ภายในหัวของเธอตอนนี้...ได้ปรากฏภาพสามมิติที่ชัดเจนและน่าทึ่งยิ่งกว่าที่เคยเห็นมาทั้งหมด มันคือโครงร่างภายในร่างกายช่วงลำตัวของเกาเจี้ยนกั๋วที่กำลังนอนอยู่บนเตียงผ่าตัด
ภาพนั้นสมจริงราวกับเธอยืนอยู่ในห้องผ่าตัดด้วยตัวเอง เธอมองเห็นอวัยวะทุกส่วน...ไม่ว่าจะเป็นหัวใจที่กำลังเต้นอย่างอ่อนแรงของเขา...ปอดที่กำลังขยับขึ้นลง...และที่สำคัญคือเส้นเลือดแดงใหญ่ (Aorta) ที่เป็นสีแดงสดกับเส้นเลือดดำหลัก (Vena Cava) ที่เป็นสีน้ำเงินเข้มซึ่งกำลังถูกคุกคามโดยวัตถุแปลกปลอมสีโลหะชิ้นหนึ่ง
สหายคุณเห็นชัดไหมครับ เสียงของเทพซูผู้กลับมาพร้อมความมั่นใจดังขึ้น ทีมแพทย์กำลังพยายามเข้าถึงกระสุนจากทางด้านหน้า แต่ถูกตับและลำไส้บดบังทำให้มุมมองถูกจำกัดและมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เส้นเลือดฉีกขาดได้ทุกเมื่อ
ภาพสามมิติในหัวของหานซูอวี้ค่อย ๆ หมุนไปรอบ
เช้าของวันต่อมา หลังจากสองเพื่อนรักได้กุญแจตึกแถวมาอยู่ในมือ หลิวซินและเฉินลี่ฮวาก็ไม่รอช้าพวกเธอมาที่ร้านใหม่ตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเริ่มต้นภารกิจการแปลงโฉมตึกไม้เก่าให้กลายเป็นห้องเสื้อซูซินในฝันทันที โดยมีลู่เหยาที่ว่างเว้นจากการเข้าเวรที่โรงพยาบาลก็ได้ตามมาสมทบด้วยอีกแรง ภาพของสามสตรีเหล็กต่างวัยที่เคยแต่ทำงานตามหน้าที่ของตนบัดนี้ได้มาจับไม้กวาดและผ้าขี้ริ้ว ช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดร้านใหม่ของพวกเธออย่างขยันขันแข็ง เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังขึ้นเป็นระยะทำให้บรรยากาศที่เคยเงียบเหงาของตึกเก่าดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา ในช่วงบ่ายแก่ ๆ ภายในวันเดียวกันหลังจากลูก ๆ ของพวกเธอเลิกเรียนและเสร็จสิ้นจากการติวหนังสือแล้ว กลุ่มของหานซูอวี้ก็ได้ตามมาสมทบที่ร้านแห่งนี้ด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน "แม่ครับ พวกเรามาช่วยแล้ว" หวงจิงประกาศเสี
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ชุดสวยล็อตแรกจากห้องเสื้อซูซิน ได้ถูกตัดเย็บจนเสร็จสมบูรณ์ วันที่เหล่าลูกค้ามารับชุดและลองสวมใส่บรรยากาศภายในห้องพักจึงได้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้งรวมถึงคำชื่นชมไม่ขาดปากอีกด้วย ทุกคนต่างตกตะลึงในความงดงามและความประณีตของฝีมือการตัดเย็บที่เข้ากับรูปร่างของแต่ละคนได้อย่างพอดิบพอดี และที่สำคัญคือแบบที่ดูทันสมัยไม่เหมือนใคร เมื่อทุกคนจ่ายเงินค่าตัดเย็บส่วนที่เหลือครบถ้วน...คืนนั้นหลิวซินก็นำเงินทั้งหมดที่เพิ่งได้รับมาวางลงบนโต๊ะแล้วค่อย ๆ นับอย่างเบามือ มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อนับจนครบ "สองร้อยแปดสิบหยวน..." เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เงินจำนวนนี้...จากการทำงานไม่ถึงสองสัปดาห์...มันมากกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของเธอที่โรงพยาบ
หลังจากอาหารมื้อค่ำที่อิ่มเอมมื้อนั้นผ่านพ้นไป วันสอบปลายภาคของเหล่าบรรดาเด็ก ๆ ก็กำลังใกล้เข้ามา จนกระทั่งในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการสอบปลายภาคเรียนจะมาถึง ทีมพี่ใหญ่ก็ได้นำหลักสูตรการช่วยชีวิตบทเรียนที่สองออกสู่สายตาเพื่อนนักเรียนทั้งชั้นปี ครั้งนี้เป็นเรื่องของ การช่วยเหลือผู้ที่มีอาหารติดคอ ซึ่งเป็นหัวข้อที่หานซูอวี้นำเสนอด้วยตัวเองภายในหอประชุมของโรงเรียน "สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคน" หานซูอวี้เริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งแต่เปี่ยมด้วยพลังเหมือนเช่นเคย "หลายสัปดาห์ก่อนพวกเราได้เรียนรู้วิธีช่วยคนหัวใจหยุดเต้นกันไปแล้ว มาวันนี้พวกเราจะมาเรียนวิธีช่วยคน มีอาหารหรือสิ่งของติดคอกันบ้างนะคะ" เธอหยุดเล็กน้อยเพื่อให้ทุกคนตั้งใจฟัง "ฉันจะยกตัวอย่างจากเรื่องน้องชายของตัวเองนะคะ ที่เขาเคยลูกอมติดคอ ซึ่งเรื่องนี้หลายค
"แผนอะไรหรือจ๊ะ/แผนอะไรหรือลูก" เพื่อนรักสองคนถามออกมาพร้อมกัน "ในช่วงแรกนี้หนูคิดว่าควรให้ห้องเสื้อซูซินของเราเป็นห้องเสื้อที่ให้บริการแบบครบวงจรค่ะ" หานซูอวี้เริ่มอธิบายแผนการของตนออกมา "โดยให้แม่ของหนูเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการตัดเย็บทั้งหมด ส่วนแม่บุญธรรมก็จะรับหน้าที่เป็นสไตลิสต์ประจำร้านค่ะ" "สไตลิสต์?" สองผู้ใหญ่ทวนคำอย่างไม่เข้าใจ "ใช่ค่ะ! คือแบบนี้นะคะ แม่บุญธรรมจะช่วยลูกค้าเลือกแบบเสื้อผ้าที่เข้ากับตัวเอง ช่วยแนะนำเรื่องการแต่งหน้า และการทำผมทรงง่าย ๆ ที่เข้ากับชุด...ส่วนเรื่องแบบทรงผมใหม่ ๆ หรือเทคนิคการแต่งหน้าที่ทันสมัย...หนูจะคอยเป็นผู้ช่วยแนะนำอยู่เบื้องหลังให้เองค่ะ" จบคำพูดของเด็กหญิง ดวงตาของสองเพื่อนรักต่างก็เปล่งประกายออกมาพร้
เมื่อพวกเขาเดินทางกลับมาถึงบ้านพัก สองเด็กหนุ่มก็แยกตัวออกไปเหลือเพียงสองพี่น้องกับถังเยว่ฉีที่ไปยังห้องของครอบครัวเกา และที่นั่นพวกเธอก็ได้พบกับเฉินลี่ฮวาที่พาลูกสาวคนเล็กมาด้วย และก็ลู่เหยาที่วันนี้ไม่ได้อยู่เวร กำลังนั่งรออยู่พร้อมกับหลินซูเฟินแม่ของถังเยว่ฉี และภรรยานายทหารอีกสองสามคน จึงทำให้บรรยากาศที่บ้านดูคึกคักเป็นพิเศษ "นักออกแบบของเรามาแล้ว" เฉินลี่ฮวาส่งเสียงออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นสองพี่น้องและถังเยว่ฉีเดินเข้ามาในบ้าน "สวัสดีทุกคนค่ะ หนูขอโทษที่ปล่อยให้รอนานนะคะ" หานซูอวี้โค้งศีรษะลง โดยที่น้องชายและเพื่อนของเธอต่างก็ทำตามอย่างพร้อมเพรียง "ไม่เป็นไรเลยจ้ะหนูซูอวี้" คุณนายถังแม่ของถังเยว่ฉีกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มใจดี&n
หลังจากค่ำคืนนั้น เช้าวันต่อมาหานซูอวี้ก็ยังคงยิ้มแย้มและทักทายทุกคนในบ้านอย่างเป็นปกติ อีกทั้งเธอยังคงเรียกเกาเจี้ยนกั๋วว่าลุงเหมือนเดิม ซึ่งทำให้น้องชายตัวน้อยรู้สึกสงสัยว่าทำไมพี่สาวถึงไม่เรียกพ่อว่าพ่อ และในขณะที่เจ้าตัวกำลังจะเอ่ยปากถามคล้ายกับว่าคนเป็นพ่อจะรู้ เกาเจี้ยนกั๋วจึงได้ส่ายหน้าออกมาเล็กน้อย ซึ่งเกาเสี่ยวเฟยตัวน้อยก็ดูเหมือนว่าจะเข้าใจพ่อของตนเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดอะไรออกมา และแล้ววันสุดสัปดาห์ที่หลายคนรอคอยก็มาถึง วันนี้คือวันจัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของร้อยเอกเกาเจี้ยนกั๋วและสหายหลิวซิน บรรยากาศในบ้านพักหลังใหม่ของครอบครัวเกาคึกคักมาตั้งแต่เช้า แต่ที่วุ่นวายที่สุดคงจะเป็นในห้องนอนของหลิวซิน ที่ตอนนี้หานซูอวี้กำลังทำ