Share

ตอนที่ 19 กุ้ยในคราบผ้าไหม

last update Last Updated: 2025-12-31 17:33:56

บรรยากาศในโถงหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออกแทนที่แม่ทัพฉินเทียนหงจะยินดีที่มีผู้เสนอตัวมาเป็นบุตรเขยถึงเรือน แต่เมื่อเห็นว่าเป็น ซ่งห้าวหราน ผู้ที่ก้าวลงจากรถม้า ใบหน้าท่านแม่ทัพกลับบิดเบี้ยวด้วยความชิงชังสุดขีดชายหนุ่มผู้นี้แม้รูปงามสง่างาม เกิดมาพร้อมชาติตระกูลสูงส่ง บิดาเป็นถึงอัครเสนาบดีแห่งราชสำนัก หากแต่ชื่อเสียงกลับเหม็นโฉ่ไปทั่วนคร วัยล่วงเลยยี่สิบแปดปี แต่ชีวิตทั้งชีวิตกลับจมปลักอยู่กับโรงสุราและย่านโคมแดง ยามกลางวันมัวเมาสุรา ยามค่ำคืนเสเพลหาความสำราญจากสตรีไม่เลือกหน้า เขาเป็นเพียง กุ้ยในคราบผ้าไหม หากไร้อำนาจของบิดาหนุนหลัง ตัวเขาย่อมไม่ต่างอะไรไปจากคนไร้ค่า แม่ทัพฉินเทียนหงข่มโทสะในอก กัดกรามแน่น ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพ“คุณชายซ่งห้าวหรานเชิญท่านกลับไปเถิด...บุตรสาวของข้า นางมีบุรุษที่คู่ควรแล้ว”

ทว่าคำปฏิเสธนั้น กลับไม่ทำให้ชายหนุ่มสิ้นหวัง ตรงกันข้ามใบหน้าของเขาเปื้อนรอยยิ้ม ก่อนหัวเราะเสียงดังสะท้อนห้อง “ฮ่าฮ่า! แม่ทัพ อย่ามาโกหกข้าเลย! บุรุษผู้ใดในนครนี้เล่า ที่ยังกล้าแต่งกับบุตรสาวของท่าน?”

สายตาของซ่งห้าวหรานกวาดไปอย่างหยาบโลน แฝงความหื่นกระหายที่ยากจะปกปิด ริมฝีปากเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงต่ำหยาบช้า “ความร้อนแรงของนาง...ที่เคยร่วมหลับนอนกับบ่าวรับใช้ถึงห้าคน จนตั้งครรภ์ขึ้นมา ข้าชอบนัก ข้าอยากลิ้มรสสิ่งนั้นด้วยตัวเอง...และอยากครอบครองนางไว้ข้างกาย”

คำพูดนั้นเหมือนหอกแหลมแทงเข้าอกแม่ทัพฉินเทียนหง เสียงหัวเราะเยาะที่ตามมาทำให้สายเลือดเดือดพล่านแทบปะทุออกมา ซ่งห้าวหรานหันหลังหมุนตัวอย่างถือดี มือสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่สนเกียรติผู้ใด ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงมั่นใจ“หากท่านหาใครไม่ได้จริง ๆ โปรดนึกถึงข้า...ข้าจะรอรับฟังข่าวดีอยู่ที่เรือน”

เมื่อร่างเขาคล้อยออกไป ความเงียบงันหนักหน่วงก็ปกคลุมทั่วทั้งโถงรับแขก มีเพียงเสียงหอบหายใจแรง ๆ ของแม่ทัพฉินเทียนหงที่ดังก้องราวเสียงพายุโหมในอก ความอับอายและโทสะผสมปนเปกันจนแทบคลุ้มคลั่ง...

“ท่านพี่! ท่านอย่าได้ยกบุตรสาวของเราให้กับบุรุษผู้นี้เป็นอันขาด แค่นี้ลูกของเราก็ทุกข์ทนมากเกินพอแล้ว”เสียงของฮูหยินใหญ่ ซูเสียน สั่นเครือด้วยความกังวล นางเอื้อนเอ่ยทั้งน้ำตา ไม่อาจทนเห็นชะตากรรมอันโหดร้ายของบุตรสาวแม่ทัพฉินเทียนหงหลับตาลง ถอนหายใจยาวอย่างคนสิ้นหนทาง “ข้าก็ไม่อยากให้เรื่องถึงเพียงนั้น…” เสียงของเขาหนักอึ้ง แฝงด้วยความเจ็บปวดที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาได้หมด

หากไม่อาจหาบุรุษที่คู่ควรกับบุตรสาวได้จริง ๆ เพื่อรักษาหน้าตาของตระกูลเอาไว้ การแต่งงาน…ไม่ว่ากับใครก็ตาม ย่อมเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด เพราะท้องของนาง…นับวันก็ยิ่งใหญ่ขึ้น จนมิอาจปิดบังได้

ไม่นานนัก ซ่งห้าวหราน ก็กลับถึงจวนอัครเสนาบดี ซ่งกวงเหริน ผู้เป็นบิดาได้ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“ท่านพ่อ ดูท่าทางแม่ทัพฉินเทียนหง จะไม่เต็มใจยกน้องชิงหร่านให้ข้าเลย” ซ่งห้าวหรานเอ่ยด้วยสีหน้าหงุดหงิด

อัครเสนาบดีไม่ได้แปลกใจแม้แต่น้อย เพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าวางใจเถิด…ฉินเทียนหงคนนี้รักศักดิ์ศรียิ่งกว่าสิ่งใด ไม่นานนักมันจะต้องมาขอร้องเราเอง”

ดวงตาคมกริบของบิดาจับจ้องบุตรชาย ก่อนจะกล่าววาจาที่บาดลึกถึงใจ “เดิมทีเจ้าไม่คู่ควรกับนางแม้แต่ปลายเล็บ หากไม่ใช่เพราะโชคชะตาเล่นตลกเสียก่อน นางไม่มีทางจะลดตัวมาเกี่ยวข้องกับเจ้าได้หรอก”

ซ่งห้าวหรานเม้มปากเงียบ ใบหน้าแม้จะหล่อเหลา แต่ก็ฉายแววความไร้แก่นสารที่ยากจะปกปิดซ่งกวงเหรินหัวเราะในลำคอแผ่วเบา ดวงตาเต็มไปด้วยการคำนวณ “ถึงแม้นางจะเป็นสตรีมีตำหนิไปแล้วก็ตาม แต่รูปโฉมของนางก็มิได้เลวร้าย ทั้งพรสวรรค์ด้านปราณก็โดดเด่น หากได้ครอบครอง นางย่อมสามารถให้กำเนิดทายาทผู้มากพรสวรรค์แก่เจ้าได้อย่างไม่ยากเย็น”

แม้ว่าซ่งกวงเหรินจะกุมอำนาจบารมีล้นฟ้า แต่เขาก็รู้ดีว่าด้วยนิสัยเสเพลของบุตรชาย ต่อให้ตระกูลใหญ่ในราชสำนักสักตระกูลเดียวก็คงไม่เต็มใจยกลูกสาวให้ ถึงแม้อายุจะย่างเข้า 28 ปีแล้ว ซ่งห้าวหรานกลับยังไร้คู่ครองแต่คราวนี้...ฟ้าดินกลับเป็นใจ

ซ่งกวงเหรินวางสายลับแฝงตัวไว้ทั่วทุกเรือนขุนนาง เมื่อได้ข่าวว่าฉินชิงหร่านพลาดพลั้งเพราะ โอสถมารราคะ และถูกบ่าวรับใช้รวมทั้งคนเลี้ยงม้าล่วงเกินจนตั้งครรภ์ เขาก็ฉวยโอกาสทันที โดยเป็นผู้ลอบแพร่ข่าวเสื่อมเสียนี้ออกไปเองเพราะเขารู้ดีว่าข่าวลือนี้จะทำลายเกียรติของสตรีผู้สูงศักดิ์ จนไม่มีบุรุษใดกล้าเอื้อมมือแตะต้อง เว้นเสียแต่บุตรชายผู้ไร้ความสามารถของตน…ที่จะได้โอกาสก้าวเข้ามาครอบครองในที่สุด

เวลาล่วงเลยไปอีกเดือน หน้าท้องของฉินชิงหร่านนูนเด่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทุกย่างก้าวของนางเสมือนการตอกย้ำตราบาปที่ปิดบังไม่มิด ยิ่งท้องนางใหญ่ขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งบีบคั้นให้แม่ทัพฉินเทียนหงจมอยู่ในความอับอายจนแทบหายใจไม่ออก

เขาพยายามแล้วพยายามสรรหาคู่ครองที่คู่ควรที่สุดเพื่อกอบกู้เกียรติของตระกูล แต่ไม่ว่าตระกูลใดก็ล้วนถอยห่าง ไม่มีผู้ใดปรารถนาจะยื่นมือมาเกี่ยวดองกับสตรีที่แบกอัปยศเช่นนี้ สุดท้าย เมื่อเลือกระหว่าง ศักดิ์ศรีของตระกูล กับ สายเลือด เขาจำต้องเลือกอย่างแรก เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่ยังคงปกป้องตระกูลฉินไม่ให้ถูกกลืนหายไปในกระแสของคำครหา

วันนั้น แม่ทัพฉินเทียนหงก้าวเข้าสู่จวนอัครเสนาบดีซ่งกวงเหริน เรือนโอ่อ่าหรูหราที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจและเล่ห์เหลี่ยม ซ่งกวงเหรินรอต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าประดับรอยยิ้มที่แฝงความเหนือกว่า

“ท่านแม่ทัพ ในที่สุดท่านก็มา ข้ายินดียิ่งนัก” เสียงหัวเราะทุ้มดังก้องไปทั่วห้องโถง ก้าวย่างของเขามั่นคง ราวกับผู้ที่รู้อยู่แล้วว่าคู่สนทนาจะต้องมาก้มหัวต่อหน้า “วางใจเถอะพิธีวิวาห์ของบุตรทั้งสองตระกูล เราจะจัดให้สมเกียรติ สมฐานะจนผู้คนทั้งนครต้องอิจฉา” ฉินเทียนหงยืนนิ่ง แววตาเข้มขรึมราวหินผา ทว่าภายในกลับสั่นสะท้าน รอยยิ้มที่ฝืนแต้มบนใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง “เรื่องนี้…ข้าคงต้องขอรบกวนท่านแล้ว”

ทันทีที่ฉินชิงหร่านล่วงรู้ว่าตนถูกกำหนดให้แต่งงานกับ ซ่งห้าวหราน ร่างบางถึงกับทรุดฮวบลงทันตา น้ำตาไหลพรากไม่หยุด เสียงกรีดร้องที่ดังออกมาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

“ข้าไม่แต่ง! ไม่ว่ากรณีใด ข้าก็ไม่แต่ง! ท่านพ่อก็รู้ดีว่าซ่งห้าวหรานเป็นคนเช่นไร ท่านคิดจะผลักข้าไปใช้ชีวิตคู่กับคนผู้นี้ จริง ๆ หรือ ให้ข้าต้องทนทุกข์ไปตลอดชีวิตงั้นหรือ!”

เสียงสะอื้นสั่นสะท้านสะท้อนทั่วห้องโถง บรรยากาศอึดอัดหนักอึ้ง แม่ทัพฉินเทียนหงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้ากลับแข็งกร้าวทันที ราวกับหินผาที่ถูกสกัดจนคมทั้งชีวิตเขาไม่เคยชักสีหน้าเช่นนี้ใส่บุตรสาวมาก่อน

“ต่อให้ข้าจับเจ้าหักแขนหักขา เจ้าก็ต้องแต่ง!” น้ำเสียงของเขาดุดันเหมือนคำพิพากษา “แค่นี้ข้าก็อับอายแทบแหลกสลายอยู่แล้ว!”

ฉินชิงหร่านยังคงเชิดหน้าทั้งน้ำตา ดวงตาเต็มไปด้วยการขัดขืน “ข้าไม่ยอม! ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเพราะ นางแพศยานั่น ต่างหากที่ทำให้ชีวิตข้าต้องเป็นเช่นนี้!”

เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือกระแทกแก้มดังลั่น ร่างบางเซถลา ใบหน้าแดงเป็นรอยชัด ดวงตาเบิกกว้างสั่นระริก

“ท่านพ่อ…ท่านตบข้า” เสียงแตกพร่าเอื้อนเอ่ย ทั้งนัยน์ตาที่แดงก่ำสั่นสะท้าน เพราะตั้งแต่เกิดมา บิดาผู้เป็นเกราะกำบังไม่เคยแม้แต่จะยกเสียงใส่ วันนี้กลับลงมือตีด้วยมือตนเอง ฉินเทียนหงยืนนิ่ง ร่างสูงสง่าแต่แววตาเย็นเฉียบ ริมฝีปากเอื้อนเอ่ยอย่างช้า ๆ ทว่าเฉียบคมกว่าฝ่ามือเมื่อครู่ “เจ้าหยุดโทษผู้อื่นได้แล้ว หากเจ้าไม่คิดใช้โอสถมารราคะกับผู้อื่น เจ้าก็จะไม่ต้องรับผลกรรมด้วยตนเองเช่นนี้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชีวิตที่สองขอเป็นเพียงสตรีไร้ค่า   ตอนที่ 90 ดวงใจที่หลอมรวม(จบ)

    หลังจากเหตุการณ์บนเกาะร้าง แม้ฉินชิงหร่านจะรอดชีวิตกลับมาได้ แต่จิตใจของนางกลับไม่อาจก้าวพ้นความหวาดกลัวอันฝังลึก นางหัวเราะลอย ๆ โดยไร้เหตุผล แล้วพลันก็ร้องไห้โฮราวกับเด็กที่หลงทาง ทั้งสายตาและสติสัมปชัญญะแกว่งไกว ไม่ยึดอยู่กับปัจจุบันอีกต่อไป คล้ายว่าจิตของนางติดหลงในความมืดมิดแห่งอดีตที่ไม่อาจถอนตัวออกมาได้แม้กระทั่งเมื่อทารกลืมตาดูโลกเด็กที่ถือกำเนิดจากช่วงเวลาที่นางถูกกระทำ ถูกบีบบังคับจนไร้ซึ่งอำนาจควบคุมตนเองความบริสุทธิ์ของเด็กน้อยก็ไม่อาจนำพานางกลับสู่ความปกติได้ ชิงหร่านยังคงจมอยู่ในห้วงเจ็บปวดของตน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากาลเวลาอยู่ในยามกลางวันหรือกลางคืนฉินเซียนหรูยืนมองพี่สาวต่างมารดาเพียงหนึ่งก้าว สายตาเต็มไปด้วยความเวทนา…พร้อมบาดแผลที่นางเองก็ไม่เคยลืม นางเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ หากแฝงความรู้สึกลึกซึ้ง“เจ้าจงอย่าโกรธเคืองข้าเลย…ครั้งนี้ ข้าไม่อาจรักษาเจ้าได้ดั่งที่ข้ารักษาผู้อื่น”นางนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนทอดมองเด็กน้อยสองคนที่หลับอยู่ในเปลเล็ก ๆ ผิวทารกเนียนนุ่ม ข้อมือเล็กกำอากาศอย่างไร้เดียงสา ไม่รับรู้ความโหดร้ายที่เกิดขึ้นก่อนพวกเขาจะถือกำเนิด เซียนหรูยื่นมือแตะผ้าอ้อมเบา ๆ

  • ชีวิตที่สองขอเป็นเพียงสตรีไร้ค่า   ตอนที่ 89 คำหวานที่แลกความเหนื่อยล้า

    หลังจากองค์รัชทายาทมู่หยางเฉิงเสด็จกลับถึงนครหลวงได้ไม่นาน พระองค์ก็ประกาศต่อประชาชนทั่วทั้งเมืองว่า“ราชครูจินหรงและเหล่าทหารติดตาม ประสบเหตุเรืออัปปางกลางทะเลบัดนี้ไม่ทราบว่ามีชีวิตรอดหรือสิ้นชีพแล้ว”คำประกาศเรียบง่าย ทว่ากลบความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนเกาะร้างอย่างแนบเนียน มีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้น แม่ทัพฉินเทียนหง กับทหารชั้นสูงบางนายที่รู้ความจริงว่าราชครูจินหรงถูกกำจัดสิ้นแล้วยามค่ำวันนั้นในท้องพระโรงส่วนพระองค์ ฮ่องเต้มู่จื้อเหวินทอดพระเนตรองค์รัชทายาทด้วยสายตาเปี่ยมความเอ็นดู พระสุรเสียงแผ่วละมุนดังขึ้น“หยางเฉิง… ลูกพ่อ ภารกิจครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมากเจ้าพึ่งเดินทางไกลกลับมา คงเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย”องค์รัชทายาทประสานมือแล้วค้อมศีรษะพระสุรเสียงสงบนิ่ง ทว่าแฝงความกตัญญูอย่างลึกซึ้ง“เพียงได้แบ่งเบาภาระของเสด็จพ่อสักส่วนหนึ่งลูกก็พึงพอใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการตามล่าผู้ทรยศแต่คือการกำจัด เสี้ยนหนามที่ฝังรากลึกในราชสำนักและหยางเฉิงก็ทำสำเร็จอย่างงดงามฮ่องเต้มู่จื้อเหวินประทานรอยยิ้มบางเบา แต่แฝงความหมายลึกซึ้ง“แม้ราชครูจะสิ้นไปแล้ว แต่ในราชสำนักยังม

  • ชีวิตที่สองขอเป็นเพียงสตรีไร้ค่า   ตอนที่ 88 การลงทัณฑ์ที่เกาะร้าง

    ไม่นานหลังการค้นหาทั่วทั้งเกาะ กองทหารขององค์รัชทายาทก็นำร่างของนายกองเฉาหมิงและพวกที่เหลือกลับมาได้สำเร็จ พวกมันถูกจับลากคอมาอย่างไม่ปรานี ราวกับสัตว์ดุร้ายที่หมดเรี่ยวแรงหลังดิ้นรนหนีความตายร่างกายของแต่ละคนเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ยามหัวค่ำลมทะเลพัดเย็นยะเยือกแต่กองไฟใหญ่หน้ากระโจมกลับลุกโชติช่วงราวกับตอบสนองต่อความเดือดดาลของคนสองคนที่นั่งอยู่เบื้องหน้าองค์รัชทายาทมู่หยางเฉิงและแม่ทัพฉินเทียนหง“ในที่สุดก็จับกุมตัวจนครบ” พระสุรเสียงเรียบ แต่หนักแน่นดุจแผ่นหินแล้วพระองค์หันไปยังแม่ทัพผู้ยืนตระหง่านอยู่ข้าง ๆ“แม่ทัพฉินเทียนหง… จากนี้ไป เป็นหน้าที่ของท่าน”คำว่า หน้าที่ ขององค์รัชทายาท ไม่ใช่คำสั่งธรรมดาแต่คือการอนุญาตให้แม่ทัพชำระความด้วยวิถีของตนโดยไม่มีผู้ใดสามารถตั้งคำถามแม่ทัพฉินเทียนหงลุกขึ้นยืนช้า ๆ เงาของเขาทาบทับเหนือพื้นดินราวกับภูผา แววตาที่ทอดมองเหล่าเชลยนั้นมิใช่เพียงความโกรธ หากแต่เป็นความปวดร้าวที่กดทับจนสั่นสะเทือนทั้งใจเขาค้อมศีรษะเล็กน้อย“กระหม่อมซาบซึ้งในพระเมตตา…”จากนั้นใบหน้าที่เคยสงบนิ่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาเฉียบคมเสียงของเขาแผ่วต่ำ แต่ทรงพลังดั่งคำพิพากษาแห่

  • ชีวิตที่สองขอเป็นเพียงสตรีไร้ค่า   ตอนที่ 87 เศษซากชีวิต

    ท่ามกลางสายลมที่พัดแรงและคลื่นทะเลที่โถมใส่ไม่หยุด เรือสำเภาขององค์รัชทายาทมู่หยางเฉิงยังคงฝ่าความปั่นป่วนของพายุอย่างไม่หวั่นเกรง น้ำทะเลสาดซัดขึ้นมาบนดาดฟ้าเป็นระยะ แต่ทหารทุกนายยังยืนประจำตำแหน่งอย่างมั่นคงทันใดนั้น นายทหารผู้ควบคุมเรือก็ร้องเรียกเสียงดัง “องค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ! พบเศษซากเรือลอยมากับคลื่น!”เขารีบรุดเข้ามาประทับยืนเบื้องหน้าพลางคุกเข่ารายงานด้วยน้ำเสียงจริงจัง“จากลักษณะไม้และรอยแตก คาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของเรือท่านราชครู เกรงว่าเรือของพวกเขาคงอัปปางไปแล้ว หากยังมีชีวิต… ก็ต้องอยู่บนเกาะที่อยู่เบื้องหน้าพ่ะย่ะค่ะ”มู่หยางเฉิงหันพระพักตร์ไปมองเกาะที่ลางเลือนอยู่ท่ามกลางสายฝน ภาพเงาดำทะมึนของเกาะราวสัตว์ร้ายที่หมอบซุ่มอยู่กลางสมุทร แต่ในแววพระเนตรของพระองค์กลับมีเพียงความเย็นชาและความแน่วแน่ราชครูจินหรง หนีข้ามน้ำข้ามทะเลเพียงนี้ แต่สุดท้ายก็ยังไม่อาจเลี่ยงชะตาพระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้นประหนึ่งฟ้าผ่าภายใต้คำสั่งเดียว“เตรียมกำลังให้พร้อมเราจะเทียบท่าเกาะเบื้องหน้าเดี๋ยวนี้!”เสียงทหารขานรับดังก้องเหนือเสียงพายุ “รับพระบัญชา!”ไม่นาน เรือสำเภาขององค์รัชทายาทก็ฝ่าคลื่นเข้าสู่เขต

  • ชีวิตที่สองขอเป็นเพียงสตรีไร้ค่า   ตอนที่ 86 คืนมรณะกลางมหาสมุทร

    ฉินชิงหร่าน ซึ่งแต่เดิมมีสภาพเหมือนไร้จิตวิญญาณ ในที่สุดสติของนางก็กลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง เมื่อร่างอันบอบบางถูกรุกล้ำอย่างเชื่องช้า มือที่หยาบกระด้างและเต็มไปด้วยตัณหาของนายกองเฉาหมิง เริ่มลูบไล้นางด้วยความมัวเมานางถูกพันธนาการติดกับเสากระโดงเรืออย่างน่าเวทนา สภาพร่างกายที่เปียกปอนจากคลื่นลมยิ่งเน้นย้ำถึงความอ่อนแอและยั่วยวน“เจ้า... เจ้าจะทำอะไร?” นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและหวาดกลัวสุดขีด สายตาของเฉาหมิงและพวกพ้องจ้องมองนางราวกับ สัตว์ป่าที่หิวกระหาย พวกมันยืนล้อมรอบนางและราชครูที่ถูกมัดอยู่ข้างกัน“ข้าจะมอบไออุ่นให้เรือนร่างของเจ้า” เฉาหมิงกระซิบข้างหูของนางอย่างน่ารังเกียจ ขณะที่มือของเขาลูบไล้ผิวหนังที่เปิดเผย “เนื้อตัวของเจ้าถูกคลื่นลมมานาน เดี๋ยวจะไม่สบาย ข้าจะให้ไออุ่นเจ้าเอง”“อย่าเข้ามานะ!” นางกรีดร้องด้วยความหวาดผวา พยายามดิ้นรน แต่เชือกที่รัดแน่นทำให้ทำได้เพียงขยับตัวไปมา นาย กองผู้นั้นไม่สนใจคำพูดใดอีก มอบจูบที่เต็มไปด้วยความใคร่และปรารถนาให้นางอย่างป่าเถื่อนโดยไม่สนใจแรงขัดขืน นางพยายามหันหน้าหนีอย่างสุดกำลัง“อย่าทำข้า! ท่านราชครูช่วยข้าด้วย!

  • ชีวิตที่สองขอเป็นเพียงสตรีไร้ค่า   ตอนที่ 85 ตัณหาและทรยศ

    ใครจะไปคาดคิดได้ว่า ราชครูจินหรง ผู้ซึ่งเป็นอดีตขุนนางใหญ่แห่งราชสำนัก พร้อมกับลูกน้องที่เป็นทหารหลวง จะกระทำตัวเลวทรามเยี่ยงโจรป่า หลอกให้ชาวบ้านต่ำศักดิ์เลี้ยงอาหาร เมื่ออิ่มท้องแล้วก็ฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยมในตอนนี้ เรือสำเภาลำเก่ากำลังหนีลอยลำอยู่กลางทะเลอย่างไร้จุดหมาย คลื่นทะเลในยามนี้นั้นซัดสาดเต็มลำเรือจนทุกคนเปียกปอนไปหมด ฉินชิงหร่าน นางผู้ซึ่งเป็นสตรีเพียงนางเดียว ถูกจับมัดแขนขาอยู่กลางเสากระโดงเรือ ยิ่งน้ำจากคลื่นทะเลสาดซัดบนตัวนางเท่าไหร่ ก็ยิ่งที่จะส่งเสน่ห์ความเย้ายวนมากเท่านั้นตั้งแต่เส้นลมปราณของนางถูกทำลายไป นางก็เหมือนแต่คนที่มีร่างแต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ไม่สามารถขัดขืนหรือแม้แต่ตอบโต้ได้ เหล่าลูกน้องชั้นเลวของท่านราชครูต่างแอบจ้องมองเรือนร่างของนางจนตาเป็นมัน ร่องรอยของผ้าที่เปียกแนบเนื้อทำให้สรีระอ่อนช้อยเผยออกอย่างชัดเจน แววตาที่เต็มไปด้วยความโลภและตัณหาฉายชัดในความมืด พวกมันแทบจะควบคุมความปรารถนามืดมิดของตนเองไว้ไม่อยู่ รอคอยเพียงโอกาสอันเหมาะเจาะที่เจ้านายจะละสายตาบนเรือลำนี้ นอกจากพายุคลื่นลมที่โหมกระหน่ำแล้ว ยังมี พายุแห่งความชั่วร้าย ที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจของคนสาร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status