تسجيل الدخولชีวีรีบเงยหน้าขึ้นมองบนเวที ถึงได้สบตากับผู้เข้าประกวดหมายเลขไหนไม่รู้ สายตากดต่ำมองป้ายชื่อ ‘มะปราง’
เจ้าของชื่อขมวดคิ้ว เธอพยายามดึงกุหลาบออกจากมือเขา แต่เหมือนคนยื่นมาจะจับไว้แน่น ทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่ง
มะปรางมองหน้าชายหนุ่ม ทั้งตาทั้งปากของเขาไม่มีอะไรยิ้มเลยสักอย่าง หน้าบอกบุญไม่รับเอามาก ๆ เธอถึงยิ้มแข็ง ๆ กลับไปให้พร้อมพูดผ่านไรฟัน
“ขอบคุณนะคะสำหรับดอกกุหลาบ ไม่ปล่อยเหรอคะ” คนฟังจากหน้านิ่ง ๆ คิ้วหนาตัดเฉียงดันกระตุกหนึ่งที
“ฝากให้ไอ้ธารด้วย คนนั้นเบอร์หนึ่ง”
พูดพร้อมปล่อยมือจากกุหลาบดอกนั้นแล้วเดินหันหลังออกจากหน้าเวทีไป ไม่ได้สนใจรอยยิ้มแข็งค้างของสาวเจ้าบนเวทีสักนิด
มะปรางได้สติรีบลุกขึ้นเดินเอากุหลาบดอกนั้นไปให้คนที่เขาบอก เธอพอรู้จักธารอยู่บ้างเพราะได้มาซ้อมเดินบนเวทีด้วยกัน ธารจากสาขาวิศวะไฟฟ้า เขาหล่อมาก สาว ๆ ชอบเยอะ รวมถึงเธอก็ด้วย ใครไม่ชอบคนหล่อกัน
“เพื่อนธารฝากมาน่ะ” ธารยังทำหน้างง ๆ แต่ก็ยื่นมารับไว้
“ขอบคุณ”
ตอนที่มะปรางยื่นดอกกุหลาบให้ธาร คนพากันส่งเสียงดังแซวลั่นห้องโถง เพราะภาพตรงหน้าคือสาวสวยหนุ่มหล่อบนเวทียื่นดอกกุหลาบให้กัน
ชีวีเดินกลับมานั่งที่ประจำของตัวเอง ยอดตองเองก็นั่งลงข้างเพื่อนพร้อมโน้มตัวยกแขนกอดคอเขาไว้
“ยิ้มไร ใครทำเสือยิ้มยากอย่างมึงยิ้มได้” ได้ยินเพื่อนถามแบบนั้น คนยิ้มยากหุบปากทันที เขาเหรอที่ยิ้ม
“ใครยิ้ม ไม่มี”
“เหรอ ไม่ใช่เพราะสาวมะปรางดาวมหา’ลัยปีเราใช่ไหม” ชีวีมัวคิดอะไรอยู่จนลืมฟังผลการประกวด
สรุปมะปรางคนนั้นที่ได้ตำแหน่งทูตความดีดาวมหาวิทยาลัยไป มากกว่านั้นคือไอ้ธารเพื่อนพวกเขาได้เป็นเดือนมหาวิทยาลัยคู่กัน ทุกคนเฮดีใจดังลั่นห้องจัดกิจกรรม
“กูไม่รู้จักเขา”
“ตอนนี้คนเขารู้จักเธอทั้งมหา’ลัยแล้ว มึงยังไม่รู้จักอีกเหรอ”
“อืม... ไม่รู้จักแล้วก็ไม่อยากรู้จัก”
ยอดตองตบไหล่เพื่อนไม่เบานักสองสามที ก่อนจะหันไปมองบนเวทีที่มีการมอบรางวัล ทั้งแสดงความยินดีกับดาวและเดือนคนใหม่ของมหาวิทยาลัย
ชีวีบอกเพื่อนไปแบบนั้นเพราะพูดตามที่คิด ‘ไม่รู้จักแล้วก็ไม่อยากรู้จัก’ มันไม่มีเหตุผลอะไรที่เขากับเธอต้องมาทำความรู้จักกัน เรียนคนละคณะแถมยังไม่ใช่เพื่อน ถึงไม่ได้สนใจอะไรมาก ยอมรับว่าเธอสวย แล้วยังไง คนสวยมีเยอะ เขาไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ
ยอดตองมองเพื่อนเงียบ ๆ ที่มันโดนเขาตกไม่รู้ตัว เพื่อนในกลุ่มมองเห็นตั้งแต่ชีวียื่นดอกกุหลาบขึ้นไปบนเวที แต่ตามันกลับไม่ได้มองตามพอเงยหน้าเห็นเป็นมะปรางไม่ใช่ธาร
คนหน้านิ่งติดเป็นนิสัยแสดงความรู้สึกยากอย่างชีวีกลับขมวดคิ้ว ตอนเดินกลับมามุมปากมันยังยกยิ้มขึ้นอีก คนอื่นคงคิดว่าหน้าปกติแต่เพื่อนในกลุ่มรู้ดี ชีวีกำลังยิ้มทั้งตาทั้งปากเพียงเพราะเห็นหน้าเขาไม่กี่เสี้ยววินาที
@ปีสี่
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ตื่น” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยบอกผ่านหน้าประตูห้อง ด้านในยังเงียบเหมือนคนรับสารไม่รับฟัง
ประตูถูกเปิดจากคนด้านนอก เพราะรู้ดีว่ายังไงก็ไม่ได้ล็อกคงเพราะกลัวนอนไหลตายไม่มีคนเจอ
“วีตื่น”
คนปลุกยืนกอดอกที่ปลายเตียง ส่งเสียงเข้มติดดุเรียกคนหลับให้ตื่นลุกขึ้นอาบน้ำ ส่วนเขาแต่งตัวเซตผมเป็นทรงอย่างดีเรียบร้อยทุกอย่างรวมไปถึงมื้อเช้า วันนี้มีนัดกับเพื่อนแต่มันยังนอนก้นโด่งขี้เซาไม่มีใครเกิน
“อือ” คนโดนรบกวนจากการนอนส่งเสียงขานรับผ่านลำคอ ตาปิดสนิทหัวคิ้วขมวดซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มโผล่มาแค่ปลายเส้นผม
“สายไม่รู้ด้วย โดนไอ้พวกนั้นด่าสนุกมาก อยากฟังเหรอ”
ชีวินพูดแค่นั้นแฝดน้องเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันทีแต่ตายังปิดสนิทผมเผ้ายุ่งเหยิง คนยืนมองส่ายหัวให้ไปมา พึ่งตื่นนอนแท้ ๆ แต่มันดันหล่อ ต้องชมว่าหล่อเพราะหน้ามันกลับหน้าเขาคล้ายกัน
“รู้แล้ว”
เสียงทุ้มต่ำติดแหบแห้งจากการพึ่งตื่นนอนพูดออกมาแผ่วเบา เขาไม่อยากฟังเพื่อนบ่นเพื่อนด่า ทักษะปะทะตีฝีปากแต่ละคนผู้หญิงยังอาย ปากคอเราะรายกันจัด ยิ่งกับเพื่อนยิ่งแล้วใหญ่ ใครจะอยากไปฟังพวกมันบ่นกัน
“ไม่รอนะเดี๋ยวไปก่อน”
“อือ”
“อย่าสาย”
“อือ อือ”
คนพึ่งตื่นตอบไปแค่นั้น ตาเขายังปิดอยู่ด้วยซ้ำ ได้ยินเสียงประตูห้องปิดลงพร้อมเสียงล็อกให้เสร็จสรรพ ชอบนักล็อกห้องไม่รู้จะล็อกทำไม มีกันอยู่สองคน ผู้ชายด้วยอีก
ชีวีไม่ได้ลงจากรถด้วยซ้ำทำเพียงมองมาทางนี้ แต่เรียวขาสวยเหมือนอยากหยุดหมุนตัวเดินกลับถอยหลังไปให้พ้นหน้าเขา อยู่ใกล้แล้วเธออึดอัด แต่ธารกลับเดินตรงไปหาเจ้าของรถยืนคุยกันผ่านกระจกที่ลดลง“วีมาพอดี ไปส่งปรางให้หน่อยได้ไหม คอนโดฯ ปรางอยู่ก่อนถึงคอนโดฯ มึงนี่”ธารบอกเพื่อนไปแบบนั้นเพราะคอนโดมิเนียมชีวีกับมะปรางอยู่ฝั่งเดียวกันห่างกันแค่สองช่วงตึก ส่วนเขาเดี๋ยวยอดตองมารับไปเอารถที่คณะธารขับบิกไบก์มาไม่สะดวกให้สาวซ้อน ทั้งไม่อยากพะวงหน้าพะวงหลัง ชีวีก็รู้จักมะปรางถึงท่าทางมันแสดงออกว่าไม่ชอบเขา แค่ไปส่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากคอนโดมิเนียมตัวเอง น่าจะฝืนทนไปด้วยกันได้อยู่มั้ง“ธารไม่เป็นไร เดี๋ยวเรา…” มะปรางได้ยินธารพูดรีบยกมือสองข้างโบกไปมาทำท่าปฏิเสธเร็ว ๆ คนนั่งในรถมองอยู่ได้แต่กลั้นขำ หนีหน้ากันสินะ อะไรที่เธอไม่ชอบเขาจะทำ“ไปสิ”มะปรางพูดไม่ทันจบชีวีกลับพูดขึ้นดักซะก่อน เป็นอะไรของเขา ปกติไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำ ถึงจะมองก็ไม่มีความเป็นมิตรสักนิด บอกตรง ๆ เธอไม่อยากไปกับเขา ในกลุ่มเพื่อนธาร มะปรางคุยด้วยได้หมดทุกคน แต่กับชีวี เธออยากเลี่ยงตัวเขาเองก็ไม่น่าจะอยากคุยกับเธอ สายตาที่มองกันดูก็รู้ว่า
“ตอบให้ก็ได้ เห็นถึงความใส่ใจของเพื่อน” ธารพูดอย่างอารมณ์ดี“ไม่รู้ว่ะ อาจดึกถ้าอยากเจอก็ไปรับกูดิตอนถ่ายงานเสร็จ ไม่เอารถไปไม่มีที่จอด”ยังเป็นธารที่พูดทีเล่นทีจริงทั้งกลั้นยิ้ม ให้ไอ้เพื่อนตัวดีมันตีหน้านิ่งใส่เขา ปากหยัก ๆ ของมันจะจดจมูกอยู่แล้ว“อยากเจอใคร” “อยากเจอกูไง” ธารพูดแค่นั้นก็ตบไหล่ชีวี ก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งลงข้างพิทย์เพื่อดูงานต่อเพื่อนทุกคนได้แต่ส่ายหัวทั้งยิ้มขำ ชีวียักไหล่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ใครมันจะไปอยากเจอ“ดีครับ น้องปรางขยับเข้าไปชิดธารอีกนิดได้ไหม ดีครับ ธารเอียงไปซ้ายนิด ดีโอเค” เสียงพี่ตากล้องบอกทั้งสองคนจบลง ตามด้วยเสียงกดชัตเตอร์ดังระรัวมะปรางกับธารมีถ่ายงานเพื่อติดป้ายยินดีต้อนรับของทางมหาวิทยาลัย เนื่องในโอกาสเปิดปีการศึกษาใหม่ พร้อมกับรุ่นน้องตัวแทนดาวเดือนของแต่ละชั้นปี มะปรางกับธารปีสุดท้ายแล้ว งานเกี่ยวกับดาวเดือนไม่ค่อยเยอะ มีรุ่นน้องคอยแบ่งเบาแต่ยังเป็นหน้าเป็นตาให้กับทางมหาวิทยาลัยเมื่อไหร่ที่ติดป้ายโดยใช้หน้าของธารและมะปรางเพื่อเชิญชวนนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมงานนั้นจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะรุ่นน้องหลาย ๆ คนต่างจับทั้งสองรุ่นพี่สาวสวยหนุ่มหล
ชีวีนั่งนึกคิด เขากับชีวินมีแต่คนบอกทั้งสองคนเป็นแฝดที่เหมือนกันมาก แต่ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวพวกเขาว่าไม่เหมือนกันเลย ต่างกันมากเหมือนลูกคนละแม่คิดอะไรเสร็จถึงได้ลุกขึ้นจากเตียงนอนไปอาบน้ำแต่งตัว ออกมาพร้อมชุดไปเรียนง่าย ๆ กางเกงยีนขายาว เสื้อยืดสีดำทับด้วยช็อปวิศวะสีแดงด้านนอก ลำคอแกร่งมีสร้อยห้อยด้วยเกียร์ตามระเบียบหนุ่มวิศวะทั่วไปที่ไม่เหมือนใครคงเป็นใบหน้าหล่อเหลา คิ้วเข้มตัดเฉียง สายตาคู่คมติดดุ สันกรามแข็งแรงเด่นชัด จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูปสวย และผิวเรียบเนียนจนผู้หญิงหลายคนต้องอิจฉาแต่หน้าอย่างตึง ชีวีไม่ค่อยยิ้มสักเท่าไรนัก แต่เขายิ้มง่ายกว่าคนเป็นพี่เยอะตอนนี้เริ่มปีสี่แล้วปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัย เขาเป็นประธานชมรมทั้งเป็นหัวหน้าชมรมดนตรี บวกกับนักร้องนำวงดนตรีของมหาวิทยาลัยเริ่มคิดจะวางมือปล่อยให้รุ่นน้องได้สานต่อเพราะจะจบแล้วชายหนุ่มเดินออกมานอกห้อง ชีวินไม่อยู่แล้ว คอนโดมิเนียมชุดสุดหรูแม่พวกเขาให้ใช้ร่วมกัน แยกห้องนอนเพื่อความเป็นส่วนตัว กว้างขวางใหญ่โต มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันชีวีไม่ทำกับข้าวซื้อกินง่ายกว่าแต่ชีวินจะทำ เหมือนตอนนี้ที่โต๊ะอาหารมีมื้อเช
ชีวีรีบเงยหน้าขึ้นมองบนเวที ถึงได้สบตากับผู้เข้าประกวดหมายเลขไหนไม่รู้ สายตากดต่ำมองป้ายชื่อ ‘มะปราง’ เจ้าของชื่อขมวดคิ้ว เธอพยายามดึงกุหลาบออกจากมือเขา แต่เหมือนคนยื่นมาจะจับไว้แน่น ทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่งมะปรางมองหน้าชายหนุ่ม ทั้งตาทั้งปากของเขาไม่มีอะไรยิ้มเลยสักอย่าง หน้าบอกบุญไม่รับเอามาก ๆ เธอถึงยิ้มแข็ง ๆ กลับไปให้พร้อมพูดผ่านไรฟัน“ขอบคุณนะคะสำหรับดอกกุหลาบ ไม่ปล่อยเหรอคะ” คนฟังจากหน้านิ่ง ๆ คิ้วหนาตัดเฉียงดันกระตุกหนึ่งที“ฝากให้ไอ้ธารด้วย คนนั้นเบอร์หนึ่ง” พูดพร้อมปล่อยมือจากกุหลาบดอกนั้นแล้วเดินหันหลังออกจากหน้าเวทีไป ไม่ได้สนใจรอยยิ้มแข็งค้างของสาวเจ้าบนเวทีสักนิดมะปรางได้สติรีบลุกขึ้นเดินเอากุหลาบดอกนั้นไปให้คนที่เขาบอก เธอพอรู้จักธารอยู่บ้างเพราะได้มาซ้อมเดินบนเวทีด้วยกัน ธารจากสาขาวิศวะไฟฟ้า เขาหล่อมาก สาว ๆ ชอบเยอะ รวมถึงเธอก็ด้วย ใครไม่ชอบคนหล่อกัน“เพื่อนธารฝากมาน่ะ” ธารยังทำหน้างง ๆ แต่ก็ยื่นมารับไว้“ขอบคุณ”ตอนที่มะปรางยื่นดอกกุหลาบให้ธาร คนพากันส่งเสียงดังแซวลั่นห้องโถง เพราะภาพตรงหน้าคือสาวสวยหนุ่มหล่อบนเวทียื่นดอกกุหลาบให้กันชีวีเดินกลับมานั่งที่ประจำของตั
@ปีหนึ่งเสียงเพลงเสียงผู้คนพูดคุยกันดังไปทั่วบริเวณห้องโถงใหญ่ชั้นบนสุดตึกสูงของมหาวิทยาลัย นักศึกษาทั้งชายหญิงต่างเข้าร่วมกิจกรรมการประกวดทูตความดีหรือประกวดดาวเดือนส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาปีหนึ่งน้องใหม่ที่เข้าร่วม หน้างานมีโต๊ะยาวสำหรับให้ลงทะเบียนเพื่อเก็บคะแนนกิจกรรม รวมทั้งเลือกซื้อดอกกุหลาบสีแดงสด สำหรับนำไปมอบให้ผู้เข้าประกวดที่ชื่นชอบและอยากลงคะแนนให้“วีเดินเร็ว ๆ เดี๋ยวไม่ทัน”ชีวิน แฝดพี่เคี่ยวเข็ญแฝดน้องที่มันออกทีหลังเขาเพียงห้านาทีให้เดินตามมาเร็ว ๆ ทั้งหันกลับไปมองชีวีที่ทำหน้ายุ่งยาก ปกติหน้ามันก็ดูไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งดูไม่ได้เข้าไปใหญ่ ยิ้มยากทั้งคู่แต่ยิ้มทีคนมองต้องมีชะงักค้างไปบ้าง“ไม่อยากมาก็บอกอยู่”“ไม่อยากมากับไม่ผ่านกิจกรรมเอาอันไหน อย่าเรื่องเยอะ ไอ้ธารเพื่อนรักมึงอยู่บนเวทีโน่น” “เพื่อนรักมึงดิ ใครใช้ให้มันลงประกวด”“มันอยากลงที่ไหน รุ่นพี่มัดมือมัดเท้ามันลงทั้งนั้น” เสียงคนมาใหม่พูดขึ้นตามหลังเป็นพิทย์ที่เดินตามหลังสองแฝดมา“ทำไมมาสาย”“มันไปรับกูครับ” จู่ ๆ ไอ้เฮียบาร์ก็โผล่มาพร้อมยกมือพาดไหล่กอดคอชีวีไว้“แล้วไอ้ตอง ?” ชีวินถามหาเพื่อนอีกคนในกลุ่มพวกเรา ธ







