Share

บทที่ 9

หลังจากมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและอิ่มท้องอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน บรรยากาศภายในจวนตระกูลเสิ่นก็อบอวลไปด้วยความสุขและความหวัง แต่เมื่อทุกคนย้ายเข้ามาในห้องโถงใหญ่ตามคำสั่งของชายชราผู้เป็นประมุขของจวน

บรรยากาศที่เคยคึกคักก็ค่อย ๆ สงบลง กลายเป็นความคาดหวังอย่างจริงจังถึงเรื่องบางอย่าง เสิ่นเจิ้งเต๋อได้สั่งให้บ่าวรับใช้ทุกคนรวมถึงเสี่ยวชิงและฮุ่ยจูออกไปรอข้างนอกก่อน โดยให้เหตุผลว่านี่คือการประชุมเรื่องสำคัญภายในครอบครัว

เมื่อประตูห้องโถงถูกปิดลงเหลือเพียงสมาชิกของครอบครัว ทุกสายตาก็จับจ้องไปยังเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตักของหญิงชราอย่างพร้อมเพรียง

เสิ่นเจิ้งเต๋อเป็นผู้ทำลายความเงียบขึ้นก่อน เขามองหลานสาวด้วยสายตาที่อ่อนโยนแต่ก็แฝงไว้ด้วยความจริงจัง “เวยเวย ย่าของเจ้าบอกปู่ว่าเจ้ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพของพวกเราจะบอก... เรื่องน้ำหวานอมฤตที่ท่านเทพเซินหนงมอบให้มันคือสิ่งใดเช่นนั้นรึ”

หลิวเวยพยักหน้าด้วยท่าทางสุขุมเกินวัย... ก่อนที่นางจะเล่าเรื่องราวที่เตรียมการไว้ในใจอย่างฉะฉาน “เจ้าค่ะท่านปู่... ตอนที่เวยเวยสลบไป ท่านเทพเซินหนงสงสารที่เห็นร่างกายของข้าอ่อนแอและท่านย่าก็ไออยู่บ่อยครั้ง ท่านจึงได้มอบของวิเศษให้ข้ามาเจ้าค่ะ”

“ลูกรัก มันเป็นเรื่องจริงเช่นนั้นรึ” หลิวซูซินเอ่ยเสียงสั่นด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันต่อองค์เทพท่านนั้น เพราะตั้งแต่ที่เวยเวยถือกำเนิดนางก็ตัวเล็กเท่าลูกแมว... ร่างกายรึก็อ่อนแอแต่พอนางฟื้นขึ้นมาในครานี้ลูกสาวก็ดูร่าเริงขึ้นและยังแข็งแรงขึ้นมากด้วย

“จริงแท้แน่นอนที่สุดเจ้าค่ะ” เจ้าตัวเล็กพยักหน้ายืนยัน ก่อนจะกล่าวต่อ “ แต่สิ่งที่ท่านมอบให้นั้นเป็นพรที่ทำให้ข้าสามารถเรียกน้ำหวานอมฤตออกมาได้เจ้าค่ะ ท่านว่าน้ำนี้สามารถชะล้างสิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง บรรเทาอาการความเจ็บป่วยได้”

คำพูดนี้ของนางทำให้ทุกคนในห้องตกตะลึงไปอีกครั้ง! เพราะไม่ใช่แค่ความรู้เรื่องพืชพรรณที่กินได้และไม่ได้ แต่ยังมีของวิเศษที่ช่วยรักษาโรคได้อีกด้วย!

“แล้ว... แล้วของวิเศษนั่นอยู่ที่ไหนรึหลานสาว” จางชุนฮวาถามขึ้นอย่างตื่นเต้น

“เรื่องนี้... ข้าจะแสดงให้ทุกท่านดูเจ้าค่ะว่าพรนี้ใช้อย่างไร” นางพูดพลางลุกขึ้นจากตักของหญิงชราแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะกลางห้องที่มีกาน้ำชาวางอยู่

เด็กหญิงหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะ หลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อเพ่งสมาธิ ก่อนจะยื่นมือขวาเล็ก ๆ ของตนเองออกมาข้างหน้า

‘ชุนหยา ขอน้ำพุวิญญาณหนึ่งหยด... ที่ปลายนิ้วชี้ขวาของข้า’

‘รับบัญชาเจ้าค่ะนายท่าน!’

สิ้นคำกล่าวนี้ของนางกับภูตน้อย ที่ปลายนิ้วชี้เล็ก ๆ ของนางก็พลันปรากฏหยดน้ำใสสะอาดที่ส่องประกายระยิบระยับ แวววาวราวกับประกายของเพชรหยดเล็ก ๆ หยดหนึ่งขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์! แม้จะมีขนาดเล็กมากแต่ทุกคนในห้องโถงที่กำลังจ้องมองอย่างไม่กะพริบตาก็สามารถเห็นประกายแสงนั้นได้อย่างชัดเจน

หลิวเวยไม่รอช้า นางรีบเปิดฝากาน้ำชาออกและหยดน้ำวิเศษนั้นลงไปอย่างรวดเร็วและในทันใดนั้นเอง กลิ่นหอมสดชื่นอันบริสุทธิ์อย่างที่ไม่เคยมีใครได้กลิ่นมาก่อนก็ค่อย ๆ แผ่กำจายออกมาจากกาน้ำชาใบนั้น! มันเป็นกลิ่นที่หอมละมุนยิ่งกว่าดอกไม้ใด ๆ และทำให้ผู้ที่ได้สูดดมเข้าไปรู้สึกปลอดโปร่งและผ่อนคลายในทันที

“กลิ่นอะไรน่ะ... หอมเหลือเกิน” ชายชราเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก แววตาของท่านเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง

หลิวเวยหันกลับมามองทางทุกคนในครอบครัวพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างออกมา “นี่แหละเจ้าค่ะ น้ำหวานอมฤตที่ท่านเทพมอบให้”

กลิ่นหอมอันบริสุทธิ์นั้นไม่ได้เพียงแค่จรุงใจ แต่มันดูเหมือนจะมีพลังบางอย่างที่มองไม่เห็นแฝงอยู่ด้วย เสิ่นอี้หานผู้แบกรับความเครียดจากการงานมาทั้งวันรู้สึกราวกับว่าปมที่ขมวดแน่นอยู่ในใจได้คลายออกเล็กน้อย

ความหนักอึ้งบนบ่าเบาลงอย่างน่าประหลาด ส่วนหญิงชราผู้เป็นย่าของเด็ก ๆ ก็รู้สึกว่าการหายใจของนางโล่งสบายขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เหลือเชื่อ... เหลือเชื่ออย่างที่สุด!” ชายชราผู้เป็นปู่พึมพำกับตัวเอง ท่านเป็นบัณฑิตที่ยึดมั่นในหลักการและเหตุผลมาตลอดชีวิต แต่ปรากฏการณ์ตรงหน้ากลับอยู่เหนือคำอธิบายใด ๆ ที่ท่านเคยร่ำเรียนมา

ในขณะที่หลิวเวยกำลังมองทุกคนที่ตกตะลึงอยู่นั้น เสียงของชุนหยาก็พลันดังขึ้นในหัวของนางอย่างเร่งร้อน

‘นายท่าน! นายท่าน! ข้าลืมบอกไป! น้ำพุวิญญาณมีคุณสมบัติพิเศษอีกสองอย่างนะเจ้าคะ!’

หลิวเวยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตั้งใจฟังคำอธิบายของภูตน้อย แล้วดวงตาของนางก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนยินดี...นี่มัน... สมบูรณ์แบบเกินไปแล้ว!

(นี่มันยิ่งกว่าถูกหวยอีก คนที่ได้รับนำพุนี้จากเราจะไม่มีวันคิดร้ายกับเราอย่างเด็ดขาด อีกทั้งหากใครคิดจะนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ผู้อื่นฟังคนผู้นั้นก็จะเกิดการสับสน... อย่างนี้ข้าก็สบายใจขึ้นเยอะเลย เพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นครอบครัวเดียวกันกับข้าก็ตาม แต่ใจคนก็ย่อมไม่แน่นอน) นางคิดอย่างลิงโลด เนื่องจากนางมัวแต่คิดจะให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงจนลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป

“ทุกคนเจ้าคะ” หลิวเวยรีบเรียกสติของทุกคนในห้องที่กำลังสูดกลิ่นหอมของน้ำพุจิตวิญญาณให้กลับมา “รีบมาดื่มน้ำในกานี้กันเถอะเจ้าค่ะ ดื่มกันแค่คนละหนึ่งจอกก็พอนะเจ้าคะ แม้ว่าสิ่งนี้จะเป็นของดีแต่ก็มีข้อจำกัดของมัน” เด็กหญิงไม่ลืมกล่าวเตือน

ตกดึกคืนเดียวกัน ในขณะที่ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน ซึ่งวันนี้ร่างกายของพวกเขารู้สึกเบาสบายและปลอดโปร่งเป็นอย่างมาก แต่สำหรับหลิวเวยที่ร่างกายภายนอกกำลังหลับอย่างสงบ

จิตวิญญาณของนางกำลังยุ่งอยู่กับการเร่งเพาะพันธ์มันฝรั่งกับชุนหยา ที่ตอนนี้นางกับภูตน้อยจำเป็นต้องใช้น้ำพุแห่งจิตวิญญาณเร่งการเจริญเติบโตของพวกมันเพื่อให้ทันกับความต้องการของบิดาและชาวบ้านจำนวนห้าสิบหมู่บ้าน

‘ชุนหยา เราต้องเร่งผลผลิตให้มีพอนำไปแจกจ่าย’ น้ำเสียงของหลิวเวยดังขึ้นในขณะเดินดูแปลงมันฝรั่งและมันเทศที่ให้ชุนหยาแอบนำเข้ามาปลูก

‘นายท่านไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ทันแน่นอน’ เสียงใสแจ๋วของภูตตัวเล็กเต็มไปด้วยความมั่นใจ

‘เยี่ยมมาก’ เวยเวยกล่าวชม ก่อนที่นางจะพูดต่อ ‘หากเจ้าเห็นว่ามันเพียงพอแล้ว ข้ารบกวนให้เจ้านำพวกมันออกไปกองรวมกับของเก่าที่กลางลานด้วยนะ ตอนนี้เห็นทีว่าข้าคงต้องขอตัวไปงีบสักหน่อย’ หลิวเวยพูดไปก็อ้าปากหาวออกมาหวอดใหญ่ทีเดียว

‘เจ้าค่ะ นายท่าน’ หลังซุนหยารับปาก จิตวิญญาณของเสิ่นหลิวเวยก็หายออกมาจากมิติ

ไม่กี่ชั่วยามต่อมา แสงแรกของอรุณรุ่งก็เริ่มจับขอบฟ้า หลิวเวยที่กำลังนอนหลับอย่างสบายก็ได้ถูกเสียงของพี่ชายคนที่สามมาปลุกถึงหน้าห้องนอนของตน

“น้องเล็ก! ตื่นเร็วเข้า!” เสิ่นจวินหลี่ที่ไม่อาจเก็บความตระหนกเอาไว้ได้หลังจากตื่นนอนก็รีบวิ่งตึงตังมาทางห้องของน้องสาว

“ไม่เอา ข้าอยากนอนต่อ” นางตอบกลับอย่างงึมงำที่คนภายนอกไม่มีทางได้ยิน โดยที่นางไม่รู้เลยว่าคนเป็นพี่ได้ผลักประตูห้องของนางเปิดกว้างแล้ว

สภาพของน้องสาวที่นอนไม่เรียบร้อยนั้นหาได้ทำให้ผู้บุกรุกตกใจแต่อย่างใด เสิ่นจวินหลี่ไม่รอช้าเจ้าตัวรีบใช้มือของตนจับขาของผู้เป็นน้องพร้อมกับเอ่ยเรียก

“น้องเล็ก!” เสิ่นหลิวเวยที่รู้สึกว่ามีมือมาจับข้อเท้าของตนนางก็พลันสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ “เหวอ!” นางร้องออกมาเสียงหลงและยังเกือบจะถีบเสิ่นจวินหลี่ที่เกิดก่อนเพียงสองปีอีกด้วย

“พี่สาม!” เสียงของนางดังลั่นเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่กล้าบุกเข้ามาก่อกวนนางในยามนี้

“เจ้าอย่าเพิ่งโกรธ ตอนนี้ทุกคนกำลังรวมตัวกันที่ลานกว้างหมดแล้ว” คำกล่าวของเขาทำให้ใบหน้าของเสิ่นหลิวเวยเปลี่ยนไป

“เพราะเหตุใด” นางทำสีหน้าฉงน

“ไปดูเองก็รู้แล้ว!”

สิ้นคำพูดนี้ เสิ่นจวินหลี่ก็ไม่รอช้า เขารีบคว้าข้อมือเล็ก ๆ ของน้องสาวแล้วกึ่งลากกึ่งจูงนางออกจากห้องนอนทันที ทิ้งให้เสิ่นหลิวเวยที่ยังคงงัวเงียได้แต่งุนงงกับการกระทำอันเร่งรีบของพี่ชาย

ยิ่งเดินเข้าใกล้ลานกว้างหน้าเรือนใหญ่มากเท่าไหร่ หลิวเวยก็ยิ่งรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผิดปกติ ความเงียบสงัดยามเช้าที่ควรจะเป็น กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงพึมพำที่ดังลอดออกมาอย่างไม่อาจเก็บงำได้ และเมื่อสองพี่น้องก้าวพ้นโค้งสุดท้ายของระเบียงทางเดิน...

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้เสิ่นหลิวเวยถึงกับอ้าปากค้าง! เนื่องจากกลางลานกว้างของจวนที่เมื่อวานยังมีหัวมันกับมันฝรั่งอยู่ไม่กี่หย่อมหลังจากนำไปทำอาหารบางส่วน บัดนี้กลับปรากฏกองมันเทศป่าและมันฝรั่งกองมหึมา

ไม่สิ... มันต้องเรียกว่าเป็นภูเขาขนาดย่อม ๆ เลยทีเดียว! กองมันนั้นแทบจะสูงท่วมหัวผู้ใหญ่เลยด้วยซ้ำ... กลิ่นดินสดใหม่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณราวกับเพิ่งถูกขุดขึ้นมาจากดินเมื่อครู่นี้เอง

รอบ ๆ กองภูเขานั้น สมาชิกทุกคนในตระกูลเสิ่นยืนรวมตัวกันอยู่ครบถ้วน ทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์แห่งความตกตะลึง ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมา มีเพียงดวงตาที่เบิกกว้างและอ้าปากค้างเท่านั้นที่บ่งบอกถึงอารมณ์ของพวกเขาได้

เสิ่นเจิ้งเต๋อยืนลูบเคราตัวเองอย่างเหม่อลอย เสิ่นอี้หานมีสีหน้าผ่อนคลายเพราะนี่ย่อมหมายถึงอาหารของชาวบ้านที่จะไม่ต้องอดตายแต่ก็เต็มไปด้วยความสับสน แล้วในตอนนั้นเองที่เสิ่นหลิวเวยกำลังมองไปที่ใบหน้าของทุกคน

‘นายท่าน... ชุนหยาทำดีหรือไม่เจ้าคะ?’

เสียงใสแจ๋วที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของชุนหยาดังก้องขึ้นในหัวของนาง ซึ่งคำถามนี้ของภูตน้อยแทบจะทำให้หลิวเวยล้มทั้งยืน! ‘มันก็ได้อยู่นะ’ นางตอบแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ‘แต่นี่มันจะไม่มากไปหน่อยหรือชุนหยา’

‘ไม่มากหรอกเจ้าค่ะ แบบนี้แหละรับรองว่าพอดีสำหรับการแจกจ่ายอย่างแน่นอน เชื่อหัวชุนหยาสิเจ้าคะ’
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 268

    หญิงสาวเลือกเดินทางมาที่หมู่บ้านท่าเรือประมงค่อนข้างเก่าแห่งหนึ่ง... ลมทะเลพัดแรงหอบเอากลิ่นไอเค็มและความชื้นเข้ามาปะทะใบหน้าหลินเวยในชุดเดรสยาวสีขาว ยืนอยู่บนสะพานเทียบเรือ เธอมองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่น้ำทะเลบรรจบกับท้องฟ้า ที่นี่... แม้ตึกรามบ้านช่องจะเปลี่ยนไปจากภาพในฝัน แต่กลิ่นของทะเล เสียงของค

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 267

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอีกครา นับจากวันที่เหล่าพี่น้องได้พบหน้า... จากฤดูใบไม้ผลิสู่ฤดูหนาว จากผมดำขลับสู่สีดอกเลา... ในที่สุดเรื่องราวของเสิ่นหลิวเวยสตรีผู้พลิกชะตาตระกูลเสิ่นและสร้างตำนานแห่งเมืองตงไห่ก็ได้ดำเนินมาถึงบทสุดท้ายของชีวิตที่เรือนพำนักจวนอ๋องจิ้ง... ภายในห้องนอนที่กว้างขวางและเงีย

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 266

    “ท่านอาจื้อคัง! ข้าฮ่าวหราน มารับท่านแล้วขอรับ!”เสิ่นจื้อคังเปิดม่านออกมา น้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นหลานชายที่เคยตัวกะเปี๊ยก บัดนี้กลายเป็นชายชาติทหารเต็มตัว“ฮ่าวหราน... เจ้าโตเป็นหนุ่มแน่นขนาดนี้เชียวหรือ! ดี! ดีมาก! สมแล้วที่เป็นลูกของพี่สาม!”ในระหว่างที่เสิ่นฮ่าวหรานกำลังไปรอรับผู้ที่เดินทางมาจากแด

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 265

    กาลเวลาเปรียบดั่งสายน้ำที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว มิอาจหวนคืน... จากฤดูร้อนอันแสนวุ่นวายของเหล่าเด็กน้อยในวันวาน เคลื่อนคล้อยผ่านฝนหนาวและใบไม้ผลิมานับอีกสี่ปีสี่ปี... เป็นช่วงเวลาที่จะสั้นก็ว่าสั้นจะว่านานก็นาน เพราะแต่ละปีก็หมายถึงอายุของผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น ส่วนเหล่ารุ่นเยาว์ก็เริ่มเติบโตพอจะบินส

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 264

    ส่วนเสิ่นฮ่าวหรานและจ้าวเฟยหลงทำหน้าที่เป็นฝ่ายผลิต... หน้าที่ไสน้ำแข็งและทุบน้ำแข็ง เพราะเป็นหนุ่มสายบู๊ พละกำลังเหลือเฟือทางด้านสองสาว เสิ่นซินเยว่และจ้าวเฟยหง จะทำหน้าที่ฝ่ายบริการและเรียกลูกค้า โดยที่โจวหม่านม่านจะทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบคือนักชิมนั่นเอง ปิดท้ายด้วยเสิ่นอี้ซวนที่จะทำหน้าที่สังเกตภา

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 263

    สายลมร้อนอบอ้าวพัดผ่านทุ่งนาสีเขียวขจีของเมืองตงไห่ แม้จะเป็นฤดูร้อนที่แผดเผาแต่สำหรับจวนตระกูลเสิ่นแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความเย็นฉ่ำจากความรักและความมีชีวิตชีวาที่ห้องทำงานส่วนตัวของเสิ่นอี้เทียน... หนุ่มน้อยในวัยสิบสามปีกำลังนั่งหลังตรงจรดพู่กันลงบนกระดาษเนื้อดี กลิ่นหมึกหอมจางลอยอบอวลไปในอากาศ“เ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 150

    “ทะลุพ่ะย่ะค่ะ! องค์ชาย! มันทะลุแผ่นเกราะไม้ทั้งสามชั้น!”“สำเร็จ!” จ้าวหมิงฮุยเผลอกำหมัดแน่น! “มันสำเร็จแล้ว” เขากล่าวพลางหันไปมองหุ้นส่วนตัวน้อยที่กำลังยืนยิ้มกว้างอยู่ด้วยกัน “เวยเวย! พวกเราทำได้แล้ว”“ใช่! เจ้าค่ะ แต่ท่านอย่าเพิ่งดีใจเร็วเกินไปนัก พวกเรายังต้องทำการทดสอบซ้ำ ๆ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 149

    รุ่งเช้าของวันต่อมา... บรรยากาศที่หน้าจวนเรือนซ่อนเร้นกำลังเต็มไปด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ ในขณะที่รถม้าจากวังหลวงที่จ้าวหมิงฮุยส่งมารับ กำลังจอดรอเสิ่นอี้หาน เสิ่นเจิ้งเต๋อ เสิ่นอี้เฟย และเหล่าเด็กชายทั้งห้าเพื่อไปส่งยังท่าเรือ“เวยเวย... อยู่ที่นี่... ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะลูก” เสิ่นอี้หานกอดบุตรสา

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 148

    “ท่านจะมาเกรงใจอะไร ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เคยกินข้าวด้วยกันเสียหน่อย ท่านไปนั่งเถอะหรือว่าจะมาช่วยข้าในครัวก็ได้ ข้าไม่ขัด” เสิ่นหลิวเวยพูดกับเขาด้วยถ้อยคำปกติจนคนในครอบครัวของนางพากันเหงื่อตกทีเดียว ยกเว้นก็แต่บรรดาเด็กชายทั้งสามที่ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ยังคงเห็นจ้าวหมิงฮุยเป็นพี่ชายเฉินคนเดิม“พี่ชายเฉ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 147

    หลังจากที่สามสตรีต่างวัยตระกูลเสิ่นกล่าวทูลลาฮองเฮาเรียบร้อยแล้ว อู๋ตงหัวหน้าขันทีคู่พระทัยก็ได้นำทางพวกนางเดินกลับออกมาจากเขตพระราชฐานชั้นในหลินเยว่เอ๋อและหลิวซูซินยังคงมีอาการประหม่าไม่หายจากการได้เข้าเฝ้าแม่ของแผ่นดินอย่างใกล้ชิดถึงเพียงนี้ เป็นประสบการณ์ที่พวกนางจะไม่มีวันลืมเลือนขบวนของพวกนาง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status