Share

บทที่ 7

Author: ฮวาฮวาตีลังกาแปล
เมื่อซูจิ่นเอ๋อกลับมา น้ำตาบนใบหน้าของนางก็เริ่มแห้ง มุมปากยังขดเม้มอย่างไม่ชอบใจอยู่

เมื่อเดินผ่านกู้หว่านเยว่ นางจงใจแค่นเสียงตะคอก ก่นด่าไปหลายคำ

“ดาวไม้กวาด[footnoteRef:1] บ่างช่างยุ สุนัขจิ้งจอก!” [1: หรือดาวหาง คติชนจีนบอกว่าดาวหางจะกวาดล้างผู้คน หากพบเห็น จะเกิดสงครามหรือภัยธรรมชาติ ส่วนความหมายของสมัยใหม่คือ เป็นคำสาปแช่งบุคคลที่จะนำภัยพิบัติหรือโชคร้ายมาสู่ตน มักใช้กับผู้หญิงเป็นหลัก]

สุนัขจิ้งจอกนางยอมรับ แต่อีกสองคำนั้นนางไม่ยอมรับ

กู้หว่านเยว่เหลือบมองหญิงสาว ได้กลิ่นซาลาเปาเนื้อบนตัวของนางโชยมา พลันพูดเสียงดังว่า “ซูจิ่นเอ๋อ เหตุใดปากเจ้าจึงมันเยิ้มเช่นนั้น? เศษเนื้อเองก็ติดอยู่ที่ปาก เจ้าแอบไปกินซาลาเปาเนื้อลับหลังพวกเราหรือ?”

“ไม่ ไม่ใช่เสียหน่อย!”

ซูจินเอ๋อรู้สึกผิด รีบเช็ดมุมปากทันที สายตามองไปที่ซูจิ่งสิงและคนอื่นๆ โดยไม่รู้ตัว ก่อนจะได้ยินกู่หว่านเยว่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“เจ้าหลอกข้า?”

ใบหน้าของซูจิ่นเอ๋อเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธ นางกัดฟันแล้วพูดว่า

“เจ้าบ่างช่างยุ รอก่อนเถอะ เจ้าจะได้มีความสุขเช่นนี้อีกไม่กี่วันแล้ว!”

พี่หญิงซือซือรับปากกับนางแล้วว่าจะช่วยเกลี้ยกล่อมท่านย่ากับพี่ใหญ่ของนางให้คืนดีกัน ถึงตอนนั้น พวกเขาก็จะยังเป็นครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียวกันเหมือนเดิม

ให้พี่หญิงซือซือเป็นพี่สะใภ้นางแทน

ดาวไม้กวาดนี้ ที่ใดสงบสุขไหนเลยจะอยู่ได้?

นางกำลังจะพูดบางอย่างสมทบขึ้นมา แต่เมื่อเห็นสายตาตักเตือนของพี่ใหญ่ นางก็ตัวสั่น รีบซ่อนตัวอยู่ข้างหลังนางหยาง

“หากครั้งต่อไปนางทำเช่นนี้อีก เจ้าสั่งสอนนางไปก็เป็นพอ”

ซูจิ่งสิงหน้าบึ้ง ซูจินเอ๋อคนนี้ถูกตามใจจนเสียคนแล้ว

กู้หว่านเยว่ยิ้มและพูดว่า “สามีวางใจเถอะเจ้าค่ะ ข้าย่อมไม่มีทางกล้ำกลืนฝืนทน ถ้านางทำให้ข้ารำคาญจริงๆ ถึงตอนนี้ข้าจะสั่งสอนนางเอง หวังเพียงท่านจะไม่ปวดใจก็พอ”

“อืม” ปลายหูของซูจิ่งสิงแดงเล็กน้อย เสียงของนางฟังดูแล้ว... ก็คล้ายกับสุนัขจิ้งจอกอยู่บ้างจริงๆ

“เจ้าเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ของนาง สั่งสอนนางก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว”

“มานี่หน่อย ข้าจะใส่ยาที่แผลให้ท่าน”

“อืม……”

นับตั้งแต่ที่ซูจิ่งสิงเปิดปากพูดปกป้องกู้หว่านเยว่ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก็ใกล้ชิดกันขึ้นมาไม่น้อย

ตั้งแต่การยึดบ้านไปจนถึงตัดสัมพันธ์ ตลอดทางนี้เขาทรมานไม่น้อย แต่เขาไม่ใช่คนที่ล้มแล้วลุกไม่ขึ้น ชีวิตหลังจากนี้จะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากใส่ยาที่บาดแผลแล้ว คนจากศาลาว่าการก็ทานมื้อเย็นเสร็จพอดี

“ลุกขึ้น ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ เดินทางต่อแล้ว!”

การถูกเนรเทศหาใช่การเที่ยวเขาชมสมุทร เหล่านักการเองก็มีภารกิจ ต้องส่งนักโทษไปยังสถานที่เนรเทศให้ตรงเวลา ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย

ดังนั้น ต้องใช้เวลาในช่วงที่ยังไม่มืด เร่งรุดรีบออกเดินทางต่อ

หลังจากเดินเท้าตลอดทั้งบ่าย ใต้ฝ่าเท้าของทุกคนก็ปรากฏแผลพุพองขนาดใหญ่ ย่างก้าวหนึ่งครั้งเจ็บปวดราวเข็มทิ่มตำ แข้งขาคล้ายถูกแท่งตะกั่วถ่วงเอาไว้ เคลื่อนกายยากลำบาก

ทว่ากลับไม่มีใครกล้าบ่น ด้วยรู้ซึ้งถึงการทำงานของเหล่านักการ

นี่เพียงแค่วันแรกเท่านั้น

วันแห่งความทุกข์ทรมาน ยังรออยู่ข้างหน้า

เดินทางไกล นอนกลางดิน กินข้าวไม่อิ่มท้อง

เทียบกับกลุ่มผู้ถูกเนรเทศที่ทุกข์ตรม กู้หว่านเยว่กลับไม่เหนื่อยเท่าใดนัก ตลอดทางคล้ายมาเดินเที่ยวเขาชมสมุทร ในกายนางมีพื้นที่มิติ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเดินเลย

“เจ้าดาวไม้กวาดนี่เกิดอะไรขึ้น? พวกเราใกล้จะหมดแรงกันอยู่แล้ว เหตุใดนางยังเดินพลิ้วลมได้อยู่อีก?”

นางหลิวเพิ่งหายใจเข้าได้หนึ่งเฮือก ก็เหลือบไปเห็นท่าทางผ่อนคลายของกู้หว่านเยว่ มองอย่างไรก็ไม่ชอบใจ

หลี่ซือซืออดทนต่อความเจ็บปวดแล้วหัวเราะเสียงเย็น “ดาวไม้กวาด แน่นอนว่าย่อมไม่เหมือนกับคนปกติ”

กู้หว่านเยว่ไม่เก็บคำพูดของพวกนางมาใส่ใจ นางกำลังคิดวิธีสร้างสัมพันธ์อันดีกับเหล่านักการของศาลาว่าการอยู่

จากการสังเกต หัวหน้าที่ชื่อซุนอู่เป็นคนดีไม่น้อย หากได้รับการดูแลจากเขา การเดินทางในเส้นทางเนรเทศนี้จะง่ายขึ้นมาก

ทันใดนั้น ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากด้านหน้าขบวน

“อ๊ะ... มีแมงป่องพิษ!”

“อะไรนะ? แมงป่องพิษ… แมงป่องพิษอยู่ไหน? อย่ากัดข้านะ อ๊าก!”

ถูกแมงป่องพิษกัดคร่าชีวิตได้ ดังนั้นทุกคนจึงหวาดกลัว ลนลานถอยหนี ทว่าท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว สิ่งรอบกายมองอย่างไรก็ไม่ชัดเจน

สถานการณ์วุ่นวายยิ่งขึ้น

ทันใดนั้น นักการคนหนึ่งก็ตะโกนว่า

“หัวหน้า แมงป่องพิษอยู่บนตัวท่าน!”

โดยมีซุนอู่เป็นศูนย์กลาง ผู้คนรอบตัวเขากระโจนออกห่าง สายตาจับจ้องไปที่ซุนอู่เป็นตาเดียว

มองเห็นว่าบนแขนของเขา มีแมงป่องพิษสีน้ำตาลเข้มนอนอยู่ หนามแหลมที่หางยกสูง เพียงได้มองก็รู้สึกเสียวปลาบ

ใบหน้าของซุนอู่ซีดเผือด สีหน้าดูเจ็บปวด

นักการหลายคนหยิบตะบองออกมา พยายามเขี่ยแมงป่องพิษให้ออกไปอยู่ห่างๆ ทว่าจู่ๆ แมงป่องพิษก็กระโดดลงไปกลางวงมนุษย์

“อ๊ากๆๆ....”

ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง ก้อนหินก้อนหนึ่งก็พุ่งออกมาจากปลายนิ้วของซูจิ่งสิง โดนเป้าแมงป่องพิษทันที

แมงป่องพิษร่วงลงกับพื้น ดีดดิ้นอยู่สองครั้ง

ซุนอู่ใช้โอกาสนี้ ชักดาบใหญ่ออกมาอย่างรวดเร็ว สับแมงป่องพิษออกเป็นสองส่วน

เมื่อเห็นว่าแมงป่องพิษตายแล้ว ทุกคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

แต่ซุนอู่กลับทรุดล้มลงกับพื้น แขนขาชาหนึบ หลั่งเหงื่อจนศีรษะเปียกชื้น

“หัวหน้า ท่านเป็นอะไรไปหรือขอรับ?”

เหล่านักการพลันมารวมตัวล้อมเขา

“แย่แล้ว หัวหน้าถูกแมงป่องพิษกัด ทำอย่างไรดี?”

หน้าไม่พบหมู่บ้าน หลังไม่พบร้านค้า[footnoteRef:2] ระยะไม่กี่ลี้นี้ไร้บ้านเมือง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหมอเลย [2: สถานที่เปลี่ยว ไม่มีอะไรเลย]

ดูจากสีของแมงป่องพิษเมื่อสักครู่ และอาการของซุนอู่ในตอนนี้ ย่อมรู้ได้ทันทีว่าพิษร้ายแรง

หรือต้องปล่อยให้หัวหน้านอนรอความตายหรือ?

ซุนอู่มองดูบาดแผลที่แขนของตนแล้วนึกเศร้า ไม่คิดว่าเขาจะโชคร้ายขนาดนี้ ถูกแมงป่องพิษตัวหนึ่งกัดตาย

ที่บ้านเขายังมีมารดาชรา ตนเองก็ยังไม่ได้แต่ภรรยา

ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเหนือศีรษะ

“หลีกทางไปให้หมด ข้าช่วยเขาได้”

กู้หว่านเยว่มองหาโอกาสที่จะสานสัมพันธ์กับนักการศาลาว่าการอยู่พอดี ซุนอู่โดนพิษ เวลาที่นางจะลงมือมาถึงแล้ว!

“เจ้าหรือ?”

นักการหลายคนมองไปที่กู้หว่านเยว่ เห็นว่านางเป็นเพียงสตรีร่างอ้อนแอ้น ดูไม่คล้ายจะรู้วิชาแพทย์

แต่ตอนนี้ไม่อาจหาหมอมารักษาทัน เช่นนั้นก็ต้องรักษาม้าตายอย่างม้าเป็นแล้ว[footnoteRef:3] [3: ทำเท่าที่ทำได้ไปก่อน]

หลายคนรีบร้อนหลีกทาง

นักการที่มีรอบแผลบนใบหน้าเอ่ยเตือนอย่างกังวลว่า “รักษาหัวหน้าของพวกเราให้ดี ถ้ากล้าเล่นตุกติก ก็ระวังจะไม่มีชีวิตอยู่ต่อ!”

กู้หว่านเยว่โบกมือแล้วเดินจากไป “เหอะๆ เจ้าขู่ข้า เช่นนั้นข้าไม่รักษาแล้ว”

“นี่เจ้า...” จางเอ้อไม่คิดว่านางจะสะบัดหน้าปฏิเสธทันที บอกว่าไม่ทำก็ไม่ทำในทันใด

จึงรีบรุดไปหยุดนาง

นี่ทำให้ซูจิ่งสิงบนรถเข็นขมวดคิ้ว มองไปยังสถานการณ์ตรงหน้าอย่างใส่ใจ

ขอเพียงแค่จางเอ้อกล้าทำให้กู้หว่านเยว่ไม่พอใจ เขาก็จะลงมือทันที

โชคดีที่จางเอ้อเป็นเพียงคนปากร้าย หลังจากหยุดกู้หว่านเยว่ไว้ได้ ชายร่างใหญ่ก็กดข่มใบหน้าที่แดงก่ำ ละล่ำละลักพูดออกมา

“ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่ควรขู่เจ้า ขอร้องเจ้าช่วยชีวิตหัวหน้าของพวกเราด้วย”

กู้หว่านเยว่ค่อนข้างประหลาดใจ

เจ้าจางเอ้อคนนี้ดูไปแล้วดุร้าย แต่จริงๆ แล้วกลับเป็นคนมีคุณธรรม

หากเมื่อครู่เขากล้าลงมือ นางก็มีวิธีนับร้อยมารับมือเขา แต่เขาไม่ทำ ทั้งยังคุกเข่าขอโทษนาง

กู้หว่านเยว่พูดด้วยรอยยิ้มติดตลกว่า “เช่นนั้นข้าก็จะเป็นผู้ใหญ่ไม่ถือสาผู้น้อย เมตตาช่วยหัวหน้าของเจ้าสักครั้ง”

จางเอ้อ : ......

กู้หว่านเยว่ไม่ได้ตรวจสอบอาการของซุนอู่ในทันที แต่นางใช้ผ้าห่อแมงป่องพิษที่ตายแล้วขึ้นมาตรวจสอบอย่างระมัดระวัง

หลังจากระบุชนิดและพิษของแมงป่องพิษได้แล้ว ก็หันมาหาซุนอู่

พิษออกฤทธิ์เร็วมาก ซุนอู่ในตอนนี้หมดสติไปแล้ว ดวงตากลอกกลับเป็นสีขาว

นางดึงเปลือกตาของซุนอู่ขึ้นดู จากนั้นก็ยกแขนเขาขึ้นสังเกตบาดแผล หลังจากยืนยันว่าอาการพิษและพิษของแมงป่องเหมือนกันนั้น ก็เข้าไปค้นหาเซรุ่มที่เกี่ยวข้องในหอแห่งโอสถในมิติอย่างมีสติ

เมื่อทุกคนเห็นว่านางไม่เคลื่อนไหว ก็กังวลขึ้นมาเล็กน้อย

“นี่ ตกลงแล้วเจ้ารู้วิชาแพทย์หรือไม่กัน? หากไม่รู้ก็อย่ามาขวางทางหัวหน้าเรา!”
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (8)
goodnovel comment avatar
Maliwan
น่าติดตามสนุกมาก
goodnovel comment avatar
Kaantima Temsiri
สนุกมากค่ะ
goodnovel comment avatar
Malai Punhinkong
สนุกมากนางเอกฉลาด
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2391

    “เยว่อ๋องทรงพระเจริญหมื่นปี!”“ตงโจวจงเจริญ!”บนถนนมีเสียงยินดีโห่ร้องดังขึ้นราวกับคลื่นน้ำภาพนี้จะคงอยู่ในความทรงจำของทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้แม้แต่จ้าวเหวยเซิงเองก็ยังนึกไม่ถึง เมื่อไฟพันดวงสว่างขึ้นพร้อมกันจะน่าตะลึงถึงเพียงนี้ปากของหนานอินกลายเป็นรูปวงกลม“นี่ก็คือหลอดไฟหรือ? นี่แตกต่างจากลูกแก้วสีที่ข้าเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง น่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว เหตุใดจึงเปล่งแสงสว่างออกมาเช่นนี้?”นางยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด จึงอึ้งไปชั่วขณะในดวงตาเป่ยหมิงโยวหลานมีความตะลึงแวบผ่านเหมือนกับคนอื่น ๆ ภาพนี้ทำให้เขาตะลึงพรึงเพริด“นี่คือสิ่งที่เจ้าสร้างขึ้นหรือ?” เป่ยหมิงโยวหลานแสร้งถามทั้งที่รู้คำตอบกู้หว่านเยว่ยิ้มแล้วพยักหน้า “นอกจากข้า ใครยังสามารถทำได้อีก”“ช่างถ่อมตัวเหลือเกิน”เป่ยหมิงโยวหลานค่อนขอด ในใจกลับเห็นด้วยในคำพูดของกู้หว่านเยว่ นอกจากนางใครยังมีความสามารถเช่นนี้มีเพียงนางเท่านั้น ที่สร้างความประหลาดใจได้ทุกขณะหลังงานหลอดไฟจบลง เป่ยหมิงโยวหลานสะท้อนใจเมื่อก่อนเขาเคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะที่ร้อยปีจะพบสักครั้งจึงได้ยโสโอหัง ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาจนกระทั่

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2390

    ทั้งสองสนิทกันมานาน จึงขี้เกียจจะพิธีรีตองใส่กัน พูดจบต่างก็หัวเราะ เป่ยหมิงโยวหลานหาที่นั่งให้ตัวเองเพียงไม่นานคนจากแคว้นเซียนหลิงก็มาถึง ผู้มาเยือนไม่ใช่คนรู้จัก แต่เป็นองค์หญิงท่านหนึ่งที่เพิ่งโตเป็นผู้ใหญ่ในราชวงศ์กำลังอยู่ในวัยสดใสร่าเริง กระโดดโลดเต้นขึ้นไปบนภัตตาคาร แล้วทำความเคารพกู้หว่านเยว่เพิ่งนั่งลงสายตาก็ถูกเป่ยหมิงโยวหลานตรงข้ามดึงดูด กระทั่งน้ำชาในมือก็ลืมดื่มเป่ยหมิงโยวหลานเอ่ยถาม “หลอดไฟคือสิ่งใดหรือ? ตลอดทางสองข้างทางเห็นเสาเต็มไปหมด บนเสายังแขวนลูกแก้วกลมเอาไว้ หรือว่านั่นคือหลอดไฟที่ท่านพูดถึง?”กู้หว่านเยว่ยิ้มแล้วพยักหน้า“ดูแล้วไม่มีความพิเศษใดเลย” องค์หญิงแคว้นเซียนหลิงปากไวพูดอย่างเถรตรงลูกแก้วสีเห็นได้บ่อยในที่ราบแห่งความโกลาหล ภายในพระราชวังก็มีลูกแก้วสีแขวนเต็มไปหมดที่ครอบเชิงเทียนมากมายก็เป็นที่ครอบแก้วสีซึ่งมีไส้เทียนอยู่ด้านใน ภายใต้ค่ำคืนสาดส่องแสงสีรุ้งเป็นประกายงดงาม สิ่งนี้พบได้บ่อยในหมู่สามัญชน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนในราชวงศ์ ที่เห็นจนชินตานานแล้วเมื่อองค์หญิงพูดเสร็จพบว่าตัวเองพลั้งปาก จึงมองกู้หว่านเยว่อย่างลืมตัว นึกไม่ถึงว่าเป่ยหมิ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2389

    จ้าวเหวยเซิงไม่ใช่คนโง่ช่วงที่ผ่านมา เขาถูกรังแกในสำนักชลประทานอยู่บ่อยครั้งใครคือผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง เดาได้ไม่ยากเลย“หลีกไป”จ้าวเหวยเซิงไม่เกรงใจ“ใต้เท้าโจวยุ่งมากไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมีเวลาว่างมาที่นี่ ในเมื่อยุ่งขนาดนั้น ไม่สู้ทำงานในสำนักชลประทานให้มากหน่อย จะได้ไม่ต้องยุ่งมาก”มุมปากของใต้เท้าโจวบิดเบี้ยวเล็กน้อยเขาฟังออก จ้าวเหวยเซิงกำลังถากถางเขาเรื่องที่หลายวันมานี้เขาอ้างว่างานยุ่งตลอด เพื่อบ่ายเบี่ยงเรื่องที่สำนักชลประทานควรให้ความร่วมมือเขาสะบัดแขนเสื้อแล้วส่งเสียงฮึดฮัดต่อให้เป็นเช่นนั้น ก็ไม่ยอมไปขอเป็นฝ่ายอ่อนข้อในเมื่อบาดหมางกันแล้ว เขาก็อยากจะดูว่าจ้าวเหวยเซิงที่อวดดีคนนี้ วันนี้จะสามารถแสดงออกอย่างงดงามต่อหน้าผู้คนหรือไม่จ้าวเหวยเซิงหันหลังก็มองเห็นสายตาที่ไม่หวังดีของใต้เท้าโจว เขาเงียบไม่พูดจา เขารู้ดีว่ามีองครักษ์ลับคอยจับตาดูพวกเขาตลอด“ใต้เท้าจ้าว ท่านอ๋องเชิญท่านไปหา” องครักษ์ข้างกายกู้หว่านเยว่มาแจ้งข่าวจ้าวเหวยเซิงได้ยินดวงตาลุกวาวแล้วพยักหน้า รีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปคารวะกู้หว่านเยว่ทันที“ท่านอ๋อง” ดวงตาจ้าวเหวยเซิงเผยความเลื่อมใสหากไม่ใ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2388

    จ้านจ้านเงยหน้า “ท่านแม่ ไม่อย่างนั้นกำหนดเป็นวันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ดเถอะ”“วันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ดหรือ?” ดวงตากู้หว่านเยว่เผยแววครุ่นคิดยังมีเวลาอีกหกวันตอนนี้เริ่มส่งข่าวราชสำนัก เพียงพอให้ประชาชนยอมรับแล้ว“ดี ถ้าอย่างนั้นก็กำหนดเป็นวันที่หนึ่งเดือนสิบเอ็ด” ดวงตากู้หว่านเยว่เป็นประกายมองจ้าวเหวยเซิงด้านล่าง“ใต้เท้าจ้าวต้องเตรียมตัวให้ดี ถึงยามนั้นจะมีผู้คนมากมายจับตา ประชาชนทุกคนกำลังรอเจ้าอยู่”จ้าวเหวยเซิงกลืนน้ำลายหนึ่งอึก รู้สึกว่าแรงกดดันช่างยิ่งใหญ่ แต่ไม่นานก็ประสานมือคำนับ “ท่านอ๋องโปรดวางพระทัย กระหม่อมจะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด”เขาทดลองซ้ำไปซ้ำมาหลายสิบครั้งแล้วยังมีเวลาอีกหกวัน เพียงพอให้เขาทดลองอีกเป็นร้อยครั้งกรมสารบรรณรวดเร็วมาก ข่าวราชสำนักแต่ละฉบับถูกส่งไปทั่วแคว้นในไม่ช้าพวกชาวบ้านต่างรู้ว่าราชสำนักกำลังค้นคว้าสิ่งที่เรียกว่าหลอดไฟ ไม่เพียงสามารถให้แสงสว่างเป็นเวลานาน หนำซ้ำแสงที่ส่องสว่างเจิดจ้ากว่าแสงเทียนหลายสิบเท่าอีกทั้งทางราชสำนัก ยังเตรียมจะจุดไฟบนถนนสายหลักทั้งสี่ของเมืองอวิ๋นอย่างถนนจูเชวี่ย ชิงหลง ไป๋หู่และเสวียนอู่หากชาวบ้านที่มีกำลังทร

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2387

    องครักษ์ลับจะรายงานสถานการณ์ของจ้าวเหวยเซิงเป็นระยะ“วันนี้ใต้เท้าจ้าวพบอุปสรรคที่สำนักช่างหล่ออีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“ตลอดสามวัน ใต้เท้าจ้าวกินนอนที่กรมโยธาธิการ ไม่ได้กลับบ้านเลย”“หม้อไอน้ำมีโครงร่างแล้ว แต่ใต้เท้าจ้าวไม่ค่อยพอใจ รู้สึกว่าทำให้ประณีตกว่านี้ได้อีก”“ใต้เท้าจ้าวไม่ได้กลับบ้านหกวันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”กู้หว่านเยว่สังเกตความคืบหน้าไปด้วย พลางหัวเราะในใจ แล้วเอ่ยถามกะทันหัน “จ้าวเหวยเซิงแต่งงานหรือยัง?”“เรื่องนี้” องรักษ์ลับสะอึกไปชั่วครู่ แต่เรื่องนี้ไม่ยากสำหรับเขา แต่หัวข้อสนทนาเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป จึงต้องใช้เวลาตั้งตัวเล็กน้อย“ใต้เท้าจ้าวเป็นโสด ยังไม่แต่งงาน ในบ้านก็ยังไม่มีอนุภรรยาพ่ะย่ะค่ะ”กู้หว่านเยว่พยักหน้าเรื่องนี้พอเข้าใจได้ โชคดีที่ยังไม่แต่งงาน ท่าทางบ้างานขนาดนี้ของเขา หากที่บ้านมีเมียมีอนุ คงจะถูกละเลยกู้หว่านเยว่ไม่เห็นด้วยที่จะทุ่มเทพลังกายทั้งหมดให้ราชสำนัก นางคิดว่าควรบริหารจัดการอย่างเหมาะสม การที่ขุนนางทุ่มเทให้เรื่องบ้านเมือง แน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องดี แต่หากแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ไม่ควรละเลย“เจ้านำโจ๊กเห็ดหูหนูขาวถ้วยนี้ไปให้ใต้เท้าจ้าว”กู

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 2386

    เรื่องหลักการได้พูดไปหมดแล้ว ต่อจากนี้คือการดำเนินงานจริง การสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังไอน้ำ เกี่ยวพันถึงกรมทบวงในราชสำนักไม่น้อยกู้หว่านเยว่มอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้จ้าวเหวยเซิงหนึ่งอัน“เมื่อมีป้ายอาญาสิทธิ์อันนี้ เจ้าสามารถสั่งการขุนนางในกรมอื่นเพื่อให้ความร่วมมือกับเจ้า หลังจากนั้นค่อยมารายงานข้าก็พอ”จ้าวเหวยเซิงคุกเข่าบนพื้น สองมือรับป้ายอาญาสิทธิ์ แล้วคำนับให้กู้หว่านเยว่กู้หว่านเยว่ยินดีมอบเรื่องนี้ให้เขา นั่นคือไว้วางใจเขาอย่างมากจ้าวเหวยเซิงไปสำนักช่างหล่อเป็นอันดับแรกอันดับแรกต้องสร้างหม้อไอน้ำขนาดใหญ่ขึ้นมาก่อนขุนนางสำนักช่างหล่อให้ภาพแบบแปลนมาหนึ่งชุด “เรื่องนี้ไม่ยากสำหรับสำนักช่างหล่อ แต่ต้องใช้เวลา เร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาครึ่งเดือน ถึงจะทำตามสิ่งที่ใต้เท้าจ้าวต้องการได้”จ้าวเหวยเซิงชื่นชม “เวลาครึ่งเดือนเร็วกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้มากแล้ว”หลังกลับมาจากสำนักช่างหล่อ จ้าวเหวยเซิงไปที่สำนักชลประทานใต้เท้าโจวในสำนักชลประทานก็รับมือค่อนข้างยากเขาครุ่นคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดท่านอ๋องจึงไม่มอบหมายเรื่องนี้ให้เขา เพราะอย่างไรเขาก็มีประสบการณ์มากกว่าจ้าวเหวยเ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 469

    เมื่อเห็นแขนที่ขาดยังคงคาอยู่บนมือของกู้หว่านเยว่ นางรีบทิ้งมันไปด้านข้างทันทีในขณะที่กำลังคิดจะวาบตัวตามไปนั้น นางกลับถูกซูจิ่งสิงที่ไล่ตามมาทันขวางไว้เสียก่อน“น้องหญิง อย่าเข้าไป ในนั้นมันอันตราย!”ซูจิ่งสิงขมวดคิ้วแน่น คว้านางอย่างไม่คิดชีวิตภูเขาหิมะจะถล่มลงมาเมื่อไหร่ก็ได้“หลิวจ้งชางล่ะ?”“ถูกจัด

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 386

    “ท่านอ๋อง ครอบครัวของเราเล่า?”ฮูหยินกลุ่มหนึ่งอุ้มลูกน้อยเดินรุดหน้าเข้ามา และกล่าวถามด้วยน้ำเสียงสะอื้น แม้ว่าความจริงแล้วจะพอคาดเดาอะไรได้บ้างแล้วก็ตามหยางหนานอ๋องทอดถอนใจ “ข้าปกป้องพวกเขาได้ไม่ดี”“ท่านพี่ ทำไมท่านถึงทิ้งข้า? ในท้องของข้ายังมีเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านอยู่นะ....”“ท่านพ่อ ต่อไปข้ากับ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 463

    แต่กู้หว่านเยว่ยืนกรานที่จะช่วยเหลือซูจิ่งสิง อีกทั้งครั้งนี้มู่หรงอวี้ แตะโดนเส้นตายของนางแล้ว“ก่อนที่จะไป ท่านไปบอกคนอื่นให้พวกเขาหลบเลี่ยงด้วยนะเจ้าคะ จะได้ไม่ต้องโดนลูกหลงไปด้วย”ลูกสะใภ้หลักแหลม ซูจิ่งสิงก็ปกป้องเท่าชีวิต ผู้เฒ่าทั้งสองทำอะไรไม่ได้แล้ว“เอาล่ะ พวกเราฟังเจ้า แต่เจ้าต้องระวังนะ หาก

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 421

    นางหยางและซูจิ้งกำลังช่วยดูแลคนของหนานหยางอ๋อง เมื่อเห็นกู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงกลับมา ทั้งสองก็รีบเข้ามาต้อนรับ“หว่านเยว่ จิ่งสิง ในที่สุดพวกเจ้าก็กลับมาแล้ว บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?”กู้หว่านเยว่หมุนตัวหนึ่งรอบพร้อมกับรอยยิ้มแล้วกล่าวว่า “ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราไม่ได้บาดเจ็บ”จากนั้นก็เล่าสถานการ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status