تسجيل الدخولหญิงสาวเลือกเดินทางมาที่หมู่บ้านท่าเรือประมงค่อนข้างเก่าแห่งหนึ่ง... ลมทะเลพัดแรงหอบเอากลิ่นไอเค็มและความชื้นเข้ามาปะทะใบหน้าหลินเวยในชุดเดรสยาวสีขาว ยืนอยู่บนสะพานเทียบเรือ เธอมองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่น้ำทะเลบรรจบกับท้องฟ้า ที่นี่... แม้ตึกรามบ้านช่องจะเปลี่ยนไปจากภาพในฝัน แต่กลิ่นของทะเล เสียงของค
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอีกครา นับจากวันที่เหล่าพี่น้องได้พบหน้า... จากฤดูใบไม้ผลิสู่ฤดูหนาว จากผมดำขลับสู่สีดอกเลา... ในที่สุดเรื่องราวของเสิ่นหลิวเวยสตรีผู้พลิกชะตาตระกูลเสิ่นและสร้างตำนานแห่งเมืองตงไห่ก็ได้ดำเนินมาถึงบทสุดท้ายของชีวิตที่เรือนพำนักจวนอ๋องจิ้ง... ภายในห้องนอนที่กว้างขวางและเงีย
“ท่านอาจื้อคัง! ข้าฮ่าวหราน มารับท่านแล้วขอรับ!”เสิ่นจื้อคังเปิดม่านออกมา น้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นหลานชายที่เคยตัวกะเปี๊ยก บัดนี้กลายเป็นชายชาติทหารเต็มตัว“ฮ่าวหราน... เจ้าโตเป็นหนุ่มแน่นขนาดนี้เชียวหรือ! ดี! ดีมาก! สมแล้วที่เป็นลูกของพี่สาม!”ในระหว่างที่เสิ่นฮ่าวหรานกำลังไปรอรับผู้ที่เดินทางมาจากแด
กาลเวลาเปรียบดั่งสายน้ำที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว มิอาจหวนคืน... จากฤดูร้อนอันแสนวุ่นวายของเหล่าเด็กน้อยในวันวาน เคลื่อนคล้อยผ่านฝนหนาวและใบไม้ผลิมานับอีกสี่ปีสี่ปี... เป็นช่วงเวลาที่จะสั้นก็ว่าสั้นจะว่านานก็นาน เพราะแต่ละปีก็หมายถึงอายุของผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น ส่วนเหล่ารุ่นเยาว์ก็เริ่มเติบโตพอจะบินส
ส่วนเสิ่นฮ่าวหรานและจ้าวเฟยหลงทำหน้าที่เป็นฝ่ายผลิต... หน้าที่ไสน้ำแข็งและทุบน้ำแข็ง เพราะเป็นหนุ่มสายบู๊ พละกำลังเหลือเฟือทางด้านสองสาว เสิ่นซินเยว่และจ้าวเฟยหง จะทำหน้าที่ฝ่ายบริการและเรียกลูกค้า โดยที่โจวหม่านม่านจะทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบคือนักชิมนั่นเอง ปิดท้ายด้วยเสิ่นอี้ซวนที่จะทำหน้าที่สังเกตภา
สายลมร้อนอบอ้าวพัดผ่านทุ่งนาสีเขียวขจีของเมืองตงไห่ แม้จะเป็นฤดูร้อนที่แผดเผาแต่สำหรับจวนตระกูลเสิ่นแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความเย็นฉ่ำจากความรักและความมีชีวิตชีวาที่ห้องทำงานส่วนตัวของเสิ่นอี้เทียน... หนุ่มน้อยในวัยสิบสามปีกำลังนั่งหลังตรงจรดพู่กันลงบนกระดาษเนื้อดี กลิ่นหมึกหอมจางลอยอบอวลไปในอากาศ“เ
ปฏิบัติการล้างกระดานขององค์รัชทายาทและองค์ชายทั้งสองนั้นเป็นไปอย่างเด็ดขาด รวดเร็วและสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแผ่นดิน! ข่าวการกวาดล้างเหล่าขุนนางกังฉินที่หยั่งรากลึกมานานหลายสิบปี... การจับกุมเสนาบดีฝ่ายซ้ายเจ้ากรมพิธีการและเครือข่ายทั้งหมดของพวกเขาในข้อหากบฏและการประหารชีวิตอย่างไม่ไว้หน้าใครจุดประสงค
“เรื่องนี้มันย่อมทำกำไรมหาศาล!” จ้าวหมิงเซวียนอุทานออกมาเสียงเบาคล้ายคนละเมอ“แต่ข้าไม่สนใจกำไร” จ้าวหมิงฮุยกล่าวต่อ “ข้าสนใจเพียงวัตถุดิบ... พี่ใหญ่... การจะสร้างน้ำแข็งในปริมาณมหาศาลเช่นนี้...จำเป็นต้องใช้อะไร”“ดินประสิว!” จ้าวหมิงเซวียนตอบได้ทันทีทั้งนี้เขาเดาเอาจากสิ่งที่เสิ่นหลิวเวยต้องการนั่น
“โอ้! สวรรค์!” โจวหยวนตะโกนลั่นออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา“สิ่งนี้เรียกว่าปิงซา (น้ำแข็งไส) ถ้วยแรกของสถานศึกษาไห่เหวินซูเยวียน! เจ้าค่ะ” นางพูดไปพลางใช้ช้อนไม้แบน ๆ ขูดเกล็ดน้ำแข็งสีทองที่เพิ่งก่อตัวนั้นใส่ลงในถ้วยกระเบื้องใบเล็ก“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ”เสิ่นจวินหลี่เป็นคนแรกที่รับถ้วยน้ำแข็งไส ก่อนเจ้
เหล่าว่าที่บัณฑิตตัวน้อยทั้งหลายที่บัดนี้ได้เลื่อนระดับชั้นขึ้นมาอยู่ชั้นปีที่สองต่างพากันทำความเคารพเขาอย่างสำรวมและพร้อมเพรียง “คารวะท่านอาจารย์ขอรับ/เจ้าค่ะ”ชายผู้สูงวัยผู้มีเครายาวสีเงินยวง โบกมือให้ทุกคนนั่งลง “นั่งลง ๆ ว่าอย่างไรเล่าเมื่อสักครู่หากตาเฒ่าผู้นี้หูไม่ฝาดดูเหมือนว่าข้าจะได้ยินเจ้







