Share

บทที่ 5

Author: ฮวาฮวาตีลังกาแปล
มีนางเป็นตัวอย่าง ทุกคนล้มเลิกความคิดแล้ว แต่ละคนกัดฟันเดินไปข้างหน้า

เดินออกมาอีกราวห้าลี้ กู้หว่านเยว่เห็นนางหยางเหนื่อยจนคล้ายลาแก่ ต้องการขยับขึ้นไปช่วย แต่กลับถูกนางปฏิเสธ “หว่านเยว่ เจ้า เจ้าเหนื่อย ข้าเข็น...”

“ใช่แล้วพี่สะใภ้ใหญ่ ท่านเพิ่งแต่งเข้ามาก็ต้องถูกเนรเทศไปกับพวกเรา จะยังให้ท่านลำบากอีกได้เยี่ยงไร” ซูจื่อชิงรู้ความ เรียกซูจิ่นเอ๋อร์น้องสาวมาช่วยเข็นด้วยกัน

ใครรู้ซูจิ่นเอ๋อร์ตัวเล็กแต่อารมณ์ร้าย ใบหน้าเปี่ยมอารมณ์ไม่พอใจ “ข้าเหนื่อยจะตายแล้ว เข็นไม่ไหว ก็ควรให้กู้หว่านเยว่เข็น ใครให้นางเป็นดาวหายนะทำให้พวกเราต้องถูกเนรเทศกันเล่า”

“น้องหญิง เจ้าพูดส่งเดชอันใด เรื่องนี้ตำหนิพี่สะใภ้ใหญ่ไม่ได้”

ซูจื่อชิงโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว เหตุใดน้องหญิงคิดเห็นเฉกเดียวกันกับบ้านเหล่านั้นได้เล่า?

สีหน้าซูจิ่นเอ๋อร์กลับเปลี่ยนไปแล้ว รู้สึกเกลียดกู้หว่านเยว่เพิ่มมากขึ้นอีกหนึ่งส่วนอยู่ภายในใจ

กู้หว่านเยว่คร้านจะตามใจอารมณ์ของคุณหนูใหญ่ “เจ้าเองก็รู้ว่าพี่ใหญ่ของเจ้าเอ็นดูเจ้าที่สุด บัดนี้เขาหมดสติยังไม่ฟื้น ปรากฏว่าแม้แต่เข็นเกวียนของเขาสักเล็กน้อยเจ้าก็ไม่ยินดี ช่างเอ็นดูอย่างเสียเปล่าโดยแท้”

“ข้ามิได้หมายความเช่นนี้”

นางเพียงเหนื่อยแล้ว มิหนำซ้ำกู้หว่านเยว่มีแรงมากเพียงนั้น ก็สมควรเป็นนางที่เข็นสิ!

“เจ้ามิได้หมายความเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็เข็นสิ”

“...เข็นก็เข็น!”

ซูจิ่นเอ๋อร์โมโหหน้าแดงขณะเข็นเกวียน ลอบบ่นพวกท่านลุงท่านอาหลายบ้านนั้นอยู่ภายในใจ เห็นนางตกระกำลำบากไฉนไม่ยื่นมือเข้าช่วย?

ปกติดีต่อนางมากมิใช่หรือ?

เพียรเดินต่ออีกห้าลี้ ซุนอู่หัวหน้านักการแห่งศาลาว่าการก็ตะโกนเสียงดังอีกครั้ง

“หยุดพักได้ เตรียมกินมื้อเย็น!”

เพียงได้ยินถ้อยคำนี้ ทุกคนก็ล้มลงกับพื้น ใบหน้าศีรษะของทุกคนล้วนเปื้อนฝุ่น รองเท้าที่สวมใส่ก็เสียดสีจนขาดแล้ว มองดูหนึ่งปราด คล้ายกับขอทานหนึ่งกลุ่มก็มิปาน

ไม่มีใครใส่ใจสภาพของตน สายตาล้วนจับจ้องอาหารที่นักการแห่งศาลาว่าการเหล่านั้นแจกจ่าย

เดินมาหนึ่งวันแล้ว พวกเขาทั้งเหนื่อยทั้งกระหายทั้งหิวตั้งแต่แรกแล้ว อยากเติมท้องให้อิ่ม

ครั้นอาหารส่งถึงมือ ทุกคนล้วนตกตะลึงเหม่อลอย

เกี๊ยวแข็งๆ คล้ายหินหนึ่งลูก ก็ไม่รู้ว่าเก็บไว้นานมากเพียงใดแล้ว กำลังส่งกลิ่นเปรี้ยวออกมา

“เกี๊ยวทั้งเหม็นทั้งแข็ง กินเข้าไปแล้วจะท้องเสียหรือไม่?”

นักการแห่งศาลาว่าการยิ้มเย็นทีหนึ่ง “ไม่อยากกินเกี๊ยวก็จ่ายเงินซื้อ บะหมี่หมั่นโถวห้าร้อยอีแปะ ซาลาเปาเนื้อลูกละหนึ่งตำลึง”

ปกติแล้วหมั่นโถวก็แค่หนึ่งอีแปะ

กู้หว่านเยว่ : เห็นชัดว่าเขาสามารถแย่งเงินโดยตรงได้เลย กลับยังมอบหมั่นโถวให้เจ้าหนึ่งลูก

เพราะเหตุนี้งานของนักการแห่งศาลาว่าการลำบากเพียงนั้น แต่กลับมีคนแย่งกันสมัคร

ความสุขของนักการแห่งศาลาว่าการ เจ้าจินตนาการไม่ถึงหรอกนะ!

ทุกคนไม่กล้าตอบโต้ เพื่อเติมท้องให้อิ่ม รีบหยิบตั๋วเงินออกมาแลกหมั่นโถว

หลี่ซือซือเพื่อเอาใจทุกคน ตั้งใจออกเงินไปซื้อซาลาเปาเนื้อกลับมาเล็กน้อย เพียงแต่ รอถึงยามแจกจ่ายซาลาเปา ทุกคนล้วนไม่แบ่งให้บ้านสามอย่างรู้ใจกัน

ซูจื่อชิงและซูจิ่นเอ๋อร์เป็นคุณชายคุณหนูสูงศักดิ์ เพียงกัดเกี๊ยวหนึ่งคำ สีหน้าก็เปลี่ยนแล้ว

มองเห็นซูจิ่นเอ๋อร์ร้องไห้อ้าปากกว้าง ฟันหนึ่งซี่เปื้อนเลือดหลุดลงบนฝ่ามือนาง

“ท่านแม่ ฟันข้าหลุดแล้ว...”

นางหยางสมองไม่ดี แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ นางหยิบเกี๊ยวสีดำของเด็กทั้งสองไป จูงพวกเขาไปหาบ้านสกุลซู

กู้หว่านเยว่ไม่ห้าม ทั้งยังมิได้ตามไป นางอยากดูว่าบ้านสามจะทำอันใดกันแน่

หากพวกเขายังกล้ำกลืนฝืนทน ถ้าอย่างนั้นรีบชิ่งหนีจะดีกว่า นางกู้หว่านเยว่ไม่สามารถเข้ากับคนเช่นนี้ได้

ทางฝั่งนี้หลังนางหยางจูงลูกทั้งสองไปแล้ว ก็พูดติดขัดถึงเป้าหมายในการมาจนกระจ่าง ทั้งยังไม่ลืมกู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิง พูดว่าต้องการซาลาเปาเนื้อห้าลูก

“ซาลาเปาเนื้อลูกละหนึ่งตำลึง เจ้าพูดว่าต้องการห้าลูก เจ้าเสียสติไปแล้วกระมัง? ฟันหลุดก็หลุดไปเถอะ งอกขึ้นใหม่ก็ใช้ได้แล้ว”

นายท่านรองซูหัวหลินไม่ยอมปล่อยโอกาสโยนหินลงบ่อซ้ำเติมเป็นอันขาด

นางเฉียนและชายของนางล้วนคิดเห็นเฉกเดียวกัน ช่วยพูด “พวกเจ้าบ้านสามตบแต่งดาวหายนะเข้ามา ซูจิ่งสิงยังทำให้ทั้งตระกูลต้องถูกเนรเทศ มีเกี๊ยวดำกินก็ไม่เลวแล้ว”

“พี่หญิงซือซือพูดแล้วมิใช่หรือ เหล่านี้ล้วนเป็นฝีมือกู้หว่านเยว่ ไม่เกี่ยวอันใดกับพี่ใหญ่ ไม่ให้ซาลาเปานางก็พอแล้วนี่”

ซูจิ่นเอ๋อร์รีบพูด นางอยากกินซาลาเปาเนื้อจริงๆ

“น้องหญิงเจ้าหุบปาก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอันใดกับพี่สะใภ้ใหญ่ ภายภาคหน้าหากข้าได้ยินเจ้าพูดถึงพี่สะใภ้ใหญ่ไม่ดีอีก ข้าจะสั่งสอนเจ้าแทนพี่ใหญ่

ท่านย่า ก่อนนี้ยามพี่ใหญ่มีอำนาจบารมี ทุกคนล้วนรุ่งเรืองรุ่งโรจน์ เหตุใดบัดนี้ตกลำบากแล้ว แม้แต่ซาลาเปาก็ไม่ยอมแบ่งให้บ้านสามของพวกเรา?”

ในต้นฉบับ เว้นเสียแต่ซูจิ่งสิงแล้ว ซูจื่อชิงก็คือคนมีความสามารถที่สุด

หลังซูจิ่งสิงพิษกำเริบตาย เขารวบรวมผู้อยู่ใต้อาณัติต้องการล้างแค้นให้พี่ชาย หากมิใช่เพราะร่างกายถูกทรมานจนย่ำแย่ระหว่างเดินทางเนรเทศ ท้ายที่สุดก็อาจทำสำเร็จจริงๆ

ซูจื่อชิงเผยความสามารถออกมาเป็นคำรบแรกยามเอ่ยถ้อยคำนี้ รัศมีทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าชะงักงัน หลังดึงสติกลับมาได้ ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้วแน่น

“ไม่รู้กาลเทศะ นี่เจ้ากำลังเค้นถามข้ากระนั้นหรือ?”

ดวงตาซูจื่อชิงทอประกายวูบหนึ่ง “หลานไม่กล้า เพียงแต่หลานไม่เข้าใจ เหตุใดล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน มีเพียงบ้านสามไม่มีซาลาเปากินขอรับ”

ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจหนึ่งเฮือก สายตาทอดมองทางซูจิ่งสิงที่อยู่ไม่ไกล ลอบตัดสินใจอย่างเด็ดขาดภายในใจ ครู่ต่อมานางพูดเสียงหนัก

“ให้ซาลาเปาบ้านสามของพวกเจ้าก็ได้ เว้นเสียแต่ว่าพวกเจ้าจะต้องหย่ากู้หว่านเยว่”

บางทีซูจิ่งสิงอาจยังมีหนทางอื่น ไม่สามารถล่วงเกินบ้านสามได้

แต่กู้หว่านเยว่ไม่เหมือนกัน นางเป็นดาวหายะคนหนึ่ง ทั้งยังตัดขาดความสัมพันธ์กับจวนโหวแล้ว รีบทิ้งจะได้สะอาดหมดจดโดยไว

“ข้าเห็นด้วย!”

ซูจิ่นเอ๋อร์รีบแย่งตอบ ขอเพียงหย่าขาดกู้หว่านเยว่แล้ว ก็สามารถกินซาลาเปาเนื้อได้ เรื่องดีเช่นนี้ไฉนเลยจะไม่ทำ?

ซูจื่อชิงกัดฟัน “น้องหญิง อย่าไร้สาระ!”

หญิงออกเรือนแล้วถูกหย่าร้างระหว่างถูกเนรเทศ จุดจบเอน็จอนาถอย่างมาก

พี่สะใภ้ใหญ่เพิ่งแต่งเข้ามา สกุลกู้เป็นผู้บริสุทธิ์ก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย น่าสงสารมากพอแล้ว เช่นนั้นจะหย่านางเพียงเพื่อซาลาเปาไม่กี่ลูกได้อย่างไร?

“ข้ามิได้ไร้สาระ”

เห็นว่าซูจื่อชิงตำหนินางอยู่หลายครั้งเพราะกู้หว่านเยว่ ซูจิ่นเอ๋อร์เองก็มีอารมณ์ขึ้นมาแล้ว ขอบตาแดงเค้นถามออกไป

“ไม่หย่ากับนาง พวกเราจะกินอะไร เหตุใดพี่รองท่านมักปกป้องนาง ข้าต่างหากคือน้องหญิงของท่าน นางเป็นเพียงคนนอกคนหนึ่ง!”

หลี่ซือซือพูดผสมโรง “จิ่นเอ๋อร์พูดไม่ผิด หรือว่าเจ้าจะให้ครอบครัวทนหิวเพราะกู้หว่านเยว่? ยิ่งไปกว่านั้น นางเป็นดาวหายนะคนหนึ่ง อยู่กับนางก็มีแต่อับโชคไปด้วยกัน หรือเจ้าไม่กลัวทั้งครอบครัวล้วนต้องอับโชคเพราะนางกระนั้น?”

ซูจิ่นเอ๋อร์ได้รับการสนับสนุนแล้ว รีบยืนข้างกายหลี่ซือซือ

ทุกคนของสกุลซูต่างพากันเปิดปาก

“ใช่ หย่ากู้หว่านเยว่!”

“นางเป็นดาวหายนะ ไม่หย่านาง พวกเจ้าบ้านสามก็อย่าคิดจะได้กินซาลาเปา”

“รีบหย่านาง หย่านาง...”

นางหยางถูกทุกคนถ่มน้ำลายตกใจกลัวจนกอดศีรษะแน่น ซูจื่อชิงขมวดคิ้วแน่นอย่างสับสน หันมองกู้หว่านเยว่ที่อยู่ไม่ไกล

ขอร้องล่ะ มองพี่หญิงทำไม? อยากหย่าก็หย่า พี่หญิงไม่ใส่ใจ

กู้หว่านเยว่กอดอก ท่าทีคล้ายกำลังดูละครสนุก พยายามมองข้ามไอเย็นน้อยๆ ภายในหัวใจ

ตอนนี้เอง เสียงแหบพร่าแผ่วเบาแต่หนักแน่นดังขึ้นจากเกวียน

“ข้าไม่มีวันหย่าภรรยา”
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (5)
goodnovel comment avatar
เจนนา ผู้หญิง คลั่งรักหนุ่มตี๋
สนุกดีค่ะ คสโบราณ​ไร้สาระดี
goodnovel comment avatar
จีรพันธ์
ยิ่งอ่านยิ่งสนุก
goodnovel comment avatar
Chayapa Sompaiboon
สนุกสุดๆสนุกมากกกก
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2360

    กู้หว่านเยว่ยิ้ม “เจ้ายังพาคนแปลภาษามาด้วยหรือ?”หลี่หวยเซียนทำหน้าเขินอาย “เมื่อได้ยินว่าต้องมาหมู่บ้านหูหนวก กระหม่อมไม่รู้ภาษามือ จึงได้หาคนมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ผู้ใหญ่บ้านมองกู้หว่านเยว่ เมื่อเห็นหลี่หวยเซียนพานางมา อีกทั้งเมื่อครู่นางบอกว่าเป็นคนตงโจว จึงพยักหน้าอย่างไม่ลังเลหันไปชี้ห้องรับรองด้านใน แล้วหันกลับมาชี้กู้หว่านเยว่บ่าวชายกล่าว “ใต้เท้า ผู้ใหญ่บ้านให้ถามท่านว่ามีกี่คนที่จะพักอยู่ที่นี่ขอรับ?”หลี่หวยเซียนหันมองกู้หว่านเยว่ นางกล่าว “พวกเราสี่คนพักที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องคนอื่นในกลุ่มทหารรับจ้างพักที่บ้านของชาวบ้านคนอื่นก็ได้”หลี่หวยเซียนรีบบอกผู้ใหญ่บ้าน “ข้ากับพวกเขาห้าคนจะพักอยู่ที่บ้านเจ้า”ไม่ง่ายกว่าจะได้พบท่านอ๋อง เขาไม่รีบกลับที่ว่าการขนาดนั้นหรอก ต้องอยู่ช่วยที่นี่ ส่วนงานที่ว่าการ โดยทั่วไปไม่มีเรื่อง ฉุกเฉินใด ท่านอาจารย์ของเขาสามารถช่วยจัดการได้หากมีเรื่องที่ท่านอาจารย์ของเขาจัดการไม่ได้ ที่ว่าการก็ไม่ไกลจากที่นี่ ให้คนมาส่งจดหมายได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว“เงินพวกนี้ เจ้ารับไว้ รบกวนเจ้าแล้ว”หลี่หวยเซียนนำเงินถุงหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ยื่นให้ผู้ใหญ่บ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2359

    หลี่หวยเซียนชะงักต่อมาจึงรู้สึกตัว แล้วรีบกล่าว “รู้จักพ่ะย่ะค่ะ ตอนนั้นที่ตั้งของหมู่บ้านหูหนวก กระหม่อมเป็นคนช่วยพวกเขาเลือก เนื่องจากที่แห่งนี้อยู่ด้านหลังกลุ่มภูเขา อยู่ในที่ห่างไกล น้อยนักจะมีคนมาเยือน จึงเหมาะกับพวกเขา”กู้หว่านเยว่นึกไม่ถึงว่าจะมีเรื่องราวเช่นนี้ พลางเดินเข้าไปในหมู่บ้านพร้อมหลี่หวยเซียน พลางสอบถาม “ถ้าอย่างนั้น พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก แต่ย้ายมาทีหลังหรือ?”หลี่หวยเซียนยิ้มร่า “แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นจะมีคนหูหนวกทั้งหมู่บ้านได้อย่างไร”เมื่อพูดจบจึงนึกได้ว่าตัวเองพูดจาเช่นนี้กับท่านอ๋องไม่เหมาะสม จึงยิ้มอย่างรู้สึกผิดเมื่อเห็นกู้หว่านเยว่กำลังครุ่นคิด ไม่คิดจะถือโทษ ถึงได้โล่งอกตอนแรกกู้หว่านเยว่ยังนึกสงสัย ทำไมในหมู่บ้านหูหนวกถึงไม่มีคนที่พูดได้แม้แต่คนเดียวบัดนี้เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่หวยเซียน จึงรู้ว่าในนี้ย่อมมีสาเหตุซ่อนเร้น จึงสอบถาม “แล้วพวกเขามาจากที่ใดหรือ?”หลี่หวยเซียนครุ่นคิดสักครู่ สีหน้าเจือความเจ็บปวด “ความจริง ก่อนหน้านี้พวกชาวบ้านล้วนเป็นคนปกติ สามารถได้ยินและพูดคุยได้ พวกเขาไม่ใช่คนหูหนวกเป็นใบ้แต่กำเนิด แต่เพราะถู

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2358

    ขณะนี้ผู้คนที่อยู่ในวัดร้างสังเกตเห็นความผิดปกติ แต่ถูกกู้หว่านเยว่ล้อมไว้นานแล้ว มีปีกก็ยากจะหลบหนีบวกกับคนที่หลี่หวยเซียนพามาล้วนเป็นยอดฝีมือ ต่อให้พวกเขาอยากหนีก็หนีออกไปไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทหารรับจ้างที่ประจำการอยู่มากมายเพียงไม่นาน พวกคนในวัดร้างก็ถูกจัดการจนหมดตามคำสั่งของกู้หว่านเยว่ นอกจากหมอผีหลายคนนั้นแล้ว คนอื่นที่เป็นกบฏล้วนถูกสังหารจนสิ้นเมื่อรู้ว่าใต้ดินถูกสร้างเป็นโลกอีกใบ หนำซ้ำยังมีคนมารวมตัวกันมากมายเพื่อค้นคว้ายาพิษ หลี่หวยเซียนถึงขนาดต้องปาดเหงื่อให้ตัวเองโชคดีที่กู้หว่านเยว่ไม่คิดจะเอาผิดกับเขา เขาเองก็ไม่กล้าพูดมาก รีบพาผู้ใต้บัญชาไปจัดการศพเหล่านั้นบัดนี้แม้อุณหภูมิจะไม่สูง แต่ศพพวกนี้กลาดเกลื่อนอยู่ภายนอก ไม่เพียงทำให้ชาวบ้านกลัว ยังทำให้เกิดโรคระบาดได้ส่วนกู้หว่านเยว่สั่งให้คน นำหมอผีหลายคนนั้นมาตรงหน้านางพวกหมอผีเคยประมือกับกู้หว่านเยว่แล้ว เห็นนางไม่เพียงพาตัวเฟิงเพียนอวิ๋นออกไป หนำซ้ำยังพาคนกลับมากวาดล้างรังของพวกเขา สีหน้าของแต่ละคนจึงโกรธแค้นมาก“ตกลงเจ้าคือใครกันแน่? พวกเราไปล่วงเกินเจ้าตอนไหน เจ้าถึงเป็นอริกับพวกเราเช่นนี้” หนึ่งในหม

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2357

    แต่ต้องได้เห็นกับตาถึงจะเชื่อ ดังนั้นพวกเขาจึงรอให้คนในหมู่บ้านไปตรวจสอบก่อนถึงจะตัดสินใจผ่านไปไม่นาน ชายหนุ่มในหมู่บ้านหลายคน ที่เมื่อครู่ถูกส่งตัวไปกลับมาพร้อมกันพวกเขาหันมองกู้หว่านเยว่กับลั่วหรงแวบหนึ่งก่อน ต่อมาจึงเดินไปตรงหน้าผู้ใหญ่บ้าน แล้วส่งภาษามือใส่เขาทันใดนั้นสีหน้าผู้ใหญ่บ้านเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ ดูท่าคนพวกนี้คงเล่าเรื่องในวัดร้างให้เขาฟังแล้วชั่วขณะนั้นผู้ใหญ่บ้านไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี หลังครุ่นคิดชั่วครู่ จึงหันมองชายชรา ให้ชายชราช่วยส่งต่อเจตนาต่อมากู้หว่านเยว่เห็นชายชราเขียนลงในกระดาษ “บุญคุณความแค้นระหว่างพวกเจ้ากับกลุ่มคนในวัดร้างไม่เกี่ยวกับพวกเรา ความบาดหมางของพวกเจ้าก็จัดการเอง”กู้หว่านเยว่เผยรอยยิ้มจาง ๆ เดิมทีนางก็ไม่คิดจะให้พวกชาวบ้านกลุ่มนี้จัดการให้อยู่แล้ว ที่มาหาพวกเขา เพียงแค่ไม่อยากปะทะกับพวกเขาเท่านั้นในเมื่อพวกเขาตัดสินใจไม่แทรกแซง นั่นคือบทสรุปที่ดีที่สุดกู้หว่านเยว่กล่าวจริงจัง “วางใจเถอะ พวกเราไม่โยงพวกเจ้าเข้ามาเกี่ยวหรอก แต่พวกคนในวัดร้างฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะซ่อนตัว เพื่อไม่ให้ถูกลูกหลง”เมื่อชายชราเห็นข้อความของกู้ห

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2356

    “พวกเราไม่มีเจตนาจะรบกวนหมู่บ้านพวกเจ้า ที่เข้ามาเพราะต้องการช่วยคนเท่านั้น พวกเจ้าวางใจ พวกเราไม่ทำร้ายพวกเจ้าเด็ดขาด”หลังเขียนตัวหนังสือเสร็จ กู้หว่านเยว่รีบชูกระดาษให้พวกเขาดูทันทีเป็นไปตามคาด ชาวบ้านในหมู่บ้านหูหนวกแห่งนี้มีคนรู้หนังสือ เห็นเพียงชายชราคนหนึ่งมองกู้หว่านเยว่แวบหนึ่ง แล้วรีบหันไปทำไม้ทำมือกับผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ข้างกันผู้ใหญ่บ้านหันมองกู้หว่านเยว่ ในดวงตามีความค้นหาและระแวง เจตนาร้ายที่ที่เคยเข้มข้นลดเลือนลงไปมากผู้ใหญ่บ้านส่งภาษามือกับคนอื่น ๆ จากนั้นหันมองชายชราชายชราพยักหน้าแล้วเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษ“พวกเจ้าเป็นใคร?”กู้หว่านเยว่ไม่คิดปิดบัง บอกไปตามจริง “พวกเรามาจากตงโจว ที่มาเยือนหมู่บ้านหูหนวก เพื่อมาตามหายาถอนพิษ”ไม่รู้ว่ากู้หว่านเยว่คิดไปเองหรือไม่ หลังจากพวกเขาได้ยินว่าพวกกู้หว่านเยว่มาจากตงโจว เจตนาร้ายลดลงจากเมื่อครู่ไม่น้อยทว่าทุกคนไม่ได้เชื่อนางตั้งแต่ครั้งแรก แต่กลับสอบถามต่อไป “หมู่บ้านหูหนวกของพวกเรา จะมียาถอนพิษที่พวกเจ้าตามหาได้อย่างไร?”กู้หว่านเยว่ใช้พู่กันเขียนต่อ “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าหลังหมู่บ้านพวกเจ้ามีวัดร้างแห่งหนึ่ง ด้านในม

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2355

    ทูพั่วยิ้มอย่างสดใส “เด็กน้อย ข้าจะทิ้งเจ้าไว้ที่นี่คนเดียวได้อย่างไร ทำอย่างนั้นก็ไร้คุณธรรมเกินไปแล้ว ไป”พูดจบ ก็อุ้มจ้านจ้านขึ้นทีเดียวอย่างเป็นกันเอง แล้วออกจากถ้ำเพื่อไปแจ้งสมาชิกคนอื่นในกลุ่มทหารรับจ้างเมื่อเห็นสมาชิกทหารรับจ้างที่เฝ้าอยู่นอกหมู่บ้าน ทูพั่วบอกเล่าเรื่องราวให้พวกเขาฟังพอสังเขป ต่อมาจึงกล่าว “เตรียมอาวุธให้พร้อมมือ อีกเดี๋ยวต้องเกิดการต่อสู้ที่หนักหนาไม่น้อย”จ้านจ้านครุ่นคิดแล้วเอ่ยเตือน “ท่านอาทูพั่ว เพื่อความรัดกุม ไม่สู้พวกเราส่งคนหนึ่งให้ไปแจ้งทางการดีกว่า”เขาล้วงป้ายห้อยเอวอันหนึ่งออกมาจากหน้าอก “ใช่สิ ขอมอบป้ายห้อยเอวอันนี้ให้ท่าน เมื่อคนของทางการเห็นป้ายห้อยเอวนี้ก็จะรู้เอง”ทูพั่วรับป้ายห้อยเอวมาดูแล้วดูอีก จากนั้นพยักหน้า “เจ้าพูดถูก อย่างพวกเราไปด้วยกันยังไม่น่าเชื่อถือ ทางที่ดีคือต้องให้คนของทางการมาช่วยเหลือด้วย”ระหว่างที่พูดได้มอบป้ายห้อยเอวให้กับสหายข้างกาย แล้วสั่งการ “เจ้ารู้จักคนของศาลาว่าการ ให้เจ้าไปก็แล้วกัน”คนที่ถูกเรียกชื่อรีบรับป้ายห้อยเอวไป “ท่านหัวหน้าโปรดวางใจ ข้าจะกลับมาอย่างรวดเร็ว”รอให้เขาจากไปแล้ว คนอื่น ๆ เองก็ไม่รอช้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status