เข้าสู่ระบบ“เยว่อ๋องทรงพระเจริญหมื่นปี!”“ตงโจวจงเจริญ!”บนถนนมีเสียงยินดีโห่ร้องดังขึ้นราวกับคลื่นน้ำภาพนี้จะคงอยู่ในความทรงจำของทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้แม้แต่จ้าวเหวยเซิงเองก็ยังนึกไม่ถึง เมื่อไฟพันดวงสว่างขึ้นพร้อมกันจะน่าตะลึงถึงเพียงนี้ปากของหนานอินกลายเป็นรูปวงกลม“นี่ก็คือหลอดไฟหรือ? นี่แตกต่างจากลูกแก้วสีที่ข้าเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง น่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว เหตุใดจึงเปล่งแสงสว่างออกมาเช่นนี้?”นางยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด จึงอึ้งไปชั่วขณะในดวงตาเป่ยหมิงโยวหลานมีความตะลึงแวบผ่านเหมือนกับคนอื่น ๆ ภาพนี้ทำให้เขาตะลึงพรึงเพริด“นี่คือสิ่งที่เจ้าสร้างขึ้นหรือ?” เป่ยหมิงโยวหลานแสร้งถามทั้งที่รู้คำตอบกู้หว่านเยว่ยิ้มแล้วพยักหน้า “นอกจากข้า ใครยังสามารถทำได้อีก”“ช่างถ่อมตัวเหลือเกิน”เป่ยหมิงโยวหลานค่อนขอด ในใจกลับเห็นด้วยในคำพูดของกู้หว่านเยว่ นอกจากนางใครยังมีความสามารถเช่นนี้มีเพียงนางเท่านั้น ที่สร้างความประหลาดใจได้ทุกขณะหลังงานหลอดไฟจบลง เป่ยหมิงโยวหลานสะท้อนใจเมื่อก่อนเขาเคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะที่ร้อยปีจะพบสักครั้งจึงได้ยโสโอหัง ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาจนกระทั่
ทั้งสองสนิทกันมานาน จึงขี้เกียจจะพิธีรีตองใส่กัน พูดจบต่างก็หัวเราะ เป่ยหมิงโยวหลานหาที่นั่งให้ตัวเองเพียงไม่นานคนจากแคว้นเซียนหลิงก็มาถึง ผู้มาเยือนไม่ใช่คนรู้จัก แต่เป็นองค์หญิงท่านหนึ่งที่เพิ่งโตเป็นผู้ใหญ่ในราชวงศ์กำลังอยู่ในวัยสดใสร่าเริง กระโดดโลดเต้นขึ้นไปบนภัตตาคาร แล้วทำความเคารพกู้หว่านเยว่เพิ่งนั่งลงสายตาก็ถูกเป่ยหมิงโยวหลานตรงข้ามดึงดูด กระทั่งน้ำชาในมือก็ลืมดื่มเป่ยหมิงโยวหลานเอ่ยถาม “หลอดไฟคือสิ่งใดหรือ? ตลอดทางสองข้างทางเห็นเสาเต็มไปหมด บนเสายังแขวนลูกแก้วกลมเอาไว้ หรือว่านั่นคือหลอดไฟที่ท่านพูดถึง?”กู้หว่านเยว่ยิ้มแล้วพยักหน้า“ดูแล้วไม่มีความพิเศษใดเลย” องค์หญิงแคว้นเซียนหลิงปากไวพูดอย่างเถรตรงลูกแก้วสีเห็นได้บ่อยในที่ราบแห่งความโกลาหล ภายในพระราชวังก็มีลูกแก้วสีแขวนเต็มไปหมดที่ครอบเชิงเทียนมากมายก็เป็นที่ครอบแก้วสีซึ่งมีไส้เทียนอยู่ด้านใน ภายใต้ค่ำคืนสาดส่องแสงสีรุ้งเป็นประกายงดงาม สิ่งนี้พบได้บ่อยในหมู่สามัญชน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนในราชวงศ์ ที่เห็นจนชินตานานแล้วเมื่อองค์หญิงพูดเสร็จพบว่าตัวเองพลั้งปาก จึงมองกู้หว่านเยว่อย่างลืมตัว นึกไม่ถึงว่าเป่ยหมิ
จ้าวเหวยเซิงไม่ใช่คนโง่ช่วงที่ผ่านมา เขาถูกรังแกในสำนักชลประทานอยู่บ่อยครั้งใครคือผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง เดาได้ไม่ยากเลย“หลีกไป”จ้าวเหวยเซิงไม่เกรงใจ“ใต้เท้าโจวยุ่งมากไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมีเวลาว่างมาที่นี่ ในเมื่อยุ่งขนาดนั้น ไม่สู้ทำงานในสำนักชลประทานให้มากหน่อย จะได้ไม่ต้องยุ่งมาก”มุมปากของใต้เท้าโจวบิดเบี้ยวเล็กน้อยเขาฟังออก จ้าวเหวยเซิงกำลังถากถางเขาเรื่องที่หลายวันมานี้เขาอ้างว่างานยุ่งตลอด เพื่อบ่ายเบี่ยงเรื่องที่สำนักชลประทานควรให้ความร่วมมือเขาสะบัดแขนเสื้อแล้วส่งเสียงฮึดฮัดต่อให้เป็นเช่นนั้น ก็ไม่ยอมไปขอเป็นฝ่ายอ่อนข้อในเมื่อบาดหมางกันแล้ว เขาก็อยากจะดูว่าจ้าวเหวยเซิงที่อวดดีคนนี้ วันนี้จะสามารถแสดงออกอย่างงดงามต่อหน้าผู้คนหรือไม่จ้าวเหวยเซิงหันหลังก็มองเห็นสายตาที่ไม่หวังดีของใต้เท้าโจว เขาเงียบไม่พูดจา เขารู้ดีว่ามีองครักษ์ลับคอยจับตาดูพวกเขาตลอด“ใต้เท้าจ้าว ท่านอ๋องเชิญท่านไปหา” องครักษ์ข้างกายกู้หว่านเยว่มาแจ้งข่าวจ้าวเหวยเซิงได้ยินดวงตาลุกวาวแล้วพยักหน้า รีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปคารวะกู้หว่านเยว่ทันที“ท่านอ๋อง” ดวงตาจ้าวเหวยเซิงเผยความเลื่อมใสหากไม่ใ
จ้านจ้านเงยหน้า “ท่านแม่ ไม่อย่างนั้นกำหนดเป็นวันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ดเถอะ”“วันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ดหรือ?” ดวงตากู้หว่านเยว่เผยแววครุ่นคิดยังมีเวลาอีกหกวันตอนนี้เริ่มส่งข่าวราชสำนัก เพียงพอให้ประชาชนยอมรับแล้ว“ดี ถ้าอย่างนั้นก็กำหนดเป็นวันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ด” ดวงตากู้หว่านเยว่เป็นประกายมองจ้าวเหวยเซิงด้านล่าง“ใต้เท้าจ้าวต้องเตรียมตัวให้ดี ถึงยามนั้นจะมีผู้คนมากมายจับตา ประชาชนทุกคนกำลังรอเจ้าอยู่”จ้าวเหวยเซิงกลืนน้ำลายหนึ่งอึก รู้สึกว่าแรงกดดันช่างยิ่งใหญ่ แต่ไม่นานก็ประสานมือคำนับ “ท่านอ๋องโปรดวางพระทัย กระหม่อมจะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด”เขาทดลองซ้ำไปซ้ำมาหลายสิบครั้งแล้วยังมีเวลาอีกหกวัน เพียงพอให้เขาทดลองอีกเป็นร้อยครั้งกรมสารบรรณรวดเร็วมาก ข่าวราชสำนักแต่ละฉบับถูกส่งไปทั่วแคว้นในไม่ช้าพวกชาวบ้านต่างรู้ว่าราชสำนักกำลังค้นคว้าสิ่งที่เรียกว่าหลอดไฟ ไม่เพียงสามารถให้แสงสว่างเป็นเวลานาน หนำซ้ำแสงที่ส่องสว่างเจิดจ้ากว่าแสงเทียนหลายสิบเท่าอีกทั้งทางราชสำนัก ยังเตรียมจะจุดไฟบนถนนสายหลักทั้งสี่ของเมืองอวิ๋นอย่างถนนจูเชวี่ย ชิงหลง ไป๋หู่และเสวียนอู่หากชาวบ้านที่มีกำลังทร
องครักษ์ลับจะรายงานสถานการณ์ของจ้าวเหวยเซิงเป็นระยะ“วันนี้ใต้เท้าจ้าวพบอุปสรรคที่สำนักช่างหล่ออีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“ตลอดสามวัน ใต้เท้าจ้าวกินนอนที่กรมโยธาธิการ ไม่ได้กลับบ้านเลย”“หม้อไอน้ำมีโครงร่างแล้ว แต่ใต้เท้าจ้าวไม่ค่อยพอใจ รู้สึกว่าทำให้ประณีตกว่านี้ได้อีก”“ใต้เท้าจ้าวไม่ได้กลับบ้านหกวันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”กู้หว่านเยว่สังเกตความคืบหน้าไปด้วย พลางหัวเราะในใจ แล้วเอ่ยถามกะทันหัน “จ้าวเหวยเซิงแต่งงานหรือยัง?”“เรื่องนี้” องรักษ์ลับสะอึกไปชั่วครู่ แต่เรื่องนี้ไม่ยากสำหรับเขา แต่หัวข้อสนทนาเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป จึงต้องใช้เวลาตั้งตัวเล็กน้อย“ใต้เท้าจ้าวเป็นโสด ยังไม่แต่งงาน ในบ้านก็ยังไม่มีอนุภรรยาพ่ะย่ะค่ะ”กู้หว่านเยว่พยักหน้าเรื่องนี้พอเข้าใจได้ โชคดีที่ยังไม่แต่งงาน ท่าทางบ้างานขนาดนี้ของเขา หากที่บ้านมีเมียมีอนุ คงจะถูกละเลยกู้หว่านเยว่ไม่เห็นด้วยที่จะทุ่มเทพลังกายทั้งหมดให้ราชสำนัก นางคิดว่าควรบริหารจัดการอย่างเหมาะสม การที่ขุนนางทุ่มเทให้เรื่องบ้านเมือง แน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องดี แต่หากแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ไม่ควรละเลย“เจ้านำโจ๊กเห็ดหูหนูขาวถ้วยนี้ไปให้ใต้เท้าจ้าว”กู
เรื่องหลักการได้พูดไปหมดแล้ว ต่อจากนี้คือการดำเนินงานจริง การสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังไอน้ำ เกี่ยวพันถึงกรมทบวงในราชสำนักไม่น้อยกู้หว่านเยว่มอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้จ้าวเหวยเซิงหนึ่งอัน“เมื่อมีป้ายอาญาสิทธิ์อันนี้ เจ้าสามารถสั่งการขุนนางในกรมอื่นเพื่อให้ความร่วมมือกับเจ้า หลังจากนั้นค่อยมารายงานข้าก็พอ”จ้าวเหวยเซิงคุกเข่าบนพื้น สองมือรับป้ายอาญาสิทธิ์ แล้วคำนับให้กู้หว่านเยว่กู้หว่านเยว่ยินดีมอบเรื่องนี้ให้เขา นั่นคือไว้วางใจเขาอย่างมากจ้าวเหวยเซิงไปสำนักช่างหล่อเป็นอันดับแรกอันดับแรกต้องสร้างหม้อไอน้ำขนาดใหญ่ขึ้นมาก่อนขุนนางสำนักช่างหล่อให้ภาพแบบแปลนมาหนึ่งชุด “เรื่องนี้ไม่ยากสำหรับสำนักช่างหล่อ แต่ต้องใช้เวลา เร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาครึ่งเดือน ถึงจะทำตามสิ่งที่ใต้เท้าจ้าวต้องการได้”จ้าวเหวยเซิงชื่นชม “เวลาครึ่งเดือนเร็วกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้มากแล้ว”หลังกลับมาจากสำนักช่างหล่อ จ้าวเหวยเซิงไปที่สำนักชลประทานใต้เท้าโจวในสำนักชลประทานก็รับมือค่อนข้างยากเขาครุ่นคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดท่านอ๋องจึงไม่มอบหมายเรื่องนี้ให้เขา เพราะอย่างไรเขาก็มีประสบการณ์มากกว่าจ้าวเหวยเ
แต่จี้เยว่ไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของสกุลซุน ไม่ได้รับความสำคัญมากเพียงพอ อีกทั้งยังไม่สามารถตำหนิพวกเขาอย่างรุนแรงได้นางหยางกวาดตามอง “ดูเด็กคนนี้น่ารักมากเพียงใด ข้าอายุปูนนี้แล้ว ว่างงานยิ่งนัก ชอบให้เด็กรายล้อมรอบกาย หากไม่สะดวกเลี้ยงดูในวัง ก็สามารถส่งมาที่จวนข้าได้”“เด็กคนนี้งดงามดุจหยก ขาวๆ นุ่ม
กู้หว่านเยว่เห็นสีหน้าเคร่งขรึมของซูจิ่งสิง ก็รู้ได้ทันทีว่าในจดหมายลับต้องมีเรื่องสำคัญบางอย่างเป็นแน่“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับด่านเซียวหรือ?”“อีกสิบวัน พวกเขาจะรวมตัวกันนอกเมืองด่านเซียว เพื่อสังหารหมู่ชาวบ้าน”ซูจิ่งสิงยื่นจดหมายลับให้กู้หว่านเยว่“พวกเขาไม่ใช่คนต่างเผ่า แต่เป็นพรรคพวกที่ยังห
เขาสืบค้นข้อมูลของตลาดใต้ดินไว้มากมาย แต่ข้อมูลเกี่ยวกับเถ้าแก่ของพวกเขา กลับถูกลบออกจากคลังเก็บข้อมูลไปจนหมดสิ้น แม้แต่รูปโฉมก็ยังไม่มี“ข้าไม่รู้หรอก เถ้าแก่มีฐานะสูงส่ง ไม่ใช่คนที่ข้าจะเจอได้ง่าย ๆ บางทีพ่อบ้านหลินอาจจรู้”ซูจิ่งสิงพยักหน้า จากนั้นก็มองไปทางกู้หว่านเยว่“น้องหญิง คำถามที่ข้าอย
องค์หญิงน้อย นี่...”“ต่อกระดูกเจ็บอยู่บ้าง กลัวเขาจะร้องไห้คร่ำครวญกัดลิ้นตนเองขาด ไม่สู้ตีเขาให้หมดสติไปก่อน เจ้าออกไปเถอะ”กู้หว่านเยว่ออกคำสั่งอย่างใจเย็น หลันเตี๋ยพยักหน้า กลัวรบกวนกู้หว่านเยว่จึงรีบหันหลังเดินจากไป ก่อนจากไปยังตั้งใจมัดกระโจมให้แน่น ป้องกันมีคนไปรบกวนกู้หว่านเยว่เห็นนางเชื







