Share

บทที่ 8

สิ้นคำกล่าวของจางชุนฮวา ทั้งบ่าวไพร่และเจ้านายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็พากันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โดยมีเสิ่นหลิวเวยยืนกอดอกเล็ก ๆ ของตนคอยแนะนำอยู่ไม่ไกลราวกับว่านางเป็นผู้บัญชากองทัพอย่างไรอย่างนั้น

“ท่านแม่เจ้าขา มันฝรั่งพวกนี้ต้องล้างดินออกให้เกลี้ยงเลยนะเจ้าคะ” เด็กหญิงกำชับเสียงใส “ถ้าเห็นเปลือกเขียว ๆ หรือมีหน่องอกต้องคัดทิ้งทันที เพราะตรงนั้นท่านเทพเซินหนงบอกว่ามีพิษ”

หลิวซูซินพยักหน้ารับพลางหันไปสั่งบ่าวไพร่ข้างกายและมีจางชุนฮวาคอยช่วยกำกับอีกแรง คราวนี้ทั้งสองแม้จะหวาดกลัวทว่าเมื่อเห็นความมั่นใจของบุตรีและหลานสาว คนทั้งคู่ก็คล้ายรู้สึกวางใจของตนลงได้ทั้งหมด อีกทั้งหัวมันตรงหน้านี้หากสามารถนำมาเป็นอาหารได้ย่อมจะทำให้พวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องอีกต่อไป

ส่วนบรรดาพี่ชายที่เพิ่งกลับจากสำนักศึกษาก็รีบเข้ามาช่วยงานทันทีอย่างไม่เกี่ยงงอน... เสิ่นจวินสือม้วนแขนเสื้อขึ้น ลากถังน้ำมาเติม “ข้าแบกน้ำมาเพิ่มให้เอง พวกเจ้าจะได้ล้างสะดวก”

เด็กชายผู้เป็นพี่ชายคนโตของน้อง ๆ กล่าว ส่วนเสิ่นจวินโม่ผู้มีความช่างสังเกตมากกว่าใครเพื่อนก็ก้าวเท้าเข้ามาช่วยตรวจสอบมันฝรั่งเหล่านั้นอีกทีเพื่อความไม่ประมาท

“ส่วนข้าจะทำหน้าที่ตรวจดูทีละหัว จะได้ไม่เผลอเอาหัวที่เสียไปเข้ามาปะปน” เจ้าตัวพูดในขณะเดียวกันก็ลงมือทำไปด้วย

ส่วนเสิ่นจวินหลี่ เด็กชายผู้มีความกระตือรือร้นส่งเสียงหัวเราะพลางตักน้ำสาดใส่มือของตนและลงนั่งบนเก้าอี้เตี้ยทันที

“ข้าเองก็จะช่วยล้างด้วย ดูสิแค่ถูดินออกมาเบา ๆ เพียงแค่นี้ก็สะอาดแล้ว!” เด็กชายวัยหกปีกล่าวอย่างชอบใจ

โดยที่เสิ่นจื้อคังกับเสิ่นจื้ออันสองแฝดผู้มีอายุน้อยกว่าเพียงหนึ่งปีก็ไม่ยอมน้อยหน้า พวกเขาก็ลงมือช่วยล้างหัวมันฝรั่งและมันเทศตรงหน้าที่เป็นผู้ขุดมาเองอย่างสนุกสนาน

ก่อนที่การกระทำของเขาจะทำให้ผู้เป็นอาเล็กของจวนอดที่จะหัวเราะขึ้นมาอย่างขบขันระคนเอ็นดูไม่ได้

“ฮ่า ๆ ข้าเห็นแล้วนึกถึงตอนยังเป็นเด็ก พวกเจ้าช่างกระตือรือร้นยิ่งนัก”

ในขณะเดียวกันหลังจากที่กองมันเหล่านี้ถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ชายชราผู้เป็นประมุขของจวนก็ได้เอ่ยปากออกมาด้วยความพึงพอใจ

“เอาละ พวกเรามาเริ่มจากวิธีที่เวยเวยบอกกันเถิด… เริ่มจากนำมันเหล่านี้มาย่างในเตาถ่านก่อน ”

ฮุยจูผู้เป็นคนดูแลนายหญิงผู้เฒ่ากับอาเต๋อผู้เป็นใบ้พูดไม่ได้จึงจัดการฝังหัวมันลงในกองขี้เถ้าอุ่น ๆ ที่เตาครัวใหญ่ ก่อนที่จางชุนฮวาผู้รักการทำอาหารจะรีบหั่นมันฝรั่งอีกส่วนลงลังถึงสำหรับนึ่ง ไม่ทันไร… กลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ ก็เริ่มลอยฟุ้งออกมาจากห้องครัวคล้ายข้าวโพดคั่วผสมเกาลัดคั่ว ทำให้เด็กเล็กทั้งหลายถึงกับกลืนน้ำลายเสียงดัง “อึก!”

ไม่รอให้เด็ก ๆ หิวโหยนาน ฮุ่ยจูรีบนำไม้ยาวเขี่ยหัวมันฝรั่งที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ขี้เถ้าอุ่นให้กลิ้งออกมาทีละหัว

เปลือกนอกของมันแตกร้าวเล็กน้อย ส่งไอร้อนและกลิ่นหอมหวานฟุ้งกระจายไปทั่วลาน ชวนให้พวกเขายิ่งรู้สึกชวนลิ้มลองหัวมันฝรั่งเพื่อเติมเต็มท้องของตนเสียเหลือเกิน

“ช้า ๆ หน่อยฮุยจู ระวังมือด้วย” จางชุนฮวาเอ่ยเตือน ขณะตัวเองก็ก้มหน้าก้มตาจัดการลังถึงใหญ่อีกชุด “อาเต๋อ เจ้าช่วยเอาผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ มาวางรองตรงนี้ ใช่! วางลงบนถาดไม้นั่นแหละ ถาดจะได้ไม่ไหม้”

อาเต๋อพยักหน้ารับพลางสูดกลิ่นหอมของมันเผาเข้าจมูก เมื่อฮุ่ยจูเห็นเช่นนี้นางก็ได้ปล่อยให้หัวมันเริ่มเย็นตัวลงพออุ่น หญิงวัยกลางคนจึงได้นำหัวมันเหล่านั้นวางเรียงรายลงบนถาด

แม้ว่าเนื้อที่ปริแตกที่โผล่พ้นเปลือกของมันจะน่ากินเพียงใด ก็ยังไม่มีใครกล้าลิ้มลอง ทั้งนี้เป็นเพราะเนื่องจากความกลัวที่ฝังหัวมาเนิ่นนานนั่นเอง

เสิ่นหลิวเวยเมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้นางก็รู้ได้ทันที ดังนั้นเจ้าตัวจึงได้ยกคางน้อย ๆ ของตนขึ้นสูงและทำตัวเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้หาญกล้า

“ท่านแม่ ทุกท่านเดี๋ยวเวยเวยจะกินให้พวกท่านทุกคนดูเองนะเจ้าคะ” ความกล้าหาญของเด็กหญิงทำให้คนในครอบครัวต่างพากันรู้สึกละอายใจก่อนจะเอ่ยค้านออกมาพร้อมกัน

“ไม่ได้!” เวยเวยมองไปทางทุกคนเอียงคอด้วยสีหน้ามีคำถาม

“เวยเวย ปู่แก่แล้วปู่กินเอง” แม้ว่าชายชราจะเชื่อมั่นคำพูดของหลานสาวกระนั้นเจ้าตัวก็ยังอดที่จะหวั่นใจไม่ได้เอ่ยออกมา

“ไม่ได้เจ้าค่ะ! ข้ากินเอง” เสียงแหบพร่าของหลินเยว่เอ๋อ ซึ่งเป็นคู่ชีวิตของเขาเอ่ยขึ้น

“ไม่ได้ขอรับ! ให้ข้าลองเถอะข้าเป็นบุตรชายคนโต” เสิ่นอี้หานรีบก้าวเท้าออกมาและไม่ต้องรอให้ใครได้พูดขึ้นอีก มือของเขาก็ได้แกะเปลือกที่ไหม้เกรียมของมันฝรั่งออกก่อนจะเป่าเนื้อในที่เหลืองฟูนั้นและกัดเข้าปากอย่างไม่รอช้า

ทุกคนต่างพากันส่งเสียงหลงและตั้งท่าจะเอ่ยห้าม ทว่าเสิ่นหลิวเวยและสองฝาแฝดรวมถึงเสิ่นจวินหลี่กับท่านอาเล็กเสิ่นอี้เฟยก็ไม่รอช้าพวกเขารีบทำตามเสิ่นอี้หานทันทีอย่างระมัดระวัง

“อ่า! อร่อยมากเลย” เจ้าห้าเอ่ยขึ้นพลางเป่าปากของตนเพื่อไล่ความร้อนที่เขารีบกินมากไปหน่อย

“อืม อร่อยจริง ๆ ด้วย” คนเป็นอาเล็กของเหล่าเด็ก ๆ เอ่ยขึ้นอย่างถูกใจ

ทางด้านของเสิ่นอี้หานหลังจากเจ้าตัวกัดเนื้อมันฝรั่งเผาเข้าไปคำแรก เขาก็รู้สึกว่าเนื้อในสีเหลืองนวลก็พลันสลายตัวเป็นปุยนุ่มบนปลายลิ้นคล้ายเกาลัดต้มที่สุกพอดีแต่เนื้อชุ่มมากกว่า

เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นควันอ่อน ๆ จากเปลือกที่ไหม้นิดหน่อยเคลือบปลายจมูกไว้พอดี มันไม่ขม ไม่ฝาด อีกทั้งยังมีรสหวานตามธรรมชาติผสมเค็มละมุนจากเกลือเม็ดที่โรยบาง ๆ พอกลืนลงคอความอุ่นก็แผ่ซ่านลงถึงท้องอย่างรวดเร็วราวกับกินคำเดียวแต่ได้แรงทั้งมื้อ

“อืม… เนื้อแน่นแต่ร่วนดี ไม่ติดคอ” เขาพึมพำ สีหน้าที่มักเคร่งขรึมอยู่เป็นนิจพลันคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

“จริงขอรับท่านพ่อ ลูกว่าสิ่งนี้จะทำให้ชาวบ้านคลายความอดอยากลงได้มากทีเดียว” เสิ่นจวินสือผู้มีลักษณะถอดแบบออกมาจากบิดาพูดพลางพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้องในคำกล่าวของผู้ให้กำเนิด

และดูเหมือนว่าคำกล่าวนี้ของบุตรชายคนโตจะได้จุดประกายความคิดบางอย่างให้เกิดแก่เสิ่นอี้หานนายอำเภอผู้เห็นแก่ปากท้องของคนในปกครอง

“เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง ถ้าเช่นนั้นวันนี้พวกเรามาแจกจ่ายเจ้าถู่โต้วนี้ให้ชาวบ้านกันเถอะ” เขากล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นด้วยดวงตามีประกายแห่งความหวังก่อนจะบ่ายหน้ามาทางน้องชายที่กำลังลิ้มรสมันนึ่ง

“น้องรอง วันพรุ่งให้คนของเราเรียกประชุมหัวหน้าหมู่บ้านในเขตปกครองของเราทั้งหมด... ให้พวกเขามารวมตัวกันที่ลานด้านข้างที่ว่าการอำเภอ เราจะจัดอบรมให้ความรู้พวกเขาถึงเจ้าสิ่งนี้ ในเมื่อปีนี้ข้าวผลิตได้น้อยก็ให้พวกเขาหันมาปลูกมันฝรั่งก็แล้วกัน”

คำกล่าวของบิดาทำให้เสิ่นหลิวเวยรู้สึกดีใจที่สิ่งที่ตนเจอมาได้ทำให้ก่อเกิดประโยชน์อันใหญ่หลวงต่อบิดาและชาวบ้าน ดังนั้นเด็กหญิงจึงต้องการเร่งผลผลิตให้มากขึ้นเพื่อเพียงต่อการแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปเพาะปลูก

ไวเท่าความคิดเจ้าตัวไม่รอช้า เด็กหญิงตัวน้อยจึงได้อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสนใจตนเองเอ่ยออกมากับชุนหยาที่ลอยตัวอยู่ไม่ห่างจากตน

‘ชุนหยา เจ้าช่วยคัดเลือกหัวมันฝรั่งเข้าไปปลูกลงในมิติหน่อยได้ไหม เอาแบบให้ปลูกได้เยอะ ๆ เลยนะ เท่าที่คิดว่าน่าจะพอแจกจ่ายให้คนทั้งอำเภอนำไปปลูกได้และขยายพันธ์ต่อไป’

‘รับบัญชาเจ้าค่ะนายท่าน’ จบคำพูดนี้ของภูตพฤกษา มันฝรั่งจำนวนหนึ่งก็ได้หายเข้าไปในมิติของเวยเวยอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครทันจับสังเกตได้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 268

    หญิงสาวเลือกเดินทางมาที่หมู่บ้านท่าเรือประมงค่อนข้างเก่าแห่งหนึ่ง... ลมทะเลพัดแรงหอบเอากลิ่นไอเค็มและความชื้นเข้ามาปะทะใบหน้าหลินเวยในชุดเดรสยาวสีขาว ยืนอยู่บนสะพานเทียบเรือ เธอมองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่น้ำทะเลบรรจบกับท้องฟ้า ที่นี่... แม้ตึกรามบ้านช่องจะเปลี่ยนไปจากภาพในฝัน แต่กลิ่นของทะเล เสียงของค

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 267

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอีกครา นับจากวันที่เหล่าพี่น้องได้พบหน้า... จากฤดูใบไม้ผลิสู่ฤดูหนาว จากผมดำขลับสู่สีดอกเลา... ในที่สุดเรื่องราวของเสิ่นหลิวเวยสตรีผู้พลิกชะตาตระกูลเสิ่นและสร้างตำนานแห่งเมืองตงไห่ก็ได้ดำเนินมาถึงบทสุดท้ายของชีวิตที่เรือนพำนักจวนอ๋องจิ้ง... ภายในห้องนอนที่กว้างขวางและเงีย

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 266

    “ท่านอาจื้อคัง! ข้าฮ่าวหราน มารับท่านแล้วขอรับ!”เสิ่นจื้อคังเปิดม่านออกมา น้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นหลานชายที่เคยตัวกะเปี๊ยก บัดนี้กลายเป็นชายชาติทหารเต็มตัว“ฮ่าวหราน... เจ้าโตเป็นหนุ่มแน่นขนาดนี้เชียวหรือ! ดี! ดีมาก! สมแล้วที่เป็นลูกของพี่สาม!”ในระหว่างที่เสิ่นฮ่าวหรานกำลังไปรอรับผู้ที่เดินทางมาจากแด

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 265

    กาลเวลาเปรียบดั่งสายน้ำที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว มิอาจหวนคืน... จากฤดูร้อนอันแสนวุ่นวายของเหล่าเด็กน้อยในวันวาน เคลื่อนคล้อยผ่านฝนหนาวและใบไม้ผลิมานับอีกสี่ปีสี่ปี... เป็นช่วงเวลาที่จะสั้นก็ว่าสั้นจะว่านานก็นาน เพราะแต่ละปีก็หมายถึงอายุของผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น ส่วนเหล่ารุ่นเยาว์ก็เริ่มเติบโตพอจะบินส

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 264

    ส่วนเสิ่นฮ่าวหรานและจ้าวเฟยหลงทำหน้าที่เป็นฝ่ายผลิต... หน้าที่ไสน้ำแข็งและทุบน้ำแข็ง เพราะเป็นหนุ่มสายบู๊ พละกำลังเหลือเฟือทางด้านสองสาว เสิ่นซินเยว่และจ้าวเฟยหง จะทำหน้าที่ฝ่ายบริการและเรียกลูกค้า โดยที่โจวหม่านม่านจะทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบคือนักชิมนั่นเอง ปิดท้ายด้วยเสิ่นอี้ซวนที่จะทำหน้าที่สังเกตภา

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 263

    สายลมร้อนอบอ้าวพัดผ่านทุ่งนาสีเขียวขจีของเมืองตงไห่ แม้จะเป็นฤดูร้อนที่แผดเผาแต่สำหรับจวนตระกูลเสิ่นแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความเย็นฉ่ำจากความรักและความมีชีวิตชีวาที่ห้องทำงานส่วนตัวของเสิ่นอี้เทียน... หนุ่มน้อยในวัยสิบสามปีกำลังนั่งหลังตรงจรดพู่กันลงบนกระดาษเนื้อดี กลิ่นหมึกหอมจางลอยอบอวลไปในอากาศ“เ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 68

    ฮ่องเต้พยักหน้าช้า ๆ เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลา... แต่เมล็ดพันธุ์แห่งการเปลี่ยนแปลง... ได้ถูกหว่านลงในใจของ รัชทายาทแล้วในวันนี้เขาหันกลับไปมองสาส์นหนึ่งฉบับในนั้นอีกครั้งซึ่งเป็นของบุตรชายทั้งสองของพระองค์... ในตอนท้ายของจดหมายมีข้อความสั้น ๆ เขียนกำกับไว้ด้วยลายมือขององค์ชายรอง...(เสด็จพ่

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 62

    เช้าวันรุ่งขึ้น... หลังจากมื้อเช้าที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันคึกคักสิ้นสุดลง เสิ่นหลิวเวยก็ไม่รอช้า นางขอให้ทุกคนในครอบครัวและแขกผู้มีเกียรติมารวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่อีกครั้ง“วันนี้เวยเวยมีเรื่องสำคัญจะประกาศให้ทุกท่านทราบเจ้าค่ะ” นางกล่าวเปิดประเด็นด้วยท่าทีจริงจัง “เมื่อวานนี้เวยเวยและพี่ชายหวังเฉิน

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 57

    ไห่อันหัวเราะเสียงดังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต “ได้มาไม่น้อยเลยขอรับ! ตอนนี้ภรรยาของข้ากำลังทำความสะอาดเพื่อจะนำมาตากแดดตามที่คุณหนูเล็กเคยแนะนำไว้ ตอนนี้หมู่บ้านของเรามีทั้งหมึกและปลาแห้งเป็นจำนวนมากเลยขอรับ”เขาพูดพลางผายมือไปรอบ ๆ กู้หวายอี้กับจ้าวหมิงฮุยมองตามแล้วก็ต้องทึ่งกับภาพที่เห็น...

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 47

    “กรดที่เจ้าว่าคือสิ่งใดเช่นนั้นหรือ” จ้าวหมิงฮุยไม่ปล่อยผ่านเมื่อได้ยินคำที่ไม่คุ้นหู เขามองตรงมายังเสิ่นหลิวเวยด้วยสายตาที่ไม่ได้คาดคั้น แต่เต็มไปด้วยความอยากรู้อย่างแท้จริง(ซวยแล้ว! เผลอหลุดคำศัพท์อนาคตออกไปจนได้!) เสิ่นหลิวเวยกรีดร้องในใจ นางรีบก้มหน้างุด แสร้งทำเป็นขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนัก ราว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status