ชายาพยัคฆ์

ชายาพยัคฆ์

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-10
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
5Bab
0Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

อู๋ซานเหนียง เป็นเพียงหญิงธรรมดาๆ มิใช่เทพธิดาลอยลม มีสติปัญญาเป็นเลิศ แต่ชาติกำเนิดมาจากสกุลขุนนางต่ำต้อย เพราะต้องการช่วยเหลือบิดาที่ถูกจับไปคุมขัง นางจึงต้องสวมรอยเป็นองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ไปแต่งงานยังต่างแคว้น การได้อภิเษกสมรสกับ เอี้ยนเซิน องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยนอาจเป็นความใฝ่ฝันของหญิงสาวทั่วหล้า ทว่านางรู้ดีว่าตนเองตกอยู่ในฐานะเจ้าสาวตัวประกันที่พร้อมจะถูกเขาฆ่าทิ้งได้ทุกเมื่อ และหากความลับถูกเปิดเผย ย่อมหมายถึงสงคราม!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 เจ้าสาวที่น่ารังเกียจ 1

จากใจนักเขียน

               เดิมทีปุ๋มตั้งใจว่าจะตั้งชื่อเรื่องชายาพยัคฆ์เป็นชื่ออื่นที่แสนหวานพาฝันกว่านี้ แต่ความแกร่ง สู้คนของนางเอกเหมาะกับชื่อชายาพยัคฆ์นี้แล้ว อู๋ซานเหนียง นางเอกของนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงลูกสาวขุนนางตำแหน่งเล็กๆ ในอำเภอห่างไกล เป็นแค่ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาๆ มีสติปัญญาแต่ชาติกำเนิดต่ำ จนกระทั่งชะตาชีวิตของนางผกผัน จำยอมต้องเป็นตัวแทนขององค์หญิงเพื่อเข้าพิธีอภิเษกกับองค์ชายแคว้นศัตรู นอกจากจะต้องเอาชีวิตให้รอดแล้ว นางยังต้องหยุดยั้งสงครามให้ได้อีกด้วย พระเอกร้ายกาจ แต่นางเอกก็สู้ไม่ถอย จะสู้อย่างไรอ่านในเล่มได้เลยค่ะ

               ปุ๋มวางโครงเรื่องนิยายชุดนี้ไว้ 4 เรื่องด้วยกัน โดยใช้ชื่อสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำทิศตามคติความเชื่อของจีน ได้แก่ มังกร เสือ หงส์และเต่า ตัวเอกของแต่ละเรื่องจะเป็นพี่น้องกัน (สามารถอ่านแยกกันได้ค่ะ)

ชายาพยัคฆ์... เป็นเรื่องราวของเอี้ยนเซิน องค์ชายใหญ่แคว้นเอี้ยนกับชายากำมะลออู๋ซานเหนียง

ชายาเสวียนอู่... องค์ชายรองเอี้ยนซ่านฉีกับมนต์นภา หญิงสาวผู้หลงมิติมาจากชลบุรีด้วยฝีมือเทพเสวียนอู่

ชายาหงส์... องค์ชายสามเอี้ยนซื่อจิ้นกับองค์หญิงฟางหนิงแห่งแคว้นศัตรู

ส่วนชายามังกร... ตัวเอกคือน้องสาวคนเล็ก องค์หญิงหย่งอานกับองค์ชายหลี่เซวียนหลง ปุ๋มจะพยายามเขียนให้ครบชุดสี่เรื่อง ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ ^_^

ตันเหมย (มณีริน)

สามารถติดตามข่าวสารได้ที่

แฟนเพจ @maneerin.novel

 

บทนำ

                “ความตายเท่านั้นที่จะช่วยเจ้าหนีไปจากข้าได้ แต่จงจำไว้... ต่อให้เจ้าลงนรก ข้าก็จะตามเจ้าไป”

                เสียงกระซิบอันเยือกเย็นนั้นแผ่ความโกรธแทรกทั่วทุกอณูลมหายใจ ปลายดาบคมกริบพาดอยู่บนลำคอระหง นัยน์ตาของอู๋ซานเหนียงสั่นไหว เนื้อตัวสกปรกมอมแมมและเต็มไปด้วยเลือดแดงฉาน รายล้อมไปด้วยซากศพและเขา... ชายผู้เลือดเย็นดุจพญามัจจุราชคนนั้นยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า...

เอี้ยนเซิน... องค์ชายผู้สูงศักดิ์ เจ้าของวิญญาณและร่างกายของนาง

ดวงตาคมกร้าวคู่นั้นสะท้อนประกายเพลิง แผดเผานางให้กลายเป็นเถ้าธุลีได้เพียงปรายตามอง... ไร้หัวใจ... กระชากนางให้ร่วงลงสู่เบื้องบาทใต้พื้นธรณี

“อย่าบังอาจหนีไปจากข้า!!” 

บทที่ 1 เจ้าสาวที่น่ารังเกียจ

                ชายแดนแคว้นเหลียน หนึ่งในสามแคว้นใหญ่

                ดวงตะวันฉายแสงแรงกล้าท่ามกลางควันไฟคุกรุ่นจากเถ้าสงคราม สองทัพกำลังประจันหน้ากันอย่างดุเดือด ซากศพทหารกองทับถมมองไปไกลสุดลูกหูลูกตา คนที่ยังเหลือรอดไม่บาดเจ็บก็พิการแต่ยังคงฟันแทงศัตรูไม่ยั้งมือ ม้าศึกหลายสิบหลายร้อยตัวถูกฟันบาดเจ็บนอนชักกระตุกด้วยความทรมาน ผงกหัวขึ้นๆ ลงๆ อยู่สองสามครั้งก่อนจะขาดใจตาย

วันนี้เป็นการทำศึกล่วงเข้าเดือนที่สองแล้ว ศีรษะทหารที่ถูกตัดขาดกระเด็นถูกม้าศึกวิ่งเตะไปมาเหมือนเศษหิน ทหารแต่ละนายอาบเลือดจนแทบแยกแยะไม่ออกว่าเป็นฝ่ายไหน ต่างฝ่ายต่างสู้รบแบบถวายชีวิต กลิ่นเลือดเน่าๆ ผสมกลิ่นเนื้อคนเหม็นไหม้กลายเป็นกลิ่นติดจมูกชาชิน เหนือศีรษะขึ้นไปยังเบื้องบน ฟ้ากำลังแลบแปลบปลาบเป็นประกายระหว่างชั้นเมฆดุจมังกรพาดผ่าน สายลมกระโชกพัดมาม้วนเอาฝุ่นดินซัดใส่ใบหน้าทุกชีวิต

ท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยซากศพควรจะเป็นทุ่งข้าวสีทอง แม้ว่าจะรบพุ่งกันมานานหลายสิบปีแล้ว แต่สงครามก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป แคว้นใดที่ปรับตัวสู้ไม่ได้ก็จะถูกกลืนกิน แคว้นเล็กแคว้นน้อยไร้พลังอำนาจถูกลบชื่อไปจากประวัติศาสตร์ ดังนั้นแผ่นดินจึงเหลือเพียงสามแคว้นใหญ่ได้แก่ แคว้นเอี้ยน แคว้นหลี่และแคว้นเหลียน แย่งชิงความเป็นใหญ่อย่างดุเดือด

เอี้ยนเซิน องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยนนิ่งฟังเสียงเป่าเขาสัตว์ ดวงตาคมกริบแดงก่ำขณะมองทหารม้ากว่าหมื่นนายยืนเรียงแถวสงบนิ่ง ม้าศึกย่ำเท้าไปมาจนพื้นดินซึ่งแห้งแตกระแหงฝุ่นตลบ เขากำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบ รุกไล่ทัพของฝ่ายแคว้นเหลียนจนเหลือกำลังเพียงสองในสาม ลุยยึดเมืองหน้าด่านไปกว่าสิบเมืองจนเหลืออีกเพียงแค่ด่านเดียว ทัพพยัคฆ์ขาวอันเกรียงไกรของเขาก็จะบุกไปเคาะประตูถึงห้องนอนเหลียนอ๋อง

แต่เขาจำเป็นต้องยุติศึกตามคำสั่งเสด็จพ่อ

“ถะ...ถวายบังคมองค์ชายใหญ่ ขอทรงเกษมสำราญพ่ะย่ะค่ะ”

ขุนนางตัวอ้วนกลมสามคนคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าจอมทัพหลวง แต่ละคนกินดีอยู่ดีไม่เคยลำบากลำบน ผิวพรรณจึงขาวใสยองใย เมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าทหารแนวหน้าผิวหยาบกร้านแววตาโหดเหี้ยม เนื้อตัวเต็มไปด้วยริ้วรอยบาดแผลทั้งเก่าทั้งใหม่ ทุกคนยืนคุมเชิงนิ่งเหมือนรูปปั้น ขุนนางจากเมืองหลวงทั้งสามจึงก้มหน้าหลุกหลิก แต่ทหารองครักษ์น่ากลัวเหล่านี้เทียบไม่ได้เลยเมื่อเทียบกับชายผู้น่าเกรงขามซึ่งนั่งบนเก้าอี้ปูหนังเสือตรงหน้า

ฝ่าเท้าของบุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์เหยียบบนหัวเสือ เท้าแขนบนพนักเก้าอี้ พาดนิ้วชี้มาแตะบนใบหน้า ท่วงท่าองอาจแกร่งกร้าว แผ่กลิ่นอายเข่นฆ่ารุนแรง

“เจ้าเฒ่าเหลียนอ๋องจะยกองค์หญิงให้ข้า แล้วจบเรื่องทุกอย่างงั้นหรือ”

“ถะ...ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ เรื่องนี้ทางเหลียนอ๋องกับฝ่าบาททรงเห็นพ้องตรงกันแล้ว กระ...กระหม่อมจึงนำราชโองการมาถวาย”

“บัดซบ!!” เสียงตบโต๊ะดังสนั่นจนถ้วยชาหล่นแตก เอี้ยนเซินผุดลุกขึ้นชี้หน้าอย่างโกรธเกรี้ยว “องค์หญิงของไอ้เฒ่ามันเทียบชีวิตราษฎรนับหมื่นที่โดนมันฆ่าล้างได้หรือ?! มันบังอาจล้ำเขตแดนเข้ามาปล้นสะดมคนของแคว้นเอี้ยน ข้ายกทัพมาปราบต้องสูญเสียทหารไปเท่าไหร่ ความผิดที่มันก่อไว้ชดใช้แล้วหรือ?!”

“พูด!!”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
5 Bab
บทที่ 1 เจ้าสาวที่น่ารังเกียจ 1
จากใจนักเขียน เดิมทีปุ๋มตั้งใจว่าจะตั้งชื่อเรื่องชายาพยัคฆ์เป็นชื่ออื่นที่แสนหวานพาฝันกว่านี้ แต่ความแกร่ง สู้คนของนางเอกเหมาะกับชื่อชายาพยัคฆ์นี้แล้ว อู๋ซานเหนียง นางเอกของนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงลูกสาวขุนนางตำแหน่งเล็กๆ ในอำเภอห่างไกล เป็นแค่ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาๆ มีสติปัญญาแต่ชาติกำเนิดต่ำ จนกระทั่งชะตาชีวิตของนางผกผัน จำยอมต้องเป็นตัวแทนขององค์หญิงเพื่อเข้าพิธีอภิเษกกับองค์ชายแคว้นศัตรู นอกจากจะต้องเอาชีวิตให้รอดแล้ว นางยังต้องหยุดยั้งสงครามให้ได้อีกด้วย พระเอกร้ายกาจ แต่นางเอกก็สู้ไม่ถอย จะสู้อย่างไรอ่านในเล่มได้เลยค่ะ ปุ๋มวางโครงเรื่องนิยายชุดนี้ไว้ 4 เรื่องด้วยกัน โดยใช้ชื่อสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำทิศตามคติความเชื่อของจีน ได้แก่ มังกร เสือ หงส์และเต่า ตัวเอกของแต่ละเรื่องจะเป็นพี่น้องกัน (สามารถอ่านแยกกันได้ค่ะ)ชายาพยัคฆ์... เป็นเรื่องราวของเอี้ยนเซิน องค์ชายใหญ่แคว้นเอี้ยนกับชายากำมะลออู๋ซานเหนียงชายาเสวียนอู่... องค์ชายรองเอี้ยนซ่านฉีกับมนต์นภา หญิงสาวผู้หลงมิติมาจากชลบุรีด้วยฝีมือเทพเสวียนอู่ชายาหงส์... องค์ชายสามเอี้ยนซื่อจิ้นกับองค์หญิงฟางหนิงแห
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-10
Baca selengkapnya
บทที่ 1 เจ้าสาวที่น่ารังเกียจ 2
“พูด!!”“กระ...กระหม่อม...” ผู้ใดไม่มีขวัญกล้าหาญล้วนสะดุ้งไหว บรรดาทหารกร้านศึกต่างยืนนิ่งราวกับศิลา จะมีก็แต่ขุนนางอ้วนทั้งสามที่กระถดตัวถอยหนี“องค์ชายอย่าเพิ่งกริ้ว เหลียนอ๋องทรงชี้แจงว่านี่เป็นการกระทำโดยพลการของแม่ทัพชายแดน ดังนั้นเพื่อแสดงความจริงใจ เหลียนอ๋องจึงยินยอมลงนามเจรจาเป็นพันธมิตร สนับสนุนกำลังพล เงินทองและเสบียงเพื่อร่วมกันโค่นล้มแคว้นหลี่”เอี้ยนเซินปาถ้วยชาลงพื้นด้วยสีหน้าเย็นเยียบ ยิ่งแปลว่าให้ระวังตัว “ไสหัวกลับไป ชีวิตข้าใช้เวลาอยู่ในสนามรบมากกว่าโต๊ะเจรจา คนสันดานน่ารังเกียจอย่างเหลียนอ๋อง ข้าไม่ต้องการลูกสาวของมันมาร่วมสกุล!”น้ำเสียงของเขาขุ่นกระด้างพอๆ กับมวลเมฆที่เริ่มก่อตัวเหนือศีรษะ ท้องฟ้าเริ่มส่งเสียงคำรามครั่นครืน อีกไม่นานท้องทุ่งแห่งนี้คงจะเจิ่งนองเฉอะแฉะน่ารำคาญ ยิ่งฟังคำโต้แย้งของศัตรูผ่านปากขุนนางที่กินภาษีของราษฎร หัวใจของชายชาตินักรบยิ่งสูบฉีดเพลิงแค้นไปทั่วทุกอณู“กระหม่อมเข้าใจถึงความขุ่นข้องขององค์ชาย และนึกเคืองแค้นแทนราษฎรไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ใด แต่โบราณกล่าวไว้ ผูกมิตรไกลเพื่อโจมตีใกล้ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลดีเสมอมา เหล
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-10
Baca selengkapnya
บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง 1
บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง ฤดูใบไม้ร่วง แคว้นเหลียนสภาพอากาศช่วงนี้ฝนตกหนักต่อเนื่องไม่ขาดระยะ หากไม่ฝนตกก็เมฆหนาครึ้ม ถนนหนทางกลายเป็นมังกรโคลนพาดเลื้อยเลี้ยวหายไปในม่านฝน เมื่อท้องฟ้าครึ้มก็ทำให้เมืองหานซานดูหม่นหมอง เนื่องจากเกิดสงครามแทบจะปีเว้นปี แผ่นดินขาดเอกภาพ เมืองหลวงจึงเริ่มขาดแคลนอาหาร ราชสำนักมีคำสั่งห้ามขายเหล้า ร้านรวงจึงปิดเงียบ แม้แต่ร้านขายเต้าฮวยก็ไม่เปิดขาย มีแค่โรงเตี๊ยมไม่กี่แห่งที่แขวนตะเกียง ส่งแสงริบหรี่ชวนวังเวง อำเภอหม่าเจียงเป็นอำเภอเล็กๆ ไกลจากเมืองหลวง ที่นี่เป็นชุมทางลำเลียงเสบียงอาหารและเกลือ เรือขนสินค้ามักจะแวะพักที่นี่ นานวันเข้าก็กลายเป็นชุมชน บริเวณโดยรอบทำนาปลูกข้าวไม่ก็ทำไร่ ตอนนี้การค้าซบเซาเพราะผู้คนถูกเกณฑ์ไปรบกันหมด ชาวบ้านที่เหลืออยู่มีแต่จะยากจนลงต้องใส่เสื้อผ้าเก่าขาด ลำบากไปทุกหย่อมหญ้าและแล้วอำเภอเล็กๆ แห่งนี้ก็มีคดีความเกิดขึ้น เมื่อนาข้าวที่ชาวบ้านช่วยกันลงแรงปลูกไว้ก็ถูกมือดีทำลายคันนาจนเสียหาย หาตัวคนทำไม่ได้ ยิ่งซ้ำเติมความอดอยากมากขึ้นไปอีก เรื่องนี้กลายเป็นคดีที่น่าปวดหัวและมีชาวนามาร้องทุกข์ทุกวันไม่รู
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-10
Baca selengkapnya
บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง 2
ปีนี้นางอายุสิบหกแต่ยังไม่มีคุณชายบ้านไหนสนใจส่งแม่สื่อมาทาบทาม อาจจะเป็นเพราะชื่อเสียงกิตติศัพท์ด้านไม่ดีไม่งามทั้งหลายดังกระฉ่อน หรืออาจจะเป็นเพราะเมื่อปีที่แล้วนางถีบคุณชายบ้านไหนสักบ้านตกน้ำ บรรดาแม่สื่อจึงพากันขีดฆ่าชื่อของนางทิ้งไป“ใต้เท้าโปรดพิจารณาด้วย คนร้ายอยู่ที่นี่แล้ว” อู๋ซานเหนียงเช็ดแก้มเลอะๆ ของตนกับหัวไหล่ เผ้าผมยุ่งเหยิง ชายเสื้อทั้งสองข้างพับทบขึ้นถึงต้นแขนเรียวเล็ก สองมือของนางหอบตะกร้าใบใหญ่เปื้อนดินเข้ามาด้วย ส่วนพวกเด็กๆ ที่ลุยโคลนด้วยกันต่างอออยู่ที่หน้าประตูศาล ไม่กล้าเข้ามา“ไหน? คนร้ายที่ว่านั่นเป็นใคร” เมื่อจู่ๆ มีเด็กสาวบอกว่าจับตัวคนร้ายคดีทำลายคันนาได้ บรรดาเจ้าหน้าที่ศาล อู๋ซื่อหวงและจิ่นฟางต่างชะโงกหน้ามองหา อู๋ซานเหนียงจึงเช็ดมือกับกระโปรงแล้วจับปลาไหลขึ้นมาจากตะกร้า ส่วนพวกเด็กๆ ที่ช่วยจับปลาไหลพากันเต้นไปมาหน้าศาล“คนร้ายอยู่ที่นี่แล้วเจ้าค่ะ”“เจ้าเล่นอะไรของเจ้า ที่นี่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาปั่นป่วนได้รึ” อู๋ซื่อหวงขมวดคิ้ว มือกำไม้ประจำศาลไว้แน่น “เจ้าหน้าที่! โยนนางออกไป”“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านพ่อ เอ้อ ใต้เท้า ผู้น้อยมิได้โกหกหรือเข้ามาป่วนศ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-10
Baca selengkapnya
บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง 3
“เจ้า!! พูดจาเหลวไหล!”จิวจิ่นฟางโกรธจัดเกือบจะบันดาลโทสะ แต่เป็นเพราะเป็นคนมีชนักปักหลัง แอบลักลอบเล่นชู้กับแม่เลี้ยงสาวของตนเอง จิวจิ่นฟางจึงยืนนิ่ง หน้าแดงก่ำเหมือนตับหมู เรื่องนี้ชาวบ้านก็พอรู้แต่ไม่มีใครกล้าพูด เมื่อมีเหตุการณ์ชี้ตัวจับผู้เฒ่าเข้าคุก แถมยังจงใจลบหลู่ฐานะของตาเฒ่าเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ บรรดาชาวบ้านจมูกไวต่อเรื่องฉาวโฉ่อยู่แล้วจึงยิ่งโหมกระพือไปกันใหญ่“อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว เป็นถึงซิ่วไฉแต่กลั่นแกล้งคนแก่ไม่มีทางสู้”“นั่นสิ ลองคิดดู เจ้าเฒ่าจิวแก่ตายเมื่อปลายปี แล้วจู่ๆ ฮูหยินสาวก็คลอดลูกปีถัดมา นับเดือนดูแล้วยังไงก็เกินสิบเดือน เอ... หรือว่า...”บัณฑิตหนุ่มเป็นคนจำพวกอาศัยอยู่ในบ่อ เห็นท้องฟ้านิดเดียวแต่คิดว่าตนเป็นบัณฑิตกว้างขวาง แค่เจอเสียงซุบซิบก็ยืนตัวตรงไม่ได้เสียแล้ว“จิวจิ่นฟาง คุกเข่าลงและขออภัยเฒ่าซู จากนั้นก็ถือว่าเลิกแล้วต่อกัน” อู๋ซื่อหวงพูดเสียงห้วน จิวจิ่นฟางเป็นลูกเศรษฐีและใช้เงินจำนวนสามพันตำลึงซื้อตัวผู้คุมสอบจึงได้หมวกซิ่วไฉมาใส่ ที่ผ่านมาเป็นที่นับหน้าถือตาของชาวหม่าเจียงอย่างยิ่ง หากยอมคำนับคนตักส้วม เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน “เชิญเฒ่าซูนั่ง
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-10
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status