LOGIN‘ดูมีความสุขกับการใช้ชีวิตที่แลกมาด้วยลมหายใจคนอื่นดีนี่... รินลดา’ วิกเตอร์ประทับตราความเกลียดชังลงบนใบหน้าอ่อนโยนนั้นอย่างเลือดเย็น
ในความทรงจำของเขา มีภาพของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง... คนที่เขารักที่สุดที่ต้องจากไปในกองเลือดเพียงเพราะความเห็นแก่ตัวของผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ ความเชื่อที่ฝังรากลึกว่ารินลดาคือต้นเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนั้น ทำให้เขาไม่ลังเลเลยที่จะก้าวออกจากมุมมืดเพื่อเริ่ม 'เกม' ของเขาวิกเตอร์เดินตรงเข้าไปหาเธอด้วยท่วงท่าที่สง่างามประหนึ่งเทพบุตรที่หลุดออกมาจากภาพวาด ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้น เขาคือพรานป่าที่กำลังสวมหน้ากากลวงล่อเหยื่อที่แสนซื่อ
“คุณครับ... เป็นอะไรหรือเปล่า? ให้ผมช่วยไหม?”
ที่ฟังดูอาทรอย่างนุ่มนวลทำให้รินลดาที่กำลังตกอยู่ในภวังค์สะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้าสบตาชายหนุ่มแปลกหน้าที่ดูภูมิฐานอย่างที่ไม่น่าจะมาอยู่ในที่แห่งนี้ได้ ความหล่อเหลาที่คมคัดดุจรูปสลักของเขาช่างดูห่างไกลจากคำว่าอันตรายที่เธอควรจะระวัง
“คะ?... อ้อ ลดาจัดการได้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ถาม” เธอพยายามระบายรอยยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมด้วยความเกรงใจส่งให้เขา รอยยิ้มที่วิกเตอร์มองว่ามันช่างเป็นรอยยิ้มที่ "เสแสร้ง" จนน่าขยะแขยง
“ผมเห็นคุณยืนอยู่นานแล้ว ถ้ามีเรื่องที่เงินพอจะแก้ปัญหาได้... อย่าปฏิเสธไมตรีของผมเลยนะครับ” เขาระบายยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่เขาฝึกซ้อมมาอย่างดีเพื่อใช้กระชากหัวใจเธอ “ผมชื่อวิกเตอร์ครับ ผมมาทำธุระที่นี่ แล้วเห็นคุณ... มันทำให้ผมเดินผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้จริงๆ”
รินลดาชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่อ่อนล้ากลับเต้นผิดจังหวะเมื่อเจอไมตรีจากคนแปลกหน้าที่ดูเพียบพร้อมขนาดนี้ สำหรับผู้หญิงที่ชีวิตมีแต่ความมืดมนอย่างเธอ การที่มีใครสักคนยื่นมือมาถามไถ่ในยามที่มืดแปดด้าน มันเหมือนแสงสว่างที่แสนอบอุ่นและปาฏิหาริย์ที่เธอไม่เคยกล้าฝันถึง“คุณวิกเตอร์... ขอบคุณจริงๆ ค่ะ แต่ลดาไม่กล้ารบกวนคุณขนาดนั้น”
“งั้นให้ผมได้เริ่มต้นจากการเลี้ยงกาแฟปลอบใจสักแก้วได้ไหมครับ? ผมแค่อยากรู้จักคุณ... ในฐานะเพื่อนใหม่คนหนึ่ง”
เขาใช้สายตาจดจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ สายตาที่รินลดาตีความว่ามันคือความประทับใจครั้งแรกพบ แต่สำหรับวิกเตอร์ มันคือสายตาของนายพรานที่เห็นเหยื่อก้าวเท้าเข้าสู่กับดักอย่างสมบูรณ์แบบ“ลดา... คงไม่สามารถไปทานกาแฟกับคุณได้จริงๆ ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ”
รินลดาเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอซาบซึ้งในน้ำใจของเขา แต่ภาระที่แบกอยู่บนบ่านั้นหนักเกินกว่าจะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเรื่องไร้สาระอย่างการทำความรู้จักกับคนแปลกหน้า ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงกระชากอารมณ์จากพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์ชำระเงินก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างไร้ความปรานี“สรุปคุณมีเงินจ่ายมัดจำงวดนี้ไหมคะคุณรินลดา? ถ้าไม่มี... ทางโรงพยาบาลคงต้องขอให้คุณพิจารณาย้ายคนไข้ออก หรือยุติการรักษาบางส่วนตามระเบียบนะคะ!”
ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนของรินลดาซีดเผือดลงทันที มือเล็กๆ ที่กำใบแจ้งหนี้สั่นระริกจนเห็นได้ชัด เธอหันมองพนักงานด้วยสายตาอ้อนวอน “ได้โปรดเถอะค่ะ... ลดาขอเวลาอีกแค่สองวัน ลดาจะไปหาหยิบยืมมาให้...”“เราให้เวลาคุณมานานเกินไปแล้วค่ะ” พนักงานย้ำเสียงแข็ง
รินลดาเม้มริมฝีปากจนห่อเลือด ความอัปยศและความกลัวกัดกินหัวใจจนเธออยากจะล้มลงไปตรงนั้น แต่ก่อนที่หยดน้ำตาจะร่วงหล่น แขนแกร่งของชายที่ยืนอยู่ข้างกายก็ยื่นผ่านหน้าเธอไปอย่างมั่นคง วิกเตอร์วางบัตรเครดิตสีดำขลิบทองลงบนเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนพนักงานถึงกับชะงัก“มีเงิน... และช่วยรักษาคนไข้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” วิกเตอร์เอ่ยเสียงเรียบพลางจ้องเขม็งไปที่พนักงานคนนั้น “ผมชื่อวิกเตอร์... พอจะเคยได้ยินชื่อนี้บ้างไหม?”
พนักงานสาวเบิกตาโตจนแทบถลนออกจากเบ้า เมื่อก้มมองชื่อบนบัตรและใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเคร่งขรึมอำนาจ ชื่อของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่มักบริจาคเงินก้อนโตให้กับโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้งทำให้เธอถึงกับมือสั่น“ดะ... ได้ค่ะคุณวิกเตอร์! ทราบแล้วค่ะ! เราจะรีบดำเนินการให้ทันที และจะดูแลคุณพ่อของคุณผู้หญิงให้ดีที่สุดระดับพรีเมียมเลยค่ะ!”
พนักงานเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อมในพริบตา รินลดาหันมามองวิกเตอร์ด้วยความตกตะลึง อารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอกทำให้เธอพูดไม่ออก ก่อนที่หยดน้ำตาที่กลั้นไว้จะร่วงเผาะลงมาอาบแก้มด้วยความตื้นตันใจอย่างที่สุด“ขะ... ขอบคุณนะคะคุณวิกเตอร์ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ...” เสียงของเธอกระเส่าด้วยแรงสะอื้น “ลดาจะหาเงินมาใช้คืนคุณให้เร็วที่สุด ไม่ว่าลดาต้องทำงานหนักแค่ไหน ลดาจะคืนให้ครบทุกบาทเลยค่ะ”
วิกเตอร์มองใบหน้าที่เปื้อนน้ำตานั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เขาเอื้อมมือหนาไปซับน้ำตาที่แก้มของเธออย่างอ่อนโยนจนดูเหมือนพี่ชายที่แสนดี ทั้งที่ในใจกำลังเหยียดยิ้มกับความสำเร็จในก้าวแรก“เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องด่วนหรอกครับรินลดา... ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้คุณคงพอจะมีเวลาไปทานกาแฟกับผมสักแก้วได้แล้วใช่ไหม?”
รินลดาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเร็วๆ เธอรีบโค้งตัวให้เขาอย่างนบนอบเพื่อแสดงความซาบซึ้งใจทั้งหมดที่มี “ค่ะ... ได้ค่ะ ลดาจะไปกับคุณค่ะ”นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา วิกเตอร์ก็เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของรินลดาอย่างแนบเนียน เขามาหาเธอที่โรงพยาบาลเป็นประจำทุกเย็น บางวันก็หอบดอกไม้ช่อโตมาให้ บางวันก็พกเอาขนมที่เขาอ้างว่า ‘บังเอิญซื้อมาฝาก’ เขาทำให้รินลดาที่โดดเดี่ยวมาตลอดชีวิตรู้สึกเหมือนได้รับความเมตตาจากพระเจ้าธีร์ ที่เดินตามเข้ามาเห็นสีหน้าท่าทางของเจ้านายก็รีบกรูเข้าไปหาทันที เมื่อเห็นว่าวิกเตอร์กำลังจะสาวเท้าเข้าไปกระชากคนทั้งคู่ออกจากกัน “นายครับ... ใจเย็นๆ นั่นน้องชายคุณลดานะครับ ถ้าเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าตอนนี้ คุณลดาอาจจะโกรธนายมากกว่าเดิมนะครับ” ธีร์กระซิบเตือนสติเสียงต่ำ คำเตือนของลูกน้องคนสนิททำให้วิกเตอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าที่บึ้งตึงให้กลับมาดูเรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ที่ยังยืนกอดกันอยู่ มือหนายื่นไปจับที่ต้นแขนของรินลดาอย่างแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยแรงรั้งเบาๆ เพื่อแยกเมียรักออกจากอ้อมกอดของน้องชายอย่างระมัดระวัง “พี่ว่า... ลดาผละออกก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวณภัทรจะหายใจไม่ออกเอา” วิกเตอร์เอ่ยเสียงเรียบพลางส่งสายตาคมกริบที่แฝงความนัยไปทางน้องเมีย “คะ?” รินลดาทำหน้าฉงนเล็กน้อยด้วยความงงๆ แต่เธอก็ยอมผละออกจากอ้อมกอดของน้องชายแต่โดยดี วิกเตอร์ไม่รอช้าเขารีบประคองร่างบางมากอดไว้ แล้วทำทีเป็นพูดทำลายบรรยากาศอึดอัด “ไปนั่งคุยกันที่โซฟาเถอะครับ ยืนคุยกันแบบนี้มันไม่สะดวก เดี๋ยวพี่ให้แม่บ้านจัดน้ำจัดขนมมาให้... ณภัทรคงอยา
ฝ่ามือบางฟาดลงบนใบหน้าของนีน่าอย่างแรงจนหน้าหัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วโกดังร้าง นีน่าถึงกับเซถลาไปกองกับพื้น มือบางกุมแก้มที่ขึ้นรอยนิ้วมือแดงฉานด้วยความอึ้งและตื่นตระหนก เธอไม่เคยคิดว่าผู้หญิงที่ดูอ่อนแออย่างรินลดาจะกล้าทำแบบนี้ “หยุดใช้คำว่ารัก มาชะล้างความระยำของตัวเองสักที! ทั้งหมดนี่มันไม่ใช่ความรัก!” รินลดาตวาดเสียงสั่นด้วยความโกรธจัด เธอจ้องหน้านีน่าและพยาบาลสายใจสลับกันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช “มันคือความเห็นแก่ตัว! ความมักได้! คุณฆ่าพ่อฉันเพียงเพราะอยากได้ผู้ชายคนเดียว... คนอย่างคุณมันไม่ใช่คนด้วยซ้ำ!” นีน่าเงยหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและรอยแค้นขึ้นมองรินลดา ปากคอสั่นพยายามจะโต้ตอบ “แกมันก็แค่... อึก!” “หยุดปากโสโครกของมึงซะนีน่า!” วิกเตอร์ก้าวเข้ามาสมทบพลางโอบไหล่รินลดาไว้แน่น สายตาคมกริบมองนีน่าราวกับมองเศษขยะ “ก่อนที่กูจะสั่งให้คนตบมึงซ้ำอีกรอบ...จนหน้าเน่าๆ ของมึงไม่มีที่ว่างให้รอยนิ้วมือ!” รินลดาซบหน้าลงกับอกแกร่งของวิกเตอร์ สะอื้นไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น ความจริงที่แสนเจ็บปวดทำให้อดีตพังทลายลงในพริบตา วิกเตอร์โอบกอดร่างบางไว้แน่น ลูบกลุ่มผมสลว
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องนอนกว้าง วิกเตอร์ลืมตาขึ้นมองร่างบางที่หลับสนิทซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ผิวขาวเนียนของรินลดาบัดนี้มีรอยรักสีกุหลาบที่เขาฝากไว้แทบทุกตารางนิ้วจากการห้ำหั่นที่ดุดันเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เขาก้มลงจุมพิตที่ลาดไหล่บางอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกหวงแหนสุดหัวใจ ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างระมัดระวังเมื่อโทรศัพท์เครื่องหรูสั่นเตือนแจ้งข่าวสำคัญ เขากดรับสายพลางเดินเลี่ยงออกไปที่ระเบียงห้อง “นายครับ... พยาบาลสายใจยอมเปิดปากแล้วครับ นีน่าเป็นคนสั่งจริงๆ มันรับสารภาพว่านีน่าเอาเงินฟาดหัวให้มันถอดเครื่องช่วยหายใจของคุณพ่อคุณลดาครับ” เสียงของศักดิ์รายงานลอดมาตามสายด้วยน้ำเสียงขรึม ดวงตาของวิกเตอร์แข็งกร้าวขึ้นมาทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่าน เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน “กูจะไปจัดการคนที่ถอดเครื่องหายใจพ่อของเมียกูเดี๋ยวนี้ เตรียมตัวมันไว้ให้ดี อย่าให้มันตายก่อนกูไปถึง !” วิกเตอร์วางสายแล้วรีบก้าวกลับเข้ามาในห้องเพื่อแต่งตัว ทว่าเมื่อเขาหันกลับมาที่เตียง ก็พบว่าร่างบางที่เขาคิดว่ายังหลับอย
วิกเตอร์ผละริมฝีปากออกจากนิ้วเรียวเล็กอย่างแสนเสียดาย ก่อนจะก้มลงประกบจูบดูดดื่มอีกครั้งเพื่อมอมเมาคนใต้ร่างให้เคลิบเคลิ้ม มือหนาประคองขาเรียวสวยทั้งสองข้างให้แยกออกและตั้งขึ้นเป็นรูปตัวเอ็มบนขอบโต๊ะอาหารหรู จัดวางท่าทางให้มั่นคงเพื่อรองรับพายุอารมณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องมองกลีบดอกไม้งามสีหวานที่กำลังสั่นระริกราวกับจะเชิญชวนให้ผู้ชายอย่างเขาลงไปลิ้มลอง ไวกว่าความคิดใบหน้าคมคายขยับเข้าไปใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรินรดเกสรดอกไม้งามจนรินลดาสะดุ้งเฮือก “กะ... ใกล้ไปหรือเปล่าคะพี่วิกเตอร์... ลดาไม่แน่ใจว่า... มันจะอร่อยถูกปากพี่ไหม” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างประหม่า ทว่านัยน์ตากลับฉ่ำวาวไปด้วยความปรารถนา “มันต้องอร่อยที่สุดสิลดา... อาหารมื้อหรูบนโต๊ะพวกนี้จืดชืดไปเลยเมื่อเทียบกับเมนูตรงหน้าพี่” วิกเตอร์ครางตอบเสียงพร่า “ลดาคือสิ่งเดียวที่อร่อยที่สุดในชีวิตพี่” “งั้นก็... ทานให้อร่อยนะคะ” รินลดาตัดสินใจใช้ปลายนิ้วเรียวกดกรีดลงตรงกลางรอยแยกเบาๆ เปิดเผยความงดงามล้ำค่าสู่สายตาคมกริบจนวิกเตอร์ถึงกับเบิกตากว้าง ลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ “อ้าส์... ทำแบบนี้พี่ตายคามือลดาได้เลยนะ” สิ้นคำพูด
บรรยากาศภายในห้องรับประทานอาหารของคฤหาสน์ดูเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ เมนูอาหารนับสิบอย่างบนโต๊ะดูน่าทานยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้คนตัวเล็กอึ้งที่สุด ไม่ใช่ความหรูหราของมื้ออาหาร... แต่เป็นตำแหน่งที่เธอกำลังนั่งอยู่ตอนนี้ รินลดานั่งอยู่บนตักแกร่งของวิกเตอร์ โดยมีมือหนาทั้งสองข้างโอบประคองไว้ที่เอวบางอย่างหวงแหน แผ่นหลังของเธอพิงชิดกับแผงอกอุ่นหนาจนสัมผัสได้ถึงแรงเต้นของหัวใจเขาที่ดังกังวานอยู่ข้างหู เธอพยายามกวาดสายตามองโต๊ะอาหารตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจ “นะ...นี่อะไรกันคะ” เสียงหวานสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ “ของชอบของเมียพี่ไงครับ” วิกเตอร์กระซิบตอบข้างขมับพลางสูดดมความหอมจากเรือนผมของเธออย่างถือวิสาสะ “จำเป็นต้องมากมายขนาดนี้เลยเหรอคะ ลดาคงทานไม่หมดหรอกค่ะ” “แน่นอนสิ ลดาป่วยไปนาน พี่อยากให้ลดาได้ทานแต่ของดีๆ จะได้กลับมาแข็งแรงไวๆ มา... อยากทานอะไร เดี๋ยวพี่ตักให้ พี่จะปรนนิบัติเมียพี่ให้สมกับที่โหยหามานานเลย” ไม่พูดเปล่า มือหนาหยิบช้อนเตรียมจะตักต้มยำกุ้งน้ำข้นที่เธอโปรดปรานมาจ่อที่ปากบาง แต่รินลดากลับรีบเบี่ยงหน้าหลบด้วยความขัดเขิน “ไม่เป็นไรค่ะ ปล่อยลดาลงนั่งที่เก้าอี้นะคะ ลดาทาน
คำพูดนั้นทำให้รินลดาชะงักไปชั่วครู่ มือบางที่เคยกุมมือวิกเตอร์อยู่เริ่มสั่นน้อยๆ เพราะความจริงเธอก็เคยพูดแบบนั้นออกไปในวันที่มืดแปดด้านและต้องการหนีจากความเจ็บปวด “ลดาขอโทษค่ะ...ที่ผิดสัญญา” วิกเตอร์ขยับกายเข้าไปบดบังร่างของรินลดาไว้จนมิด ไม่มีใครหน้าไหนจะข้ามไปทำร้ายคนข้างหลังได้ เขากดสายตามองนีน่าพลางเค้นยิ้มเย็นเยียบ จนคนมองขนลุก “สัญญาอย่างนั้นเหรอ?... ต่อให้ลดาจะเคยสัญญาว่าจะไปจากกู... กูนี่แหละที่จะเป็นคนฉีกสัญญานั้นทิ้งเองกับมือ!” “วิกเตอร์คะ! แต่มัน...” “ไม่มีแต่! มึงไม่มีสิทธิ์มาสั่งเมียกู และไม่มีสิทธิ์มาทวงสัญญาบ้าบออะไรทั้งนั้น เพราะในวันที่เธออยากจะไปจากกูจนใจจะขาด... เป็นกูเองที่อ้อนวอนขอให้เธออยู่! เป็นกูคนนี้ที่แทบคลั่งตายตอนเห็นเธอกำลังจะจากไป!” “วิกเตอร์! คุณมันบ้าไปแล้ว!” นีน่าแผดเสียงหลง แววตาเต็มไปด้วยความริษยา “ผู้หญิงคนนี้มันทำให้คนรักของคุณต้องตายนะ! คุณลืมไปแล้วเหรอว่าพิมพ์นาราตายเพราะใคร!” “ไม่ใช่! ลดาไม่ได้ทำ!” วิกเตอร์สวนกลับทันควัน แววตาแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม “และผู้หญิงที่ตายไปคนนั้นน่ะ... คือคนทรยศต่างหาก!” “หมายความว่ายังไงคะ... ทรยศเหรอ?” คำพู
“อื้อออ!!”รินลดาพยายามเบือนหน้าหนี สัมผัสจากริมฝีปากของวิกเตอร์ไม่ได้มีความอ่อนโยนเหมือนวันวาน แต่มันเต็มไปด้วยความรุนแรงและกลิ่นอายของความโกรธแค้นที่เธอไม่เคยเข้าใจ มือเล็กรวบแรงที่มีทั้งหมดดันแผงอกกว้างไว้ แต่มันก็ไร้ผล เขาไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย“ปล่อย... ปล่อยลดาเถอะค่ะคุณวิกเตอร์ คุณกำลังเมา...”
"ฮึก... ถ้าการทำแบบนี้... มันจะทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้น... ลดาก็จะยอมค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ยอมจำนนปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบทรักที่แสนรุนแรงของเขา ขณะที่นัยน์ตาคู่สวยซึ่งรื้นไปด้วยน้ำใสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขาอย่างไม่ลดละ เป็นการจ้องมองที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อและยอมจำนนในคราวเดียวกัน ว
ตลั่บบ!! ตลั่บบ!! ตลั่บบ!!“อื้อๆ อ๊ะๆ...จะ..จุก…” เสียงครางพร่าแผ่วหลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก ร่างบางสะท้านเฮือกราวกับถูกคลื่นลูกใหญ่ซัดสาดจนแทบจะยืนหยัดอยู่บนพื้นห้องน้ำที่เปียกชื่นไม่ไหว มือเรียวรีบตะเกียกตะกายขึ้นคว้าไหล่หนาเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียว ทุกจังหวะที่เขาตอกอัดเ
เขาขยับสูทให้เข้าที่ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้รินลดายืนคว้างอยู่กลางห้องอาหาร รอยยิ้มที่เธอเพียรพยายามรักษาไว้ค่อยๆ เลือนหายไป เปลี่ยนเป็นหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนโต๊ะอาหาร







