Share

บทที่ 3

หลังจากมื้อเช้าอันแสนอบอุ่นที่ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันผ่านพ้นไป บรรยากาศในจวนตระกูลเสิ่นก็กลับเข้าสู่กิจวัตรประจำวัน เหล่าบุรุษของบ้านต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน เหลือเพียงเหล่าสตรีและเด็กเล็ก ๆ เพียงเท่านั้น

เสิ่นหลิวเวยที่กำลังนั่งเอามือเท้าคาง... หน้าประตูห้องโถงของเรือนกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เด็กหญิงยังคงพยายามประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้งการทะลุมิติ ใบหน้าของท่านย่าที่เหมือนกับคุณย่าในชาติก่อน และที่สำคัญที่สุด... นั่นก็คือเสียงปริศนาที่ดังก้องขึ้นในหัวก่อนที่สติของเธอจะดับวูบลง

ท่ามกลางความเงียบสงบของจวนแห่งนี้ที่มีบ่าวไพร่เพียงน้อยนิด หลินเวยได้ตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกจากเรือนไปนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นหลิวใหญ่ในสวน ปล่อยให้เสี่ยวชิงยืนรออยู่ห่าง ๆ

ซึ่งเมื่อเธอคิดว่าไม่น่าจะมีใครมาสนใจตัวเองแล้ว หลิวเวยก็ปล่อยให้ตัวเองนั่งนิ่งเพื่อทบทวนเรื่องราวที่เกิดกับตน

(เสียงที่เราได้ยินมันคืออะไรกันแน่... หรือเราจะแค่ประสาทหลอนไปเอง? ไม่ลองไม่รู้สินะ) จบความคิดนี้ของตน วิญญาณของเธอก็ลองทำในสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทำอยู่เสมอเมื่อเผชิญกับสิ่งที่ไม่รู้... นั่นคือการสังเกตการณ์และพิสูจน์ให้รู้จริง

หลิวเวยจึงหลับตาลง พยายามตั้งสมาธิเพ่งเข้าไปในความว่างเปล่าในจิตใจเพื่อค้นหาต้นตอของเสียงทันที และในทันใดนั้นเอง ในห้วงมโนสำนึกที่เคยสับสนวุ่นวายก็พลันปรากฏภาพของพู่หยกสีเขียวมรกตสดใสขึ้นมา

มันลอยเด่นอยู่ท่ามกลางความมืดมิด หมุนรอบตัวเองอย่างช้า ๆ เปล่งประกายแสงสีทองอันอบอุ่นออกมา... ซึ่งพู่หยกที่เคยอยู่ในมือของเธอนั้นบัดนี้มันได้หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของเธอแล้วนั่นเอง

ก่อนที่หลิวเวยจะได้ประมวลผลให้กระจ่างแจ้ง แสงสีเขียวนั้นก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตร่างเล็กร่างหนึ่งที่ผุดออกมาจากตัวพู่หยก

เจ้าตัวน้อยเป็นเด็กหญิงตัวจิ๋วสูงเท่าฝ่ามือของเธอ รูปลักษณ์ของนางน่ารักน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง ส่วนหัวของนางมีลักษณะคล้ายหน่อไม้อ่อนสีเขียวละมุน

ดวงตากลมโตเป็นประกายดั่งหยาดน้ำค้างยามเช้า สวมใส่ชุดที่ถักทอขึ้นจากใบไผ่สีเขียวสด เด็กหญิงภูตตนนั้นบินวนรอบพู่หยกอย่างร่าเริง ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าจิตสำนึกของเธอแล้วส่งยิ้มกว้างมาให้

‘นายท่าน... นายท่านเจ้าขา... ท่านได้ยินเสียงข้าหรือไม่?’ เสียงเล็กใสนั้นดังขึ้นในหัวของหลิวเวยทั้งชัดเจนและแจ่มแจ้ง หลิวเวยตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะตั้งสติแล้วตอบกลับไปในใจด้วยความสุขุม ‘ได้ยิน... เจ้าคือใคร?’

ภูตจิ๋วดีใจจนตีลังกากลางอากาศ ‘ข้าคือชุนหยา! เป็นภูตพฤกษาที่สถิตอยู่ในพู่หยกนี่อย่างไรเล่า! ในที่สุดเราก็ได้เจอกันแล้ว... นายท่านของข้า!’

‘นายท่าน?’ หลิวเวยทวนก่อนที่นางจะถามต่อในเรื่องที่ตนสงสัย ‘มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน เธอพอจะบอกได้ไหม’

‘ได้สิเจ้าคะ แท้จริงแล้วนายท่านก็คือคนของโลกนี้และเป็นเจ้าของร่างนี้ด้วย ทว่าตอนที่ท่านเกิดดวงจิตของท่านในร่างนี้อ่อนแอมากจนเกินไป ดังนั้นพู่หยกเลยต้องส่งวิญญาณของท่านไปเติบโตในอีกโลกหนึ่งก่อน พอท่านพร้อมแล้ว ข้าจึงได้ดึงวิญญาณของท่านกลับมาหลอมรวมกับร่างนี้เจ้าค่ะ’ ชุนหยาอธิบายอย่างใสซื่อ

ซึ่งคำกล่าวของนางได้ทำให้หลิวเวยได้แต่อ้าปากอ้า ๆ หุบ ๆ แม้ว่านางพอจะคาดเดาได้บ้างแล้วก็ตาม

‘สิ่งที่เจ้าพูดนั้นจริงเหรอ’ เธอถามออกมาอีกอย่างกังขา

‘จริงแท้แน่นอนเจ้าค่ะ นายท่านไม่รู้สึกว่าตัวเองผูกพันกับครอบครัวนี้หรอกหรือเจ้าคะ อีกอย่างตอนนี้ร่างกายของร่างนี้ก็แข็งแรงไม่เจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ เหมือนเดิมอีกด้วย’

‘เรื่องนี้ข้าจะรู้ได้อย่างไรเล่า ก็ข้าเพิ่งมาอยู่ แต่เรื่องความผูกพันของครอบครัวนั้นข้าเองก็สัมผัสได้ เนื่องจากพ่อแม่ของข้าในภพนั้นจากไปเร็วก็เลยจำความรู้สึกต่าง ๆ ได้ไม่มากนัก จะจำได้ก็แค่ว่าคุณย่าได้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กก็เท่านั้นเอง’ หลิวเวยตอบภูตจิ๋วตามตรง

‘ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ในภพนี้นายท่านก็ได้มีครอบครัวแล้ว อีกทั้งยังเป็นครอบครัวใหญ่เสียด้วย’

คำพูดที่แสนจะไร้เดียงสาของชุนหยาค่อย ๆ ดึงสติของหลิวเวยกลับคืนมา นางสูดหายใจเข้าลึกในห้วงมโนสำนึกของตนเองเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกอันซับซ้อนที่ถาโถมเข้ามา

(จริงอย่างที่ภูตน้อยพูด...ไม่ว่าอดีตชาติจะเป็นอย่างไร ตอนนี้เธอคือเสิ่นหลิวเวย และตอนนี้เธอมีครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่น อีกทั้งการได้กลับมาพบกับท่านย่าก็อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือโชคชะตาที่นำพาเธอกลับมายังจุดเริ่มต้นที่ถูกต้อง) เธอคิดอย่างเห็นพ้อง

เมื่อจิตใจของเธอสงบลง ความสงสัยในเรื่องตัวตนก็ถูกเก็บไว้เบื้องหลัง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความกระหายใคร่รู้ในสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

‘เจ้าพูดถูก... ว่าแต่เจ้ามีพลังอย่างที่ข้าเคยอ่านผ่านตามาในนิยายหรืออย่างเห็นในซีรีส์หรือไม่’ คำถามของหลิวเวยทำให้ดวงตาของชุนหยาเปล่งประกายด้วยความกระตือรือร้นทันที

‘มีสิเจ้าคะ... ข้าจะแสดงให้นายท่านดูบัดเดี๋ยวนี้เลย’

สิ้นเสียงของนาง ทิวทัศน์ในห้วงมโนสำนึกของหลิวเวยก็เปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นเพียงความมืดมิดที่มีพู่หยกลอยเด่นอยู่

บัดนี้กลับกลายเป็นภาพของหุบเขาขนาดเล็กที่เขียวชอุ่มและงดงามราวกับดินแดนในเทพนิยาย และที่ใจกลางของหุบเขานั้นได้มีบ่อน้ำพุใสสะอาดแห่งหนึ่งกำลังผุดพรายฟองอากาศออกมาอย่างไม่ขาดสาย

‘ที่นี่คือมิติในพู่หยกเจ้าค่ะ!’ ชุนหยาบินไปรอบ ๆ อย่างภาคภูมิใจ ‘ดินที่นี่ดีมาก ปลูกอะไรก็ขึ้น แถมเวลาข้างในยังเดินเร็วกว่าข้างนอกตั้งสิบเท่าเลยนะเจ้าคะ หนึ่งวันที่ท่านอยู่ข้างนอก เท่ากับสิบวันในนี้เลยทีเดียว!’

หลิวเวยเบิกตากว้าง... อัตราเร่งของเวลา 10:1! นั่นหมายความว่าเธอสามารถเพาะปลูกพืชที่ใช้เวลานานให้เติบโตได้ในเวลาเพียงนิดเดียว!

‘แล้วสิ่งนั้น...’ เธอเพ่งมองไปยังบ่อน้ำพุที่อยู่ใจกลางพร้อมกับเอ่ยถาม

‘นั่นคือของวิเศษที่สุดเลยเจ้าค่ะ!’ ชุนหยาบินไปนั่งจุ้มปุ๊ก อยู่บนขอบบ่อ ‘สิ่งนี้คือน้ำพุแห่งจิตวิญญาณ! น้ำในนี้สามารถ ชะล้างสิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง บรรเทาอาการเจ็บป่วยได้ด้วยนะเจ้าคะ แถมถ้าเอาไปรดต้นไม้ ต้นไม้ก็จะแข็งแรงไม่เป็นโรค หรือถ้าเอาไปผสมน้ำรดดิน ดินที่แย่ ๆ ก็จะกลายเป็นดินชั้นเลิศได้ในพริบตา’

‘หา! มันวิเศษมากขนาดนั้นเลย’ เธอถามอย่างกังขาแทบไม่อยากเชื่อหู

‘วิเศษแบบนั้นแหละเจ้าค่ะ หากนายท่านไม่เชื่อ นายท่านก็ลองชิมดูสิเจ้าคะ แต่ข้าน้อยขอแนะนำให้นายท่านดื่มเพียงแค่หนึ่งจอกชา ไม่เช่นนั้นร่างกายเล็ก ๆ ของท่านอาจจะรับไม่ไหวนะเจ้าคะ มันอาจจะระเบิดออกได้’

คำว่าระเบิดของภูตน้อยไม่ได้ทำให้หลิวเวยหวาดกลัว ในทางกลับกัน สมองของนักวิทยาศาสตร์ในตัวเธอกลับแปลความหมายของมันได้อย่างรวดเร็ว

(คงไม่ใช่การระเบิดจริง ๆ แต่น่าจะหมายถึงการที่เซลล์ในร่างกายทนรับพลังงานหรือแร่ธาตุเข้มข้นสูงในปริมาณมากไม่ไหว จนอาจเกิดภาวะเซลล์แตก... เป็นการเตือนที่มีเหตุผล แม้จะใช้คำพูดที่ดูน่ากลัวไปหน่อยก็ตาม)

หลิวเวยพยักหน้าอย่างเข้าใจในห้วงมโนสำนึกของตน ‘ข้าเข้าใจแล้ว... เหมือนกับการกินยาเกินขนาดสินะ การเริ่มต้นจากปริมาณน้อย ๆ คือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด... ว่าแต่ข้าจะนำน้ำนั่นออกมาได้อย่างไร?’

‘ง่ายนิดเดียวเจ้าค่ะ!’ ชุนหยาบินมาใกล้ ‘แค่นายท่านนึกถึงรสชาติอันบริสุทธิ์ของมัน แล้วต้องการให้มันไปปรากฏที่ใด มันก็จะไปที่นั่นเลย! ลองนึกให้มันมาอยู่ที่ปลายนิ้วของท่านในโลกแห่งความจริงสิเจ้าคะ!’

จบคำของชุนหยา หลิวเวยที่ชื่นชอบการพิสูจน์ไม่รอช้าที่ต้องการจะทดลอง

‘ข้าจะลองดู’

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ห้วงมโนสำนึกที่งดงามก็ค่อย ๆ จางหายไป พร้อมกับเสียงสุดท้ายของชุนหยาอย่างร่าเริงกึ่งร้องขอ ‘นายท่านช่วยนึกและให้ข้าน้อยไปปรากฏตัวด้านนอกด้วยสิเจ้าคะ รับรองว่าไม่มีใครเห็นชุนหยาหรอกเจ้าค่ะ นอกจากนายเท่าเพียงผู้เดียว’
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 268

    หญิงสาวเลือกเดินทางมาที่หมู่บ้านท่าเรือประมงค่อนข้างเก่าแห่งหนึ่ง... ลมทะเลพัดแรงหอบเอากลิ่นไอเค็มและความชื้นเข้ามาปะทะใบหน้าหลินเวยในชุดเดรสยาวสีขาว ยืนอยู่บนสะพานเทียบเรือ เธอมองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่น้ำทะเลบรรจบกับท้องฟ้า ที่นี่... แม้ตึกรามบ้านช่องจะเปลี่ยนไปจากภาพในฝัน แต่กลิ่นของทะเล เสียงของค

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 267

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอีกครา นับจากวันที่เหล่าพี่น้องได้พบหน้า... จากฤดูใบไม้ผลิสู่ฤดูหนาว จากผมดำขลับสู่สีดอกเลา... ในที่สุดเรื่องราวของเสิ่นหลิวเวยสตรีผู้พลิกชะตาตระกูลเสิ่นและสร้างตำนานแห่งเมืองตงไห่ก็ได้ดำเนินมาถึงบทสุดท้ายของชีวิตที่เรือนพำนักจวนอ๋องจิ้ง... ภายในห้องนอนที่กว้างขวางและเงีย

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 266

    “ท่านอาจื้อคัง! ข้าฮ่าวหราน มารับท่านแล้วขอรับ!”เสิ่นจื้อคังเปิดม่านออกมา น้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นหลานชายที่เคยตัวกะเปี๊ยก บัดนี้กลายเป็นชายชาติทหารเต็มตัว“ฮ่าวหราน... เจ้าโตเป็นหนุ่มแน่นขนาดนี้เชียวหรือ! ดี! ดีมาก! สมแล้วที่เป็นลูกของพี่สาม!”ในระหว่างที่เสิ่นฮ่าวหรานกำลังไปรอรับผู้ที่เดินทางมาจากแด

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 265

    กาลเวลาเปรียบดั่งสายน้ำที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว มิอาจหวนคืน... จากฤดูร้อนอันแสนวุ่นวายของเหล่าเด็กน้อยในวันวาน เคลื่อนคล้อยผ่านฝนหนาวและใบไม้ผลิมานับอีกสี่ปีสี่ปี... เป็นช่วงเวลาที่จะสั้นก็ว่าสั้นจะว่านานก็นาน เพราะแต่ละปีก็หมายถึงอายุของผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น ส่วนเหล่ารุ่นเยาว์ก็เริ่มเติบโตพอจะบินส

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 264

    ส่วนเสิ่นฮ่าวหรานและจ้าวเฟยหลงทำหน้าที่เป็นฝ่ายผลิต... หน้าที่ไสน้ำแข็งและทุบน้ำแข็ง เพราะเป็นหนุ่มสายบู๊ พละกำลังเหลือเฟือทางด้านสองสาว เสิ่นซินเยว่และจ้าวเฟยหง จะทำหน้าที่ฝ่ายบริการและเรียกลูกค้า โดยที่โจวหม่านม่านจะทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบคือนักชิมนั่นเอง ปิดท้ายด้วยเสิ่นอี้ซวนที่จะทำหน้าที่สังเกตภา

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 263

    สายลมร้อนอบอ้าวพัดผ่านทุ่งนาสีเขียวขจีของเมืองตงไห่ แม้จะเป็นฤดูร้อนที่แผดเผาแต่สำหรับจวนตระกูลเสิ่นแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความเย็นฉ่ำจากความรักและความมีชีวิตชีวาที่ห้องทำงานส่วนตัวของเสิ่นอี้เทียน... หนุ่มน้อยในวัยสิบสามปีกำลังนั่งหลังตรงจรดพู่กันลงบนกระดาษเนื้อดี กลิ่นหมึกหอมจางลอยอบอวลไปในอากาศ“เ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 146

    หลินเยว่เอ๋อและหลิวซูซินต่างก็มีท่าทีประหม่าและเกร็งอย่างเห็นได้ชัด นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พวกนางได้มาเหยียบสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้... มีเพียงเสิ่นหลิวเวยเท่านั้นที่ยังคงกวาดตามองสถาปัตยกรรมอันงดงามรอบด้านด้วยความสนใจใคร่รู้ (แม้ในใจจะกำลังคิดคำนวณต้นทุนการก่อสร้างอยู่ก็ตาม)เมื่อมาถึงห้องรั

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 144

    ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสนามทดลอง... “เอ่อ...” เสิ่นหลิวเวยถึงกับหน้าเหวอยกมือเกาแก้มด้วยความไม่เข้าใจ (ทำไมล่ะ! เกิดอะไรขึ้น ในตำรามันบอกว่าอัตราส่วนนี้ถูกต้องแล้วนี่! หรือว่ามันจะมีอะไรผิดพลาดที่ตรงไหน)จ้าวหมิงฮุยไม่ได้ตำหนินาง เขาเดินเข้าไปหยิบท่อไฟนั้นขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด...“อัตราส่วนอาจจะ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 143

    หลังจากหวังจื้อหาวได้รับตำแหน่งจอหงวน รวมถึงเหล่าศิษย์พี่อีกสามคนที่ทำผลงานได้ไม่น้อยหน้ากัน พวกเขาก็ถูกเรียกตัวเข้ารับการแต่งตั้งตำแหน่งงานในทันที ท่ามกลางกระแสคลื่นแห่งการล้างกระดานขุนนางเก่าที่เพิ่งผ่านพ้นไป ทำให้ตำแหน่งสำคัญจำนวนมากว่างลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนองค์ฮ่องเต้จ้าวเจิ้งหยางผู้ซึ่งกำลัง

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 141

    ระยะเวลาค่อนข้างยาวนานเป็นอย่างมากสำหรับผลการประกาศผลสอบที่เหล่าบัณฑิตทั่วทั้งมณฑลต่างเฝ้ารอ ซึ่งย้อนกลับไปก่อนช่วงเวลานั้นหลังจากที่จ้าวหมิงฮุยได้รับบัญชาจากเสด็จพ่อของพระองค์นับตั้งแต่วันที่กลับไปยังเมืองหลวงในเรื่องของการสร้างถนนรวมถึงอาวุธปืนที่เสิ่นหลิวเวยออกแบบเจ้าตัวก็ไม่รอช้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status