Partager

บทที่ 9

หลังจากมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและอิ่มท้องอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน บรรยากาศภายในจวนตระกูลเสิ่นก็อบอวลไปด้วยความสุขและความหวัง แต่เมื่อทุกคนย้ายเข้ามาในห้องโถงใหญ่ตามคำสั่งของชายชราผู้เป็นประมุขของจวน

บรรยากาศที่เคยคึกคักก็ค่อย ๆ สงบลง กลายเป็นความคาดหวังอย่างจริงจังถึงเรื่องบางอย่าง เสิ่นเจิ้งเต๋อได้สั่งให้บ่าวรับใช้ทุกคนรวมถึงเสี่ยวชิงและฮุ่ยจูออกไปรอข้างนอกก่อน โดยให้เหตุผลว่านี่คือการประชุมเรื่องสำคัญภายในครอบครัว

เมื่อประตูห้องโถงถูกปิดลงเหลือเพียงสมาชิกของครอบครัว ทุกสายตาก็จับจ้องไปยังเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตักของหญิงชราอย่างพร้อมเพรียง

เสิ่นเจิ้งเต๋อเป็นผู้ทำลายความเงียบขึ้นก่อน เขามองหลานสาวด้วยสายตาที่อ่อนโยนแต่ก็แฝงไว้ด้วยความจริงจัง “เวยเวย ย่าของเจ้าบอกปู่ว่าเจ้ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพของพวกเราจะบอก... เรื่องน้ำหวานอมฤตที่ท่านเทพเซินหนงมอบให้มันคือสิ่งใดเช่นนั้นรึ”

หลิวเวยพยักหน้าด้วยท่าทางสุขุมเกินวัย... ก่อนที่นางจะเล่าเรื่องราวที่เตรียมการไว้ในใจอย่างฉะฉาน “เจ้าค่ะท่านปู่... ตอนที่เวยเวยสลบไป ท่านเทพเซินหนงสงสารที่เห็นร่างกายของข้าอ่อนแอและท่านย่าก็ไออยู่บ่อยครั้ง ท่านจึงได้มอบของวิเศษให้ข้ามาเจ้าค่ะ”

“ลูกรัก มันเป็นเรื่องจริงเช่นนั้นรึ” หลิวซูซินเอ่ยเสียงสั่นด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันต่อองค์เทพท่านนั้น เพราะตั้งแต่ที่เวยเวยถือกำเนิดนางก็ตัวเล็กเท่าลูกแมว... ร่างกายรึก็อ่อนแอแต่พอนางฟื้นขึ้นมาในครานี้ลูกสาวก็ดูร่าเริงขึ้นและยังแข็งแรงขึ้นมากด้วย

“จริงแท้แน่นอนที่สุดเจ้าค่ะ” เจ้าตัวเล็กพยักหน้ายืนยัน ก่อนจะกล่าวต่อ “ แต่สิ่งที่ท่านมอบให้นั้นเป็นพรที่ทำให้ข้าสามารถเรียกน้ำหวานอมฤตออกมาได้เจ้าค่ะ ท่านว่าน้ำนี้สามารถชะล้างสิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง บรรเทาอาการความเจ็บป่วยได้”

คำพูดนี้ของนางทำให้ทุกคนในห้องตกตะลึงไปอีกครั้ง! เพราะไม่ใช่แค่ความรู้เรื่องพืชพรรณที่กินได้และไม่ได้ แต่ยังมีของวิเศษที่ช่วยรักษาโรคได้อีกด้วย!

“แล้ว... แล้วของวิเศษนั่นอยู่ที่ไหนรึหลานสาว” จางชุนฮวาถามขึ้นอย่างตื่นเต้น

“เรื่องนี้... ข้าจะแสดงให้ทุกท่านดูเจ้าค่ะว่าพรนี้ใช้อย่างไร” นางพูดพลางลุกขึ้นจากตักของหญิงชราแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะกลางห้องที่มีกาน้ำชาวางอยู่

เด็กหญิงหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะ หลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อเพ่งสมาธิ ก่อนจะยื่นมือขวาเล็ก ๆ ของตนเองออกมาข้างหน้า

‘ชุนหยา ขอน้ำพุวิญญาณหนึ่งหยด... ที่ปลายนิ้วชี้ขวาของข้า’

‘รับบัญชาเจ้าค่ะนายท่าน!’

สิ้นคำกล่าวนี้ของนางกับภูตน้อย ที่ปลายนิ้วชี้เล็ก ๆ ของนางก็พลันปรากฏหยดน้ำใสสะอาดที่ส่องประกายระยิบระยับ แวววาวราวกับประกายของเพชรหยดเล็ก ๆ หยดหนึ่งขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์! แม้จะมีขนาดเล็กมากแต่ทุกคนในห้องโถงที่กำลังจ้องมองอย่างไม่กะพริบตาก็สามารถเห็นประกายแสงนั้นได้อย่างชัดเจน

หลิวเวยไม่รอช้า นางรีบเปิดฝากาน้ำชาออกและหยดน้ำวิเศษนั้นลงไปอย่างรวดเร็วและในทันใดนั้นเอง กลิ่นหอมสดชื่นอันบริสุทธิ์อย่างที่ไม่เคยมีใครได้กลิ่นมาก่อนก็ค่อย ๆ แผ่กำจายออกมาจากกาน้ำชาใบนั้น! มันเป็นกลิ่นที่หอมละมุนยิ่งกว่าดอกไม้ใด ๆ และทำให้ผู้ที่ได้สูดดมเข้าไปรู้สึกปลอดโปร่งและผ่อนคลายในทันที

“กลิ่นอะไรน่ะ... หอมเหลือเกิน” ชายชราเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก แววตาของท่านเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง

หลิวเวยหันกลับมามองทางทุกคนในครอบครัวพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างออกมา “นี่แหละเจ้าค่ะ น้ำหวานอมฤตที่ท่านเทพมอบให้”

กลิ่นหอมอันบริสุทธิ์นั้นไม่ได้เพียงแค่จรุงใจ แต่มันดูเหมือนจะมีพลังบางอย่างที่มองไม่เห็นแฝงอยู่ด้วย เสิ่นอี้หานผู้แบกรับความเครียดจากการงานมาทั้งวันรู้สึกราวกับว่าปมที่ขมวดแน่นอยู่ในใจได้คลายออกเล็กน้อย

ความหนักอึ้งบนบ่าเบาลงอย่างน่าประหลาด ส่วนหญิงชราผู้เป็นย่าของเด็ก ๆ ก็รู้สึกว่าการหายใจของนางโล่งสบายขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เหลือเชื่อ... เหลือเชื่ออย่างที่สุด!” ชายชราผู้เป็นปู่พึมพำกับตัวเอง ท่านเป็นบัณฑิตที่ยึดมั่นในหลักการและเหตุผลมาตลอดชีวิต แต่ปรากฏการณ์ตรงหน้ากลับอยู่เหนือคำอธิบายใด ๆ ที่ท่านเคยร่ำเรียนมา

ในขณะที่หลิวเวยกำลังมองทุกคนที่ตกตะลึงอยู่นั้น เสียงของชุนหยาก็พลันดังขึ้นในหัวของนางอย่างเร่งร้อน

‘นายท่าน! นายท่าน! ข้าลืมบอกไป! น้ำพุวิญญาณมีคุณสมบัติพิเศษอีกสองอย่างนะเจ้าคะ!’

หลิวเวยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตั้งใจฟังคำอธิบายของภูตน้อย แล้วดวงตาของนางก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนยินดี...นี่มัน... สมบูรณ์แบบเกินไปแล้ว!

(นี่มันยิ่งกว่าถูกหวยอีก คนที่ได้รับนำพุนี้จากเราจะไม่มีวันคิดร้ายกับเราอย่างเด็ดขาด อีกทั้งหากใครคิดจะนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ผู้อื่นฟังคนผู้นั้นก็จะเกิดการสับสน... อย่างนี้ข้าก็สบายใจขึ้นเยอะเลย เพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นครอบครัวเดียวกันกับข้าก็ตาม แต่ใจคนก็ย่อมไม่แน่นอน) นางคิดอย่างลิงโลด เนื่องจากนางมัวแต่คิดจะให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงจนลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป

“ทุกคนเจ้าคะ” หลิวเวยรีบเรียกสติของทุกคนในห้องที่กำลังสูดกลิ่นหอมของน้ำพุจิตวิญญาณให้กลับมา “รีบมาดื่มน้ำในกานี้กันเถอะเจ้าค่ะ ดื่มกันแค่คนละหนึ่งจอกก็พอนะเจ้าคะ แม้ว่าสิ่งนี้จะเป็นของดีแต่ก็มีข้อจำกัดของมัน” เด็กหญิงไม่ลืมกล่าวเตือน

ตกดึกคืนเดียวกัน ในขณะที่ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน ซึ่งวันนี้ร่างกายของพวกเขารู้สึกเบาสบายและปลอดโปร่งเป็นอย่างมาก แต่สำหรับหลิวเวยที่ร่างกายภายนอกกำลังหลับอย่างสงบ

จิตวิญญาณของนางกำลังยุ่งอยู่กับการเร่งเพาะพันธ์มันฝรั่งกับชุนหยา ที่ตอนนี้นางกับภูตน้อยจำเป็นต้องใช้น้ำพุแห่งจิตวิญญาณเร่งการเจริญเติบโตของพวกมันเพื่อให้ทันกับความต้องการของบิดาและชาวบ้านจำนวนห้าสิบหมู่บ้าน

‘ชุนหยา เราต้องเร่งผลผลิตให้มีพอนำไปแจกจ่าย’ น้ำเสียงของหลิวเวยดังขึ้นในขณะเดินดูแปลงมันฝรั่งและมันเทศที่ให้ชุนหยาแอบนำเข้ามาปลูก

‘นายท่านไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ทันแน่นอน’ เสียงใสแจ๋วของภูตตัวเล็กเต็มไปด้วยความมั่นใจ

‘เยี่ยมมาก’ เวยเวยกล่าวชม ก่อนที่นางจะพูดต่อ ‘หากเจ้าเห็นว่ามันเพียงพอแล้ว ข้ารบกวนให้เจ้านำพวกมันออกไปกองรวมกับของเก่าที่กลางลานด้วยนะ ตอนนี้เห็นทีว่าข้าคงต้องขอตัวไปงีบสักหน่อย’ หลิวเวยพูดไปก็อ้าปากหาวออกมาหวอดใหญ่ทีเดียว

‘เจ้าค่ะ นายท่าน’ หลังซุนหยารับปาก จิตวิญญาณของเสิ่นหลิวเวยก็หายออกมาจากมิติ

ไม่กี่ชั่วยามต่อมา แสงแรกของอรุณรุ่งก็เริ่มจับขอบฟ้า หลิวเวยที่กำลังนอนหลับอย่างสบายก็ได้ถูกเสียงของพี่ชายคนที่สามมาปลุกถึงหน้าห้องนอนของตน

“น้องเล็ก! ตื่นเร็วเข้า!” เสิ่นจวินหลี่ที่ไม่อาจเก็บความตระหนกเอาไว้ได้หลังจากตื่นนอนก็รีบวิ่งตึงตังมาทางห้องของน้องสาว

“ไม่เอา ข้าอยากนอนต่อ” นางตอบกลับอย่างงึมงำที่คนภายนอกไม่มีทางได้ยิน โดยที่นางไม่รู้เลยว่าคนเป็นพี่ได้ผลักประตูห้องของนางเปิดกว้างแล้ว

สภาพของน้องสาวที่นอนไม่เรียบร้อยนั้นหาได้ทำให้ผู้บุกรุกตกใจแต่อย่างใด เสิ่นจวินหลี่ไม่รอช้าเจ้าตัวรีบใช้มือของตนจับขาของผู้เป็นน้องพร้อมกับเอ่ยเรียก

“น้องเล็ก!” เสิ่นหลิวเวยที่รู้สึกว่ามีมือมาจับข้อเท้าของตนนางก็พลันสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ “เหวอ!” นางร้องออกมาเสียงหลงและยังเกือบจะถีบเสิ่นจวินหลี่ที่เกิดก่อนเพียงสองปีอีกด้วย

“พี่สาม!” เสียงของนางดังลั่นเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่กล้าบุกเข้ามาก่อกวนนางในยามนี้

“เจ้าอย่าเพิ่งโกรธ ตอนนี้ทุกคนกำลังรวมตัวกันที่ลานกว้างหมดแล้ว” คำกล่าวของเขาทำให้ใบหน้าของเสิ่นหลิวเวยเปลี่ยนไป

“เพราะเหตุใด” นางทำสีหน้าฉงน

“ไปดูเองก็รู้แล้ว!”

สิ้นคำพูดนี้ เสิ่นจวินหลี่ก็ไม่รอช้า เขารีบคว้าข้อมือเล็ก ๆ ของน้องสาวแล้วกึ่งลากกึ่งจูงนางออกจากห้องนอนทันที ทิ้งให้เสิ่นหลิวเวยที่ยังคงงัวเงียได้แต่งุนงงกับการกระทำอันเร่งรีบของพี่ชาย

ยิ่งเดินเข้าใกล้ลานกว้างหน้าเรือนใหญ่มากเท่าไหร่ หลิวเวยก็ยิ่งรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผิดปกติ ความเงียบสงัดยามเช้าที่ควรจะเป็น กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงพึมพำที่ดังลอดออกมาอย่างไม่อาจเก็บงำได้ และเมื่อสองพี่น้องก้าวพ้นโค้งสุดท้ายของระเบียงทางเดิน...

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้เสิ่นหลิวเวยถึงกับอ้าปากค้าง! เนื่องจากกลางลานกว้างของจวนที่เมื่อวานยังมีหัวมันกับมันฝรั่งอยู่ไม่กี่หย่อมหลังจากนำไปทำอาหารบางส่วน บัดนี้กลับปรากฏกองมันเทศป่าและมันฝรั่งกองมหึมา

ไม่สิ... มันต้องเรียกว่าเป็นภูเขาขนาดย่อม ๆ เลยทีเดียว! กองมันนั้นแทบจะสูงท่วมหัวผู้ใหญ่เลยด้วยซ้ำ... กลิ่นดินสดใหม่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณราวกับเพิ่งถูกขุดขึ้นมาจากดินเมื่อครู่นี้เอง

รอบ ๆ กองภูเขานั้น สมาชิกทุกคนในตระกูลเสิ่นยืนรวมตัวกันอยู่ครบถ้วน ทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์แห่งความตกตะลึง ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมา มีเพียงดวงตาที่เบิกกว้างและอ้าปากค้างเท่านั้นที่บ่งบอกถึงอารมณ์ของพวกเขาได้

เสิ่นเจิ้งเต๋อยืนลูบเคราตัวเองอย่างเหม่อลอย เสิ่นอี้หานมีสีหน้าผ่อนคลายเพราะนี่ย่อมหมายถึงอาหารของชาวบ้านที่จะไม่ต้องอดตายแต่ก็เต็มไปด้วยความสับสน แล้วในตอนนั้นเองที่เสิ่นหลิวเวยกำลังมองไปที่ใบหน้าของทุกคน

‘นายท่าน... ชุนหยาทำดีหรือไม่เจ้าคะ?’

เสียงใสแจ๋วที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของชุนหยาดังก้องขึ้นในหัวของนาง ซึ่งคำถามนี้ของภูตน้อยแทบจะทำให้หลิวเวยล้มทั้งยืน! ‘มันก็ได้อยู่นะ’ นางตอบแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ‘แต่นี่มันจะไม่มากไปหน่อยหรือชุนหยา’

‘ไม่มากหรอกเจ้าค่ะ แบบนี้แหละรับรองว่าพอดีสำหรับการแจกจ่ายอย่างแน่นอน เชื่อหัวชุนหยาสิเจ้าคะ’
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 268

    หญิงสาวเลือกเดินทางมาที่หมู่บ้านท่าเรือประมงค่อนข้างเก่าแห่งหนึ่ง... ลมทะเลพัดแรงหอบเอากลิ่นไอเค็มและความชื้นเข้ามาปะทะใบหน้าหลินเวยในชุดเดรสยาวสีขาว ยืนอยู่บนสะพานเทียบเรือ เธอมองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่น้ำทะเลบรรจบกับท้องฟ้า ที่นี่... แม้ตึกรามบ้านช่องจะเปลี่ยนไปจากภาพในฝัน แต่กลิ่นของทะเล เสียงของค

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 267

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอีกครา นับจากวันที่เหล่าพี่น้องได้พบหน้า... จากฤดูใบไม้ผลิสู่ฤดูหนาว จากผมดำขลับสู่สีดอกเลา... ในที่สุดเรื่องราวของเสิ่นหลิวเวยสตรีผู้พลิกชะตาตระกูลเสิ่นและสร้างตำนานแห่งเมืองตงไห่ก็ได้ดำเนินมาถึงบทสุดท้ายของชีวิตที่เรือนพำนักจวนอ๋องจิ้ง... ภายในห้องนอนที่กว้างขวางและเงีย

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 266

    “ท่านอาจื้อคัง! ข้าฮ่าวหราน มารับท่านแล้วขอรับ!”เสิ่นจื้อคังเปิดม่านออกมา น้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นหลานชายที่เคยตัวกะเปี๊ยก บัดนี้กลายเป็นชายชาติทหารเต็มตัว“ฮ่าวหราน... เจ้าโตเป็นหนุ่มแน่นขนาดนี้เชียวหรือ! ดี! ดีมาก! สมแล้วที่เป็นลูกของพี่สาม!”ในระหว่างที่เสิ่นฮ่าวหรานกำลังไปรอรับผู้ที่เดินทางมาจากแด

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 265

    กาลเวลาเปรียบดั่งสายน้ำที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว มิอาจหวนคืน... จากฤดูร้อนอันแสนวุ่นวายของเหล่าเด็กน้อยในวันวาน เคลื่อนคล้อยผ่านฝนหนาวและใบไม้ผลิมานับอีกสี่ปีสี่ปี... เป็นช่วงเวลาที่จะสั้นก็ว่าสั้นจะว่านานก็นาน เพราะแต่ละปีก็หมายถึงอายุของผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น ส่วนเหล่ารุ่นเยาว์ก็เริ่มเติบโตพอจะบินส

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 264

    ส่วนเสิ่นฮ่าวหรานและจ้าวเฟยหลงทำหน้าที่เป็นฝ่ายผลิต... หน้าที่ไสน้ำแข็งและทุบน้ำแข็ง เพราะเป็นหนุ่มสายบู๊ พละกำลังเหลือเฟือทางด้านสองสาว เสิ่นซินเยว่และจ้าวเฟยหง จะทำหน้าที่ฝ่ายบริการและเรียกลูกค้า โดยที่โจวหม่านม่านจะทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบคือนักชิมนั่นเอง ปิดท้ายด้วยเสิ่นอี้ซวนที่จะทำหน้าที่สังเกตภา

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 263

    สายลมร้อนอบอ้าวพัดผ่านทุ่งนาสีเขียวขจีของเมืองตงไห่ แม้จะเป็นฤดูร้อนที่แผดเผาแต่สำหรับจวนตระกูลเสิ่นแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความเย็นฉ่ำจากความรักและความมีชีวิตชีวาที่ห้องทำงานส่วนตัวของเสิ่นอี้เทียน... หนุ่มน้อยในวัยสิบสามปีกำลังนั่งหลังตรงจรดพู่กันลงบนกระดาษเนื้อดี กลิ่นหมึกหอมจางลอยอบอวลไปในอากาศ“เ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 155

    “ข้าเข้าใจความมุ่งมั่นของเจ้าแล้ว... ท่านที่ปรึกษาลับ” กู้หวายอี้พยักหน้ารับช้า ๆ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคารพในความคิดของเด็กน้อย“แต่เรื่องนี้ใหญ่หลวงนัก... ข้ามิอาจตัดสินใจโดยพลการ ดังนั้นข้าจำต้องนำความนี้ขึ้นกราบทูลฝ่าบาทเพื่อขอพระบรม ราชานุญาตเสียก่อน”หลังกล่าวจบเขาก็ได้หันไปสั่งการทห

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 153

    รุ่งเช้าของวันต่อมา... ที่ทำการกรมการเกษตร บรรยากาศภายในห้องปรึกษากำลังเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กู้หวายอี้ในชุดขุนนางเต็มยศนั่งอยู่ในตำแหน่งหลักด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขากวาดตามองเหล่าขุนนางอาวุโสในสังกัด... ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขุนนางเก่าที่รอดพ้นจากการล้างกระดานมาได้“พวกท่านคงทราบถ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 152

    ฮ่องเต้จ้าวเจิ้งหยางทอดพระเนตรเด็กหญิงวัยหกขวบตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างเปิดเผย “เวยเวย... เจ้าคือของขวัญที่สวรรค์ส่งมาให้ต้าเฉิงจริง ๆ”หลังกล่าวชมเด็กหญิงเพียงหนึ่งเดียว... พระองค์ก็ตรัสออกมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด“ข้า... ขอแต่งตั้งให้เจ้า... ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษกรมการเกษตรมีอ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   บทที่ 151

    หลังจากการทดลองปืนใหญ่ประสบความสำเร็จไปด้วยดีเสิ่นหลิวเวยก็คิดว่าภารกิจเร่งด่วนของนางที่เมืองหลวงคงจะเสร็จสิ้นลงแล้ว ทั้งแบบร่างอาวุธ สูตรดินปืน และแผนการสร้างถนน... นางได้มอบทุกอย่างให้หุ้นส่วนของนางไปจนหมดสิ้นตลอดระยะเวลาครึ่งปี จนตอนนี้นางอายุเข้าหกปี... เสิ่นหลิวเวยในวัยหกขวบเต็มกำลังง่วนอยู่กั

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status