LOGINเขาคือบ่าวผู้ต่ำต้อยที่นางจำต้องแต่งงานด้วยเพราะแผนชั่วของแม่เลี้ยง ภายนอกเขาเหมือนบ่าวผู้อ่อนน้อมและถ่อมตัว แต่เมื่ออยู่ด้วยกันสองต่อสองภายในห้องหอเขากลับ 'ดุ' เสียจนคุณหนูผู้สูงศักดิ์อย่างนางถึงกับต้องร้องขอชีวิต!
View Moreสองปีต่อมา เว่ยฮ่องเต้ทรงสละราชบัลลังก์และมอบอำนาจทั้งหมดให้แก่เว่ยฉีเหวินบุตรชายของตน ส่วนพระองค์ก็เสด็จไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยพักอยู่ที่ตำหนักใหญ่ท้ายวังหลวงกับหวังไทเฮาและไทฮองไทเฮาอย่างสุขสำราญใจท่ามกลางแสงอรุณแรกของวันใหม่ที่สาดส่องลงมายังวังหลวง วันนี้คือวันแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อรัชทายาทผู้ผ่านพ้นมรสุมชีวิตและบททดสอบแห่งอำนาจมาได้อย่างองอาจ กำลังจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดนั่นก็คือบัลลังก์มังกรเว่ยฉีเหวิน ในชุดฉลองพระองค์สีทองอร่าม ปักลวดลายมังกรห้าเล็บด้วยดิ้นทองที่ประณีตบรรจงสะท้อนแสงอาทิตย์จนเจิดจ้า ใบหน้าคมเข้มของเขาสงบนิ่ง ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความมุ่งมั่นและเปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม เขายืนตระหง่านอยู่หน้าบัลลังก์มังกรในตำหนักใหญ่ เบื้องหลังคือเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ที่ต่างก้มหัวยอมรับเขาอย่างไร้ข้อกังขา ส่วนมู่ชิงก็อยู่ในชุดอาภรณ์หงส์สีแดงชาด ปักดิ้นทองรูปหงส์เคียงคู่มังกร นางดูสง่างามราวกับเทพธิดาที่จุติลงมาเพื่อเคียงคู่กับมังกรหนุ่มผู้นี้ ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่สื่อถึงความสุขและความภาคภูมิใจ นางเคียงข้างเขามาตั้งแต่วันที่เขาไม่มีสิ่งใด จนถ
สามวันต่อมา ก็เป็นวันที่มู่ชิงและเว่ยฉีเหวินจะต้องเดินทางไปไหว้พระบนเขาตามที่เว่ยฮ่องเต้มีหมายกำหนดการเอาไว้ การเดินทางครั้งนี้เว่ยลู่และมู่หว่านก็ร่วมเดินทางไปด้วยเช่นเดียวกันก่อนจะออกเดินทางเพียงหนึ่งวัน มู่หว่านได้วางแผนการหนึ่งเอาไว้ นางได้สั่งให้คนแอบเล่นไม่ซื่อกับรถม้าของมู่ชิงและเว่ยฉีเหวิน คาดว่าหลังออกจากเมืองหลวงราวครึ่งชั่วยามยาที่ม้ากินเข้าไปก็จะเริ่มออกฤทธิ์ จากนั้นม้าก็จะคุ้มคลั่งวิ่งพุ่งไปข้างหน้าไม่หยุด ได้ยินว่าก่อนจะถึงวัดบนเขาต้องผ่านหน้าผาแห่งหนึ่งเสียก่อน หากม้าตัวนั้นคุ้มคลั่งจนวิ่งตกหน้าผาไปเช่นนี้แล้ว สองคนนั้นจะต้องไม่รอดอย่างแน่นอนนางต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะส่งคนของตนแทรกซึมเข้าไปในตำหนักบูรพาได้ หญิงสาวยกยิ้มมุมปาก รู้สึกมีความสุขและรอดูหายนะของมู่ชิงและเว่ยฉีเหวินอย่างใจจดใจจ่อในขณะที่รถม้ากำลังจะออกเดินทาง มู่ชิงกลับเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน“การเดินทางไกลหากใช้รถม้าหลายคันอาจจะทำให้การเดินทางล่าช้าและไม่สะดวกสบาย ซ้ำยังจะทำให้การสัญจรติดขัดได้ เอาอย่างนี้เถิดชายาชินอ๋อง มิสู้ท่านมานั่งรถม้าคันเดียวกับข้าดีไหมเล่า?”มู่ชิงพูดพร้อมกับยิ้มเต็มใบหน้า มู่หว
หลังจากที่อภิเษกสมรสกันเรียบร้อยแล้ว มู่ชิงและเว่ยฉีเหวินก็ย้ายมาอาศัยอยู่ในตำหนักบูรพา ทุกๆ วันนางใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มู่ชิงไม่ได้วางตัวสูงส่งหรือกดข่มผู้ใดเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั่งกับบ่าวไพร่นางก็ใจดีมีเมตตาอยู่เสมอ ส่วนเว่ยฉีเหวินนั้นหลังจากที่ได้รับตำแหน่งรัชทายาทแล้ว เขาก็ต้องช่วยบิดาจัดการงานราชการในยามเช้าเช่นเดียวกันแม้จะเกิดและเติบโตที่ด้านนอกวังหลวง แต่ถึงอย่างไรเขาก็มีสายเลือดของราชวงศ์ แน่นอนว่าสิ่งใดที่ต้องเรียนรู้เขาก็ล้วนเรียนรู้ได้โดยว่องไว ประจวบเหมาะกับการสั่งสอนอย่างมุ่งมั่นตั้งใจของราชครูมู่ ไม่นานชายหนุ่มผู้อ่อนโยนก็กลับกลายเป็นชายหนุ่มผู้องอาจมีอำนาจอยู่ในมือเช้านี้เว่ยลู่ก็มาร่วมประชุมยามเช้าด้วย เขาปลงตกกับเรื่องของเว่ยฉีเหวินไปนานแล้ว แม้จะไม่ค่อยพบปะสนทนากับหลานชายเท่าใดนัก แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์ดังเช่นแต่ก่อน หลังจากร่วมประชุมยามเช้าเสร็จ เขาก็ขอตัวกลับจวนของตนไปทันทีเมื่อมาถึงจวนชินอ๋องก็มีบ่าวเข้ามารายงานว่าตอนนี้มู่หว่านกำลังลงโทษสาวใช้นางหนึ่งอยู่ที่เรือนใหญ่ เหตุเพราะเมื่อคืนนางเข้ามาส่งชาให้กับเขาในห้องตำรา เว่ยลู่พอได้ฟังก็มีสี
เว่ยฉีเหวินกัดฟันกรอด เร่งความเร็วช่วงล่างจนสะโพกสอบแทบเคล็ด เขากระแทกเน้นย้ำไปยังจุดเร้นลับที่สุดของนางติดต่อกันหลายครั้งอย่างรุนแรง ก่อนที่มู่ชิงจะกรีดร้องลั่น กายบางกระตุกเกร็งระรัว ร่องสวาทบีบขมิบตอดรัดแก่นกายยักษ์เอาไว้แน่นพร้อมกับฉีดปล่อยน้ำหวานสีใสออกมาจนเปียกชุ่ม ชายหนุ่มร้องคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่า เขาอัดสะโพกกระแทกเข้าไปให้ลึกที่สุดและค้างเอาไว้ ก่อนจะปลดปล่อยน้ำเชื้ออุ่นร้อนสีขาวขุ่นระลอกใหญ่ พุ่งฉีดอัดเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของกายภรรยาหยดแล้วหยดเล่าสองร่างเหนื่อยหอบหายใจรดกันท่ามกลางม่านมุ้งที่โรยตัวลงมาปิดกั้นโลกภายนอก ลมหายใจอุ่นและหยาดเหงื่อผสานรวมเป็นหนึ่ง สองร่างทิ้งตัวลงกอดก่ายกันบนเตียงนุ่มด้วยความเหนื่อยอ่อนทว่าอิ่มเอมในรสสวาทที่แสนตราตรึงราตรีอันยาวนานยังคงดำเนินต่อไป เพลิงปรารถนาที่เพิ่งมอดดับไปได้เพียงชั่วก้านธูปไหม้กลับถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายคาวหวานของน้ำรักที่คละคลุ้งอยู่บนผ้าปูที่นอนและหยาดเหงื่อที่โซมกายมิได้ทำให้คนทั้งสองรู้สึกเหน็ดเหนื่อย ตรงกันข้ามมันกลับเป็นดั่งสุราฤทธิ์แรงที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้ตื่นตัวขึ้นมามากกว่าเก่ามู่ชิงนอน
เช้าวันต่อมาเซียวเหวินก็ออกจากจวนไปส่งผักตามปกติ วันนี้เขาไม่ได้พามู่ชิงมาด้วยเพราะเห็นว่านางเหนื่อยล้าอ่อนแรงจากกิจกรรมอันแสนเร่าร้อนเมื่อคืนนี้ เขาจึงบอกให้นางนอนพักผ่อนให้มากๆ มู่ชิงเองก็พยักหน้าอย่างว่าง่ายก่อนจะล้มตัวลงนอนหลับต่อเพราะนางรู้สึกเหนื่อยล้ามากจริงๆหลังจากจัดแจงทำทุกอย่างเสร็จเรีย
ภายในห้องนอนยามนี้ร้อนระอุไปด้วยเพลิงราคะ ดูเหมือนว่ากิจกรรมที่แสนเร่าร้อนเมื่อครู่กำลังจะเริ่มอีกแล้ว สองร่างเปลือยเปล่ากำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนเตียงยับยู่ยี่ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของมู่ชิงและเซียวเหวินผสานเป็นเสียงเดียวกันจนแยกไม่ออก ความต้องการที่ถูกจุดติดซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ชายหนุ่มผู้อ่
เมื่อเห็นว่าเถียงสู้มู่ชิงไม่ได้ เว่ยลู่จึงเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เซียวเหวิน ไม่รู้เพราะเหตุใด ยามที่ได้มองเห็นใบหน้าของบุรุษผู้นี้มันกลับทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“สามีเจ้านี่ช่างหน้าตาทุเรศสิ้นดี แต่ก็เหมาะสมกับเจ้ามากเลยนะ”วาจาดูแคลนเช่นนั้นทำเอาเซียวเหวินไม่พอใจขึ้นมา ใครจะดูถ
เช้าวันต่อมาหลังจากกินอาหารเช้าอิ่มแล้ว มู่ชิงก็คิดจะออกไปเดินเล่นกับสามีเหมือนเช่นเมื่อวานนี้ เพราะอยู่แต่ในจวนนางก็เบื่อไม่มีอันใดทำ อีกทั้งเซียวเหวินยังบอกว่าวันนี้เขาจะนำผักที่ปลูกได้ไปขาย จากนั้นก็จะนำเงินที่ขายผักได้มามอบให้กับนายท่านซึ่งก็คือบิดาของนางนั่นเอง มู่ชิงยิ้มหวานก่อนจะช่วยเขาจัดแจ





