LOGINชีวีไม่ได้ลงจากรถด้วยซ้ำทำเพียงมองมาทางนี้ แต่เรียวขาสวยเหมือนอยากหยุดหมุนตัวเดินกลับถอยหลังไปให้พ้นหน้าเขา อยู่ใกล้แล้วเธออึดอัด แต่ธารกลับเดินตรงไปหาเจ้าของรถยืนคุยกันผ่านกระจกที่ลดลง
“วีมาพอดี ไปส่งปรางให้หน่อยได้ไหม คอนโดฯ ปรางอยู่ก่อนถึงคอนโดฯ มึงนี่”
ธารบอกเพื่อนไปแบบนั้นเพราะคอนโดมิเนียมชีวีกับมะปรางอยู่ฝั่งเดียวกันห่างกันแค่สองช่วงตึก ส่วนเขาเดี๋ยวยอดตองมารับไปเอารถที่คณะ
ธารขับบิกไบก์มาไม่สะดวกให้สาวซ้อน ทั้งไม่อยากพะวงหน้าพะวงหลัง ชีวีก็รู้จักมะปรางถึงท่าทางมันแสดงออกว่าไม่ชอบเขา แค่ไปส่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากคอนโดมิเนียมตัวเอง น่าจะฝืนทนไปด้วยกันได้อยู่มั้ง
“ธารไม่เป็นไร เดี๋ยวเรา…”
มะปรางได้ยินธารพูดรีบยกมือสองข้างโบกไปมาทำท่าปฏิเสธเร็ว ๆ คนนั่งในรถมองอยู่ได้แต่กลั้นขำ หนีหน้ากันสินะ อะไรที่เธอไม่ชอบเขาจะทำ
“ไปสิ”
มะปรางพูดไม่ทันจบชีวีกลับพูดขึ้นดักซะก่อน เป็นอะไรของเขา ปกติไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำ ถึงจะมองก็ไม่มีความเป็นมิตรสักนิด บอกตรง ๆ เธอไม่อยากไปกับเขา ในกลุ่มเพื่อนธาร มะปรางคุยด้วยได้หมดทุกคน แต่กับชีวี เธออยากเลี่ยง
ตัวเขาเองก็ไม่น่าจะอยากคุยกับเธอ สายตาที่มองกันดูก็รู้ว่าด่าเธอในใจที่เอาแต่ตามตื๊อเพื่อนเขาอย่างธาร แล้วยังไง เธอตื๊อเพื่อนเขา ไม่ได้ตื๊อเขาสักหน่อย
“ไม่เป็นไร เรา...”
“ปรางไปเถอะ ดึกมากแล้วอันตราย”
พอธารพูดแบบนั้นมะปรางก็ไม่อยากขัด เดี๋ยวมีคนหาว่าเรื่องมาก แต่ไปกับเพื่อนเขาที่ดูไม่ชอบเธอเอามาก ๆ จะไม่อันตรายกับเธอแน่เหรอ
“ก็ได้” หญิงสาวถึงได้ตอบรับไปง่าย ๆ เพราะไม่อยากให้ธารมองว่าเธอเรื่องเยอะ
“แล้วมึงกลับไง”
ชีวีหันไปถามเพื่อนหลังจากเขาทิ้งสายตาไว้ที่ใบหน้าผู้หญิงคนเดียวในวงสนทนาตั้งแต่ลดกระจกลงมองคนทั้งคู่
“เดี๋ยวยอดตองมา”
“อือ”
ทั้งสองหนุ่มกลุ่มเพื่อนกันพูดคุยอีกสองสามประโยค ทั้งชีวีและธารพยักพเยิดหน้าเป็นเชิงบอกให้มะปรางขึ้นรถ
“งั้นเราไปนะ”
หญิงสาวหันหาธารพร้อมยิ้มหวานให้ไปหนึ่งที คนมองจากในรถอยากจะกลอกตาใส่ ทีกับเขา เธอทำเหมือนเห็นผี ธารทำเพียงพยักหน้าให้ มะปรางถึงได้เดินไปเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งเรียบร้อย แต่เป็นด้านหลังคนขับ
“ไม่ใช่คนขับรถป้ะ”
ทำไมช่วงนี้เขาดูพูดมากปกติไม่เห็นจะพูด มะปรางได้แต่ถอนหายใจออกมา เปิดประตูลงรถยิ้มแห้ง ๆ ให้ธารที่ยืนมองอยู่ แล้วเดินไปขึ้นอีกฝั่งข้างคนขับ
“เจอกัน”
ธารบอกทั้งเพื่อนตัวเองทั้งมะปราง ไม่รู้จะถึงคอนโดมิเนียมไหม ได้แต่ภาวนาให้ถึง
เพื่อนกลุ่มเขาพอดูออกว่าชีวีคิดยังไง แต่กับมะปรางดูไม่ออก เธอมุ่งเป้ามาที่ธาร ซึ่งชายหนุ่มตีตัวออกหากหลายรอบ มีเส้นขีดกลั้นสถานะชัดเจนว่าแค่เพื่อน แต่บางเวลาแค่ขยับตัวหรือบังเอิญเจอกันในห้างสรรพสินค้า คนก็เอาไปพูดแล้วว่าเธอกับธารไปด้วยกัน
มะปรางเคยบอกไม่สนใจแค่ข่าวลือ เธอบอกเขาไม่ต้องคิดมาก ธารถึงได้ปล่อยเลยตามเลย แต่ปีนี้มันไม่เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา เขามีคนที่สนใจและแคร์มากเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยนี้ การทำตัวดี ๆ จะมีผลในอนาคต เขาต้องเคลียร์ตัวเองโดยเตะไอ้ชีวีเพื่อนรักให้มันเดินหน้าสักทีไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่ แถมสิ่งที่ทำกับเขาเหมือนจะถอยหลังไปไกล
คนอะไรเห็นสาวแล้วหน้าบึ้งใส่ เจอเขาทีปล่อยหมาในปากออกมาวิ่งกันให้ว่อน ทุกคนในกลุ่มไม่ได้ยุ่งมากไม่เคยเอ่ยถึง แล้วแต่เพื่อนจะจัดการเอง ธารเองก็ไม่รู้ว่าทั้งคู่จะไปในทิศทางไหน คงต้องแล้วแต่เวรแต่กรรม
พอแยกจากธารทั้งชีวีทั้งมะปรางต่างคนต่างเงียบ ไม่มีใครเอ่ยปากถามกัน ชีวี เขาไม่ชอบพูดกับใครก่อน มะปราง เธอไม่อยากคุยกับเขาอยู่แล้ว ภายในรถเงียบยิ่งกว่าป่าช้ายังอาย จนคนขับทนไม่ไหวเอ่ยปากพูดออกไป
“อยู่ไหนล่ะที่จะให้ไปส่ง ไม่บอกที่อยู่ห้องตัวเอง อยากไปห้องเรารึไง”
ชีวีพังทลายความเงียบทั้งสองคนลง เหลือแต่ความมึนงงของคนนั่งข้าง ๆ ‘พูดมาซะยาว แค่จะถามที่อยู่ทำไมต้องวีนต้องเหวี่ยง’ หญิงสาวคิดเสร็จรีบตอบเขาไป
“ธารบอกเธอ...”
“วี ชีวี เราชื่อชีวี เรียกอะไรก็เรียก”
เขาเป็นผู้ชายทั้งแท่งมาดแมนขนาดนี้ เธอยังจะมาเรียกเขาว่าเธออย่างนั้นเธออย่างนี้ มันไม่ดูแปลกไปหน่อยเหรอ
“ธารบอกว่าชี...”
“ไม่เคยมีใครเรียกเราว่าชี” มะปรางถูกขัดขึ้นอีกรอบ คิ้วสวยขมวดเข้าหากันนิดอะไรของเขานักนะ
“แล้วอยากให้เรียกอะไร”
“เรียกอะไรก็เรียก”
“เรียกไปแล้วไม่เห็นจะพอใจ”
“เรียกชื่อไม่ถนัดเรียกที่รักก็ได้ไม่ติด”
ตอนพิเศษ 6“อ๊ะ อา... วี... วีคะ”“ปราง ปรางครับ อา”สองเสียงดังขานครางพร้อมกัน ชีวีเม้มปากแน่น สะโพกแข็งแรงเกร็งกระตุก หน้าท้องขึ้นลอนมัดกล้ามเด่นชัด เขาปล่อยน้ำรักทุกหยาดหยดในตัวเธอจนมันเอ่อล้นไหลเยิ้มระหว่างซอกขาสวยมะปรางเหมือนจะล้มทั้งยืน ขาอ่อนไปหมด ความเสียวยังไม่จางหายตัวเธอยังกระตุกเกร็งแต่ไม่ถี่ชีวีถอนตัวออกมะปรางยังกระตุกอีก ส่วนของเขามันร้อนผ่าวจากการเสียดสีทั้งเร็วและแรง พอเห็นเธอเหมือนจะล้มถึงได้ช้อนอุ้มขึ้นมา“เดี๋ยวอาบน้ำให้ครับเมีย จุ๊บ !”พูดพร้อมจูบปากเล็กหนึ่งที ชีวีอาบน้ำทำความสะอาดพร้อมสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ อุ้มพาไปนอนที่เตียง หันมาเก็บเสื้อผ้าที่เขาถอดทิ้งใส่ตะกร้าเดินไปหาคนนอนนิ่ง“ปรางนอนพัก เดี๋ยวเขาไปดูลูกอาบน้ำทานข้าวเสร็จจะพาสามแทนมาหาครับ ฟอด~”ชีวีบอกเมียรักเร็ว ๆ มือลูบกลุ่มผมนุ่มแผ่วเบาก้มหน้าหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่ มะปรางหมดแรงจนต้องให้นอนพักสักหน่อย หญิงสาวได้แต่ปรือตามองสามี เธอขอนอนสักชั่วโมงน่าจะดีขึ้น ถึงได้พยักหน้ารับให้เขาง่าย ๆชีวีทำได้เรื่องดูแลลูก ๆ อาบน้ำป้อนข้าวทั้งสามแทนได้สบาย เพราะทำบ่อย ให้แค่พี่เลี้ยงเตรียมของไว้ให้ก็จบชายหนุ่มออกจาก
ตอนพิเศษ 5ก่อนจะเลื่อนมือถอยลงมาถึงกางเกงที่เธอสวม ถอดเข็มขัดออกพร้อมปลดหัวกางเกง ก้านนิ้วเรียวยาวสอดลอดผ่านแพนตีตัวบาง กรีดลงกุหลาบงามที่มีน้ำหวานฉ่ำเยิ้ม“อ๊ะ วี อื้อ !” พอมะปรางรับรู้ถึงท้องนิ้วที่สัมผัสบดขยี้ความเป็นเธอ เสียงครางหวานร้องออกมาทันที ชีวีปล่อยปากจากดูดยอดถัน เงยหน้าดูดปากเล็กต่อ มะปรางหวานไปหมดทั้งตัว เขาอยากค่อย ๆ ชิมมากกว่านี้แต่ต้องทำเวลาชีวีบดนิ้วเข้ากับจุดอ่อนไหวให้เธอเสร็จด้วยมือเขารอบหนึ่ง มือเล็กจับไหล่สามีไว้เพื่อพยุงตัว อีกมือค้ำตัวเองไว้กับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าชีวีเร่งจังหวะนิ้วใส่มะปรางแทบกลั้นเสียงร้องไม่อยู่กลัวลูกได้ยิน ถึงแม้ห้องจะเก็บเสียงแต่เธอยังกระดากอาย ส่วนคนปรนเปรอเหมือนจะชอบใจ ยิ่งเธอกลั้นเสียงเขายิ่งแกล้งกัน เร่งมือบดบี้ขยี้ใส่จนเธอต้องส่ายหัว ความเสียวจากจุดนั้นวิ่งผ่านมาถึงมวลหน้าท้อง ความวาบหวามเล่นงานเธอจนต้องร้องครางออกมาอยากอดกลั้นไม่ได้“อ๊า วี ปรางเสร็จแล้วหยุดมือก่อน อื้อ วี วีคะ” ทั้งที่ตัวเธอกระตุกดิ้นเร่า ๆ เขายังไม่หยุดมือบดบี้ขยี้ตรงนั้น มะปรางเกร็งตัวกระตุกจนเหนื่อยเขาถึงได้หยุดน้ำหวานไหลทะลักเต็มมือหนา ชีวีมองภาพตรงหน้าด้
ตอนพิเศษ 4ส่วนเฮียยบาร์นั่นก็ชื่อเขาอยู่แล้วใคร ๆ ก็เรียก เด็ก ๆ เลยเรียกตามเพราะได้ยินคนเรียกบ่อยชีวิน เรียกลุงวินปกติ เพราะชีวินเป็นพี่ชายพ่อวีของพวกเขา ถึงออกก่อนเพียงห้านาทีเป็นพี่เป็นลุงไปส่วนอาธารของเด็ก ๆ ก็เพราะเรียกอาเตยคนสวยอยู่บ่อยครั้ง เห็นธารอยู่กับยอดเตยตลอดเด็กก็เรียกเหมือนกันไปเลย อาธาร อาเตยส่วนพิทย์ เด็ก ๆ เรียกลุงพิทย์เหมือนกันกับกรณียอดเตยและธาร เพราะเรียกป้าดีที่อยู่กับลุงพิทย์บ่อย ๆ เลยติดเรียกแบบนั้นเด็ก ๆ พากันนั่งเล่นกันอยู่โซฟา ชีวีก็นั่งพูดคุยกับเพื่อนทั้งเรื่องงานและเรื่องอื่น“แม่ปราง ! / แม่ปราง ! / แม่ปราง !” จู่ ๆ เด็ก ๆ กลับร้องเสียงดังลั่นห้องเหมือนดีใจอะไรสักอย่าง ไอ้เจ้าตัวเล็กลูกยอดตองสะดุ้งโหยงดีไม่ร้องไห้ พ่อสามแทนมองตามเขากลับฉีกยิ้มออกมา เพื่อนที่นั่งคุยกันอยู่ดูท่าไม่ได้ดีใจแค่ลูกหรอกที่มะปรางมาหญิงสาวทักทายทุกคนหันไปยิ้มให้สามีนิด ก่อนจะเดินไปหาเด็ก ๆ นั่งลงที่โซฟาอุ้มเด็กตัวอ้วนลูกยอดตองมานั่งตัก ทั้งถามพ่อเด็กว่าน้องกินนมเก่งไหม ทั้งสามแทนก็วุ่นวายวิ่งวนอยู่รอบตัวแม่เขาอยู่นั่น บางทีนึกคิดได้ก็ปีนโซฟาหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่มะปรางใบหน้าติด
ตอนพิเศษ 3“ว้ายวี ! อุ้มทำไมเนี่ย” คนรับปากกันย่อตัวอุ้มเธอขึ้นทันที“อุ้มไปนอนอย่าเดินเลย เดี๋ยวเด็ก ๆ ดื้อ” พูดพร้อมเดินไปที่เตียงวางเมียรักลงแผ่วเบา“ไม่มีใครดื้อเลยตอนนี้ นอกจากพ่อของพวกเขา” ชีวีได้ยินแบบนั้นนั่งลงข้างมะปรางพร้อมกับจับมือสองข้างเธอกุมไว้ ก่อนจะพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น“พ่อเหรอ ปรางให้วีเป็นพ่อเหรอ”“วีตั้งสติค่ะ วีทำเองเปล่าล่ะ ?”“ทำเองสิ ตั้งใจมากด้วย จังหวะไหนซอยเท่าไรนับไว้หมดให้เล่าไหม”“คนบ้านี่ หยุดพูดสิ”“ก่อนนอนขอหอมลูกกับแม่หน่อยสิ” ชีวียื่นหน้ากดจมูกลงริมฝีปาก แกล้งจุ๊บแก้ม ก้มลงต่ำจุ๊บหน้าอกอวบอิ่มลงไปถึงหน้าท้อง ถ้าไม่ห้ามคงลงไปต่ำกว่านี้แน่ “วี อย่าแกล้ง จั๊กจี้” มะปรางใช้สองมือจับกรอบหน้าสามีไว้ที่เขาทำท่าจะพุ่งเข้าหาตัวเธออยู่ตลอดเวลา “ขอบคุณนะ วีรักปรางมากรู้ใช่ไหม” ชีวีนิ่งแล้วเขามองสบตาภรรยาสุดที่รัก พร้อมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง“แล้ววีรู้ไหมว่าปรางก็รักวีมาก” มะปรางยังยิ้มหวานให้เขาอีก มันไม่น่าปล่อยไปเลยคืนนี้เขาอยากรักเธอ“รู้ครับเมีย จุ๊บ”พูดจบจุ๊บปากเล็กเร็ว ๆ หนึ่งที จัดท่าทางให้ทั้งเขาและเธอนอนลงพร้อมกัน ชีวีให้มะปรางนอนหนุนแขนหั
ตอนพิเศษ 2“สงสารปราง” ธารพูดแซวเพื่อนทั้งยิ้มขำ“หยุดเลิกเล่นมุกของขลัง สงสารบรรดาเมีย ๆ สักที” ยอดตองขอดักไว้เลยมันไม่ได้ผลเอามาก ๆ ดูจากผลงานพวกเขาแล้ว“ก็มันจริง มึงไม่คิดงั้น” ธารยังหันมาหายอดตองถามเพื่อน ใครได้กลุ่มพวกเขาไปเป็นคู่ชีวิต ไอ้ดีมันก็ดีมาก เรื่องไม่ดีมันก็เยอะ เช่นติดเมียจนเขารำคาญ“ก็คิด” ยอดตองตอบสั้น ๆ คนยืนแถวนั้นต่างหลุดขำ“รอบนี้คงไม่ใช่กลุ่มเราต้องพก ไอ้วีมากกว่า มันทั้งหลงทั้งติดปรางขนาดนี้ ปรางพกอะไรบอกมาเลยดีกว่า” เฮียบาร์พูดขึ้นบ้าง มีพิทย์ยืนข้างพยักหน้าเห็นด้วย“ไอ้นี่ ปรางไม่พกอะไรทั้งนั้นแหละ มีแค่ใจก็พอกูยอมหลง” เป็นชีวีพูดขึ้นบ้าง ทั้งหันหน้ามองหญิงสาวที่แก้มสองข้างแดงปลั่ง ที่หัวใจทั้งสองคนตรงกันในวันนี้ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสียงหัวเราะชอบใจของทุกคน และยิ้มยินดีให้กับทั้งคู่บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขจนล้นอกผ่านมาไม่ถึงสามเดือนดี งานแต่งงานถูกจัดขึ้นที่เชียงใหม่ พื้นที่จัดงานเป็นร้านอาหารไม่ใหญ่มากแต่บรรจุแขกได้หลายร้อยคน มีเวทีตัวเตี้ยจัดผ้าสีขาวทั้งงาน สลับกับสีเขียวอ่อนสบายตา ทั้งต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น ด้านหน้าเวทียังมีเก้าอี้สำหรับให้แขกนั่งอยู่เต็มไป
ตอนพิเศษ 1ผ่านมาหลายเดือนหลังจากชีวีพามะปรางไปร่วมงานแต่งของเพื่อนเขาที่จัดขึ้นอย่างสวยงามท่ามกลางสวนกุหลาบ ธีมจัดงานว่าสวยแล้วยังสู้เจ้าสาวไม่ได้ ตอนเรียนเธออยู่คณะเดียวกันกับมะปรางพอรู้จักบ้าง แต่พอทั้งสองสาวได้ว่าที่สามีกลุ่มเพื่อนเดียวกัน ถึงทำให้สนิทกันมากขึ้นเสร็จจากงานแต่งเพื่อนชีวี ทั้งคู่บินกลับบ้านมะปรางทันทีซึ่งอยู่เชียงใหม่ กว่าจะทำธุระเรียบร้อยกินเวลาไปหลายวัน หญิงสาวมาดูการขนย้ายสำนักงานซึ่งจะไปเปิดสาขาใหม่ที่แถว ๆ บริษัทชีวีที่ก่อตั้งกับกลุ่มเพื่อนชีวีเปิดบริษัทกับเพื่อนและมีงานทั้งธุรกิจที่บ้าน ทุกอย่างดูลงตัวขึ้นมากเขามีผู้ช่วยแต่ยังทำงานหนัก พบปะผู้คนและเจอกับกลุ่มเพื่อนบ่อยเช่นเดิมมะปรางหลังเรียนจบหันมาดูแลธุรกิจที่บ้านซึ่งเป็นสาขาใหม่ ทางพ่อของเธอเตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว ทั้งพนักงานที่เทรนอบรมมาอย่างดีและมีผู้จัดการคอยช่วยเหลือ แต่สุดท้ายมะปรางต้องเริ่มใหม่อยู่ดี ศึกษาเองเทรนพนักงานเอง เพื่อให้เข้ามือและรู้ใจกัน เวลาทำงานเธอจริงจังเสมอ ชีวีเห็นมาตลอดถ้าได้ทำงานมะปรางจะนั่งอยู่ตรงนั้นทั้งวันทั้งคืน จนตอนนี้เรื่องที่เราคุยกันไว้ถึงการแต่งงานยังไม่คืบหน้าไปไหนเพ
“ตอบให้ก็ได้ เห็นถึงความใส่ใจของเพื่อน” ธารพูดอย่างอารมณ์ดี“ไม่รู้ว่ะ อาจดึกถ้าอยากเจอก็ไปรับกูดิตอนถ่ายงานเสร็จ ไม่เอารถไปไม่มีที่จอด”ยังเป็นธารที่พูดทีเล่นทีจริงทั้งกลั้นยิ้ม ให้ไอ้เพื่อนตัวดีมันตีหน้านิ่งใส่เขา ปากหยัก ๆ ของมันจะจดจมูกอยู่แล้ว“อยากเจอใคร” “อยากเจอกูไง” ธารพูดแค่นั้นก็ตบไหล่ช
ชีวีนั่งนึกคิด เขากับชีวินมีแต่คนบอกทั้งสองคนเป็นแฝดที่เหมือนกันมาก แต่ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวพวกเขาว่าไม่เหมือนกันเลย ต่างกันมากเหมือนลูกคนละแม่คิดอะไรเสร็จถึงได้ลุกขึ้นจากเตียงนอนไปอาบน้ำแต่งตัว ออกมาพร้อมชุดไปเรียนง่าย ๆ กางเกงยีนขายาว เสื้อยืดสีดำทับด้วยช็อปวิศวะสีแดงด้านนอก ลำคอแกร่งมีสร้อยห้อ
ชีวีรีบเงยหน้าขึ้นมองบนเวที ถึงได้สบตากับผู้เข้าประกวดหมายเลขไหนไม่รู้ สายตากดต่ำมองป้ายชื่อ ‘มะปราง’ เจ้าของชื่อขมวดคิ้ว เธอพยายามดึงกุหลาบออกจากมือเขา แต่เหมือนคนยื่นมาจะจับไว้แน่น ทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่งมะปรางมองหน้าชายหนุ่ม ทั้งตาทั้งปากของเขาไม่มีอะไรยิ้มเลยสักอย่าง หน้าบอกบุญไม่รับเอามาก ๆ
@ปีหนึ่งเสียงเพลงเสียงผู้คนพูดคุยกันดังไปทั่วบริเวณห้องโถงใหญ่ชั้นบนสุดตึกสูงของมหาวิทยาลัย นักศึกษาทั้งชายหญิงต่างเข้าร่วมกิจกรรมการประกวดทูตความดีหรือประกวดดาวเดือนส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาปีหนึ่งน้องใหม่ที่เข้าร่วม หน้างานมีโต๊ะยาวสำหรับให้ลงทะเบียนเพื่อเก็บคะแนนกิจกรรม รวมทั้งเลือกซื้อดอกกุหลาบสีแ







