Share

บทที่ 6

Author: ฮวาฮวาตีลังกาแปล
ซูจิ่งสิงไม่รู้ว่าตนตื่นตั้งแต่เมื่อไร

“ดีเหลือเกิน พี่ใหญ่ ในที่สุดท่านก็ตื่นแล้ว”

ซูจื่อชิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

พี่ใหญ่ตื่นแล้ว ในที่สุดเรื่องพี่สะใภ้ใหญ่ก็มีกำลังหนุนแล้ว

“พยุงข้าหน่อย” ซูจิ่งสิงยื่นมือออกมาอย่างอ่อนแรง พอนั่งพิงหัวเตียงได้แล้ว เขาก็มองดูกู้หว่านเยว่ที่ยืนอยู่คนเดียวด้วยสายตารู้สึกผิด

“ขอโทษนะ”

ไม่เพียงแต่ทำให้นางเดือดร้อน แต่ยังทำให้นางถูกตระกูลซูหยามเหยียด

กู้หว่านเยว่สบตาเขา ตกตะลึงไปเล็กน้อยแล้วรีบร้อนพูดว่า “ไม่ต้องขอโทษข้าหรอก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่าน”

ยิ่งไปกว่านั้น นางเองก็ไม่สนใจวาจาของพวกคนขยะ

แต่นางไม่คิดว่า ซูจิ่งสิงจะปกป้องนาง

ทว่ากลับเป็นคนอื่นๆ ในห้องที่อดกลั้นไว้ไม่ไหว และไม่สนว่าบาดแผลของซูจิ่งสิงเป็นอย่างไร กระโจนเข้ามาถามว่า

“จิ่งสิง เจ้าขอโทษนางมันหมายความว่าอย่างไร? เจ้าคิดว่าพวกเราเหล่าผู้เฒ่าทำผิดหรือ?”

หากไม่หย่าภรรยา หรืออยากเห็นนางทำลายตระกูลหรือ?!

“รีบหย่ากับนางเสีย ขอเพียงเจ้าหย่ากับนาง พวกเรายังคงเป็นครอบครัวเดียวกัน”

“...”

ครอบครัวเดียวกัน?

ฮะๆ... ช่างเป็นครอบครัวเดียวกันที่แสนประเสริฐ

ยามเขายังเป็นเจิ้นเป่ยอ๋อง ไม่เคยลืมที่จะช่วยเหลือท่านลุงและเหล่าพี่น้อง ให้พวกเขาได้อาศัยอยู่ในวังด้วยกัน รุ่งโรจน์รับพร

ตอนนี้เขาตกระกำลำบาก มารดาและพี่น้องอยากกินซาลาเปาสักลูกยังไม่ให้ ทั้งยังบังคับให้เขาหย่าภรรยา

นี่เรียกว่าครอบครัวเดียวกันหรือ?

ซูจิ่งสิงยิ้มหยัน กวาดมองใบหน้าของทุกคนทั้งบ้านใหญ่ บ้านรอง และบ้านสี่แห่งตระกูลซู

สายตาเย็นชาคู่นั้น ทำให้ทุกคนตัวสั่นด้วยความรู้สึกผิด หุบปากฉับลงโดยไม่รู้ตัว

แม้ว่าเขาจะตกต่ำ แต่รัศมีที่แผ่ออกมายังคงมีกลิ่นอายของเทพสงคราม

จากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็หลับตา เกียจคร้านเกินกว่าจะมองคนเหล่านี้อีกต่อไป และพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า

“ท่านลุงทุกท่านต้องบังคับให้ข้าหย่าภรรยาให้ได้ใช่หรือไม่?”

ทุกคนกลัวเกินกว่าจะพูดอะไรอีก รีบมองไปที่ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นตาเดียว

ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวว่า “จิ่งสิง พวกเราหาได้บังคับเจ้า ปัญหาของตระกูลซูในปัจจุบันก็เกิดจากคุณเช่นกัน"

“หากข้ายืนกรานไม่หย่าภรรยาเล่าขอรับ?”

ฮูหยินผู้เฒ่ามองมาอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “เช่นนั้นก็อย่าได้โทษที่ข้าโหดเหี้ยม ไม่สนใจบ้านสามของเจ้าแล้วกัน!”

“เฮ้อ...”

ซูจิ่งสิงเศร้าระทมอยู่ในใจ ไม่พูดอะไรออกมาอยู่นาน และในตอนที่ทุกคนคิดว่าเขาถูกบังคับจนไร้ทางเลือก ต้องยอมหย่าภรรยาแน่แล้วนั้น เขาก็ลืมตาขึ้น พูดอย่างเฉยเมย

“หย่าภรรยา ข้าไม่มีทางยินยอม

ในเมื่อทุกท่านไม่อยากสนใจบ้านสามของข้า เช่นนั้นก็ตัดสัมพันธ์กันเถอะขอรับ”

ตัดสัมพันธ์แล้ว บ้านสามของข้าก็ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับพวกท่านอีก ภรรยาของข้าแน่นอนว่าไม่มีทางเดือดร้อนไปถึงพวกท่าน”

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา ทุกคนก็ตกตะลึง แม้แต่กู้หว่านเยว่เองก็นิ่งอึ้งไป

นางย่อมไม่คิดว่าชายผู้นี้ยอมตัดความสัมพันธ์เพื่อนางเพียงอย่างเดียว คงเป็นเพราะโดนตระกูลซูเหยียบย่ำหัวใจ

แต่เพียงความกล้าหาญนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้นางประทับใจไม่รู้ลืม

นางกู้หว่านเยว่ไม่ได้ช่วยผิดคน

เมื่อฟื้นคืนจากความตกใจ บ้านอื่นๆ ก็เริ่มตื่นตัวขึ้นมา

บ้านสามทั้งครัวมีห้าคน ไร้เงินเลี้ยงตัว กินอยู่ล้วนพึ่งพาพวกเขาบ้านอื่นทั้งสิ้น คิดดูแล้วย่อมไม่สมดุล

ตัดสัมพันธ์?... ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องเลวร้าย

แม้ว่าบรรพบุรุษของตระกูลซูจะเคยกำหนดกฎตายไม่อาจตัดสัมพันธ์ บอกว่าเคยมีผู้ทำนายทายชะตาว่าหากตัดสัมพันธ์ บางบ้านจะมีชีวิตที่น่าสังเวช

แต่ครั้งนี้เป็นซูจิ่งสิงเสนอตัดสัมพันธ์ หาใช่พวกเขาไม่ พวกเขาไม่ได้ละเลยกฎของบรรพบุรุษแต่อย่างใด

อีกทั้งซูจิ่งสิงบาดเจ็บสาหัส ใครใดจะน่าสังเวชไปกว่าเขาอีก?

ซูหัวหลินผู้ขึ้นมาเป็นคนแรก “ข้าอยากตัดสัมพันธ์มานานแล้ว ในเมื่อครั้งนี้เจ้าพูดออกมาเอง เช่นนั้นก็อย่าโทษข้าลุงรองโหดเหี้ยม ข้ายินยอมตัดสัมพันธ์”

นางเฉียนเองก็กล่าวสมทบ “ข้าก็ยินยอมตัดสัมพันธ์!”

“ไม่ได้!” ฮูหยินผู้เฒ่ายังคงยึดยื้อ

ซูหัวหลินรีบโน้มน้าว “ท่านแม่ เก็บบ้านสามไว้มีแต่จะเดือดร้อนพวกเรา ทั้งซูจิ่งสิงเองบาดเจ็บสาหัส ดีไม่ดีว่าวันสองวันนี้ก็...”

ซูจื่อชิงเบิกตากว้าง “ก็อะไร? เจ้าพูดมาให้กระจ่างนะ!”

“เหอะ พูดก็พูด อาการบาดเจ็บของเขาสาหัสสากรรจ์ อากาศเองก็ร้อนเสียปานนี้ ข้างทางไร้หมอยาคอยตระเวนดูแล ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้บาดแผลก็อาจเป็นหนองตายได้! ถึงตอนนั้น ก็ต้องให้พวกเราเสียเงินจัดงานอาลัยอีก”

“ข้าจะฆ่าเจ้า!” ซูจื่อชิงโกรธมากจนตัวสั่น โมโหกับคำพูดชั่วร้ายของเขา รุดพุ่งไปข้างพร้อมง้างหมัด

“พอแล้ว! ซูจื่อชิง ไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ เจ้าจะทำร้ายผู้อาวุโสของตนเองหรือไร?”

ฮูหยินผู้เฒ่ากระแทกไม้เท้า ดวงตาชราขึ้นฝ้าทอแววประกาย คำพูดของเจ้าสองกระทบใจนาง

นางยังไม่ตัดสัมพันธ์ เพราะกังวลว่าซูจิ่งสิงจะยังมีทางออก

แต่เมื่อมองดูสภาพของซูจิ่งสิงในตอนนี้ ก็เห็นชัดแล้วว่ามีเคราะห์มากกว่าโชค เช่นนั้นไม่สู้...

“จิ่งสิง เจ้าแน่ใจหรือว่าจะตัดสัมพันธ์?”

“ไม่ผิด” สายตาของซูจิ่งสิงเฉยเมย ถือเสียว่าไม่มีครอบครัวเช่นนี้อีกต่อไป

ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่คิดเสแสร้งอีกต่อไป เจ้าสาวแต่เล็กก็ห่างออกจากอกนาง โตขึ้นมาก็ไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนม ต่อมาก็แต่งงานกับนางหยางที่สติไม่สมประกอบ สำหรับบ้านสาม แต่เดิมนางก็หาได้ผูกพัน

นางพูดด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ว่า

“ก็ได้ เช่นนั้นก็ตัดสัมพันธ์กัน แต่ก็ขอพูดน่ารังเกียจให้ฟังเสียก่อน วังหลวงถูกรื้อค้น เงินทั้งหมดของพวกเราต่างก็ได้มาจากบ้านมารดารับบริจาคมาให้ พวกเจ้าบ้านสาม ไม่อาจเอาไปได้แม้แต่แดงเดียว”

สิ้นเนื้อประดาตัว

ช่างเป็นหญิงชราที่โหดเหี้ยมนัก!

ซูจื่อชิงพูดอย่างวิตกว่า “ไม่มีเงิน จากนี้พวกเราจะอยู่กันอย่างไรเล่า?”

นางหลิวยิ้มและพูดว่า “ขุนนางของศาลาว่าการจะแจกโมโม[footnoteRef:1]ทุกวัน มีโมโมกิน ย่อมไม่หิวตาย” [1: เป็นเกี๊ยวหรือขนมจีบที่มีต้นกำเนิดในทิเบต เดิมกินกับเนื้อจามรี ต่อมาได้กลายเป็นอาหารพื้นเมืองของทิเบต ภูฏาน สิกขิม เนปาล และลาดัก ตัวเกี๊ยวเป็นชิ้นกลมแบนขนาดเล็ก ห่อเป็นรูปกระเป๋าหรือดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว ทำให้สุกด้วยการนึ่ง การทอดในกระทะ หรือการทอดอีกครั้งหลังจากนึ่งแล้ว กินกับซอสหรือน้ำจิ้มหลายแบบ โดยปกติจะมีพริก มะเขือเทศ และกระเทียม]

“ท่านป้าสี่ ท่าน!”

“จื่อชิง” ซูจิ่งสิงหยุดเขาไว้ก่อน “ไปหาเจ้าหน้าที่ ยืมกระดาษปากกามาเขียนหนังสือตัดสัมพันธ์เถอะ”

ซุนอู่พาเจ้าหน้าที่ออกมากินข้าวเย็นกันอยู่ไม่ไกล ได้ยินเสียงทะเลาะนี้ดังอยู่นานแล้ว

บนเส้นทางที่ถูกเนรเทศ ครอบครัวกลายเป็นปรปักษ์กันหาใช่เรื่องแปลก

พวกเขาดูเรื่องน่าสนใจอยู่พักหนึ่ง แต่ก็คร้านจะเข้ามาห้ามปราม

กระดาษปากกาไม่มีค่า ไม่พูดอะไรสักคำ พวกเขาก็มอบมันออกมาให้

“หึ ตัดสัมพันธ์แล้ว จากนี้บ้านสามของพวกเจ้าคงได้ทุกข์ทรมานน่าดู!”

หลังจากเขียนจดหมายตัดสัมพันธ์แล้ว ทั้งคู่ก็ประทับลายนิ้วมือ ไม่สนใจชีวิตความเป็นอยู่ของบ้านสามอีกต่อไป พากันกลับไปกินซาลาเปาเนื้ออย่างชื่นบาน

ทิ้งไว้เพียงซูจิ่นเอ๋อที่ยังสับสน

นางก็แค่อยากกินซาลาเปาเนื้อเท่านั้นเอง เหตุใดถึงได้ตัดสัมพันธ์กันได้?

ไม่กล้าเข้าทางพี่ใหญ่และพี่รอง จึงทำได้เพียงดังแขนเสื้อของนางหยางแล้วเรียกนางเบาๆ

“ท่านแม่ ข้าไม่อยากตัดสัมพันธ์ ทั้งๆ ที่หย่ากับกู้หว่านเยว่ก็สิ้นเรื่อง เหตุใดต้องตัดสัมพันธ์กันด้วย?”

แต่ไม่คิดว่านางหยางจะหันมาดุด่านางแทน

“เจ้า ไม่รู้จักรักดี โตมาผิดเพี้ยนแล้ว...”

แม้แต่แม่แท้ๆ ที่สติไม่ดีก็ยังด่านาง ตอนนี้ซูจิ่นเอ๋อทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว น้ำตาไหลอาบหน้า แล้ววิ่งหนีไปด้วยความโกรธ

แต่หาได้ไปทางตระกูลซูไม่ แม้ว่านางจะยโสแต่ไม่ได้โง่ เมื่อครู่ลุงใหญ่ด่าพี่ใหญ่อย่างไร นางได้ยินอยู่เต็มหู

นางก็แค่รับไม่ได้ ครอบครัวใหญ่ครัวหนึ่ง อยู่ดีๆ เหตุใดถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้กัน?

ทางด้านตระกูลซู หลี่ซือซือเองก็มีสีหน้าจริงจังเช่นกัน “ท่านแม่ เหตุใดเมื่อกี้นี้ท่านต้องห้ามข้าด้วย?”

ซูหวู่อวิ๋นขมวดคิ้ว “ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ แต่ซูจิ่งสิงไม่ใช่เจิ้นเป่ยอ๋องอีกต่อไปแล้ว เจ้าดูที่สองขาของเขาสิ มันไร้ประโยชน์แล้ว!

พวกเราตอนนี้ยากจะปกป้องตนเอง เจ้าไม่สู้ใส่ใจผู้อื่นให้มาก อย่างญาติผู้พี่ซูเช่อของบ้านลุงใหญ่ของเจ้าก็ดีไม่น้อย

หลี่ซือซือเหลือบมองไปยังซูเช่อที่ก้มหน้าก้มตาอยู่ตรงหน้าซูหัวหยางอยู่ไม่ไกล พลันเม้มริมฝีปาก ไม่พูดอะไรสักคำ

“ท่านแม่ ข้าจะไปดูญาติผู้น้องจิ่นเอ๋อเจ้าค่ะ”

นางคิดในครู่นั้น แล้วเดินไปหาซูจิ่นเอ๋อทันที...
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2391

    “เยว่อ๋องทรงพระเจริญหมื่นปี!”“ตงโจวจงเจริญ!”บนถนนมีเสียงยินดีโห่ร้องดังขึ้นราวกับคลื่นน้ำภาพนี้จะคงอยู่ในความทรงจำของทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้แม้แต่จ้าวเหวยเซิงเองก็ยังนึกไม่ถึง เมื่อไฟพันดวงสว่างขึ้นพร้อมกันจะน่าตะลึงถึงเพียงนี้ปากของหนานอินกลายเป็นรูปวงกลม“นี่ก็คือหลอดไฟหรือ? นี่แตกต่างจากลูกแก้วสีที่ข้าเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง น่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว เหตุใดจึงเปล่งแสงสว่างออกมาเช่นนี้?”นางยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด จึงอึ้งไปชั่วขณะในดวงตาเป่ยหมิงโยวหลานมีความตะลึงแวบผ่านเหมือนกับคนอื่น ๆ ภาพนี้ทำให้เขาตะลึงพรึงเพริด“นี่คือสิ่งที่เจ้าสร้างขึ้นหรือ?” เป่ยหมิงโยวหลานแสร้งถามทั้งที่รู้คำตอบกู้หว่านเยว่ยิ้มแล้วพยักหน้า “นอกจากข้า ใครยังสามารถทำได้อีก”“ช่างถ่อมตัวเหลือเกิน”เป่ยหมิงโยวหลานค่อนขอด ในใจกลับเห็นด้วยในคำพูดของกู้หว่านเยว่ นอกจากนางใครยังมีความสามารถเช่นนี้มีเพียงนางเท่านั้น ที่สร้างความประหลาดใจได้ทุกขณะหลังงานหลอดไฟจบลง เป่ยหมิงโยวหลานสะท้อนใจเมื่อก่อนเขาเคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะที่ร้อยปีจะพบสักครั้งจึงได้ยโสโอหัง ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาจนกระทั่

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2390

    ทั้งสองสนิทกันมานาน จึงขี้เกียจจะพิธีรีตองใส่กัน พูดจบต่างก็หัวเราะ เป่ยหมิงโยวหลานหาที่นั่งให้ตัวเองเพียงไม่นานคนจากแคว้นเซียนหลิงก็มาถึง ผู้มาเยือนไม่ใช่คนรู้จัก แต่เป็นองค์หญิงท่านหนึ่งที่เพิ่งโตเป็นผู้ใหญ่ในราชวงศ์กำลังอยู่ในวัยสดใสร่าเริง กระโดดโลดเต้นขึ้นไปบนภัตตาคาร แล้วทำความเคารพกู้หว่านเยว่เพิ่งนั่งลงสายตาก็ถูกเป่ยหมิงโยวหลานตรงข้ามดึงดูด กระทั่งน้ำชาในมือก็ลืมดื่มเป่ยหมิงโยวหลานเอ่ยถาม “หลอดไฟคือสิ่งใดหรือ? ตลอดทางสองข้างทางเห็นเสาเต็มไปหมด บนเสายังแขวนลูกแก้วกลมเอาไว้ หรือว่านั่นคือหลอดไฟที่ท่านพูดถึง?”กู้หว่านเยว่ยิ้มแล้วพยักหน้า“ดูแล้วไม่มีความพิเศษใดเลย” องค์หญิงแคว้นเซียนหลิงปากไวพูดอย่างเถรตรงลูกแก้วสีเห็นได้บ่อยในที่ราบแห่งความโกลาหล ภายในพระราชวังก็มีลูกแก้วสีแขวนเต็มไปหมดที่ครอบเชิงเทียนมากมายก็เป็นที่ครอบแก้วสีซึ่งมีไส้เทียนอยู่ด้านใน ภายใต้ค่ำคืนสาดส่องแสงสีรุ้งเป็นประกายงดงาม สิ่งนี้พบได้บ่อยในหมู่สามัญชน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนในราชวงศ์ ที่เห็นจนชินตานานแล้วเมื่อองค์หญิงพูดเสร็จพบว่าตัวเองพลั้งปาก จึงมองกู้หว่านเยว่อย่างลืมตัว นึกไม่ถึงว่าเป่ยหมิ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2389

    จ้าวเหวยเซิงไม่ใช่คนโง่ช่วงที่ผ่านมา เขาถูกรังแกในสำนักชลประทานอยู่บ่อยครั้งใครคือผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง เดาได้ไม่ยากเลย“หลีกไป”จ้าวเหวยเซิงไม่เกรงใจ“ใต้เท้าโจวยุ่งมากไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมีเวลาว่างมาที่นี่ ในเมื่อยุ่งขนาดนั้น ไม่สู้ทำงานในสำนักชลประทานให้มากหน่อย จะได้ไม่ต้องยุ่งมาก”มุมปากของใต้เท้าโจวบิดเบี้ยวเล็กน้อยเขาฟังออก จ้าวเหวยเซิงกำลังถากถางเขาเรื่องที่หลายวันมานี้เขาอ้างว่างานยุ่งตลอด เพื่อบ่ายเบี่ยงเรื่องที่สำนักชลประทานควรให้ความร่วมมือเขาสะบัดแขนเสื้อแล้วส่งเสียงฮึดฮัดต่อให้เป็นเช่นนั้น ก็ไม่ยอมไปขอเป็นฝ่ายอ่อนข้อในเมื่อบาดหมางกันแล้ว เขาก็อยากจะดูว่าจ้าวเหวยเซิงที่อวดดีคนนี้ วันนี้จะสามารถแสดงออกอย่างงดงามต่อหน้าผู้คนหรือไม่จ้าวเหวยเซิงหันหลังก็มองเห็นสายตาที่ไม่หวังดีของใต้เท้าโจว เขาเงียบไม่พูดจา เขารู้ดีว่ามีองครักษ์ลับคอยจับตาดูพวกเขาตลอด“ใต้เท้าจ้าว ท่านอ๋องเชิญท่านไปหา” องครักษ์ข้างกายกู้หว่านเยว่มาแจ้งข่าวจ้าวเหวยเซิงได้ยินดวงตาลุกวาวแล้วพยักหน้า รีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปคารวะกู้หว่านเยว่ทันที“ท่านอ๋อง” ดวงตาจ้าวเหวยเซิงเผยความเลื่อมใสหากไม่ใ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2388

    จ้านจ้านเงยหน้า “ท่านแม่ ไม่อย่างนั้นกำหนดเป็นวันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ดเถอะ”“วันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ดหรือ?” ดวงตากู้หว่านเยว่เผยแววครุ่นคิดยังมีเวลาอีกหกวันตอนนี้เริ่มส่งข่าวราชสำนัก เพียงพอให้ประชาชนยอมรับแล้ว“ดี ถ้าอย่างนั้นก็กำหนดเป็นวันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ด” ดวงตากู้หว่านเยว่เป็นประกายมองจ้าวเหวยเซิงด้านล่าง“ใต้เท้าจ้าวต้องเตรียมตัวให้ดี ถึงยามนั้นจะมีผู้คนมากมายจับตา ประชาชนทุกคนกำลังรอเจ้าอยู่”จ้าวเหวยเซิงกลืนน้ำลายหนึ่งอึก รู้สึกว่าแรงกดดันช่างยิ่งใหญ่ แต่ไม่นานก็ประสานมือคำนับ “ท่านอ๋องโปรดวางพระทัย กระหม่อมจะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด”เขาทดลองซ้ำไปซ้ำมาหลายสิบครั้งแล้วยังมีเวลาอีกหกวัน เพียงพอให้เขาทดลองอีกเป็นร้อยครั้งกรมสารบรรณรวดเร็วมาก ข่าวราชสำนักแต่ละฉบับถูกส่งไปทั่วแคว้นในไม่ช้าพวกชาวบ้านต่างรู้ว่าราชสำนักกำลังค้นคว้าสิ่งที่เรียกว่าหลอดไฟ ไม่เพียงสามารถให้แสงสว่างเป็นเวลานาน หนำซ้ำแสงที่ส่องสว่างเจิดจ้ากว่าแสงเทียนหลายสิบเท่าอีกทั้งทางราชสำนัก ยังเตรียมจะจุดไฟบนถนนสายหลักทั้งสี่ของเมืองอวิ๋นอย่างถนนจูเชวี่ย ชิงหลง ไป๋หู่และเสวียนอู่หากชาวบ้านที่มีกำลังทร

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2387

    องครักษ์ลับจะรายงานสถานการณ์ของจ้าวเหวยเซิงเป็นระยะ“วันนี้ใต้เท้าจ้าวพบอุปสรรคที่สำนักช่างหล่ออีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“ตลอดสามวัน ใต้เท้าจ้าวกินนอนที่กรมโยธาธิการ ไม่ได้กลับบ้านเลย”“หม้อไอน้ำมีโครงร่างแล้ว แต่ใต้เท้าจ้าวไม่ค่อยพอใจ รู้สึกว่าทำให้ประณีตกว่านี้ได้อีก”“ใต้เท้าจ้าวไม่ได้กลับบ้านหกวันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”กู้หว่านเยว่สังเกตความคืบหน้าไปด้วย พลางหัวเราะในใจ แล้วเอ่ยถามกะทันหัน “จ้าวเหวยเซิงแต่งงานหรือยัง?”“เรื่องนี้” องรักษ์ลับสะอึกไปชั่วครู่ แต่เรื่องนี้ไม่ยากสำหรับเขา แต่หัวข้อสนทนาเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป จึงต้องใช้เวลาตั้งตัวเล็กน้อย“ใต้เท้าจ้าวเป็นโสด ยังไม่แต่งงาน ในบ้านก็ยังไม่มีอนุภรรยาพ่ะย่ะค่ะ”กู้หว่านเยว่พยักหน้าเรื่องนี้พอเข้าใจได้ โชคดีที่ยังไม่แต่งงาน ท่าทางบ้างานขนาดนี้ของเขา หากที่บ้านมีเมียมีอนุ คงจะถูกละเลยกู้หว่านเยว่ไม่เห็นด้วยที่จะทุ่มเทพลังกายทั้งหมดให้ราชสำนัก นางคิดว่าควรบริหารจัดการอย่างเหมาะสม การที่ขุนนางทุ่มเทให้เรื่องบ้านเมือง แน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องดี แต่หากแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ไม่ควรละเลย“เจ้านำโจ๊กเห็ดหูหนูขาวถ้วยนี้ไปให้ใต้เท้าจ้าว”กู

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2386

    เรื่องหลักการได้พูดไปหมดแล้ว ต่อจากนี้คือการดำเนินงานจริง การสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังไอน้ำ เกี่ยวพันถึงกรมทบวงในราชสำนักไม่น้อยกู้หว่านเยว่มอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้จ้าวเหวยเซิงหนึ่งอัน“เมื่อมีป้ายอาญาสิทธิ์อันนี้ เจ้าสามารถสั่งการขุนนางในกรมอื่นเพื่อให้ความร่วมมือกับเจ้า หลังจากนั้นค่อยมารายงานข้าก็พอ”จ้าวเหวยเซิงคุกเข่าบนพื้น สองมือรับป้ายอาญาสิทธิ์ แล้วคำนับให้กู้หว่านเยว่กู้หว่านเยว่ยินดีมอบเรื่องนี้ให้เขา นั่นคือไว้วางใจเขาอย่างมากจ้าวเหวยเซิงไปสำนักช่างหล่อเป็นอันดับแรกอันดับแรกต้องสร้างหม้อไอน้ำขนาดใหญ่ขึ้นมาก่อนขุนนางสำนักช่างหล่อให้ภาพแบบแปลนมาหนึ่งชุด “เรื่องนี้ไม่ยากสำหรับสำนักช่างหล่อ แต่ต้องใช้เวลา เร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาครึ่งเดือน ถึงจะทำตามสิ่งที่ใต้เท้าจ้าวต้องการได้”จ้าวเหวยเซิงชื่นชม “เวลาครึ่งเดือนเร็วกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้มากแล้ว”หลังกลับมาจากสำนักช่างหล่อ จ้าวเหวยเซิงไปที่สำนักชลประทานใต้เท้าโจวในสำนักชลประทานก็รับมือค่อนข้างยากเขาครุ่นคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดท่านอ๋องจึงไม่มอบหมายเรื่องนี้ให้เขา เพราะอย่างไรเขาก็มีประสบการณ์มากกว่าจ้าวเหวยเ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 542

    “ครั้งหนึ่งข้าเคยมีความฝันที่เหมือนจริงมาก” เว่ยเฉิงเผยรอยยิ้มอันขมขื่นออกมา“ในความฝันข้าสนับสนุนให้มู่หรงอวี้ขึ้นครองบัลลังก์ แต่เขากลับคุมขังครอบครัวของข้าทั้งหมด เพราะกลัวว่าข้าจะรู้เรื่องราวในอดีตของเขามากเกินไป ฆ่าลูก ๆ ของข้า ข่มเหงภรรยาผู้เป็นที่รักของข้า...”ดวงตาของเว่ยเฉิงแดงก่ำ เมื่อเห็นดั

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 593

    “ในเมื่อพวกเขาติดเชื้อกาฬโรคแล้ว พวกเราก็ไม่รอดหรอก”ชายร่างใหญ่พูดด้วยความตื่นตระหนก“ศูนย์พักพิงแห่งนี้อันตรายเกินไปจริง ๆ พวกเรารีบออกไปกันเถอะ!”“ใช่แล้ว ใช่แล้ว กาฬโรคน่ากลัวมาก พวกเรารีบไปกันเถอะ”“ใจเย็น ทุกคนอยู่ในความสงบ!”นายทหารที่เป็นหัวหน้าตะโกนดังลั่น “พวกเขาจะเป็นกาฬโรคหรือไม่ยังไม่รู้ ต้อ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 605

    “เดิมทีพี่หญิงและพี่เขยก็มีชีวิตสุขสำราญ ก็เพราะการปรากฏตัวของเจ้า ทำลายความงดงามนี้ไป”นางหลิ่วจับจ้องกู้หว่านเยว่ตาเขม็ง สายตาคล้ายยาพิษก็มิปาน“พวกเขารนหาที่ตายเอง มิได้ตายบนมือข้า เกี่ยวอันใดกับข้าด้วย?”กู้หว่านเยว่มีสีหน้างุนงงสาเหตุที่ทังต๋าถูกเนรเทศ ก็เพราะมีมากมายหลายชีวิตต้องตายในเงื้อมมือของ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 549

    ทันใดนั้นแววตาของกู้หว่านเยว่ก็เป็นประกาย ความจริงแล้วมีความคิดนี้มานานแล้ว แต่กลับได้พูดออกมาอย่างระมัดระวังเป็นครั้งแรก“ข้าคิดว่า เป็นไปได้”ซูจิ่งสิงถูปลายนิ้ว นอกจากหนานหยางอ๋องและหมู่บ้านโซว่หวางแล้ว ยังมีเว่ยเฉิงและสกุลอวิ๋นที่ตอนนี้ล้วนภักดีต่อพวกเขา“หากมู่หรงอวี้ตาย ฮ่องเต้ชั่วต้องได้รับข่าวแ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status