยว่เห็นชายชราเขียนลงในกระดาษ “บุญคุณความแค้นระหว่างพวกเจ้ากับกลุ่มคนในวัดร้างไม่เกี่ยวกับพวกเรา ความบาดหมางของพวกเจ้าก็จัดการเอง”กู้หว่านเยว่เผยรอยยิ้มจาง ๆ เดิมทีนางก็ไม่คิดจะให้พวกชาวบ้านกลุ่มนี้จัดการให้อยู่แล้ว ที่มาหาพวกเขา เพียงแค่ไม่อยากปะทะกับพวกเขาเท่านั้นในเมื่อพวกเขาตัดสินใจไม่แทรกแซง นั่นคือบทสรุปที่ดีที่สุดกู้หว่านเยว่กล่าวจริงจัง “วางใจเถอะ พวกเราไม่โยงพวกเจ้าเข้ามาเกี่ยวหรอก แต่พวกคนในวัดร้างฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะซ่อนตัว เพื่อไม่ให้ถูกลูกหลง”เมื่อชายชราเห็นข้อความของกู้ห

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2356

    “พวกเราไม่มีเจตนาจะรบกวนหมู่บ้านพวกเจ้า ที่เข้ามาเพราะต้องการช่วยคนเท่านั้น พวกเจ้าวางใจ พวกเราไม่ทำร้ายพวกเจ้าเด็ดขาด”หลังเขียนตัวหนังสือเสร็จ กู้หว่านเยว่รีบชูกระดาษให้พวกเขาดูทันทีเป็นไปตามคาด ชาวบ้านในหมู่บ้านหูหนวกแห่งนี้มีคนรู้หนังสือ เห็นเพียงชายชราคนหนึ่งมองกู้หว่านเยว่แวบหนึ่ง แล้วรีบหันไปทำไม้ทำมือกับผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ข้างกันผู้ใหญ่บ้านหันมองกู้หว่านเยว่ ในดวงตามีความค้นหาและระแวง เจตนาร้ายที่ที่เคยเข้มข้นลดเลือนลงไปมากผู้ใหญ่บ้านส่งภาษามือกับคนอื่น ๆ จากนั้นหันมองชายชราชายชราพยักหน้าแล้วเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษ“พวกเจ้าเป็นใคร?”กู้หว่านเยว่ไม่คิดปิดบัง บอกไปตามจริง “พวกเรามาจากตงโจว ที่มาเยือนหมู่บ้านหูหนวก เพื่อมาตามหายาถอนพิษ”ไม่รู้ว่ากู้หว่านเยว่คิดไปเองหรือไม่ หลังจากพวกเขาได้ยินว่าพวกกู้หว่านเยว่มาจากตงโจว เจตนาร้ายลดลงจากเมื่อครู่ไม่น้อยทว่าทุกคนไม่ได้เชื่อนางตั้งแต่ครั้งแรก แต่กลับสอบถามต่อไป “หมู่บ้านหูหนวกของพวกเรา จะมียาถอนพิษที่พวกเจ้าตามหาได้อย่างไร?”กู้หว่านเยว่ใช้พู่กันเขียนต่อ “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าหลังหมู่บ้านพวกเจ้ามีวัดร้างแห่งหนึ่ง ด้านในม

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2355

    ทูพั่วยิ้มอย่างสดใส “เด็กน้อย ข้าจะทิ้งเจ้าไว้ที่นี่คนเดียวได้อย่างไร ทำอย่างนั้นก็ไร้คุณธรรมเกินไปแล้ว ไป”พูดจบ ก็อุ้มจ้านจ้านขึ้นทีเดียวอย่างเป็นกันเอง แล้วออกจากถ้ำเพื่อไปแจ้งสมาชิกคนอื่นในกลุ่มทหารรับจ้างเมื่อเห็นสมาชิกทหารรับจ้างที่เฝ้าอยู่นอกหมู่บ้าน ทูพั่วบอกเล่าเรื่องราวให้พวกเขาฟังพอสังเขป ต่อมาจึงกล่าว “เตรียมอาวุธให้พร้อมมือ อีกเดี๋ยวต้องเกิดการต่อสู้ที่หนักหนาไม่น้อย”จ้านจ้านครุ่นคิดแล้วเอ่ยเตือน “ท่านอาทูพั่ว เพื่อความรัดกุม ไม่สู้พวกเราส่งคนหนึ่งให้ไปแจ้งทางการดีกว่า”เขาล้วงป้ายห้อยเอวอันหนึ่งออกมาจากหน้าอก “ใช่สิ ขอมอบป้ายห้อยเอวอันนี้ให้ท่าน เมื่อคนของทางการเห็นป้ายห้อยเอวนี้ก็จะรู้เอง”ทูพั่วรับป้ายห้อยเอวมาดูแล้วดูอีก จากนั้นพยักหน้า “เจ้าพูดถูก อย่างพวกเราไปด้วยกันยังไม่น่าเชื่อถือ ทางที่ดีคือต้องให้คนของทางการมาช่วยเหลือด้วย”ระหว่างที่พูดได้มอบป้ายห้อยเอวให้กับสหายข้างกาย แล้วสั่งการ “เจ้ารู้จักคนของศาลาว่าการ ให้เจ้าไปก็แล้วกัน”คนที่ถูกเรียกชื่อรีบรับป้ายห้อยเอวไป “ท่านหัวหน้าโปรดวางใจ ข้าจะกลับมาอย่างรวดเร็ว”รอให้เขาจากไปแล้ว คนอื่น ๆ เองก็ไม่รอช้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status