แชร์

ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว
ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว
ผู้แต่ง: นิมิตจันทร์

1 # เรียกเราว่า นิต้า

ผู้เขียน: นิมิตจันทร์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-09 11:23:02

ภายในร้านอาหารกึ่งผับแห่งเดียวที่เปิดอยู่ในหมู่บ้านเชิงดอย ช่วงเวลานี้ผู้คนกำลังครึกครื้นทั้งๆ ที่เพิ่งเลยเวลามื้อเย็นมาได้เพียงไม่นาน แต่เพราะร้านอื่นๆ ในระแวกนี้นั้นพากันปิดไปตั้งแต่ช่วงหัวค่ำแล้ว แถมอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงจากนี้ร้านนี้ก็จะปิดเช่นกัน

“แล้วร้ายที่สุด ไอ้ผู้ชายเฮงซวย” ฉันมานั่งที่บาร์ในร้านตั้งแต่ช่วงค่ำแล้ว หลังจากได้เห็นภาพบาดตาบาดใจและน่าอับอายที่สุดในชีวิตของฉัน การดื่มอาจจะไม่ได้ช่วยให้ภาพที่ฝังอยู่ในหัวหายไปได้ แต่อย่างน้อยฉันหวังว่ามันจะช่วยให้ฉันนอนหลับลงได้ในคืนที่เลวร้ายนี้

ใครจะไปนึกว่า เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ ฉันเพิ่งเห็นแฟนตัวเองที่คบกันมาตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาว กำลังเล่นผีผ้าห่มอยู่กับเพื่อนชายคนสนิทอีกคนในห้องพัก เราสามคนเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่ม.4 ฉันตกลงคบกับแฟนตอนม.5 และตอนนี้ฉันเลือกที่จะตามเขามาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันที่ภาคเหนือ แต่สุดท้ายเพิ่งได้มารู้ว่า ไอ้เพื่อนสนิทสองคนนั้นมันมีอะไรกันลับหลังฉันมาปีกว่าแล้ว

แก้วช็อตที่วางเรียงกันอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ มีจำนวนเกินขีดจำกัดร่างกายของฉันไปนานแล้ว ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าเสียงดนตรีที่ดังอยู่นั้นช่างเงียบงัน ภาพต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในสายตากลายเป็นภาพสโลว์โมชันไปหมด

ก่อนที่ฉันจะต้องได้นอนฟุบอยู่ตรงนี้เพื่อรอให้พนักงานร้านมาไล่ออกไป ฉันพยายามฝืนตัวเองให้ลุกขึ้นเดินออกจากร้านเพื่อไปหาที่พักใหม่ในคืนนี้ ฉันไม่อยากกลับไปอยู่ที่พักเดียวกับไอ้ผู้ชายสองคนนั้นแม้ว่าจะแยกห้องนอนกันก็เถอะ จบกันแค่นี้แล้วทั้งแฟนและเพื่อนสนิท

“อย่ามายุ่งกับชั้น ไปนะ ไปให้พ้น” ระหว่างทางที่กำลังจะเดินไปหาที่พัก ฉันเจอผู้ชายสองคนที่เหมือนจะเดินตามฉันออกมาจากในร้าน มันพยายามจะชวนฉันไปกับมัน ถึงฉันจะตัดผมซอยสั้น แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด แต่ฉันไม่ใช่พวกใจง่ายจะไปกับใครก็ได้หรอกนะ

ฉันพยายามไล่สองคนนั้นไป แต่ก็เหมือนจะไม่ได้ผล แถมเรี่ยวแรงที่จะทรงตัวของฉันก็เริ่มจะหมดเข้าไปทุกทีแล้ว ‘ทำไมเธอมันซวยอย่างนี้วะยัยนิด เจอแต่ผู้ชายเฮงซวย’

“ให้พวกเราไปส่งเธอดีกว่าน่า เมาขนาดนี้กลับไม่ไหวหรอกนะคนสวย” ทั้งๆ ที่ฉันตะโกนไล่ไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ชายคนหนึ่งก็ยังพูดกับฉันทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังยืนโอนเอนเกาะคอเพื่อนอีกคนอยู่

“ชั้นบอกแล้วไงว่าไม่ต้องการคนช่วย ชั้นกลับเองได้” ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะเดินหนีออกมา และยังต้องตะโกนคุยกับสองคนนั้นให้เสียงดังที่สุด เผื่อว่าจะมีพลเมืองดีผ่านมาได้ยินเข้าแล้วเข้ามาช่วยฉันออกไปจากสถานการณ์อันตรายนี้ได้

ความพยายามของฉันเป็นผล ยังดีที่บุญเก่าที่เคยสั่งสมมาช่วยให้ฉันเจอพลเมืองดีที่สามารถช่วยให้ฉันหลุดพ้นจากการถูกคุกคามตอนนี้ไปได้ ฉันได้ยินเสียงมาจากไกลๆ “ทางนี้ค่ะ คุณตำรวจ ทางนี้มีคนลวนลามผู้หญิงค่ะ” เสียงหวานที่รู้เลยว่าเจ้าของเสียงพยายามตะโกนออกมาให้ดังที่สุด ‘เสียงหวานขนาดนี้พวกมันจะเชื่อมั้ยหล่ะเนี่ย’

ในที่สุดผู้ชายสองคนนั้นหันหน้ามองกันเลิ่กลั่กแล้วก็รีบพากันหนีไป ‘รอดจนได้นะยัยนิด’ เรี่ยวแรงของฉันหายไปทั้งหมด จนเกือบจะทรุดตัวลงเข่ากระแทกพื้น ถ้าไม่ได้หญิงสาวเจ้าของเสียงนั้นเข้ามาพยุงไว้ได้ทันเวลาพอดี “เธอๆ เธอเป็นอะไรหรือเปล่า”

เธอตัวเล็กกว่าฉันนิดหน่อย แต่ก็พยายามสุดกำลังที่จะพาฉันออกไปจากจุดมืดมิดตรงนี้ แล้วหาที่นั่งที่พอมีแสงสว่างให้ฉันได้นั่งพัก เพื่อรอสร่างเมากว่านี้อีกหน่อย

“เราขอบใจเธอนะ ไม่ได้เธอสงสัยแย่ละ” ฉันได้นั่งพักและดื่มน้ำเปล่าที่หญิงสาวส่งมาให้ ไม่นานก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น มีสติจนสามารถเริ่มพูดคุยกับเธอได้อย่างชัดถ้อยชัดคำมากกว่าตอนแรก

“ถ้าเธอโอเคแล้ว เราไปก่อนนะ เธอพักแถวนี้หรือเปล่ากลับที่พักได้ใช่มั้ย” เหมือนเธอกำลังจะขอตัวไปแล้ว แต่ฉันยังไม่มีกะจิตกะใจจะตอบกลับไป ได้แต่นั่งเหม่อลอย แต่พอสร่างเมา ภาพต่างๆ ก็ย้อนกลับเข้ามาในหัว

“ฮืออออ ไอ้เวร ไอ้หน้าตัว… ไอ้ผู้ชายทุเรศ” ฉันโมโหจนเผลอด่าออกมาเสียงดัง แล้วยังปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาโฮใหญ่ ไม่ทันได้ระวังว่าคนข้างๆ จะตกใจ

“เธอเป็นอะไร เอ่อ อย่าร้องแบบนี้สิ เราทำอะไรไม่ถูก เธอหยุดร้องก่อนได้มั้ย แล้วคุยกันดีๆ นะ เราฟังไม่รู้เรื่องเธอพูดอะไร” เสียงปลอบจากคนข้างๆ ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ฉันยังคงร้องไห้เสียงดังโวยวาย สลับกับร้องกระซิกแบบพยายามจะเก็บเสียง

หลังจากได้รับกระดาษซับน้ำตามาหลายแผ่นและทุกแผ่นก็เปียกจนฉีกขาดไม่มีชิ้นดีในมือฉันแล้ว ฉันเริ่มตั้งสติ จึงได้รับรู้ว่ายังมีคนนั่งอยู่ข้างๆ คนที่ช่วยฉันไว้จากอันตราย

“เราขอโทษนะ เรารู้สึกแย่อะ เรามาเที่ยวกับไอ้แฟนเรา แต่เราเพิ่งเห็นมันเมาแล้ว…ควงผู้ชายเข้าห้องอะ ฮื้อออออ” ฉันไม่รู้จะอธิบายรายละเอียดยังไงดี มันจุกอกจนพูดไม่ออก แต่การได้พูดกับใครซักคนก็น่าจะช่วยระบายความอัดอั้นออกมาได้บ้าง เผื่อว่าจะรู้สึกโล่งขึ้น ฉันกล้าพูดออกไปเพราะคิดว่าหลังจากวันนี้เราคงไม่ได้เจอกันอีก

“ฮะะ….” เป็นใครได้ยินแบบนั้นก็คงมีอาการแบบเธอ

“ฮือออ…เรามันโคตรสมเพชตัวเองเลย เราคบกับมันตั้งแต่ม.4 เราอุตส่าห์ตามมันมาเรียนมหาวิทยาลัยถึงที่นี่ แต่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ แม่งทำไมมัน…” ฉันขอระบายเถอะ เราสองคนอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ฉันขอเห็นแก่ตัวระบายความทุกข์ออกมาหน่อยเถอะนะ

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ดูเธอสิหน้าตาก็ดี หุ่นก็ดีมากอะ เดี๋ยวเปิดเทอมแล้วก็ไปหาหนุ่มใหม่ หน้าตาดีๆ เป็นผู้ชายแท้ๆ เอานะ อย่าร้องเลย” ไม่คาดคิดว่าเธอจะปลอมใจฉันออกมาแบบนี้

“ใช่ ชั้นต้องเลิศ ชั้นต้องไม่แคร์ไอ้บ้านั่น เดี๋ยวกับมอเมื่อไหร่ ชั้นไปแปลงโฉมให้ผู้ชายทั้งมหาวิทยาลัยตะลึงไปเลย”

“ขอบใจเธอมากนะ เธอ…ชื่ออะไรนะ เอ่อ เราชื่อนิด ไม่เอาๆ เรียกเราว่า นิต้า ดีกว่า” ชื่อเก่าชีวิตเก่า ฉันจะทิ้งมันไว้ที่นี่ หลังจากนี้ฉันขอเป็นคนใหม่

“เราชื่ออัยย์”

“อัยย์ ชื่อน่ารักดี เข้ากับเธอดี ยินดีที่ได้รู้จักนะอัยย์ แล้วชั้นขอบคุณเธออีกครั้งที่ช่วยชั้นไว้จากไอ้พวกผู้ชายบ้านั่น”

“เฮ้อ ผู้ชายอะ เฮงซวยเหมือนกันหมดมั้ยนะ ทำไมชั้นต้องมาเจอแต่พวกผู้ชายเฮงซวยแบบนี้นะ” ได้ทีฉันก็เอาแต่บ่นๆๆ ออกไปไม่หยุดปาก ถึงแม้ใจหนึ่งจะรู้สึกเกรงใจสาวน้อยที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ บ้างก็เถอะ แต่พอได้ระบายแล้วมีคนรับฟัง ฉันก็หยุดไม่ได้

เราพูดคุยกันอยู่นานจนคนเริ่มบางตาลงอีกครั้ง สิ่งที่ฉันไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น อัยย์ หญิงสาวที่เพิ่งช่วยฉันจากการถูกคุกคาม แถมยังนั่งฟังฉันบ่นถึงความเจ็บปวดที่ฉันเพิ่งเผชิญ จู่ๆ เธอก็ชวนฉันไปเปิดห้องพักที่โฮมสเตย์เดียวกับที่เธออยู่ และฉันก็ดันตัดสินใจที่จะตามเธอไปอย่างไม่สงสัยอะไรเลย

จากที่ฉันคิดว่าการเจอกันของฉันและอัยย์ เกิดจากความบังเอิญ และไม่ได้คิดว่าเราสองคนจะได้พบเจอกันอีกแล้ว เธอช่างเป็นสาวเรียบร้อย พูดน้อย ระมัดระวังตัว ต่างกับฉันที่เป็นสาวมั่นใจ พูดจาฉะฉานบางครั้งจะติดโวยวายขี้วีนนิดหน่อย เราสองคนไม่น่าจะเป็นเพื่อนกันได้

แต่พอเช้าวันรุ่งขึ้นฉันลงไปทานมื้อเช้าของที่พัก และก็ได้เจอเธอที่มาทานมื้อเช้าเหมือนกัน ทำให้เราได้พูดคุยทำความรู้จักกันเพิ่มเติม จนได้รู้ว่าเราเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่อยู่คนละคณะ

การได้เจอกันอีกครั้ง ทำให้เราทั้งคู่ได้รู้จักกันมากขึ้น เราแลกข้อมูลการติดต่อกัน และนัดกันว่ากลับไปที่มหาวิทยาลัยจะนัดเจอกันอีก

“นิด มาช่วยแม่เอาผ้านี่ไปตากหน่อย” ขณะที่ฉันกำลังนั่งอ่านหนังสือนิยายอยู่ที่โซฟา แม่ตะโกนออกมาจากด้านหลังบ้าน

“เมื่อไหร่แม่จะปิดร้านเนี่ย อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะเดินทางแล้วไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวแดดดี้กลับมาเจอก็บ่นอีกอะ” แม่ฉันกำลังจะแต่งงานใหม่กับสามีที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นสามีคนที่สามของแม่แล้ว และฉันคิดว่าคนนี้จะเป็นคนสุดท้าย เพราะท่านรักแม่ฉันและรักฉันมากด้วย

หลังจากที่ฉันกลับมาจากหมู่บ้านเชิงดอย ยังมีเวลาอีกเกือบเดือนกว่าจะเปิดเทอม ฉันจึงเลือกกลับมาอยู่กับแม่ที่ร้านเสริมสวยของแม่ระหว่างรอเปิดเทอม จากตอนแรกที่คิดว่าจะเริ่มใช้ชีวิตกินเที่ยวกันกับไอ้ผู้ชายคนนั้นก่อน แต่หลังจากรู้ความจริง ฉันก็ปิดกั้นการติดต่อจากมันทุกทาง และขอกลับมาซบอกแม่ชั่วคราว

แม่ฉันกับพ่อเลิกรากันตั้งแต่ฉันเพิ่งเข้าเรียนมัธยมต้น ตอนนั้นพ่อทำธุรกิจล้มละลาย ทำให้ทั้งสองคนมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง จนมีครั้งที่หนักสุดคือ พ่อทำร้ายร่างกายแม่ ทำให้แม่ทนไม่ไหวจนหนีไป และหย่าขาดจากกัน ช่วงแรกฉันต้องอยู่กับพ่อ เพราะแม่ไปแต่ตัวและยังไม่สามารถตั้งตัวได้ ไม่อยากให้ฉันไปลำบากด้วย ทั้งๆ ที่ฉันอยู่กับพ่อก็ลำบากไม่ต่างกัน

ฉันกับแม่เรายังติดต่อกันสม่ำเสมอ แม่ไม่เคยทิ้งฉันไปไหนถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม หลังจากแม่จากไปไม่นานก็มีสามีใหม่ซึ่งอายุมากกว่าแม่มาก ด้วยเป็นคนมีวาทศิลป์ดี ทำให้แม่หลงรักเขาได้แม้จะอายุมากกว่าถึง 10 ปี แต่เขาก็เป็นคนที่ช่วยเหลือแม่ทำให้แม่ได้เปิดร้านเสริมสวยเป็นของตัวเองได้

ส่วนพ่อฉันที่เคยทำธุรกิจแล้วล้ม เพราะถูกคนภายในบริษัทยักยอกเงิน แถมส่งเฟอร์นิเจอร์ที่ทำผิดสเป็กให้กับลูกค้าหลายรายที่เป็นโรงพยาบาล และโรงแรมชั้นนำของประเทศ จนต้องชดใช้ค่าผิดสัญญามูลค่ามหาศาลทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ได้

พ่อใช้เวลาเกือบ 3 ปี ในการค่อยๆ ฟื้นฟูธุรกิจจนสามารถกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะไม่ได้เฟื่องฟูเหมือนแต่ก่อน แต่ก็เริ่มมีความมั่งคั่งจนทำให้มีผู้หญิงเข้าหาเพิ่มขึ้น และสุดท้ายฉันก็มีแม่เลี้ยง ซึ่งอายุมากกว่าฉันไม่ถึง 10 ปี ในขณะที่ฉันยังเรียนใกล้จะจบมัธยมต้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   57.2 # ตอบสนอง

    “โถ่คุณมันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอไง” ถึงผมจะบอกเธอออกไปแบบนั้น แต่ผมเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่า ความรู้สึกของผมไม่ใช่แบบนั้น ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันเหมือนกันเลยซักนิด ผมไม่ได้หลงเธอเพราะเรื่องบนเตียง แต่ผมหลงเธอที่เป็นทั้งหมดของเธอต่างหาก“เชอะ อย่าลืมที่ตกลงกันไว้ล่ะ แค่เรื่องบนเตียงแค่นั้น และห้ามคนอื่นรู้เรื่องเด็ดขาด” นิต้าลุกขึ้นพันผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่รอบตัวเอง แล้วเดินไปที่ห้องน้ำโดยไม่สนใจจะมองสีหน้าผมตอนนี้เลยซักนิดเธอไม่ได้เห็นสีหน้าผมหลังจากฟังเธอพูดประโยคสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไปจากอ้อมแขนผม และผมก็คิดว่าการที่เธอไม่เห็นความเจ็บปวดเสียใจบนใบหน้าของผมนั้นคงจะดีกับความสัมพันธ์ของเราสองคนในตอนนี้มากกว่า ถ้าหากว่าเธอคิดอย่างที่พูดไปจริงความเสียใจจากคำพูดของเธอ โจมตีทำร้ายผมได้ไม่นานหรอก เพราะไม่ว่าเธอจะคิดแบบนั้นหรือไม่ ยังไงซะ ผมก็จะทำให้เธอยอมเปลี่ยนใจอยากจะอยู่กับผมทั้งตัวทั้งใจให้ได้ซักวันเมื่อตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็จะต้องทำให้เธอเปลี่ยนใจให้ได้ ผมเลยตัดสินใจลุกจากที่นอนออกไปที่ห้องรับแขก ในขณะที่ได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ในห้องน้

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   57.1 # ตอบสนอง

    ฉันผลักเขาให้ออกห่างเพื่อจะหลุดออกจากวงแขนที่กำลังหน่วงเหนี่ยวฉันเอาไว้ ต้องโวยวายใส่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องผลตรวจที่กำลังรออยู่แทน ไม่อยากให้เขารู้ว่า ประโยคที่เขาเพิ่งพูดทีเล่นทีจริงออกมานั้นกำลังทำให้ฉันเผลอคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืนก่อนถึงแม้ว่าฉันกับเขาจะเคยมีอะไรกันมากกว่าหนึ่งครั้งแล้วก็เถอะ แต่ท่าทีแบบนั้นของเขา การกักขังฉันเอาไว้ในอ้อมแขน กระซิบคำพูดที่เสนอตัวเองให้ฉัน แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่ก็ทำเอาฉันหน้าร้อนขึ้นมาจนอยู่นิ่งไม่ได้“ไปครับ เราออกไปเอา……ผลตรวจของคุณกัน” อีตาบ้าหมอวัตยังคงไม่เลิกที่จะพูดสองแง่สองง่ามใส่ฉัน จนฉันมองตาแข็งใส่เข้าให้ถึงจะลดลงไปบ้างหลังจากเขาพาฉันไปรับผลตรวจร่างกายเรียบร้อย แทนที่จะปล่อยให้ฉันได้กลับคอนโดของตัวเอง แต่เขากลับทั้งหว่านล้อม จนถึงกระทั่งข่มขู่จะเปิดเผยความลับ ทำให้ฉันต้องตามเขากลับมาที่คอนโดอีกจนได้“นี่นายเดี๋ยวก่อน ไปหิวมาจากไหนเนี่ย ชั้นยังไม่ได้ถอดรองเท้าเลย” เพียงแค่ฉันเดินผ่านเข้าประตูคอนโด ก็ถูกคนที่เดินตามหลังมาติดๆ รวบเอวหมุนตัวให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา มืออีกข้างคว

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   56.2 # เอาผมเป็นตัวประกัน

    “ใช่ ผมยุ่งจนไม่มีเวลา ดังนั้นผมจะเลือกใช้เวลากับเรื่องที่สำคัญเท่านั้นไงล่ะ” หมอวัต พูดกับผู้หญิงคนนั้น ในท่าทางที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาดูสุขุมจริงจัง ทิ้งมาดผู้ชายกวนๆ ขี้เล่นที่ฉันเคยเห็นไปโดยสิ้นเชิง‘นี่ตกลงเค้าเป็นคนแบบไหนกันแน่เนี่ย ตัวตนของเขาคือคนไหนกัน หรือเป็นพวกหลายบุคลิกเหรอ แต่ท่าทางแบบนี้ของเค้าก็ทำเอาชั้นต้องเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเค้าใหม่’“นี่ แกหมายความว่าเรื่องของชั้นไม่สำคัญสินะ ไอ้หมอวัต แกคิดว่าแค่แกไม่เซ็นต์อนุมัติแล้วจะขวางชั้นได้เหรอ” ผู้หญิงคนนั้นเริ่มเดินเข้าไปประชิดตัวหมอวัต และพูดกับเขาเสียงเบาลงเหมือนพยายามไม่ให้คนอื่นได้ยิน แต่ฉันกลับได้ยินสิ่งที่เธอพูดชัดเจนทุกคำ“อ้อ ขอโทษนะคะ อย่าโกรธกันเลยนะที่มินท์มารบกวนเวลาของพวกคุณ พอดีมินท์ก็มีเรื่องสำคัญที่โรงพยาบาล ที่รอหมอวัตทำให้อยู่น่ะคะ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เค้าบอกว่ายุ่งจนไม่มีเวลา มินท์เลยแปลกใจว่าทำไมถึงมานั่งกินข้าวอยู่ที่นี่ได้” คราวนี้เธอจงใจพูดกับฉัน ท่าทางเหมือนจะเป็นมิตรนะ แต่คำพ

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   56.1 # เอาผมเป็นตัวประกัน

    รุ่งเช้าฉันตื่นขึ้นมาก็เห็นยัยอัยย์นั่งเอนตัวพิงหัวเตียง ในมือยังคงกำมือถือเอาไว้แน่น เมื่อมองใบหน้านั้น ฉันรู้ได้ทันทีว่าเธอคงผ่านการร้องไห้มาตลอดคืนแน่นอนเห็นอย่างนั้นแล้ว ฉันยิ่งไม่วางใจให้เธออยู่คนเดียว จึงพยายามชักชวนจนถึงขั้นคะยั้นคะยอ แทบจะเป็นการบังคับให้เธอไปโรงพยาบาลกับฉัน เพราะฉันมีนัดตรวจสุขภาพสุดท้ายแล้ว เราสองคนก็มาถึงโรงพยาบาลในช่วงสายแล้ว การตรวจร่างกายของฉันใช้เวลาไม่นาน แต่หากจะรอผลต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง เราทั้งคู่ตัดสินใจจะออกไปนั่งรอที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันได้เดินไปถึงร้าน ฉันเห็นแผนกหมอออนไลน์จึงเรียกให้ยัยอัยย์ดูโดยที่ฉันไม่ทันได้คาดคิด เมื่อประตูอัตโนมัติเปิดออก เห็นหมอภีมที่กำลังคุยอยู่กับหมอท่านอื่นอยู่ตรงนั้น และกำลังจะเดินออกมา “คราวนี้เธอจะเอายังไงดี ยัยอัยย์” ฉันถามยัยอัยย์ทันที เพราะตั้งแต่เช้าที่ฉันเห็นอัยย์พยายามติดต่อหมอภีม แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลยก่อนที่ยัยอัยย์จะทันได้ตอบอะไรฉันกลับมา เหมือนหมอภีมจะหันมาเห็นเราสองคนและเขารีบเร่งฝีเท้าตรง

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   55.2 # หมกมุ่น

    หลังจากดื่มน้ำจนหมดแก้ว ผมจึงค่อยๆ เดินไปทางห้องนอน แต่ไม่ได้เข้าไปด้านในนั้น แต่อยู่ที่ด้านหน้าห้องก็ยังได้ยินสองเสียงคุยกันถึงเรื่องอาการของคนบนเตียง“เรากำลังคุยกันอยู่ว่าสาเหตุจริงๆ ที่ทำให้อาการกำเริบวันนี้เกิดจากอะไร เท่าที่อัยย์เล่ามาให้ผมฟัง ผมคิดว่าอาการน่าจะเกิดขึ้นเมื่อเธออยู่ในเหตุการณ์ที่เป็นจุดสนใจของคนจำนวนหนึ่ง” ไอ้ภีม บอกข้อสันนิษฐานของมันเพื่อให้ทุกคนได้ช่วยกันวิเคราะห์หาสาเหตุต่อ“มันยังไงกันคะคุณหมอ อาการกำเริบเพราะเป็นจุดสนใจเหรอ อ้อเดี๋ยวนะ ชั้นว่ามันมีความเป็นไปได้อยู่นะ เพราะครั้งล่าสุด คือตอนไปงานประกาศรางวัลกับพ่อแม่เธอ แล้วเธอก็เริ่มมีอาการหนักตอนยื่นถ่ายรูปกับพ่อแม่ที่แบ็กดร็อป” นิต้าช่วยเสริมข้อมูลขึ้นมาอีกคน“ถ้างั้นแล้วครั้งแรกล่ะครับ พอจะจำได้มั้ยว่าเกิดขึ้นได้ยังไง” ผมยืนพิงที่ประตูห้องนอนไม่ได้เข้าไปด้านใน แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเสนอความเห็นของตัวเอง ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการของคุณอัยย์“ใช่ๆ ยัยอัยย์ ครั้งแรกที่เธอเป็นคือตอนไหนนะ ชั้นยังไม่เจอกับเธอเลยใช่มั้ย” จากที่นิต้าตอ

  • ช็อปรัก..นักช็อปส่วนตัว   55.1 # หมกมุ่น

    “ใครโทรมาตอนนี้วะ”ในจังหวะที่ฉันกำลังรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า จู่ ๆ ก็ได้ยินหมอวัตสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก เขายันตัวเองลุกขึ้นจากตัวฉัน ซึ่งแขนฉันที่คล้องเกี่ยวคอของเขาไว้ก็ปล่อยให้ร่วงหล่นลงบนที่นอนแบบไร้แรงต้านทาน“คงไม่ใช่น้องคนไหนของคุณโทรมาตามใช่มั้ยคะ” ฉันเอ่ยถามเขาออกไป พยายามไม่ให้เสียงดังจนเกินไปจนเข้าไปในสายให้ฝั่งตรงข้ามได้ยินเมื่อฉันลุกขึ้นใส่ชุดคลุมแล้วเดินตามเขาออกมาที่ห้องรับแขก เห็นเขาแนบมือถือที่หูแต่ไม่พูดอะไร ได้แต่ยื่นนิ่งเงียบ แต่เพราะเขายืนหันหลังให้ฉัน ฉันจึงไม่ทันได้เห็นสีหน้าเขา เลยเดาไม่ถูกว่าปลายสายนั้นโทรมาด้วยเรื่องดีหรือร้ายอย่างไรกันแน่“เอ่อ คุณใจเย็นๆ ก่อนนะ แล้วก็ เฮ้อ แต่งตัวเถอะ เดี๋ยวเราต้องออกไปกันแล้ว” หลังจากคำถามฉันจบเพียงไม่นาน หมอวัตวางสายแล้วจึงหันกลับมาคุยกับฉันด้วยท่าทีสงบ แต่เหมือนฉันจะมองออกว่า ความสงบนั้นเป็นเพียงท่าทีที่เขาพยายามแสดงออกมาเพื่อปกปิดอะไรไว้บางอย่างฉันไม่ได้ทำตามที่เขาบอกในทันที เพียงแต่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ขมวดคิ้วมอง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status