เข้าสู่ระบบในท่ามกลางมรสุมการเมืองและเงาทมิฬของจารชนแห่งแคว้นจ้าว ความรักคือ "ยุทธศาสตร์" ที่แข็งแกร่งที่สุด เมื่อ เสิ่นเวย ปราชญ์หญิงผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ต้องเคียงคู่ จักรพรรดิจ้าวลวี่ กษัตริย์ผู้ทรงอำนาจเพื่อพยุงแผ่นดินที่ร้าวฉานให้กลับมาผงาดอีกครั้ง นี่คือการเดินทางของหงส์มังกรที่ไม่ได้ร่วมเพียงบัลลังก์ แต่ร่วมวางรากฐานการศึกษา เศรษฐกิจ และความมั่นคงด้วย "ใจ" เป็นเดิมพัน จากสนามรบสู่โต๊ะเจรจา จากห้องเครื่องสู่ห้องเรียนหลวง พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นว่าความรักที่ไร้รอยร้าว คืออานุภาพที่ทรงพลังเหนือคมดาบใดๆ มาร่วมเป็นสักขีพยานในตำนานรักที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเลือด แต่ด้วยปัญญาและความเมตตา ที่จะถักทอเป็นความผาสุกชั่วนิรันดร์ให้แก่แผ่นดิน
ดูเพิ่มเติมPrologue
(Jeff POV)
Nang maka-park ako.
Before I open the door, pumikit muna ako. Kanina pa naglalaro sa isipan ko ang mga tanong na ito…
Tama ba ang gagawin ko? Tama bang makipagtigasan pa ako ng ulo?
This is my last chance to save my business. Most of all, what we called, pride.
I don't need their help either. Tss.
I hate my life. Since business is my life. There is no freedom on it.
Kinuha ko sa backseat ang violet folder at nakaroll na catalan.
This time I need a luck.
Yeah. Isusugal ko ang huling capital na meron ako for this project. Maaring huling maipapasok ko sa negosyo. And it must be work, no matter the circumstances it is.
Kung hindi… ikakahiya ako ng aking pamilya dahil nga sa dumikit na sa akin ang kamalasan.
I belong to the family na malakas ang paniniwala sa swerte at malas. Palibhasa may dugo kaming Tsino. The principle was, we must be competitive about our businesses.
Sana naman ngayong umaga di pa ako sinusundan ng kamalasan. I gentle open the door. Napabuntong hininga at lumabas.
Naglalakad ako na lutang ang isipan kaya di ko namalayan.
“Eyyyy… Iwas!”
Naramdaman ko ang impact na bumanga siya sa akin. Ikinatumba namin pareho.
“A-aray….”
Masakit ang pagka-bundol ng ulo ko sa pader. May naririnig ako na parang nawala ang signal ko. Masakit sa ulo. Masakit.
Hangang sa naimulat ko ang aking mga mata. Nakadagan siya sa akin.
“So-Sorry.”
Nagmadali siyang bumangon.
Napabangon-upo ako sa semento. Napahimas sa ulo ko.
“Okey ka lang? Di ko talaga sinasadya…”
Namalayan ko na lamang nagmamadali na niyang pinupulot ang mga nagliparang papel. Tumayo na rin ako.
“Heto.” Sabay abot niya ng mga papel na nagkakagulo ng ipunin nito.
“Sorry.” pahabol niya.
F*ck! Dito na naman ba mag-uumpisa ang kamalasan ko?! At lagi na lang ba sorry parati?!
Nakakasawa na!
“Sorry, nagmamadali kasi—.”
“Son of a b*tch!” Yan ang sapat na tugon na makuha niya sa akin. Palagi na lang ba ganito. Pwes, di na ako makakapayag pa!
Rumihestro sa mukha niya ang gulat.
“I'm sorry.” Sabay abot niya sa akin yung nakarolyong catalan. Inis kong kinuha. Napa-bow siya...
“Sorry talaga.” saka kinuha ang skateboard.
And before she left…
“Kuya! Ganda ng umaga para magsungit! Sayang ng blessing! Iiwas talaga yan sayo. Hala ikaw din mawawalan. Sorry talaga. Goodluck! Have a great day!” at gumuhit sa mga labi niya ng nakaka-insultong ngiti.
Have a great day?
Sinimulan na niya ang pangit na araw na ito.
Tama. Goodluck sa kamalasan ko ngayong araw. Tsk!
Aalis na sana ako ng may makita ako isang bracelet. Pinulot ko.
It was a lucky charm bracelet. Sa kanya ata to.
Naalala ko yung ngiti niya puno ng positibong aura.
Siguro, this is her lucky charm to remove her misfortunes.
Wala nga namang mawawala kung subukan ko kumapit sa dalang swerte ng bagay.
สายลมวสันตฤดูโชยเอื่อยพัดผ่านมวลหมู่บุปผชาติในอุทยานหลวง ส่งกลิ่นหอมหวานละมุนละไมขจรขจายไปทั่วนอกชานพระราชวัง แสงอรุณแรกของวันใหม่ทาทาบผืนฟ้าเป็นสีทองคำนวลสว่างไสว สะท้อนภาพอาณาจักรแคว้นจ้าวที่บัดนี้ก้าวเข้าสู่ยุคทองอันรุ่งเรืองสูงสุดอย่างแท้จริง สถานการณ์ทั่วทั่วยุทธจักรสงบราบคาบในทุกลำดับชั้นอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งรอยร้าวทางการเมือง ค่ายกลทหาร หรือเงาจารชนใดๆ ราษฎรทั่วมหานครต่างมีกินมีใช้ เด็กๆ มีตำราอ่านในสถานศึกษาหลวง ความมั่งคั่งผาสุกหลั่งไหลไปสู่เขตปกครองพิเศษชายแดนดั่งสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต เป็นภาพชีวิตประจำวันอันประเสริษฐานยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจักได้ประทับเคียงคู่กัน ทอดมองผลผลิตแห่งสติปัญญาและอานุภาพแห่งรักแท้ที่จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ณ ศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระบัวหลวง เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักสีขาวบริสุทธิ์ปักลายหงส์ฟ้าด้วยด้ายไหมเงินยวง ดูงดงามนุ่มนวลและทรงคัมภีรภาพสมเป็นมารดาแห่งแผ่นดิน เรือนผมยาวสลวยปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังระหง มีเพียงปิ่นหยกขาวชิ้นเดี่ยวที่ประดับอยู่ นัยน์ตารูปเม็ดอัลมอนด์ทอประกายฉลาดเฉลียว นุ่มลึก และเต็มไปด้วยความสงบผาสุกขั้นสูงสุด มือบางกำลังประคองถ้วยชาบ
เมื่อร่มเงาแห่งสันติภาพอันสมบูรณ์แบบแผ่ขยายเข้าครอบคลุมทั่วทุกตารางนิ้วของแคว้นจ้าว นครหลวงอันยิ่งใหญ่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงได้ สถานการณ์บ้านเมืองสงบราบคาบในทุกลำดับชั้นอย่างแท้จริง ไร้ซึ่งรอยร้าวทางการเมือง เงาค่ายกลสงคราม หรือภัยจารชนข้ามพรมแดนให้ต้องทรงกังวลพระทัย ทั่วทั่วมหานครต่างอบอวลไปด้วยเสียงเพลงรื่นเริงและรอยยิ้มอิ่มเอมของประชาราษฎร์ และนับเป็นเวลาอันประเสริษฐานยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจักได้รวมสติปัญญาจัด ‘พระราชพิธีสถาปนาเขตปกครองพิเศษและการขยายความมั่งคั่ง’ เพื่อกระจายโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษาหลวงออกสู่มณฑลชายแดนอย่างยั่งยืนชั่วนิรันดร์ภายในท้องพระโรงกลางอันโอ่อ่าตระการตา แสงสุริยันยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างสลักลายมังกรคาบแก้ว ทอดประกายสีทองอร่ามลงบนแผ่นศิลาจารึกธรรมนูญฉบับใหม่ เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักเต็มยศสีน้ำเงินเข้มขลิบทองคำบริสุทธิ์ดูสง่างามเฉลียวฉลาดปานเทพธิดาแห่งปัญญา เรือนผมยาวสลวยเกล้าขึ้นประดับด้วยรัดเกล้าหงส์สยายปีกประดับมุกราตรี นัยน์ตารูปเม็ดอัลมอนด์ทอประกายสุขุม นุ่มลึก และเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์อัน
ภายใต้หลังคาทรงโดมสูงตระหง่านของหออาลักษณ์หลวง กลิ่นอายหอมนวลของน้ำหมึกจีนและแผ่นกระดาษเซี่ยวกระดาษโบราณเนื้อดีอบอวลไปทั่วบริเวณ แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายสะท้อนผ่านหน้าต่างบานแก้วเข้ามาตกกระทบแท่นศิลาจารึกขนาดใหญ่ บัดนี้ แผ่นดินแคว้นจ้าวสงบราบคาบในทุกลำดับชั้นอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งรอยร้าวทางการเมือง เงาของค่ายกลสงคราม หรือภัยจารชนต่างแดน ราษฎรทั่วมหานครต่างใช้ชีวิตด้วยความเบิกบานใจสูงสุด และนี่คือช่วงเวลาอันประเสริษฐานยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจักได้รวมสติปัญญาจารึก ‘บันทึกประวัติศาสตร์และการเฉลิมฉลองของอาณาจักร’ เพื่อประกาศความรุ่งเรืองสู่อนุชนรุ่นหลังสืบทอดนับพันปีใจกลางหออาลักษณ์ เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักสีทองคำนวลขลิบแดงทับทิมงดงามตระการตา สมฐานะคู่บัลลังก์ผู้พลิกชะตาแผ่นดิน เรือนผมยาวสลวยรวบขึ้นเป็นมวยทรงสูง ประดับด้วยรัดเกล้าพญาหงส์สยายปีกดูสง่างามจับตา นัยน์ตารูปเม็ดอัลมอนด์ฉายประกายฉลาดเฉลียว นุ่มลึก และเต็มไปด้วยวิสัยทัศน์คัมภีรภาพ มือบางจับพู่กันจีนด้ามหยก ค่อยๆ บรรจงขัดเกลาและตรวจสอบตัวอักษรทุกลำดับชั้นในสมุดบันทึกประวัติศาสตร์ร่วมสมัยร่วมกับหัวหน้าอาลักษณ์หลวงด้วยความใส่ใจส
แสงแดดยามเช้าอันอบอุ่นและสว่างไสวสาดส่องทั่วนครหลวงแคว้นจ้าว นำพาเอาความหวังและพลังบวกแผ่ซ่านไปสู่จิตใจของประชาราษฎร์ในทุกลำดับชั้น บัดนี้ สถานการณ์บ้านเมืองสงบราบคาบอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งรอยร้าวทางการเมือง ค่ายกลสงคราม หรือภัยจากจารชนต่างแดนให้ต้องทรงตรากตรำพระทัยอีกต่อไป ทุกมณฑลล้วนเจริญรุ่งเรืองด้วยระบบเศรษฐกิจและการขนส่งที่ปลอดภัย และในวันนี้ นับเป็นวันประวัติศาสตร์อันประเสริษฐานยิ่งที่คู่บัลลังก์หงส์มังกรจักได้ร่วมกันทำพิธีเปิด ‘สถานศึกษาหลวง’ แห่งแรกเพื่อวางรากฐานทางปัญญาให้แก่บุตรหลานของชาวบ้านและพ่อค้าสามัญชน ท่ามกลางการต้อนรับอันอบอุ่นล้นพ้นจากราษฎรทั่วมหานครณ ใจกลางย่านชุมชนเมืองหลวง อาคารไม้หลังใหญ่สองชั้นที่เพิ่งสร้างเสร็จหอมกลิ่นน้ำมันสนและไม้เนื้อดีตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ป้ายชื่อสถานศึกษาหลวงแกะสลักด้วยอักษรสีทองคำสะท้อนแสงแดดดูเด่นล้ำ เสิ่นเวยในชุดสตรีราชสำนักสีม่วงอ่อนราวกลีบดอกไม้ป่าดูนุ่มนวลและสง่างามสมเป็นมารดาแห่งแผ่นดิน เส้นผมยาวสลวยรวบครึ่งศีรษะปักปิ่นหงส์เหินคู่หยกนวล นัยน์ตารูปเม็ดอัลมอนด์ฉายประกายฉลาดเฉลียวและเปี่ยมด้วยความเมตตาปรานี ยามทอดมองเด็กๆ ตัวน้อย
แสงอรุณยามเช้าสาดส่องผ่านม่านมุกและม่านโปร่งบางในตำหนักหยาดพิรุณ ประกายระยิบระยับที่กระทบกับเครื่องเรือนไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรควรจะสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นทว่ากลับรู้สึกหนาวชืดอย่างประหลาด กลิ่นกำยานที่เคยหอมหวานบัดนี้กลับเจือไปด้วยความขมปร่าในความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยเสิ่นเวย นั่งนิ่งสนิทอยู่หน้ากร
แสงเทียนภายในห้องหนังสือไหววับตามแรงลมที่ลอดผ่านร่องหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท เสิ่นเวยยืนนิ่งงันราวกับวิญญาณที่หลุดออกจากร่าง ในมือที่สั่นระริกคือกระดาษแผ่นเก่าที่ซ่อนความจริงอันเน่าเฟะมานานหลายปี น้ำตาที่นางเคยปฏิญาณว่าจะไม่ให้ไหลออกมาอีก บัดนี้มันกลับคลอเบ้าและหยดลงบนตัวอักษรของบิดาจนหมึกเริ่มพร่าเลื
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องเหนือท้องฟ้าเมืองหลวงมานานกว่าสามวันสามคืนแล้ว เมฆสีเทาทมิฬแผ่ปกคลุมราวกับผืนม่านยักษ์ที่บดบังแสงสุริยา สายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาทำให้น้ำในคลองรอบพระราชวังเริ่มเอ่อล้น แข่งกับความตึงเครียดภายในท้องพระโรงที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุดบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในชุดพิธีการสีแดงและม
แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายสาดส่องลงบนหลังคากระเบื้องเคลือบสีทองของวังหลวงจนดูราวกับมังกรยักษ์ที่กำลังขยับเกล็ด แต่สำหรับ เสิ่นเวย ความงดงามเหล่านี้เปรียบเสมือนกรงขังที่โอ่อ่าหรูหราเท่านั้น ตำหนักหยาดพิรุณที่นางพำนักอยู่เดิมทีเป็นเพียงตำหนักรกร้างทางทิศตะวันตกที่เงียบเหงาปานป่าช้า ทว่าบัดนี้มันกลับมามีชี

















