Share

บทที่ 4

Penulis: ฮวาฮวาตีลังกาแปล
เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นภายในสมอง ทำให้กู้หว่านเยว่ตกใจแทบแย่

“เจ้าเป็นใคร?”

“สวัสดีเจ้านาย ข้าเป็นผู้ดูแลระบบมิติ รับผิดชอบตอบปัญหาที่ท่านสงสัยโดยเฉพาะ”

มิติคือพลังวิเศษที่นางมีตั้งแต่ชาติก่อน ทว่าแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยได้ยินเรื่องผู้ดูแลระบบอันใด

“ก่อนนี้เจ้านายอยู่ในขั้นเริ่มต้น จึงไม่ได้เปิดใช้งานฟังก์ชันของระบบ แต่อิงตามการกักตุนสินค้าเต็มพื้นที่ของท่านในวันนี้ มิติได้เปิดใช้งานผู้ดูแลระบบและอาคารทางการแพทย์ให้ท่านแล้ว”

กู้หว่านเยว่หลับตาลง เพียงนึกคิดก็เข้าสู่มิติได้แล้ว ดังคาด ภายในพื้นที่กักตุนสินค้า นอกจากสิ่งของที่นางเก็บมา ก็มีอาคารทางการแพทย์เครื่องมือล้ำสมัยหลังหนึ่ง

ทว่า เหตุใดเป็นอาคารทางการแพทย์เล่า?

“ซูจิ่งสิงต้องการอาคารทางการแพทย์ เจ้าก็เปิดการใช้งานอาคารทางการแพทย์ ตกลงเจ้าของร่างคือข้าหรือซูจิ่งสิงกันแน่?”

กู้หว่านเยว่ไม่สบอารมณ์อย่างมากในใจ

“...” ผู้ดูแลระบบแกล้งตายไปแล้ว

กู้หว่านเยว่ทำเพียงสำรวจการเปลี่ยนแปลงภายในมิติ นอกจากอาคารทางการแพทย์ นางยังพบหน้าจอคล้ายศูนย์ควบคุมทำนองนั้นเพิ่มขึ้นมาในระบบอย่างหนึ่ง ข้างบนเขียนการเปิดใช้งานอาคารใหม่หลากหลายแบบ

อาคารใหม่ที่จะเปิดลำดับถัดไป คือห้องครัวอาหารเลิศรส

นั่นก็หมายความว่า ขอเพียงนางพยายามกักตุนสินค้า ก็สามารถเปิดใช้งานห้องครัวอาหารเลิศรสได้แล้ว ไม่ต้องใส่อาหารเลิศรสเข้าไปด้วยตนเอง?

ให้ตายเถอะ ไม่ต้องสบายถึงเพียงนี้ก็ได้กระมัง!

กู้หว่านเยว่มีความสุขจนไม่สามารถหุบปากได้ ออกจากมิติแล้ว เห็นซูจิ่งสิงหมดสติไปอีกครั้ง ก็หยิบผงยาฆ่าเชื้อมาหนึ่งห่อ จากนั้นทาลงบนกล้ามท้องของเขา

ขณะเดียวกัน เสียงตะโกนเรียกสองสายก็ดังขึ้นห่างออกไปไม่ไกลนัก

“ท่านแม่!” “ท่านยาย!”

เพียงได้ยินเสียงนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าก็รีบเงยหน้ามองออกไป ผู้มาเยือนก็คือบุตรีคนที่ห้าที่นางรักที่สุดซูหวู่อวิ๋นและบุตรีของนางหลี่ซือซือ

“หวู่อวิ๋นเอ๋ย เจ้ามาส่งพวกเราใช่หรือไม่?”

ฮูหยินผู้เฒ่าทอดสายตามองสัมภาระห่อใหญ่ข้างหลังนาง ครุ่นคิดในใจ มิได้เอ็นดูบุตรีคนนี้โดยเสียเปล่าดังคาด

ใครจะรู้ว่าซูหวู่อวิ๋นกลับร้องไห้ออกมาแล้ว “หลี่เปียวเขาไม่ใช่คน ได้ยินว่าเกิดเรื่องกับจวนอ๋องแล้ว เขากลัวเดือดร้อนไปด้วย ถึงขั้นขอหย่าข้าแล้ว...”

ฮูหยินผู้เฒ่ายังดึงสติกลับมาไม่ได้ “มิใช่พูดว่าโทษไม่มีผลต่อลูกสาวออกเรือนแล้วหรือ?”

ซูหวู่อวิ๋นเช็ดน้ำตา “เขาเห็นข้าขวางหูขวางตาตั้งแต่แรกแล้ว รังเกียจข้าที่ไม่ให้กำเนิดลูกชาย อาศัยว่าสกุลซูของพวกเราเกิดเรื่องพอดี กังวลข้าตอแย ยังไปกราบทูลฝ่าบาทขอให้เนรเทศข้าไปพร้อมกับสกุลซูด้วย”

ฮูหยินผู้เฒ่าเกือบโมโหจนหมดสติ ชี้ทางจวนสกุลหลี่พลางสาปแช่ง

“ซือซือเล่า หลี่เปียวไม่เอาแม้แต่ลูกสาวของตนกระนั้นหรือ?”

ดรุณีน้อยอายุราวสิบห้าสิบหกปีทางด้านข้าง ก็คือหลี่ซือซือ

ขอบตานางแดงก่ำ “ท่านพ่อต้องการเพียงลูกชาย ไม่ต้องการลูกสาว ไล่ข้าออกมาแล้วเจ้าค่ะ”

ได้ยินว่าหลี่เปียวไร้เหตุผลถึงเพียงนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธแทบตาย อยากถกแขนเสื้อบุกสกุลหลี่เสียให้ได้

ซูหวู่อวิ๋นและหลี่ซือซือกอดกันร้องไห้พักหนึ่ง จู่ๆ หลี่ซือซือก็หันมองทางเกวียนสีหน้ากังวล “เหตุใดญาติผู้พี่จิ่งถูกโบยจนกลายเป็นเช่นนี้ไปได้?”

สีหน้าฮูหยินผู้เฒ่าเข้มขึ้น ไม่เปล่งวาจา

ซูหัวหลินกลับสบถด่าบ้านสามออกมาอย่างไม่คิดปิดบังต่อหน้าทุกคน “มิใช่เพราะเขาขายบ้านเมืองเพื่อความรุ่งโรจน์ ถูกฝ่าบาทสั่งโบยหรือ ล้วนต้องตำหนิเขา สกุลซูของพวกเราถูกเขาทำให้เดือดร้อนไปด้วย!”

หลี่ซือซือบีบนิ้วมือ “เรื่องนี้ ตำหนิญาติผู้พี่จิ่งไม่ได้เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นตำหนิใครได้เล่า?”

“ท่านยายและพวกท่านลุงอย่ารำคาญข้าเลย เมื่อครึ่งเดือนก่อน ข้าไปจุดธูปที่วัด ระหว่างทางบังเอิญพบนักพรตเต๋าท่านหนึ่ง

พูดว่าคุณหนูสกุลกู้มีดาวหายนะ จะนำพาภัยพิบัติมาสู่สกุลซูของพวกเรา

เมื่อนั้นข้ากลัวยิ่งนัก ทั้งยังได้เห็นฝ่าบาทพระราชทานสมรสก็ไม่กล้าพูด ใครจะรู้ ว่าจะกลายเป็นจริงเสียแล้ว...”

เพียงนางพูดถ้อยคำนี้ออกมา ทุกคนก็ล้วนหันมองทางกู้หว่านเยว่ สายตาพินิจพิเคราะห์อยู่บนตัวกู้หว่านเยว่ ต้องการหาหลักฐานว่านางคือดาวหายนะ

“เพราะเหตุนี้จวนโหวถึงต้องการตัดความสัมพันธ์กับนาง”

“ล้วนต้องตำหนินาง ที่ทำร้ายพวกเราแล้ว!”

เสียงสบถด่าของทุกคนในสกุลซูดังขึ้นมา สายตาจับจ้องกู้หว่านเยว่ อยากถลกหนังนางออกมาเสียให้ได้ โดยเฉพาะพวกฝ่ายชายอารมณ์วู่วามเหล่านั้น ยกกำปั้นเดินเข้าหากู้หว่านเยว่แล้ว

ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็ไม่ห้าม กู้หว่านเยว่ตัดความสัมพันธ์กับจวนโหวแล้ว ระหว่างเดินทางเนรเทศก็ไม่ลงแรงเลยแม้แต่น้อย ถูกตีก็สมควรแล้ว!

เห็นว่าคนเหล่านั้นใกล้เดินมาถึงหน้ากู้หว่านเยว่แล้ว ซูจื่อชิงที่หลบอยู่ข้างหลังนางหยางพลันโผล่พรวดออกมา

“พวกเจ้าห้ามรังแกพี่สะใภ้ใหญ่ของข้า!”

เขายังไม่ลืมยามพี่ใหญ่และท่านแม่ถูกเจียงเต๋อจื้อรังแก มีเพียงพี่สะใภ้ใหญ่ออกมาช่วยเหลือ

เป็นคนต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณ พี่ใหญ่หมดสติยังไม่ฟื้น เขาต้องเป็นคนปกป้องพี่สะใภ้ใหญ่!

ซูหัวหลินพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ซูจื่อชิงเจ้าหลีกไปที่ด้านข้าง พวกเราสกุลซูถูกนางทำร้ายจนกลายเป็นเช่นนี้ วันนี้จะต้องสั่งสอนนางให้ได้!”

“พวกเราสกุลซูถูกใส่ความ หาใช้ถูกพี่สะใภ้ใหญ่ทำร้ายไม่ ข้าไม่หลีก”

“ไม่หลีกก็จะตีเจ้าไปพร้อมกันเสียเลย”

ซูหัวหลินเองก็ไม่เกรงใจ ยื่นมือออกไปผลักซูจื่อชิงให้พ้นทาง กู้หว่านเยว่รีบถลันเข้าไปรับคน ขณะเดียวกันก็จับข้อมือของซูหัวหลิน หักแรงๆ

“ให้ตายเถอะ เจ็บจะตายอยู่แล้ว...”

ซูหัวหลินจับข้อมือที่ถูกหักพลางร้องไห้ตะโกนหามารดา นางเฉียนและลูกชายอีกสองคนรีบถลันขึ้นไป

“นางแพศยาหาญกล้าทำร้ายท่านพ่อ (สามี) ข้า เจ้าจะได้เห็นดี...”

มองเห็นคนกลุ่มนั้นของบ้านรองถลันขึ้นมา กู้หว่านเยว่กลับไม่ว้าวุ่น หนึ่งมือดึงซูจื่อชิงไปไว้ข้างหลัง หนึ่งมือจับคอเสื้อเหวี่ยงพวกเขาแรงๆ ล้มลงตรงหน้าหลี่ซือซือ

ถัดมาเดินเข้าไปตบหลี่ซือซือสองฉาด

“สร้างเรื่องเท็จมีความสุขมากกระมัง ถูกตบมีความสุขหรือไม่เล่า?”

หลี่ซือซือคนนี้มาทีหลัง สายตาจับจ้องซูจิ่งสิงอยู่ตลอด ดึงก็ดึงออกมาไม่ได้ คิดว่านางกู้หว่านเยว่เป็นคนโง่หรืออย่างไร?

ในต้นฉบับนิยาย หลี่ซือซือหลงรักซูจิ่งสิง แต่น่าเสียดายซูจิ่งสิงยังไม่ทันเดินทางก็พิษกำเริบตายไปแล้ว

ท้ายที่สุด นางแต่งงานกับบุตรสายตรงของบ้านใหญ่ซู ก็มิได้ทำให้เจ้าของร่างเดิมลำบาก บัดนี้เห็นว่าชะตาชีวิตของซูจิ่งสิงถูกเปลี่ยนแปลงแล้ว น่ากลัวว่าภายภาคหน้าต้องเกิดปัญหาเป็นแน่

แต่ คิดสร้างปัญหาบนตัวนางกู้หว่านเยว่? ฝันไปเถอะ

หลี่ซือซือถูกตบจนงุนงงแล้ว หลั่งน้ำตาดุจดอกสาลี่ต้องหยาดพิรุณ “นางบ้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ เจ้าพูดเลื่อนเปื้อน ข้ามิได้...”

สีหน้าฮูหยินผู้เฒ่าดำทะมึน “นางกู้ เจ้าจะก่อกบฏหรือ!”

“ก่อกบฏ? ท่านนับเป็นอันใด ท่านเป็นฮ่องเต้หรือ ท่านเองก็คู่ควร?”

ปากของกู้หว่านเยว่นี้สามารถทำให้คนโมโหตายได้

อาศัยนางมีวรยุทธ์แข็งแกร่ง สกุลซูไม่กล้าขยับขึ้นมาแม้คนเดียว ทำได้เพียงสบถด่าสาปแช่งนางอยู่ไม่ไกล

ด่าก็ด่า อย่างไรเสียก็ไม่มีเนื้อชิ้นใดตกไป กู้หว่านเยว่ไม่สนใจ

ขณะเดียวกัน นักการในศาลาว่าการก็ตะโกน “นักโทษจัดเรียงแถวให้ดี เตรียมออกเดินทางแล้ว”

ได้ยินว่าใกล้จะออกเดินทางแล้ว เสียงร่ำไห้บนเนินเขาสิบลี้ยังมิอาจระงับไหว ไม่ว่าญาติที่มาส่งหรือนักโทษถูกเนรเทศล้วนร่ำไห้คร่ำครวญ

กาลข้างหน้ามิอาจคาดเดา ไม่มีวันกลับมาเมืองหลวงได้อีกแล้ว...

ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ ทุกคนถูกนักการในศาลาว่าการเร่งให้เดินทาง

บ้านสกุลซูเหล่านั้นเดินอยู่ข้างหลังสุด ปกติพวกเขาล้วนใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไร้กังวล บนเท้าเกิดตุ่มน้ำพองอย่างรวดเร็ว เจ็บปวดทุกย่างก้าว

“เดินมานานถึงเพียงนี้แล้ว ไม่พักผ่อนสักหน่อยหรือ อยากทำให้พวกเราเหนื่อยตายใช่หรือไม่?”

คนมากมายยังมิอาจแก้อุปนิสัยของขุนนางผู้สูงศักดิ์ เหนื่อยจนทนไม่ไหวแล้วก็อ้าปากบ่นๆ ด่าๆ นางหลิวไม่ชอบออกกำลังกายร่างกายอ้วนท้วมอยู่บ้าง บัดนี้เหนื่อยมากแล้ว

ดวงตานางกลิ้งกลอก อุทานไอหยาเสียงหนึ่งก็ล้มลงแกล้งหมดสติบนพื้น

ทุกคนมีแบบอย่างก็เลียนแบบ คิดอยากล้มลงไปด้วย ใครรู้นักการในศาลาว่าการรีบหยิบแส้เข้าไปแล้วฟาดลงบนตัวนางหลิวทีหนึ่ง

“หมดสติแล้วหรือ? ข้าเชี่ยวชาญรักษาอาการหมดสติยิ่งนัก รีบลุกขึ้นมาแล้วเร่งเดินทาง หาไม่แล้วจะตีเจ้าให้ตาย!”

นางหลิวเจ็บจนร่ำไห้โอดครวญ กลิ้งบนพื้นขอความเมตตา นักการในศาลาว่าการกลับไม่ใจอ่อน นักโทษถูกเนรเทศตายกลางทางบ่อยครั้ง ขอเพียงไม่ตายทั้งหมดก็ไม่เป็นไร
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2360

    กู้หว่านเยว่ยิ้ม “เจ้ายังพาคนแปลภาษามาด้วยหรือ?”หลี่หวยเซียนทำหน้าเขินอาย “เมื่อได้ยินว่าต้องมาหมู่บ้านหูหนวก กระหม่อมไม่รู้ภาษามือ จึงได้หาคนมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ผู้ใหญ่บ้านมองกู้หว่านเยว่ เมื่อเห็นหลี่หวยเซียนพานางมา อีกทั้งเมื่อครู่นางบอกว่าเป็นคนตงโจว จึงพยักหน้าอย่างไม่ลังเลหันไปชี้ห้องรับรองด้านใน แล้วหันกลับมาชี้กู้หว่านเยว่บ่าวชายกล่าว “ใต้เท้า ผู้ใหญ่บ้านให้ถามท่านว่ามีกี่คนที่จะพักอยู่ที่นี่ขอรับ?”หลี่หวยเซียนหันมองกู้หว่านเยว่ นางกล่าว “พวกเราสี่คนพักที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องคนอื่นในกลุ่มทหารรับจ้างพักที่บ้านของชาวบ้านคนอื่นก็ได้”หลี่หวยเซียนรีบบอกผู้ใหญ่บ้าน “ข้ากับพวกเขาห้าคนจะพักอยู่ที่บ้านเจ้า”ไม่ง่ายกว่าจะได้พบท่านอ๋อง เขาไม่รีบกลับที่ว่าการขนาดนั้นหรอก ต้องอยู่ช่วยที่นี่ ส่วนงานที่ว่าการ โดยทั่วไปไม่มีเรื่อง ฉุกเฉินใด ท่านอาจารย์ของเขาสามารถช่วยจัดการได้หากมีเรื่องที่ท่านอาจารย์ของเขาจัดการไม่ได้ ที่ว่าการก็ไม่ไกลจากที่นี่ ให้คนมาส่งจดหมายได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว“เงินพวกนี้ เจ้ารับไว้ รบกวนเจ้าแล้ว”หลี่หวยเซียนนำเงินถุงหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ยื่นให้ผู้ใหญ่บ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2359

    หลี่หวยเซียนชะงักต่อมาจึงรู้สึกตัว แล้วรีบกล่าว “รู้จักพ่ะย่ะค่ะ ตอนนั้นที่ตั้งของหมู่บ้านหูหนวก กระหม่อมเป็นคนช่วยพวกเขาเลือก เนื่องจากที่แห่งนี้อยู่ด้านหลังกลุ่มภูเขา อยู่ในที่ห่างไกล น้อยนักจะมีคนมาเยือน จึงเหมาะกับพวกเขา”กู้หว่านเยว่นึกไม่ถึงว่าจะมีเรื่องราวเช่นนี้ พลางเดินเข้าไปในหมู่บ้านพร้อมหลี่หวยเซียน พลางสอบถาม “ถ้าอย่างนั้น พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก แต่ย้ายมาทีหลังหรือ?”หลี่หวยเซียนยิ้มร่า “แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นจะมีคนหูหนวกทั้งหมู่บ้านได้อย่างไร”เมื่อพูดจบจึงนึกได้ว่าตัวเองพูดจาเช่นนี้กับท่านอ๋องไม่เหมาะสม จึงยิ้มอย่างรู้สึกผิดเมื่อเห็นกู้หว่านเยว่กำลังครุ่นคิด ไม่คิดจะถือโทษ ถึงได้โล่งอกตอนแรกกู้หว่านเยว่ยังนึกสงสัย ทำไมในหมู่บ้านหูหนวกถึงไม่มีคนที่พูดได้แม้แต่คนเดียวบัดนี้เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่หวยเซียน จึงรู้ว่าในนี้ย่อมมีสาเหตุซ่อนเร้น จึงสอบถาม “แล้วพวกเขามาจากที่ใดหรือ?”หลี่หวยเซียนครุ่นคิดสักครู่ สีหน้าเจือความเจ็บปวด “ความจริง ก่อนหน้านี้พวกชาวบ้านล้วนเป็นคนปกติ สามารถได้ยินและพูดคุยได้ พวกเขาไม่ใช่คนหูหนวกเป็นใบ้แต่กำเนิด แต่เพราะถู

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2358

    ขณะนี้ผู้คนที่อยู่ในวัดร้างสังเกตเห็นความผิดปกติ แต่ถูกกู้หว่านเยว่ล้อมไว้นานแล้ว มีปีกก็ยากจะหลบหนีบวกกับคนที่หลี่หวยเซียนพามาล้วนเป็นยอดฝีมือ ต่อให้พวกเขาอยากหนีก็หนีออกไปไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทหารรับจ้างที่ประจำการอยู่มากมายเพียงไม่นาน พวกคนในวัดร้างก็ถูกจัดการจนหมดตามคำสั่งของกู้หว่านเยว่ นอกจากหมอผีหลายคนนั้นแล้ว คนอื่นที่เป็นกบฏล้วนถูกสังหารจนสิ้นเมื่อรู้ว่าใต้ดินถูกสร้างเป็นโลกอีกใบ หนำซ้ำยังมีคนมารวมตัวกันมากมายเพื่อค้นคว้ายาพิษ หลี่หวยเซียนถึงขนาดต้องปาดเหงื่อให้ตัวเองโชคดีที่กู้หว่านเยว่ไม่คิดจะเอาผิดกับเขา เขาเองก็ไม่กล้าพูดมาก รีบพาผู้ใต้บัญชาไปจัดการศพเหล่านั้นบัดนี้แม้อุณหภูมิจะไม่สูง แต่ศพพวกนี้กลาดเกลื่อนอยู่ภายนอก ไม่เพียงทำให้ชาวบ้านกลัว ยังทำให้เกิดโรคระบาดได้ส่วนกู้หว่านเยว่สั่งให้คน นำหมอผีหลายคนนั้นมาตรงหน้านางพวกหมอผีเคยประมือกับกู้หว่านเยว่แล้ว เห็นนางไม่เพียงพาตัวเฟิงเพียนอวิ๋นออกไป หนำซ้ำยังพาคนกลับมากวาดล้างรังของพวกเขา สีหน้าของแต่ละคนจึงโกรธแค้นมาก“ตกลงเจ้าคือใครกันแน่? พวกเราไปล่วงเกินเจ้าตอนไหน เจ้าถึงเป็นอริกับพวกเราเช่นนี้” หนึ่งในหม

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2357

    แต่ต้องได้เห็นกับตาถึงจะเชื่อ ดังนั้นพวกเขาจึงรอให้คนในหมู่บ้านไปตรวจสอบก่อนถึงจะตัดสินใจผ่านไปไม่นาน ชายหนุ่มในหมู่บ้านหลายคน ที่เมื่อครู่ถูกส่งตัวไปกลับมาพร้อมกันพวกเขาหันมองกู้หว่านเยว่กับลั่วหรงแวบหนึ่งก่อน ต่อมาจึงเดินไปตรงหน้าผู้ใหญ่บ้าน แล้วส่งภาษามือใส่เขาทันใดนั้นสีหน้าผู้ใหญ่บ้านเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ ดูท่าคนพวกนี้คงเล่าเรื่องในวัดร้างให้เขาฟังแล้วชั่วขณะนั้นผู้ใหญ่บ้านไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี หลังครุ่นคิดชั่วครู่ จึงหันมองชายชรา ให้ชายชราช่วยส่งต่อเจตนาต่อมากู้หว่านเยว่เห็นชายชราเขียนลงในกระดาษ “บุญคุณความแค้นระหว่างพวกเจ้ากับกลุ่มคนในวัดร้างไม่เกี่ยวกับพวกเรา ความบาดหมางของพวกเจ้าก็จัดการเอง”กู้หว่านเยว่เผยรอยยิ้มจาง ๆ เดิมทีนางก็ไม่คิดจะให้พวกชาวบ้านกลุ่มนี้จัดการให้อยู่แล้ว ที่มาหาพวกเขา เพียงแค่ไม่อยากปะทะกับพวกเขาเท่านั้นในเมื่อพวกเขาตัดสินใจไม่แทรกแซง นั่นคือบทสรุปที่ดีที่สุดกู้หว่านเยว่กล่าวจริงจัง “วางใจเถอะ พวกเราไม่โยงพวกเจ้าเข้ามาเกี่ยวหรอก แต่พวกคนในวัดร้างฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะซ่อนตัว เพื่อไม่ให้ถูกลูกหลง”เมื่อชายชราเห็นข้อความของกู้ห

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2356

    “พวกเราไม่มีเจตนาจะรบกวนหมู่บ้านพวกเจ้า ที่เข้ามาเพราะต้องการช่วยคนเท่านั้น พวกเจ้าวางใจ พวกเราไม่ทำร้ายพวกเจ้าเด็ดขาด”หลังเขียนตัวหนังสือเสร็จ กู้หว่านเยว่รีบชูกระดาษให้พวกเขาดูทันทีเป็นไปตามคาด ชาวบ้านในหมู่บ้านหูหนวกแห่งนี้มีคนรู้หนังสือ เห็นเพียงชายชราคนหนึ่งมองกู้หว่านเยว่แวบหนึ่ง แล้วรีบหันไปทำไม้ทำมือกับผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ข้างกันผู้ใหญ่บ้านหันมองกู้หว่านเยว่ ในดวงตามีความค้นหาและระแวง เจตนาร้ายที่ที่เคยเข้มข้นลดเลือนลงไปมากผู้ใหญ่บ้านส่งภาษามือกับคนอื่น ๆ จากนั้นหันมองชายชราชายชราพยักหน้าแล้วเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษ“พวกเจ้าเป็นใคร?”กู้หว่านเยว่ไม่คิดปิดบัง บอกไปตามจริง “พวกเรามาจากตงโจว ที่มาเยือนหมู่บ้านหูหนวก เพื่อมาตามหายาถอนพิษ”ไม่รู้ว่ากู้หว่านเยว่คิดไปเองหรือไม่ หลังจากพวกเขาได้ยินว่าพวกกู้หว่านเยว่มาจากตงโจว เจตนาร้ายลดลงจากเมื่อครู่ไม่น้อยทว่าทุกคนไม่ได้เชื่อนางตั้งแต่ครั้งแรก แต่กลับสอบถามต่อไป “หมู่บ้านหูหนวกของพวกเรา จะมียาถอนพิษที่พวกเจ้าตามหาได้อย่างไร?”กู้หว่านเยว่ใช้พู่กันเขียนต่อ “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าหลังหมู่บ้านพวกเจ้ามีวัดร้างแห่งหนึ่ง ด้านในม

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2355

    ทูพั่วยิ้มอย่างสดใส “เด็กน้อย ข้าจะทิ้งเจ้าไว้ที่นี่คนเดียวได้อย่างไร ทำอย่างนั้นก็ไร้คุณธรรมเกินไปแล้ว ไป”พูดจบ ก็อุ้มจ้านจ้านขึ้นทีเดียวอย่างเป็นกันเอง แล้วออกจากถ้ำเพื่อไปแจ้งสมาชิกคนอื่นในกลุ่มทหารรับจ้างเมื่อเห็นสมาชิกทหารรับจ้างที่เฝ้าอยู่นอกหมู่บ้าน ทูพั่วบอกเล่าเรื่องราวให้พวกเขาฟังพอสังเขป ต่อมาจึงกล่าว “เตรียมอาวุธให้พร้อมมือ อีกเดี๋ยวต้องเกิดการต่อสู้ที่หนักหนาไม่น้อย”จ้านจ้านครุ่นคิดแล้วเอ่ยเตือน “ท่านอาทูพั่ว เพื่อความรัดกุม ไม่สู้พวกเราส่งคนหนึ่งให้ไปแจ้งทางการดีกว่า”เขาล้วงป้ายห้อยเอวอันหนึ่งออกมาจากหน้าอก “ใช่สิ ขอมอบป้ายห้อยเอวอันนี้ให้ท่าน เมื่อคนของทางการเห็นป้ายห้อยเอวนี้ก็จะรู้เอง”ทูพั่วรับป้ายห้อยเอวมาดูแล้วดูอีก จากนั้นพยักหน้า “เจ้าพูดถูก อย่างพวกเราไปด้วยกันยังไม่น่าเชื่อถือ ทางที่ดีคือต้องให้คนของทางการมาช่วยเหลือด้วย”ระหว่างที่พูดได้มอบป้ายห้อยเอวให้กับสหายข้างกาย แล้วสั่งการ “เจ้ารู้จักคนของศาลาว่าการ ให้เจ้าไปก็แล้วกัน”คนที่ถูกเรียกชื่อรีบรับป้ายห้อยเอวไป “ท่านหัวหน้าโปรดวางใจ ข้าจะกลับมาอย่างรวดเร็ว”รอให้เขาจากไปแล้ว คนอื่น ๆ เองก็ไม่รอช้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status