พระชายาผู้ถูกหมางเมิน

พระชายาผู้ถูกหมางเมิน

last updateLast Updated : 2026-06-26
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
54Chapters
6.6Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

แต่งงานได้นางก็ขอหย่าขาดได้เช่นกันให้มานอนกอดหนังสือสมรสนั่นมิใช่วิถีของอี้หลานฮวาผู้นี้อยู่แล้ว หักหลังนางไม่พอ ยังบังอาจทำลายชื่อเสียงสกุลอี้ของนางเช่นนั้นนางจะไม่เป็นมันแล้วพระชายาผู้ถูกหมางเมิน!!

View More

Chapter 1

บทนำ

บทนำ

แสงสีทองผ่องอำไพกระจ่างตรงขอบฟ้าด้านทิศตะวันออก บอกได้ว่าบัดนี้ยามเช้าได้หมุนเวียนมาบรรจบยังมหานคร ‘ฉิงสุ่ย’ อาณาจักร ‘ต้าหยวน’ อีกหนึ่งวันแล้ว และบรรยากาศต้นยามเฉินของต้นเดือนหกที่มีอากาศสดชื่นนี้ก็เป็นวันมหามิ่งมงคลได้ฤกษ์ดี ที่ตำหนักขององค์ชายใหญ่ ‘หยวนเยี่ยเจา’ บุรุษผู้องอาจสง่าผ่าเผย แต่เพราะเขากำเนิดจากมารดาที่เป็นเพียงพระสนมชั้นไฉเหริน (ผู้ฉลาดปราดเปรื่อง) อีกทั้งสกุลเดิมของพระมารดาที่บัดนี้เป็นที่ทรงโปรดขององค์ฮ่องเต้ จนถึงขนาดยกพระนางให้เป็น ‘เฉิงกุ้ยเฟย’ โดยอาศัยข้ออ้างกับอดีตไทเฮาผู้วายชนม์ไปแล้วว่า ‘เพ่ยฮองเฮา’ นั้นแต่งเข้าวังหลายปีกลับมิอาจให้กำเนิดองค์รัชทายาทหรือ ‘ไท่จื่อ’ แก่ราชวงศ์ ‘หยวน’ ได้แม้แต่เพียงพระองค์เดียวจวบจน ‘เฉิงเซียงอวี้’ ที่เป็นเพียงบุตรสาวของนายอำเภอขนาดเล็ก แต่เพราะฮ่องเต้ปลอมพระองค์ไปตรวจสอบทุกข์และสุขของชาวบ้านในเขตชายแดนจึงพบรักกับหญิงสาวธรรมดาเช่นเฉิงเซียงอวี้ ที่เป็นเพียงบุตรีของนายอำเภอขนาดเล็กติดชายแดนผู้หนึ่งเท่านั้น แล้วในเมื่อบุรุษเช่น ‘ฮ่องเต้’ ต้องการสตรีใดย่อมต้องสมดังใจหมายปอง อีกสิ่งบุตรสาวได้เข้าวัง ท่านนายอำเภอ ‘เฉิงเซียว’ ย่อมต้องยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงจะเป็น ‘คนโปรด’ ของฮ่องเต้ ทว่าไร้เชื้อสาย ไร้ชาติตระกูล จึงต้องเริ่มจากตำแหน่ง ‘เฉิงไฉเหริน’ เพียงเท่านั้น แต่ผ่านไปเพียงหกเดือน หญิงสาวบ้านป่ากลับตั้งครรภ์ ทั้งที่สตรีร่วมครึ่งร้อยภายในวังต้องห้ามแต่งเข้ามากี่นางกลับไม่เคยตั้งครรภ์แม้เพียงนางเดียว

ดังนั้นจากพระสนมชั้นไฉเหรินจึงได้ขยับฐานะขึ้นมาเป็น ‘เฉิงเสียนเฟย’ แล้วจากนั้นอีกหกเดือนต่อมา เฉิงเสียนเฟยก็ให้กำเนิด ‘องค์ชายใหญ่’ จนไทเฮานั้นยากจะคัดค้านความต้องการของฮ่องเต้ที่จะตั้งแต่ง ‘เฉิงเสียนเฟย’ ให้ขึ้นมาเป็น ‘เฉิงกุ้ยเฟย’ ที่เป็นรองก็เพียงฮองเฮากับไทเฮาเท่านั้น และผ่านไปถึงหกปี ต่อให้พระสนมผู้อื่นจะตั้งครรภ์แต่คลอดออกมาหากเป็นชายล้วนตายสิ้น จะเหลือรอดก็เพียงองค์หญิงเพียงเท่านั้น

จวบจนเข้าปีที่เจ็ดฮองเฮาก็ให้กำเนิดองค์ชายลำดับที่เจ็ดออกมาจนได้ แต่แข่งเรือแข่งอาชาล้วนแข่งได้ แต่แข่งวาสนาเห็นทีฮองเฮายากจะต่อสู้ เพียงองค์ชายเจ็ดมีพระประสูติการออกมาได้ครบเจ็ดวัน ไทเฮาก็หวนคืนสวรรค์สิ้นพระชนม์ไปเสียได้ ดังนั้นฮองเฮาจึงสิ้นที่พึ่งพิงเช่นไทเฮาผู้เป็นมารดาสามีที่ดีที่สุดไปไม่พอ ยังถูก ‘ข่าวลือ’ ทำร้ายชื่อเสียงขององค์ชายเจ็ดว่าเป็นเด็กที่ถือกำเนิดมาพร้อมดวงมรณะ เป็นผู้กำเนิดมาพร้อมดาวพิฆาต

ยิ่งพอเขาครบเจ็ดเดือนก็บังเกิดภัยแล้งทางตอนเหนือของอาณาจักร ส่วนแดนใต้นั้นดันเกิดน้ำท่วมใหญ่ประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ดังนั้นต่อให้รากฐานฝ่ายสกุลฮองเฮาจะแน่นหนา แต่ก็ยากจะช่วงชิงตำแหน่ง ‘ไท่จื่อ’ มาให้แก่องค์ชายเจ็ดไปได้ เพราะ ‘ข่าวลือเล่าอ้าง’ ที่ว่าองค์ชายนั้นเป็นผู้เกิดมาพร้อมดวงหายนะ ดวงทำร้ายทำลายบ้านล่มสลายเมือง

ส่วนเบื้องลึกเบื้องหลังจะมีสิ่งใดแอบแฝงย่อมมีเพียงผู้ ‘ปล่อย’ ข่าวลือเท่านั้นที่ทราบดีเพียงผู้เดียว จนบัดนั้นผ่านมาสิบสองปี ตำแหน่งไท่จื่อก็ยังคงว่างอยู่ แต่องค์ชายมีเพียงสองพระองค์เท่านั้น บัดนี้ทั้งคู่ล้วนคู่คี่สูสีแต่จวบจนบุตรสาวคนโตของสกุลอี้เติบโตครบวัยปักปิ่น สัญญาหมั้นหมายขององค์ชายใหญ่กับคุณหนูใหญ่สกุลอี้ที่มีอำนาจบารมีมากล้น หากฮองเฮาดึงนางไปเป็นพระชายาเจ็ดได้ตำแหน่ง ‘ไท่จื่อ’ ย่อมหนีไม่พ้นองค์ชายเจ็ด แต่เพราะเฉิงกุ้ยเฟยเฉลียวฮ่องเต้ฉลาดจึงหมั้นหมายคุณหนูใหญ่ ‘อี้หลานฮวา’ มาตั้งแต่นางมีวัยเพียงสามเดือน

และวันนี้ก็คือวันมงคลดังกล่าวระหว่างองค์ชายใหญ่หยวนเยี่ยเจากับคุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ ‘อี้หย่งเซิง’ ที่มีท่านปู่เป็นถึงอัครมหาเสนาบดีอี้ ‘อี้ซ่งเหริน’ ที่มาถึงแล้วนั่นเอง

ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวยิ่งใหญ่สมฐานะ ‘พระชายาอี้’ ส่วนภายในเกี้ยวแปดคนหามนั้นมีสาวน้อยวัยสิบห้าปีกำลังนั่งมือเย็นเฉียบไปด้วยความตื่นเต้น และดีใจ ใบหน้างดงามที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างดีนั้นก็ยากจะหุบรอยยิ้มลงไปได้

เพราะเด็กสาวนั้นหลงรักคู่หมั้นของตนเองมาตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยแตกเนื้อสาวเพียงสิบสามขวบปี และนางเองก็เชื่อเสมอมาว่า ‘พี่เจา’ นั้นรักนางตอบเช่นกัน ก็อี้หลานฮวาอายุเพียงสิบห้าปีเท่านั้น นางไร้เดียงสา อีกทั้งตั้งแต่นางจำความได้นางก็ถูกทั้งบิดา มารดา พี่ชายอีกสองคน ตลอดไปจนถึงท่านปู่และท่านย่าคอยย้ำแล้วย้ำอีกว่านางนั้นมีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว และนางต้องมีสามีนามว่า ‘หยวนเยี่ยเจา’ เพียงเท่านั้น!

"พี่จื่อชิง ข้าดูดีแล้วใช่หรือไม่?"

คนที่กำลังจะได้เข้าพิธีแต่งงานขยับพัดในมือออกเล็กน้อยสอบถามสาวใช้รุ่นพี่คนสนิทนามว่า ‘จื่อชิง’ ด้วยกิริยาเอียงอาย พลางแอบเหลือบสายตาไปยังด้านนอกที่เห็นแผ่นหลังกว้างและแข็งแกร่งของของ ‘จ้าวบ่าว’ ที่อยู่บนหลังอาชาศึกตัวโตสีดำสนิท ยิ่งมองดวงใจของสาวน้อยก็สั่นไหวไปหมด ใบหน้านางเองนั้นก็มีแววว่าหากนางเติบโตเป็นสาวเต็มกายกว่านี้อีกสักสามถึงห้าปีนั้นคงงดงามหยาดเยิ้มงดงามล่มบ้านล่มปฐพีเสียเป็นแน่

"งดงามอย่างยิ่งแล้วเพคะพระชายาอี้"

ด้วยผ่านพิธียังบ้านเจ้าสาวนั้นครบถ้วนไปแล้ว เหลือก็เพียงพิธียังตำหนักองค์ชายใหญ่เท่านั้น นั่นจึงนับจากขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวมาอี้หลานฮวาก็ได้กลายเป็นพระชายาอี้แล้ว จะเรียก ‘คุณหนูใหญ่อี้’ เช่นเดิมมิได้อีกแล้ว

ในขณะที่ฝ่ายเจ้าสาวนั้นมีความสุข สมหวัง อิ่มเอิบ หัวใจฟูฟ่องจนตัวแทบจะลอยออกจากเกี้ยวเจ้าสาวไปล่วงหน้าผู้เป็นเจ้าบ่าวเสียให้ได้ ทางด้านหยวนเยี่ยเจานั้นกลับต้องปั้นแต่งใบหน้าให้ยิ้มแย้ม ทั้งที่ภายในใจของเขานั้นตรอมตรมยิ่งนัก

เพราะภายในใจของเขามีสตรีอันเป็นที่รักปักใจมาเนิ่นนานร่วมสามปี แต่เพราะตำแหน่ง ‘ไท่จื่อ’ เขาจึงต้องเก็บซ่อนความรักยอมแต่งงานกับเด็กสาวผู้เบาปัญญา แต่ฐานอำนาจสกุลของนางมั่งคง แถมหากเขาชี้นกนางก็ยอมเออออตามที่เขาบอก หรือให้เขาบอกแก่นางว่ากิ่งไม้เป็นงู อี้หลานฮวานั้นกลับเห็นตามนั้นไม่เคยขัด เด็กเช่นนี้แต่งกับนางมาเป็น ‘บุตรสาว’ คงสมควรกว่ามาก ทว่านี่...

…เพื่ออำนาจกับผลประโยชน์ เขาจำต้องแต่งให้กับนาง ยกนางขึ้นเป็นพระชายาเอก…

ยิ่งคิดรอยยิ้มก็ยิ่งจืดจางลงทีละน้อย ในใจมันไร้ความสุข การเสแสร้งนี้จะให้ยืนยาวเห็นทีจะยากเสียแล้ว แต่เพื่อรากฐานอันมั่นคงกับฐานะไท่จื่อ หากได้ฝ่ายสกุลอี้กับสกุลพันธมิตรอีกหลายสกุลคอยสนับสนุน การที่เขายอมแต่งกับอี้หลานฮวาเพียงหนึ่งเดียว แม้แต่ฮองเฮากับสกุล ‘เพ่ย’ ของนางก็ยากจะต่อต้าน

บัดนี้เพียงนางกับองค์ชายเจ็ด ‘ยินยอม’ อยู่อย่างสงบเสงี่ยม ทุกคนในสกุลเพ่ยและตัวองค์ชายเจ็ดเองก็จะปลอดภัยไปอีกยาวนาน ถึงวูบหนึ่งจะรู้สึกสงสารอี้หลานฮวาแต่จะทำเช่นไรได้ สำหรับเขาแล้วนางก็เพียง ‘สะพาน’ ไม้ที่จะนำพาเขาไปจนถึงบัลลังก์ทองเพียงเท่านั้น หากเขาสมหวังสะพานก็จะถูกถอดถอนออกไปทันที!

…และนั่นคือสิ่งที่เขาตั้งตารอคอย!...

‘อดทนหน่อยนะอาเจา รอให้เจ้าเป็นองค์ไท่จื่อสำเร็จ ในยามนั้นจะปลดนางแล้วแต่งกับคนที่เจ้ารัก ข้าจะไม่ขัดขวางเจ้าอีกเลย’

คำกล่าวของเฉิงกุ้ยเฟยผู้เป็นพระมารดายังดังก้องอยู่ภายในใจและศีรษะอยู่ตลอดเวลา อดทน...และอดทน...คนไม่รักจะอย่างไรก็ไม่รัก ยิ่งอี้หลานฮวานั้นเป็นพวกนุ่มนิ่มหัวอ่อน เขายิ่งไม่ชอบ สตรีที่เขารักปักใจนั้น นางนั้นเก่งกาจรอบด้าน แถมยังเป็นผู้ใหญ่วัยก็ใกล้เคียงกันกับเขา ต่างจากอี้หลานฮวาที่นางอายุห่างจากเขาถึงสิบสามปี

ยิ่งอาชาตัวโตพาเขาเข้าใกล้ตำหนัก ‘อันเล่อ’ ของตนเองมากเท่าใด ดวงใจของคนที่ไม่ต้องการยกเอาสตรีอื่นซึ่งตนเอง ‘ไม่รัก’ มาเป็นภรรยา แล้วต้องยอมปล่อยมือสตรีอันเป็นที่รัก ‘หลิงหนี่ว์เอ๋อร์’ ให้จากเมืองหลวงไปลี้ภัย หรือจากไปให้พ้นสายพระเนตรของฮ่องเต้จวบจนวันที่เขาได้สมหวังไกลถึงแคว้นเหล่ย ซึ่งเป็นชายแดนอันเงียบสงบเสียแทน เขาแสนจะเจ็บปวดหัวใจจนแทบกระอักโลหิตออกมาที่ต้องแยกจากสตีอันเป็นที่รัก แต่สุดท้ายให้หยวนเยี่ยเจาดึงเวลาการเดินทางให้ช้าลงเพียงใด ประตูตำหนักก็ปรากฏอยู่ตรงหน้านี่แล้ว การแต่งงานวันนี้ใกล้จะสำเร็จในอีกไม่ถึงสองชั่วยาม!

ชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีโหนเรือนกายสูงใหญ่ลงจากหลังอาชาเมื่อเกี้ยวเจ้าสาวหลังโตมาหยุดลงตรงหน้าประตูตำหนักอันเล่อเรียบร้อยแล้ว เขาเตะเกี้ยวตามธรรมเนียมของชาวต้าหยวนไปสามครั้ง จากนั้นตัวของแม่สื่อก็รับจูงมือเรียวเล็กของเด็กสาววัยเพียงสิบห้าปีลงมาส่งให้แก่หยวนเยี่ยเจารับต่อ แล้วพากันก้าวเข้าไปทำพิธีต่างๆ จนเรียบร้อยผ่านพ้นไปจนถึงงานเลี้ยงที่ผู้คนมากมายต่างรออยู่

และในที่สุดก็มาถึงพิธีส่งตัวเจ้าสาวเข้าไปรอยังห้องหอ โดยมีเฉิงกุ้ยเฟยเป็นผู้มาส่งเด็กสาวด้วยตัวของนางเอง ผลประโยชน์ทำให้คนเราช่างเห็นแก่ตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่เด็กสาวที่เติบโตมาจากมารดาและพี่เลี้ยงผู้เข้มงวด ท้องฟ้าทั้งผืนของอี้หลานฮวาจึงมีเพียงจวนของท่านแม่ทัพอี้ จวนอัครมหาเสนาบดีอี้ รวมถึงสถานศึกษาของบุตรชายและบุตรสาวของขุนนางชั้นสูงเท่านั้น เช่นนี้นางจะวางใจคนจนกลายเป็น ‘เด็กโง่’ ดังถูกท่านปู่และท่านย่าล้อเล่นอยู่บ่อยครั้งย่อมไม่แปลกสักนิด!

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
54 Chapters
ตอนที่1 /1
ตอนที่1 ||เจ้าสาวในฝัน(ที่สลาย)เด็กสาวนั่งกำด้ามพัดเอาวางไว้บนตักหลังจากเฉิงกุ้ยเฟยและเหล่านางกำนัลอาวุโสทั้งหลายจากไปจนหมด เหลือเพียงนางกับจื่อชิงที่จากสาวใช้บัดนี้ก็กลายมาเป็น ‘คนสนิทของพระชายาอี้’ ถึงทราบดีว่าเหล่าองค์ชายแต่งพระชายาได้มากถึงสี่นาง แต่เด็กสาวที่อยู่ในวัยเพ้อฝันก็คิดไปก่อนแล้วว่าตนเองจะได้เป็นพระชายาเพียงหนึ่งเดียวขององค์ชายใหญ่“พี่จื่อชิง ข้าปวดเท้ายิ่งนัก”จื่อชิง พี่เลี้ยงสาวในวัยสิบเก้าปี นอกจากแม่นมซู่อิ๋งแล้วอี้หลานฮวายังทราบอีกด้วยว่าพี่เลี้ยงกึ่งสาวใช้นางนี้เป็นคน ‘พิเศษ’ ของที่ชายคนรอง เด็กสาวที่รู้เห็นเป็นใจจึงเรียกอีกฝ่ายว่า’ พี่จื่อชิง’ แทนที่จะเรียกอีกฝ่ายว่าจื่อชิงเช่นผู้เป็นนายสาวทั่วไปจะใช้เรียกสาวใช้“เช่นนั้นรอสักครู่นะเพคะพระชายาจื่อชิงจะไปนำน้ำอุ่นมาให้แช่เท้านะเพคะ”สาวใช้คนสนิทเร่งเดินออกไปจัดการสิ่งที่คุณหนูของนางต้องการเพียงไม่นานก็กลับมา รองเท้าเจ้าสาวอันงดงามถูกปลดออกจากเท้าเรียวเล็ก จากนั้นจื่อชิงก็นวดเท้าให้แก่อี้หลานฮวาอย่างทราบจุดกันเป็นอย่างดีว่าอีกฝ่ายนั้นพึงใจน้ำหนักมือเช่นไร เด็กสาวผ่อนคลายจนแทบเคลิ้มหลับแต่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าห
Read more
ตอนที่ 1/2
...ย้อนกลับไปเมื่อหกวันก่อนหน้างานสมรสพระราชทาน...“เจ้าเสียสติหรือเยี่ยเจา?!” บุรุษสูงวัยแต่ยังดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงไปหลายปี ภายใต้อาภรณ์สีดำปักลวดลายเป็นมังกรสีทองอร่ามเรืองรองบอกได้ถึงฐานะอันไม่ธรรมดา ทว่าใบหน้าของเขานั้นดำทะมึนไปถึงเก้าส่วน ด้วยเพลิงโทสะซึ่งกำลังถาโถมออกมา เนื่องจากบุตรชายที่เขารักมากไม่พอยังเป็นความหวังเดียวที่เขาต้องการจะยกราชบัลลังก์ให้เขาสืบทอดต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้แต่เจ้าตัวดีนั้นกลับไม่คิดจะสานต่อ คิดจะละทิ้งชาวประชาและแผ่นดินไปเป็นเพียง ‘เหล่ยอ๋อง’ ที่แคว้นเหล่ยซึ่งอยู่ห่างไกลถึงชายแดนเพราะเพียงแค่อยากสมหวังกับสตรีนางเดียว เขาคิด ‘กำจัด’ นางทิ้ง แต่หยวนเยี่ยเจานั้นกลับชาญฉลาดนำนางไปซุกซ่อน ถึงเขาจะส่งคนไปกำจัดแต่หยวนเยี่ยเจากลับมายื่นคำขาดในวันนี้ว่าหากเขายังไม่ปล่อยมือจากคนสกุล ‘หลิง’ อีก เขาจะปลิดชีพตนเองต่อหน้าบิดาก็วันนี้ ฮ่องเต้จึงบันดาลโทสะจนศีรษะแทบลุกเป็นไฟแต่กลับทำอันใดมิได้เลย“หากกระหม่อมเสียสติแล้วในอดีตที่เสด็จพ่อพบรักกับเสด็จแม่ ดึงดันจะรับนางเข้าวังให้ได้แม้เสด็จย่าจะต่อต้านเพียงใดเล่าจะเรียกว่าอันใด?”“นี่เจ้า!!!” ฮ่องเต้ถึงกับมือไม้สั่นร
Read more
ตอนที่ 2
ตอนที่ 2ในยามเช้ามาเยือนอีกครั้งยังแผ่นดินต้าหยวน แต่วันนี้ฐานะของเด็กสาวผู้หนึ่งเปลี่ยนไปราวกับพลิกปฐพีเนื่องจากวันนี้ ‘อี้หลานฮวา’ นั้นหาใช่คุณหนูแห่งจวนอี้อีกแล้ว ทว่านางคือ ‘พระชายาอี้’ ที่ตื่นขึ้นมาอย่างเดียวดายโดยไร้เงาของพระสวามี เด็กสาวจึงไม่ทราบว่าตนเองจะออกจากห้องหอไปยกน้ำชาให้แก่เฉิงกุ้ยเฟยผู้เป็นแม่ของสวามีได้อย่างไร อีกทั้งก่อนยามอู่นางจะต้องเข้าวังไปยกน้ำชาให้กับฮ่องเต้และฮองเฮานั้นอีก เด็กสาววัยเพียงสิบห้าปีที่ตลอดนับจากจำความได้ ชีวิตของอี้หลานฮวานั้นถูกสั่งสอนให้เดินอยู่เพียงในกรอบธรรมเนียมและประเพณีของชาวต้าหยวนมาโดยตลอด พอวันนี้ทุกสิ่งผิดเพี้ยนไปหมดจากสิ่งที่นางถูกมารดากับท่านย่าปลูกฝังและสั่งสอนอบรมนางมาตลอดชีวิตก็เลยไม่ทราบแล้วจริงๆ ว่าตนเองสมควรจะทำเช่นไรต่อไปดี นอกจากนั่งทึ่มทื่ออยู่บนเตียงด้วยความคิดสับสนวุ่นวายใจไปหมดตามประสา ‘คุณหนู’ ตระกูลใหญ่ผู้หนึ่งที่ถูกถนอมมาราวกับไข่ในหิน…ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…“พระชายาอี้เพคะ หม่อมฉันแม่นมเหอเอง”พอล่วงถึงต้นยามเหมา แม่นมเหออี๋นั่วที่ติดตามเฉิงกุ้ยเฟยมาจากอำเภอเล็กๆ ติดชายแดนตั้งแต่อีกฝ่ายยังเป็นเพียงพระสนมชั้นไฉเหริน จวบจน
Read more
ตอนที่ 3
…ห้องโถงใหญ่ตำหนักอันเล่อ…สตรีสูงวัยแต่งกายภูมิฐานแต่อายุของนางนั้นใกล้สี่สิบเจ็ดเต็มที ทว่านางกลับดูอ่อนวัยราวกับหญิงสาววัยสามสิบเท่านั้น นางกำลังนั่งขยับฝาถ้วยน้ำชาไล่ไอร้อนด้วยกิริยากรีดกรายปลายนิ้วก้อยเด้งจนเห็นที่สวมปลอกนิ้วซึ่งเป็นทองคำแท้จริง รวมไปถึงชุดเครื่องประดับ หากเมื่อวานนางไม่พบหน้าอีกฝ่ายมาก่อนคงคิดไปแล้วถึงเก้าส่วนว่าสตรีตรงหน้าคือ ‘ฮองเฮา’ มากกว่าจะเป็นเพียง ‘เฉิงกุ้ยเฟย’ ภรรยาคนรองของมังกรผู้เฒ่าเช่นหยวนจิ่วซ่างไปแล้วเป็นแน่“สะใภ้มาคารวะเสด็จแม่เพคะ”อี้หลานฮวาโค้งกายลงไปจนเริ่มจะปวดเอวหากแต่ ‘พระมารดา’ ของพระสวามีนั้นกลับนิ่งเฉย ขยับฝาถ้วยน้ำชาราวกับบัดนี้ทั้งตัวของนางและจื่อชิงเป็นเพียงสายลมที่ยากจะได้ยินหรือสัมผัสแตะต้องได้อย่างไรอย่างนั้น“อี้หลานฮวาคารวะเฉิงกุ้ยเฟยเพคะ”นางต้องกัดฟันแล้วสูดลมหายใจยืดยาวเข้าและออกอยู่เป็นครู่ แต่โค้งกายร่วมสองเค่อสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้ากลับไม่เอ่ยอันใดออกมาแม้เพียงครึ่งคำ อดีตก่อนจะแต่งงานเข้ามาเด็กสาวยังจดจำได้ถึงทุกเทศกาลที่ว่าที่พระมารดาของสามีมักจะจัดส่งของขวัญไปให้นางอย่างไม่มีละเว้น จวบจนเมื่อราตรีซึ่งเดินไปส่งนางเข้าห้องหอ
Read more
ตอนที่ 4
เพราะถึงนางจะรักใคร่หยวนเยี่ยเจามาตั้งแต่เริ่มรู้ความว่าตนเองเติบโตเป็นสาวน้อย แต่คำสอนของท่านย่ายังดังก้องอยู่ในใจดวงน้อยเสมอว่า ‘เสี่ยวหลานเอ๋ย ดวงใจของคนเรานั้นมีถึงสี่ส่วน ดังนั้นเจ้าจะรักผู้ใดย่อมได้ทั้งหมด เพียงแต่จงใช้สามส่วนรักและภักดีต่อเขา แล้วจงเหลือหนึ่งส่วนเอาไว้รักตนเอง เพราะยามใดเขาทอดทิ้งเจ้า หลงลืมที่จะรักเจ้าดวงใจอีกหนึ่งส่วนจะปกป้องเจ้าได้ จงรักตนเองให้เป็นเสียก่อนจึงค่อยไปรักผู้อื่น หนึ่งชีวิตบิดาให้มารดาเลี้ยงดูอย่าให้ผู้อื่นมาทำลายมันลงไปได้’ ถึงจะฟังแล้วอดีตนางเข้าใจได้น้อยมาก หากแต่วันนี้เหตุการณ์ตรงหน้าทำเอาเด็กสาวถึงกับเข้าใจกระจ่างชัดเจนต่อคำสั่งสอนของท่านย่าขึ้นมาทันใด“นี่เจ้า!”เฉิงกุ้ยเฟยบันดาลโทสะจนหน้าดำไปแปดส่วน เพราะมิคาดว่าเด็กสาวหน้าตาใสซื่อกับการที่ดูกิริยาอีกฝ่ายออกมาโดยตลอดว่าอี้หลานฮวานั้นพึงใจบุตรชายของนางจนถึงขึ้นหลงใหล หากแต่บัดนี้นางเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นคาวน้ำนมกลับยกเอาคนทั้งสกุลอี้มาข่มขู่นางทางอ้อมเช่นนี้ หากนางไม่โมโหจนหน้ามืดเห็นทีจะแปลกแล้ว“สมรสพระราชทานมิใช่ออกในยามเช้าแล้วตบแต่งในยามบ่าย ตรงกันข้ามพิธีการถูกจัดเตรียมถึงสามเดือน ขอ
Read more
ตอนที่ 5
ตอนที่ 5“พระชายาอี้เพคะ แล้วเช่นนี้พวกเรา…”จื่อชิงที่เดินตามเรือนกายอรชรกลับไปยัง ‘อดีต’ เรือนหอที่บัดนี้ถูกทิ้งร้างเหลือเอาไว้เพียงนางได้ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว“อย่าได้ว้าวุ่นใจไป จดหมายของข้าคงถึงมือพี่ใหญ่แล้ว ข้าก็เพียงรอ…เท่านั้นหึ! ... ข้าก็อยากจะรู้เช่นกันว่าคนเหล่านั้นกำลังแสดงงิ้วบทใดอยู่”…รักเขานั้นมากมาย แต่รักตนเองย่อมมีมากกว่า…ถึงอี้หลานฮวานั้นยังเยาว์และไร้เดียงสา หากทว่านางมิได้เบาปัญญาเลยแม้แต่น้อย นางเติบโตมากับท่านย่าผู้เก่งกาจด้านยาต้านพิษ และเติบโตมากับท่านแม่ที่เป็นบุตรสาวจากแดนเหนือที่มากมายไปด้วยความสามารถด้านการปรุงพิษเป็นอันดับหนึ่งดังนั้นแล้วหกขวบนางปรุงยาพิษได้และปรุงยาถอนพิษเป็นจึงยังนับว่าช้าไปเสียด้วยซ้ำ เช่นนี้ที่หยวนเยี่ยเจานั้นหลบหนีค่ำคืนเข้าหอโดยแอบอ้างว่าไป ‘ตรวจราชการ’ ไกลถึงชายแดนหลายพันลี้ คนเช่นนางมีหรือจะยินดีไปยืนส่งเจ้าบ่าวด้วยความไร้เดียงสา ในรถม้าหรูหราขบวนนั้นมันธรรมดาที่ใด หลอกเด็กหญิงอาจจะพอหลอกกันได้ แต่มาหลอกเด็กสาวที่สอบได้เป็นอันดับหนึ่งของวิชาแพทย์ทุกปี เกรงว่าสกุลหยวนจะดูเบาสกุลอี้เกินไปแล้ว!“แล้วกำหนดการไปยกน้ำชาให้กับฮ่อง
Read more
ตอนที่ 6
...วังหลวงแห่งต้าหยวน...เรือนกายอรชรผสานกับใบหน้างดงาม เรียวปากเล็ก ดวงตากลมโตใสแจ๋วสีม่วงงดงาม ใบหน้าเล็กเรียวเพียงฝ่ามือเท่านั้น กับการแต่งกายด้วยอาภรณ์เรียบง่ายแต่ก็หรูหรา กับเครื่องประดับบนศีรษะที่บอกถึงตำแหน่งของนางได้เป็นอย่างดีว่า สาวน้อยงดงามราวเทพธิดาตัวน้อยนั้นนางมิใช่ธรรมดา แต่เป็นพระชายาอี้ที่ฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจบิดากับท่านปู่ของนาง“พระชายาอี้”ขันทีอายุราวห้าสิบกว่าปีโค้งกายจนศีรษะแทบโขกกับพื้น จู่ๆ แววตาใสแจ๋วสีม่วงก็บังเกิดความเจ้าเล่ห์ขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนที่เรียวปากจิ้มลิ้มสีแดงระเรื่อตามธรรมชาติมิได้แต้มชาดให้ความงดงามต้องจืดจางลงไป ภายในใจของเด็กสาวก็คิดว่า หากนางเลือกจะไปเข้าเฝ้าฮองเฮาแทนที่จะเป็นฮ่องเต้ ตาเฒ่าผู้นั้นจะ ‘ร้อน’ ไปทั้งกายหรือไม่?“กงกง เปิ่นหวางเฟยต้องการมาเฝ้าเข้าเสด็จแม่ ท่านช่วยไปกราบทูลให้เปิ่นหวางเฟยจะได้หรือ?”เรียวปากจิ้มลิ้มนั้นกล่าวด้วยวาจาไพเราะ ส่วนจื่อชิงคนติดตามของพระชายาอี้ก็จับมือของท่านขันทีสูงวัยแล้วยัดบางสิ่งไปให้ ครั้นพอ ‘เหวินกงกง’ เปิดออกดูจึงพบ ‘ทอง’ ถึงสิบตำลึง ภายในใจจึงชื่นชมพระชายาอี้ว่าเป็น ‘เด็กสาว’ ที่เฉลียวฉลาดไม่น้อย“ขอ
Read more
ตอนที่ 7
เพราะนางมองอีกฝ่ายอยู่นานแล้ว สายตาของ ‘แพทย์’ ที่มองจนเริ่มแน่ใจว่าอาการใบหน้าซีดเซียว ผิวก็ดูหยาบกระด้าง ดวงตาขุ่นมัวมันผิดปกติ ยิ่งนางเติบโตมากับยาพิษกับยาถอนพิษ อี้หลานฮวามองปราดเดียวก็คิดว่าตนเองสายตาไม่พลาดเป็นแน่ เพ่ยฮองเฮาจะต้องถูกพิษอย่างแน่นอน“เอ่อ...แม่สบายดี เสี่ยวหลานอย่าได้ว้าวุ่นวายใจไปเลย” เพราะเช่นไรอี้หลานฮวาก็เป็นคนของ ‘องค์ชายใหญ่’ ไปแล้ว และตลอดชีวิตของนางนับจากสิ้นบุญไทเฮา นางที่อาศัยอยู่ภายในวังหลวงก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แม้แต่ยาพิษก็ต้องยอมกลืนกิน หาไม่สกุลเพ่ยอาจถูกกวาดล้างจนสิ้นเป็นแน่ ไหนจะบุตรชายอีก หยวนลี่หยางนั้นนางยอมดื่มยาพิษในส่วนของเขา ก็มารดาคนใดจะอดทนเห็นลูกในไส้ดื่มยาพิษต่อหน้าได้ลงคอเล่าพระนางเองก็เช่นกัน ดังนั้นสภาพร่างกายของตนเองจึงดูย่ำแย่ถึงเพียงนี้ แต่ช่วงหลังมานี้ฮ่องเต้เข้มงวดขึ้นมากส่งหมอหลวงมาตรวจโลหิต ก็มีบ้างที่หยวนลี่หยางจะต้องดื่มไปด้วย แต่เพราะส่วนใหญ่พระนางแอบสลับมาดื่มแทนหลายปี องค์ชายเจ็ดจึงมีพิษอยู่ในกายน้อยกว่าพระนางมากมายนัก แต่คนเป็นพระมารดาไม่คิดมาก ขอเพียงบุตรชายปลอดภัย ให้ต้องถูกตัดแขนตัดขาควักลูกนัยน์ตา พระนางก็ยอมทุกสิ
Read more
ตอนที่ 8
ขันทีอาวุโสฟังแล้วก็ตกใจแทบสิ้นสติ หากแต่เพียงเจอรอยยิ้มหวานสะท้านทรวงเข้าไปก็ราวกับเขาหลงลืมทุกสิ่งไปจนสิ้น เร่งรีบเชื้อเชิญแล้วเดินนำหน้าไปยังตำหนักจินหลงทันควัน อี้หลานฮวามองโดยรอบด้วยสายตาสำรวจเงียบงัน กิริยาการเดินที่สง่างาม แผ่นหลังเหยียดตั้งตรง จังหวะการก้าวเดินที่สม่ำเสมอ บอกได้เป็นอย่างดีว่าเด็กสาวผู้นี้มาจากสกุลใหญ่และเข้มงวดมากเป็นแน่“พระชายาอี้ เชิญด้านนี้พ่ะย่ะค่ะ” เหวินกงกง พานางกับจื่อชิงเดินลัดเลาะไปตามทางเดินที่ยิ่งเดินก็ยิ่งกว้างใหญ่ไพศาล ไม่ว่าจะเป็นการตบแต่งด้วยต้นไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายชนิด ทางเดินก็โรยด้วยหินอย่างดี ผิดกันไกลราวกับอยู่ต่างแคว้นกับตำหนักของฮองเฮา เด็กสาวจึงคิดอย่างเงียบงันว่าหากต่อไปนางสนับสนุนหยวนเยี่ยเจาเป็นไท่จื่อไปจนถึงฮ่องเต้ สภาพนางจะต่างกับฮองเฮาหรือไม่ความรักนั้นมีวันจืดจาง แต่ความลำบากนางมองเห็นอยู่เบื้องหน้า คนโง่เท่านั้นที่จะดึงดันเผชิญหน้ากับความลำบากโดยไม่สนใต้หล้า ทบทวนดวงใจของตนเองอย่างเงียบๆ ถามตนเองอยู่หลายรอบ นางรักหยวนเยี่ยเจามากถึงเพียงนั้นหรือไม่ แล้วคำตอบก็ดังก้องว่านางมิได้รักเขามากถึงปานนั้น นางรักตนเองมากกว่า...หรือที่แ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status