สิ้นคำกล่าวของจางชุนฮวา ทั้งบ่าวไพร่และเจ้านายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็พากันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โดยมีเสิ่นหลิวเวยยืนกอดอกเล็ก ๆ ของตนคอยแนะนำอยู่ไม่ไกลราวกับว่านางเป็นผู้บัญชากองทัพอย่างไรอย่างนั้น
“ท่านแม่เจ้าขา มันฝรั่งพวกนี้ต้องล้างดินออกให้เกลี้ยงเลยนะเจ้าคะ” เด็กหญิงกำชับเสียงใส “ถ้าเห็นเปลือกเขียว ๆ หรือมีหน่องอกต้องคัดทิ้งทันที เพราะตรงนั้นท่านเทพเซินหนงบอกว่ามีพิษ”
หลิวซูซินพยักหน้ารับพลางหันไปสั่งบ่าวไพร่ข้างกายและมีจางชุนฮวาคอยช่วยกำกับอีกแรง คราวนี้ทั้งสองแม้จะหวาดกลัวทว่าเมื่อเห็นความมั่นใจของบุตรีและหลานสาว คนทั้งคู่ก็คล้ายรู้สึกวางใจของตนลงได้ทั้งหมด อีกทั้งหัวมันตรงหน้านี้หากสามารถนำมาเป็นอาหารได้ย่อมจะทำให้พวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องอีกต่อไป
ส่วนบรรดาพี่ชายที่เพิ่งกลับจากสำนักศึกษาก็รีบเข้ามาช่วยงานทันทีอย่างไม่เกี่ยงงอน... เสิ่นจวินสือม้วนแขนเสื้อขึ้น ลากถังน้ำมาเติม “ข้าแบกน้ำมาเพิ่มให้เอง พวกเจ้าจะได้ล้างสะดวก”
เด็กชายผู้เป็นพี่ชายคนโตของน้อง ๆ กล่าว ส่วนเสิ่นจวินโม่ผู้มีความช่างสังเกตมากกว่าใครเพื่อนก็ก้าวเท้าเข้ามาช่วยตรวจสอบมันฝรั่งเหล่านั้นอีกทีเพื่อความไม่ประมาท
“ส่วนข้าจะทำหน้าที่ตรวจดูทีละหัว จะได้ไม่เผลอเอาหัวที่เสียไปเข้ามาปะปน” เจ้าตัวพูดในขณะเดียวกันก็ลงมือทำไปด้วย
ส่วนเสิ่นจวินหลี่ เด็กชายผู้มีความกระตือรือร้นส่งเสียงหัวเราะพลางตักน้ำสาดใส่มือของตนและลงนั่งบนเก้าอี้เตี้ยทันที
“ข้าเองก็จะช่วยล้างด้วย ดูสิแค่ถูดินออกมาเบา ๆ เพียงแค่นี้ก็สะอาดแล้ว!” เด็กชายวัยหกปีกล่าวอย่างชอบใจ
โดยที่เสิ่นจื้อคังกับเสิ่นจื้ออันสองแฝดผู้มีอายุน้อยกว่าเพียงหนึ่งปีก็ไม่ยอมน้อยหน้า พวกเขาก็ลงมือช่วยล้างหัวมันฝรั่งและมันเทศตรงหน้าที่เป็นผู้ขุดมาเองอย่างสนุกสนาน
ก่อนที่การกระทำของเขาจะทำให้ผู้เป็นอาเล็กของจวนอดที่จะหัวเราะขึ้นมาอย่างขบขันระคนเอ็นดูไม่ได้
“ฮ่า ๆ ข้าเห็นแล้วนึกถึงตอนยังเป็นเด็ก พวกเจ้าช่างกระตือรือร้นยิ่งนัก”
ในขณะเดียวกันหลังจากที่กองมันเหล่านี้ถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ชายชราผู้เป็นประมุขของจวนก็ได้เอ่ยปากออกมาด้วยความพึงพอใจ
“เอาละ พวกเรามาเริ่มจากวิธีที่เวยเวยบอกกันเถิด… เริ่มจากนำมันเหล่านี้มาย่างในเตาถ่านก่อน ”
ฮุยจูผู้เป็นคนดูแลนายหญิงผู้เฒ่ากับอาเต๋อผู้เป็นใบ้พูดไม่ได้จึงจัดการฝังหัวมันลงในกองขี้เถ้าอุ่น ๆ ที่เตาครัวใหญ่ ก่อนที่จางชุนฮวาผู้รักการทำอาหารจะรีบหั่นมันฝรั่งอีกส่วนลงลังถึงสำหรับนึ่ง ไม่ทันไร… กลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ ก็เริ่มลอยฟุ้งออกมาจากห้องครัวคล้ายข้าวโพดคั่วผสมเกาลัดคั่ว ทำให้เด็กเล็กทั้งหลายถึงกับกลืนน้ำลายเสียงดัง “อึก!”
ไม่รอให้เด็ก ๆ หิวโหยนาน ฮุ่ยจูรีบนำไม้ยาวเขี่ยหัวมันฝรั่งที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ขี้เถ้าอุ่นให้กลิ้งออกมาทีละหัว
เปลือกนอกของมันแตกร้าวเล็กน้อย ส่งไอร้อนและกลิ่นหอมหวานฟุ้งกระจายไปทั่วลาน ชวนให้พวกเขายิ่งรู้สึกชวนลิ้มลองหัวมันฝรั่งเพื่อเติมเต็มท้องของตนเสียเหลือเกิน
“ช้า ๆ หน่อยฮุยจู ระวังมือด้วย” จางชุนฮวาเอ่ยเตือน ขณะตัวเองก็ก้มหน้าก้มตาจัดการลังถึงใหญ่อีกชุด “อาเต๋อ เจ้าช่วยเอาผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ มาวางรองตรงนี้ ใช่! วางลงบนถาดไม้นั่นแหละ ถาดจะได้ไม่ไหม้”
อาเต๋อพยักหน้ารับพลางสูดกลิ่นหอมของมันเผาเข้าจมูก เมื่อฮุ่ยจูเห็นเช่นนี้นางก็ได้ปล่อยให้หัวมันเริ่มเย็นตัวลงพออุ่น หญิงวัยกลางคนจึงได้นำหัวมันเหล่านั้นวางเรียงรายลงบนถาด
แม้ว่าเนื้อที่ปริแตกที่โผล่พ้นเปลือกของมันจะน่ากินเพียงใด ก็ยังไม่มีใครกล้าลิ้มลอง ทั้งนี้เป็นเพราะเนื่องจากความกลัวที่ฝังหัวมาเนิ่นนานนั่นเอง
เสิ่นหลิวเวยเมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้นางก็รู้ได้ทันที ดังนั้นเจ้าตัวจึงได้ยกคางน้อย ๆ ของตนขึ้นสูงและทำตัวเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้หาญกล้า
“ท่านแม่ ทุกท่านเดี๋ยวเวยเวยจะกินให้พวกท่านทุกคนดูเองนะเจ้าคะ” ความกล้าหาญของเด็กหญิงทำให้คนในครอบครัวต่างพากันรู้สึกละอายใจก่อนจะเอ่ยค้านออกมาพร้อมกัน
“ไม่ได้!” เวยเวยมองไปทางทุกคนเอียงคอด้วยสีหน้ามีคำถาม
“เวยเวย ปู่แก่แล้วปู่กินเอง” แม้ว่าชายชราจะเชื่อมั่นคำพูดของหลานสาวกระนั้นเจ้าตัวก็ยังอดที่จะหวั่นใจไม่ได้เอ่ยออกมา
“ไม่ได้เจ้าค่ะ! ข้ากินเอง” เสียงแหบพร่าของหลินเยว่เอ๋อ ซึ่งเป็นคู่ชีวิตของเขาเอ่ยขึ้น
“ไม่ได้ขอรับ! ให้ข้าลองเถอะข้าเป็นบุตรชายคนโต” เสิ่นอี้หานรีบก้าวเท้าออกมาและไม่ต้องรอให้ใครได้พูดขึ้นอีก มือของเขาก็ได้แกะเปลือกที่ไหม้เกรียมของมันฝรั่งออกก่อนจะเป่าเนื้อในที่เหลืองฟูนั้นและกัดเข้าปากอย่างไม่รอช้า
ทุกคนต่างพากันส่งเสียงหลงและตั้งท่าจะเอ่ยห้าม ทว่าเสิ่นหลิวเวยและสองฝาแฝดรวมถึงเสิ่นจวินหลี่กับท่านอาเล็กเสิ่นอี้เฟยก็ไม่รอช้าพวกเขารีบทำตามเสิ่นอี้หานทันทีอย่างระมัดระวัง
“อ่า! อร่อยมากเลย” เจ้าห้าเอ่ยขึ้นพลางเป่าปากของตนเพื่อไล่ความร้อนที่เขารีบกินมากไปหน่อย
“อืม อร่อยจริง ๆ ด้วย” คนเป็นอาเล็กของเหล่าเด็ก ๆ เอ่ยขึ้นอย่างถูกใจ
ทางด้านของเสิ่นอี้หานหลังจากเจ้าตัวกัดเนื้อมันฝรั่งเผาเข้าไปคำแรก เขาก็รู้สึกว่าเนื้อในสีเหลืองนวลก็พลันสลายตัวเป็นปุยนุ่มบนปลายลิ้นคล้ายเกาลัดต้มที่สุกพอดีแต่เนื้อชุ่มมากกว่า
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นควันอ่อน ๆ จากเปลือกที่ไหม้นิดหน่อยเคลือบปลายจมูกไว้พอดี มันไม่ขม ไม่ฝาด อีกทั้งยังมีรสหวานตามธรรมชาติผสมเค็มละมุนจากเกลือเม็ดที่โรยบาง ๆ พอกลืนลงคอความอุ่นก็แผ่ซ่านลงถึงท้องอย่างรวดเร็วราวกับกินคำเดียวแต่ได้แรงทั้งมื้อ
“อืม… เนื้อแน่นแต่ร่วนดี ไม่ติดคอ” เขาพึมพำ สีหน้าที่มักเคร่งขรึมอยู่เป็นนิจพลันคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
“จริงขอรับท่านพ่อ ลูกว่าสิ่งนี้จะทำให้ชาวบ้านคลายความอดอยากลงได้มากทีเดียว” เสิ่นจวินสือผู้มีลักษณะถอดแบบออกมาจากบิดาพูดพลางพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้องในคำกล่าวของผู้ให้กำเนิด
และดูเหมือนว่าคำกล่าวนี้ของบุตรชายคนโตจะได้จุดประกายความคิดบางอย่างให้เกิดแก่เสิ่นอี้หานนายอำเภอผู้เห็นแก่ปากท้องของคนในปกครอง
“เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง ถ้าเช่นนั้นวันนี้พวกเรามาแจกจ่ายเจ้าถู่โต้วนี้ให้ชาวบ้านกันเถอะ” เขากล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นด้วยดวงตามีประกายแห่งความหวังก่อนจะบ่ายหน้ามาทางน้องชายที่กำลังลิ้มรสมันนึ่ง
“น้องรอง วันพรุ่งให้คนของเราเรียกประชุมหัวหน้าหมู่บ้านในเขตปกครองของเราทั้งหมด... ให้พวกเขามารวมตัวกันที่ลานด้านข้างที่ว่าการอำเภอ เราจะจัดอบรมให้ความรู้พวกเขาถึงเจ้าสิ่งนี้ ในเมื่อปีนี้ข้าวผลิตได้น้อยก็ให้พวกเขาหันมาปลูกมันฝรั่งก็แล้วกัน”
คำกล่าวของบิดาทำให้เสิ่นหลิวเวยรู้สึกดีใจที่สิ่งที่ตนเจอมาได้ทำให้ก่อเกิดประโยชน์อันใหญ่หลวงต่อบิดาและชาวบ้าน ดังนั้นเด็กหญิงจึงต้องการเร่งผลผลิตให้มากขึ้นเพื่อเพียงต่อการแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปเพาะปลูก
ไวเท่าความคิดเจ้าตัวไม่รอช้า เด็กหญิงตัวน้อยจึงได้อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสนใจตนเองเอ่ยออกมากับชุนหยาที่ลอยตัวอยู่ไม่ห่างจากตน
‘ชุนหยา เจ้าช่วยคัดเลือกหัวมันฝรั่งเข้าไปปลูกลงในมิติหน่อยได้ไหม เอาแบบให้ปลูกได้เยอะ ๆ เลยนะ เท่าที่คิดว่าน่าจะพอแจกจ่ายให้คนทั้งอำเภอนำไปปลูกได้และขยายพันธ์ต่อไป’
‘รับบัญชาเจ้าค่ะนายท่าน’ จบคำพูดนี้ของภูตพฤกษา มันฝรั่งจำนวนหนึ่งก็ได้หายเข้าไปในมิติของเวยเวยอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครทันจับสังเกตได้