分享

บทที่ 5

作者: ฮวาฮวาตีลังกาแปล
มีนางเป็นตัวอย่าง ทุกคนล้มเลิกความคิดแล้ว แต่ละคนกัดฟันเดินไปข้างหน้า

เดินออกมาอีกราวห้าลี้ กู้หว่านเยว่เห็นนางหยางเหนื่อยจนคล้ายลาแก่ ต้องการขยับขึ้นไปช่วย แต่กลับถูกนางปฏิเสธ “หว่านเยว่ เจ้า เจ้าเหนื่อย ข้าเข็น...”

“ใช่แล้วพี่สะใภ้ใหญ่ ท่านเพิ่งแต่งเข้ามาก็ต้องถูกเนรเทศไปกับพวกเรา จะยังให้ท่านลำบากอีกได้เยี่ยงไร” ซูจื่อชิงรู้ความ เรียกซูจิ่นเอ๋อร์น้องสาวมาช่วยเข็นด้วยกัน

ใครรู้ซูจิ่นเอ๋อร์ตัวเล็กแต่อารมณ์ร้าย ใบหน้าเปี่ยมอารมณ์ไม่พอใจ “ข้าเหนื่อยจะตายแล้ว เข็นไม่ไหว ก็ควรให้กู้หว่านเยว่เข็น ใครให้นางเป็นดาวหายนะทำให้พวกเราต้องถูกเนรเทศกันเล่า”

“น้องหญิง เจ้าพูดส่งเดชอันใด เรื่องนี้ตำหนิพี่สะใภ้ใหญ่ไม่ได้”

ซูจื่อชิงโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว เหตุใดน้องหญิงคิดเห็นเฉกเดียวกันกับบ้านเหล่านั้นได้เล่า?

สีหน้าซูจิ่นเอ๋อร์กลับเปลี่ยนไปแล้ว รู้สึกเกลียดกู้หว่านเยว่เพิ่มมากขึ้นอีกหนึ่งส่วนอยู่ภายในใจ

กู้หว่านเยว่คร้านจะตามใจอารมณ์ของคุณหนูใหญ่ “เจ้าเองก็รู้ว่าพี่ใหญ่ของเจ้าเอ็นดูเจ้าที่สุด บัดนี้เขาหมดสติยังไม่ฟื้น ปรากฏว่าแม้แต่เข็นเกวียนของเขาสักเล็กน้อยเจ้าก็ไม่ยินดี ช่างเอ็นดูอย่างเสียเปล่าโดยแท้”

“ข้ามิได้หมายความเช่นนี้”

นางเพียงเหนื่อยแล้ว มิหนำซ้ำกู้หว่านเยว่มีแรงมากเพียงนั้น ก็สมควรเป็นนางที่เข็นสิ!

“เจ้ามิได้หมายความเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็เข็นสิ”

“...เข็นก็เข็น!”

ซูจิ่นเอ๋อร์โมโหหน้าแดงขณะเข็นเกวียน ลอบบ่นพวกท่านลุงท่านอาหลายบ้านนั้นอยู่ภายในใจ เห็นนางตกระกำลำบากไฉนไม่ยื่นมือเข้าช่วย?

ปกติดีต่อนางมากมิใช่หรือ?

เพียรเดินต่ออีกห้าลี้ ซุนอู่หัวหน้านักการแห่งศาลาว่าการก็ตะโกนเสียงดังอีกครั้ง

“หยุดพักได้ เตรียมกินมื้อเย็น!”

เพียงได้ยินถ้อยคำนี้ ทุกคนก็ล้มลงกับพื้น ใบหน้าศีรษะของทุกคนล้วนเปื้อนฝุ่น รองเท้าที่สวมใส่ก็เสียดสีจนขาดแล้ว มองดูหนึ่งปราด คล้ายกับขอทานหนึ่งกลุ่มก็มิปาน

ไม่มีใครใส่ใจสภาพของตน สายตาล้วนจับจ้องอาหารที่นักการแห่งศาลาว่าการเหล่านั้นแจกจ่าย

เดินมาหนึ่งวันแล้ว พวกเขาทั้งเหนื่อยทั้งกระหายทั้งหิวตั้งแต่แรกแล้ว อยากเติมท้องให้อิ่ม

ครั้นอาหารส่งถึงมือ ทุกคนล้วนตกตะลึงเหม่อลอย

เกี๊ยวแข็งๆ คล้ายหินหนึ่งลูก ก็ไม่รู้ว่าเก็บไว้นานมากเพียงใดแล้ว กำลังส่งกลิ่นเปรี้ยวออกมา

“เกี๊ยวทั้งเหม็นทั้งแข็ง กินเข้าไปแล้วจะท้องเสียหรือไม่?”

นักการแห่งศาลาว่าการยิ้มเย็นทีหนึ่ง “ไม่อยากกินเกี๊ยวก็จ่ายเงินซื้อ บะหมี่หมั่นโถวห้าร้อยอีแปะ ซาลาเปาเนื้อลูกละหนึ่งตำลึง”

ปกติแล้วหมั่นโถวก็แค่หนึ่งอีแปะ

กู้หว่านเยว่ : เห็นชัดว่าเขาสามารถแย่งเงินโดยตรงได้เลย กลับยังมอบหมั่นโถวให้เจ้าหนึ่งลูก

เพราะเหตุนี้งานของนักการแห่งศาลาว่าการลำบากเพียงนั้น แต่กลับมีคนแย่งกันสมัคร

ความสุขของนักการแห่งศาลาว่าการ เจ้าจินตนาการไม่ถึงหรอกนะ!

ทุกคนไม่กล้าตอบโต้ เพื่อเติมท้องให้อิ่ม รีบหยิบตั๋วเงินออกมาแลกหมั่นโถว

หลี่ซือซือเพื่อเอาใจทุกคน ตั้งใจออกเงินไปซื้อซาลาเปาเนื้อกลับมาเล็กน้อย เพียงแต่ รอถึงยามแจกจ่ายซาลาเปา ทุกคนล้วนไม่แบ่งให้บ้านสามอย่างรู้ใจกัน

ซูจื่อชิงและซูจิ่นเอ๋อร์เป็นคุณชายคุณหนูสูงศักดิ์ เพียงกัดเกี๊ยวหนึ่งคำ สีหน้าก็เปลี่ยนแล้ว

มองเห็นซูจิ่นเอ๋อร์ร้องไห้อ้าปากกว้าง ฟันหนึ่งซี่เปื้อนเลือดหลุดลงบนฝ่ามือนาง

“ท่านแม่ ฟันข้าหลุดแล้ว...”

นางหยางสมองไม่ดี แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ นางหยิบเกี๊ยวสีดำของเด็กทั้งสองไป จูงพวกเขาไปหาบ้านสกุลซู

กู้หว่านเยว่ไม่ห้าม ทั้งยังมิได้ตามไป นางอยากดูว่าบ้านสามจะทำอันใดกันแน่

หากพวกเขายังกล้ำกลืนฝืนทน ถ้าอย่างนั้นรีบชิ่งหนีจะดีกว่า นางกู้หว่านเยว่ไม่สามารถเข้ากับคนเช่นนี้ได้

ทางฝั่งนี้หลังนางหยางจูงลูกทั้งสองไปแล้ว ก็พูดติดขัดถึงเป้าหมายในการมาจนกระจ่าง ทั้งยังไม่ลืมกู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิง พูดว่าต้องการซาลาเปาเนื้อห้าลูก

“ซาลาเปาเนื้อลูกละหนึ่งตำลึง เจ้าพูดว่าต้องการห้าลูก เจ้าเสียสติไปแล้วกระมัง? ฟันหลุดก็หลุดไปเถอะ งอกขึ้นใหม่ก็ใช้ได้แล้ว”

นายท่านรองซูหัวหลินไม่ยอมปล่อยโอกาสโยนหินลงบ่อซ้ำเติมเป็นอันขาด

นางเฉียนและชายของนางล้วนคิดเห็นเฉกเดียวกัน ช่วยพูด “พวกเจ้าบ้านสามตบแต่งดาวหายนะเข้ามา ซูจิ่งสิงยังทำให้ทั้งตระกูลต้องถูกเนรเทศ มีเกี๊ยวดำกินก็ไม่เลวแล้ว”

“พี่หญิงซือซือพูดแล้วมิใช่หรือ เหล่านี้ล้วนเป็นฝีมือกู้หว่านเยว่ ไม่เกี่ยวอันใดกับพี่ใหญ่ ไม่ให้ซาลาเปานางก็พอแล้วนี่”

ซูจิ่นเอ๋อร์รีบพูด นางอยากกินซาลาเปาเนื้อจริงๆ

“น้องหญิงเจ้าหุบปาก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอันใดกับพี่สะใภ้ใหญ่ ภายภาคหน้าหากข้าได้ยินเจ้าพูดถึงพี่สะใภ้ใหญ่ไม่ดีอีก ข้าจะสั่งสอนเจ้าแทนพี่ใหญ่

ท่านย่า ก่อนนี้ยามพี่ใหญ่มีอำนาจบารมี ทุกคนล้วนรุ่งเรืองรุ่งโรจน์ เหตุใดบัดนี้ตกลำบากแล้ว แม้แต่ซาลาเปาก็ไม่ยอมแบ่งให้บ้านสามของพวกเรา?”

ในต้นฉบับ เว้นเสียแต่ซูจิ่งสิงแล้ว ซูจื่อชิงก็คือคนมีความสามารถที่สุด

หลังซูจิ่งสิงพิษกำเริบตาย เขารวบรวมผู้อยู่ใต้อาณัติต้องการล้างแค้นให้พี่ชาย หากมิใช่เพราะร่างกายถูกทรมานจนย่ำแย่ระหว่างเดินทางเนรเทศ ท้ายที่สุดก็อาจทำสำเร็จจริงๆ

ซูจื่อชิงเผยความสามารถออกมาเป็นคำรบแรกยามเอ่ยถ้อยคำนี้ รัศมีทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าชะงักงัน หลังดึงสติกลับมาได้ ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้วแน่น

“ไม่รู้กาลเทศะ นี่เจ้ากำลังเค้นถามข้ากระนั้นหรือ?”

ดวงตาซูจื่อชิงทอประกายวูบหนึ่ง “หลานไม่กล้า เพียงแต่หลานไม่เข้าใจ เหตุใดล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน มีเพียงบ้านสามไม่มีซาลาเปากินขอรับ”

ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจหนึ่งเฮือก สายตาทอดมองทางซูจิ่งสิงที่อยู่ไม่ไกล ลอบตัดสินใจอย่างเด็ดขาดภายในใจ ครู่ต่อมานางพูดเสียงหนัก

“ให้ซาลาเปาบ้านสามของพวกเจ้าก็ได้ เว้นเสียแต่ว่าพวกเจ้าจะต้องหย่ากู้หว่านเยว่”

บางทีซูจิ่งสิงอาจยังมีหนทางอื่น ไม่สามารถล่วงเกินบ้านสามได้

แต่กู้หว่านเยว่ไม่เหมือนกัน นางเป็นดาวหายะคนหนึ่ง ทั้งยังตัดขาดความสัมพันธ์กับจวนโหวแล้ว รีบทิ้งจะได้สะอาดหมดจดโดยไว

“ข้าเห็นด้วย!”

ซูจิ่นเอ๋อร์รีบแย่งตอบ ขอเพียงหย่าขาดกู้หว่านเยว่แล้ว ก็สามารถกินซาลาเปาเนื้อได้ เรื่องดีเช่นนี้ไฉนเลยจะไม่ทำ?

ซูจื่อชิงกัดฟัน “น้องหญิง อย่าไร้สาระ!”

หญิงออกเรือนแล้วถูกหย่าร้างระหว่างถูกเนรเทศ จุดจบเอน็จอนาถอย่างมาก

พี่สะใภ้ใหญ่เพิ่งแต่งเข้ามา สกุลกู้เป็นผู้บริสุทธิ์ก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย น่าสงสารมากพอแล้ว เช่นนั้นจะหย่านางเพียงเพื่อซาลาเปาไม่กี่ลูกได้อย่างไร?

“ข้ามิได้ไร้สาระ”

เห็นว่าซูจื่อชิงตำหนินางอยู่หลายครั้งเพราะกู้หว่านเยว่ ซูจิ่นเอ๋อร์เองก็มีอารมณ์ขึ้นมาแล้ว ขอบตาแดงเค้นถามออกไป

“ไม่หย่ากับนาง พวกเราจะกินอะไร เหตุใดพี่รองท่านมักปกป้องนาง ข้าต่างหากคือน้องหญิงของท่าน นางเป็นเพียงคนนอกคนหนึ่ง!”

หลี่ซือซือพูดผสมโรง “จิ่นเอ๋อร์พูดไม่ผิด หรือว่าเจ้าจะให้ครอบครัวทนหิวเพราะกู้หว่านเยว่? ยิ่งไปกว่านั้น นางเป็นดาวหายนะคนหนึ่ง อยู่กับนางก็มีแต่อับโชคไปด้วยกัน หรือเจ้าไม่กลัวทั้งครอบครัวล้วนต้องอับโชคเพราะนางกระนั้น?”

ซูจิ่นเอ๋อร์ได้รับการสนับสนุนแล้ว รีบยืนข้างกายหลี่ซือซือ

ทุกคนของสกุลซูต่างพากันเปิดปาก

“ใช่ หย่ากู้หว่านเยว่!”

“นางเป็นดาวหายนะ ไม่หย่านาง พวกเจ้าบ้านสามก็อย่าคิดจะได้กินซาลาเปา”

“รีบหย่านาง หย่านาง...”

นางหยางถูกทุกคนถ่มน้ำลายตกใจกลัวจนกอดศีรษะแน่น ซูจื่อชิงขมวดคิ้วแน่นอย่างสับสน หันมองกู้หว่านเยว่ที่อยู่ไม่ไกล

ขอร้องล่ะ มองพี่หญิงทำไม? อยากหย่าก็หย่า พี่หญิงไม่ใส่ใจ

กู้หว่านเยว่กอดอก ท่าทีคล้ายกำลังดูละครสนุก พยายามมองข้ามไอเย็นน้อยๆ ภายในหัวใจ

ตอนนี้เอง เสียงแหบพร่าแผ่วเบาแต่หนักแน่นดังขึ้นจากเกวียน

“ข้าไม่มีวันหย่าภรรยา”
在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP
評論 (5)
goodnovel comment avatar
เจนนา ผู้หญิง คลั่งรักหนุ่มตี๋
สนุกดีค่ะ คสโบราณ​ไร้สาระดี
goodnovel comment avatar
จีรพันธ์
ยิ่งอ่านยิ่งสนุก
goodnovel comment avatar
Chayapa Sompaiboon
สนุกสุดๆสนุกมากกกก
查看全部評論

最新章節

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2391

    “เยว่อ๋องทรงพระเจริญหมื่นปี!”“ตงโจวจงเจริญ!”บนถนนมีเสียงยินดีโห่ร้องดังขึ้นราวกับคลื่นน้ำภาพนี้จะคงอยู่ในความทรงจำของทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้แม้แต่จ้าวเหวยเซิงเองก็ยังนึกไม่ถึง เมื่อไฟพันดวงสว่างขึ้นพร้อมกันจะน่าตะลึงถึงเพียงนี้ปากของหนานอินกลายเป็นรูปวงกลม“นี่ก็คือหลอดไฟหรือ? นี่แตกต่างจากลูกแก้วสีที่ข้าเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง น่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว เหตุใดจึงเปล่งแสงสว่างออกมาเช่นนี้?”นางยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด จึงอึ้งไปชั่วขณะในดวงตาเป่ยหมิงโยวหลานมีความตะลึงแวบผ่านเหมือนกับคนอื่น ๆ ภาพนี้ทำให้เขาตะลึงพรึงเพริด“นี่คือสิ่งที่เจ้าสร้างขึ้นหรือ?” เป่ยหมิงโยวหลานแสร้งถามทั้งที่รู้คำตอบกู้หว่านเยว่ยิ้มแล้วพยักหน้า “นอกจากข้า ใครยังสามารถทำได้อีก”“ช่างถ่อมตัวเหลือเกิน”เป่ยหมิงโยวหลานค่อนขอด ในใจกลับเห็นด้วยในคำพูดของกู้หว่านเยว่ นอกจากนางใครยังมีความสามารถเช่นนี้มีเพียงนางเท่านั้น ที่สร้างความประหลาดใจได้ทุกขณะหลังงานหลอดไฟจบลง เป่ยหมิงโยวหลานสะท้อนใจเมื่อก่อนเขาเคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะที่ร้อยปีจะพบสักครั้งจึงได้ยโสโอหัง ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาจนกระทั่

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2390

    ทั้งสองสนิทกันมานาน จึงขี้เกียจจะพิธีรีตองใส่กัน พูดจบต่างก็หัวเราะ เป่ยหมิงโยวหลานหาที่นั่งให้ตัวเองเพียงไม่นานคนจากแคว้นเซียนหลิงก็มาถึง ผู้มาเยือนไม่ใช่คนรู้จัก แต่เป็นองค์หญิงท่านหนึ่งที่เพิ่งโตเป็นผู้ใหญ่ในราชวงศ์กำลังอยู่ในวัยสดใสร่าเริง กระโดดโลดเต้นขึ้นไปบนภัตตาคาร แล้วทำความเคารพกู้หว่านเยว่เพิ่งนั่งลงสายตาก็ถูกเป่ยหมิงโยวหลานตรงข้ามดึงดูด กระทั่งน้ำชาในมือก็ลืมดื่มเป่ยหมิงโยวหลานเอ่ยถาม “หลอดไฟคือสิ่งใดหรือ? ตลอดทางสองข้างทางเห็นเสาเต็มไปหมด บนเสายังแขวนลูกแก้วกลมเอาไว้ หรือว่านั่นคือหลอดไฟที่ท่านพูดถึง?”กู้หว่านเยว่ยิ้มแล้วพยักหน้า“ดูแล้วไม่มีความพิเศษใดเลย” องค์หญิงแคว้นเซียนหลิงปากไวพูดอย่างเถรตรงลูกแก้วสีเห็นได้บ่อยในที่ราบแห่งความโกลาหล ภายในพระราชวังก็มีลูกแก้วสีแขวนเต็มไปหมดที่ครอบเชิงเทียนมากมายก็เป็นที่ครอบแก้วสีซึ่งมีไส้เทียนอยู่ด้านใน ภายใต้ค่ำคืนสาดส่องแสงสีรุ้งเป็นประกายงดงาม สิ่งนี้พบได้บ่อยในหมู่สามัญชน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนในราชวงศ์ ที่เห็นจนชินตานานแล้วเมื่อองค์หญิงพูดเสร็จพบว่าตัวเองพลั้งปาก จึงมองกู้หว่านเยว่อย่างลืมตัว นึกไม่ถึงว่าเป่ยหมิ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2389

    จ้าวเหวยเซิงไม่ใช่คนโง่ช่วงที่ผ่านมา เขาถูกรังแกในสำนักชลประทานอยู่บ่อยครั้งใครคือผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง เดาได้ไม่ยากเลย“หลีกไป”จ้าวเหวยเซิงไม่เกรงใจ“ใต้เท้าโจวยุ่งมากไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมีเวลาว่างมาที่นี่ ในเมื่อยุ่งขนาดนั้น ไม่สู้ทำงานในสำนักชลประทานให้มากหน่อย จะได้ไม่ต้องยุ่งมาก”มุมปากของใต้เท้าโจวบิดเบี้ยวเล็กน้อยเขาฟังออก จ้าวเหวยเซิงกำลังถากถางเขาเรื่องที่หลายวันมานี้เขาอ้างว่างานยุ่งตลอด เพื่อบ่ายเบี่ยงเรื่องที่สำนักชลประทานควรให้ความร่วมมือเขาสะบัดแขนเสื้อแล้วส่งเสียงฮึดฮัดต่อให้เป็นเช่นนั้น ก็ไม่ยอมไปขอเป็นฝ่ายอ่อนข้อในเมื่อบาดหมางกันแล้ว เขาก็อยากจะดูว่าจ้าวเหวยเซิงที่อวดดีคนนี้ วันนี้จะสามารถแสดงออกอย่างงดงามต่อหน้าผู้คนหรือไม่จ้าวเหวยเซิงหันหลังก็มองเห็นสายตาที่ไม่หวังดีของใต้เท้าโจว เขาเงียบไม่พูดจา เขารู้ดีว่ามีองครักษ์ลับคอยจับตาดูพวกเขาตลอด“ใต้เท้าจ้าว ท่านอ๋องเชิญท่านไปหา” องครักษ์ข้างกายกู้หว่านเยว่มาแจ้งข่าวจ้าวเหวยเซิงได้ยินดวงตาลุกวาวแล้วพยักหน้า รีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปคารวะกู้หว่านเยว่ทันที“ท่านอ๋อง” ดวงตาจ้าวเหวยเซิงเผยความเลื่อมใสหากไม่ใ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2388

    จ้านจ้านเงยหน้า “ท่านแม่ ไม่อย่างนั้นกำหนดเป็นวันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ดเถอะ”“วันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ดหรือ?” ดวงตากู้หว่านเยว่เผยแววครุ่นคิดยังมีเวลาอีกหกวันตอนนี้เริ่มส่งข่าวราชสำนัก เพียงพอให้ประชาชนยอมรับแล้ว“ดี ถ้าอย่างนั้นก็กำหนดเป็นวันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ด” ดวงตากู้หว่านเยว่เป็นประกายมองจ้าวเหวยเซิงด้านล่าง“ใต้เท้าจ้าวต้องเตรียมตัวให้ดี ถึงยามนั้นจะมีผู้คนมากมายจับตา ประชาชนทุกคนกำลังรอเจ้าอยู่”จ้าวเหวยเซิงกลืนน้ำลายหนึ่งอึก รู้สึกว่าแรงกดดันช่างยิ่งใหญ่ แต่ไม่นานก็ประสานมือคำนับ “ท่านอ๋องโปรดวางพระทัย กระหม่อมจะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด”เขาทดลองซ้ำไปซ้ำมาหลายสิบครั้งแล้วยังมีเวลาอีกหกวัน เพียงพอให้เขาทดลองอีกเป็นร้อยครั้งกรมสารบรรณรวดเร็วมาก ข่าวราชสำนักแต่ละฉบับถูกส่งไปทั่วแคว้นในไม่ช้าพวกชาวบ้านต่างรู้ว่าราชสำนักกำลังค้นคว้าสิ่งที่เรียกว่าหลอดไฟ ไม่เพียงสามารถให้แสงสว่างเป็นเวลานาน หนำซ้ำแสงที่ส่องสว่างเจิดจ้ากว่าแสงเทียนหลายสิบเท่าอีกทั้งทางราชสำนัก ยังเตรียมจะจุดไฟบนถนนสายหลักทั้งสี่ของเมืองอวิ๋นอย่างถนนจูเชวี่ย ชิงหลง ไป๋หู่และเสวียนอู่หากชาวบ้านที่มีกำลังทร

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2387

    องครักษ์ลับจะรายงานสถานการณ์ของจ้าวเหวยเซิงเป็นระยะ“วันนี้ใต้เท้าจ้าวพบอุปสรรคที่สำนักช่างหล่ออีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“ตลอดสามวัน ใต้เท้าจ้าวกินนอนที่กรมโยธาธิการ ไม่ได้กลับบ้านเลย”“หม้อไอน้ำมีโครงร่างแล้ว แต่ใต้เท้าจ้าวไม่ค่อยพอใจ รู้สึกว่าทำให้ประณีตกว่านี้ได้อีก”“ใต้เท้าจ้าวไม่ได้กลับบ้านหกวันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”กู้หว่านเยว่สังเกตความคืบหน้าไปด้วย พลางหัวเราะในใจ แล้วเอ่ยถามกะทันหัน “จ้าวเหวยเซิงแต่งงานหรือยัง?”“เรื่องนี้” องรักษ์ลับสะอึกไปชั่วครู่ แต่เรื่องนี้ไม่ยากสำหรับเขา แต่หัวข้อสนทนาเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป จึงต้องใช้เวลาตั้งตัวเล็กน้อย“ใต้เท้าจ้าวเป็นโสด ยังไม่แต่งงาน ในบ้านก็ยังไม่มีอนุภรรยาพ่ะย่ะค่ะ”กู้หว่านเยว่พยักหน้าเรื่องนี้พอเข้าใจได้ โชคดีที่ยังไม่แต่งงาน ท่าทางบ้างานขนาดนี้ของเขา หากที่บ้านมีเมียมีอนุ คงจะถูกละเลยกู้หว่านเยว่ไม่เห็นด้วยที่จะทุ่มเทพลังกายทั้งหมดให้ราชสำนัก นางคิดว่าควรบริหารจัดการอย่างเหมาะสม การที่ขุนนางทุ่มเทให้เรื่องบ้านเมือง แน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องดี แต่หากแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ไม่ควรละเลย“เจ้านำโจ๊กเห็ดหูหนูขาวถ้วยนี้ไปให้ใต้เท้าจ้าว”กู

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2386

    เรื่องหลักการได้พูดไปหมดแล้ว ต่อจากนี้คือการดำเนินงานจริง การสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังไอน้ำ เกี่ยวพันถึงกรมทบวงในราชสำนักไม่น้อยกู้หว่านเยว่มอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้จ้าวเหวยเซิงหนึ่งอัน“เมื่อมีป้ายอาญาสิทธิ์อันนี้ เจ้าสามารถสั่งการขุนนางในกรมอื่นเพื่อให้ความร่วมมือกับเจ้า หลังจากนั้นค่อยมารายงานข้าก็พอ”จ้าวเหวยเซิงคุกเข่าบนพื้น สองมือรับป้ายอาญาสิทธิ์ แล้วคำนับให้กู้หว่านเยว่กู้หว่านเยว่ยินดีมอบเรื่องนี้ให้เขา นั่นคือไว้วางใจเขาอย่างมากจ้าวเหวยเซิงไปสำนักช่างหล่อเป็นอันดับแรกอันดับแรกต้องสร้างหม้อไอน้ำขนาดใหญ่ขึ้นมาก่อนขุนนางสำนักช่างหล่อให้ภาพแบบแปลนมาหนึ่งชุด “เรื่องนี้ไม่ยากสำหรับสำนักช่างหล่อ แต่ต้องใช้เวลา เร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาครึ่งเดือน ถึงจะทำตามสิ่งที่ใต้เท้าจ้าวต้องการได้”จ้าวเหวยเซิงชื่นชม “เวลาครึ่งเดือนเร็วกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้มากแล้ว”หลังกลับมาจากสำนักช่างหล่อ จ้าวเหวยเซิงไปที่สำนักชลประทานใต้เท้าโจวในสำนักชลประทานก็รับมือค่อนข้างยากเขาครุ่นคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดท่านอ๋องจึงไม่มอบหมายเรื่องนี้ให้เขา เพราะอย่างไรเขาก็มีประสบการณ์มากกว่าจ้าวเหวยเ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 454

    มิสู้ให้คนอยู่ต่อที่จวน หากหลี่ชิวเตี๋ยมีอาการอะไร จะได้เรียกคนมาได้ทันท่วงทีซูจิ่งสิงเอ่ยปากอย่างไม่สบอารมณ์ “ภรรยาข้ามิใช่หมอประจำจวนของพวกท่าน”สามารถมาได้ก็นับว่าไว้หน้ามากแล้ว พูดว่าอยู่ต่อก็อยู่ต่อคือสถานการณ์อะไรกัน?ฮูหยินสามรีบพูดว่า “นายท่านซู ข้าจะดูแลแม่นางกู้อย่างดีแน่นอน หากท่านไม่วางใจ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 376

    ต้าซานรู้สึกเหมือนได้รับเผือกร้อน “ข้ารับไว้ไม่ได้!”“ท่านอ๋องผู้เฒ่า ปีนั้นชาวบ้านของเราถูกโจรลักพาตัวไป ขุนนางท้องถิ่นก็ไม่สนใจ ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน คนในครอบครัวของเราคงตายไปนานแล้ว ท่านคือผู้มีพระคุณของเรา พวกเรารับเงินนี้ไว้ไม่ได้!”หนานหยางอ๋องส่ายหน้า แล้วเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง “รับไว้เถอะ เอาไปสร้า

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 379

    “บ่อย ๆ อะไรกัน?” ซูจื่อชิงหน้าแดงก่ำ จากนั้นพูดแก้ตัวเสียงเบา “แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว”“ครั้งเดียวยังไม่พออีกหรือ? ข้าบอกแล้วว่าครอบครัวนี้มันแปลก ๆ ให้เจ้าระวังตัวหน่อย แต่พอเจ้าเห็นเขาร้องไห้สะอึกสะอื้น เจ้าก็ใจอ่อนแล้ว น่าขยะแขยงจริง ๆ ”ซูจื่อชิงเบิกตากว้าง “อะไร ใจอ่อนอะไรกัน ข้าไม่ได้ใจอ่อนสักหน

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 467

    ซูจิ่งสิงไม่มีเวลามาโต้เถียงกับเขา พูดอย่างเย็นชา“จะถึงหูฝ่าบาทหรือไม่ ก็ไม่มีผลอะไรกับข้า”“เจ้า หรือเจ้าคิดจะก่อกบฏ?”ทันทีที่มีการคาดเดานี้ผุดขึ้นมา มู่หรงอวี้ก็ตื่นตระหนกแล้วจริงๆหากซูจิ่งสิงคิดกบฏ ราชวงศ์ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ต้องเกรงกลัวในขณะเดียวกัน ฐานะอ๋องเองก็ไม่สามารถเป็นเครื่องรางช่วยชีวิตของเข

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status