LOGINฉันนึกขึ้นได้ว่า ระหว่างทางที่กำลังเดินหาห้องพักยัยอัยย์ ฉันเผลอได้ยินพยาบาลที่เคาน์เตอร์พูดคุยกันว่า แฟนสาวของลูกเจ้าของโรงพยาบาลมารักษาตัวอยู่ที่ชั้นนี้ แถมฝ่ายชายก็อยู่เฝ้าไข้คอยดูแลไม่ยอมห่างเลย ท่าทางจะรักแฟนมาก ‘คนอย่างชั้นจะมีวันแบบนี้บ้างมั้ยนะ เฮ้อ’“แค่ก...แค่ก”“โอยค่อยๆ กินสิ สำลักเลย เอาเช็ดปากก่อน” จู่ๆ ยัยอัยย์ก็สำลักน้ำที่กำลังดื่ม ฉันรีบเข้าไปหยิบกระดาษยื่นให้เธอเช็ดน้ำที่ปาก“พยาบาลข้างนอกเค้าคุยกันว่าอะไรนะ นิต้า”“ฮ่าๆ สนใจด้วยเหรอ เค้าบอกว่า...มีแฟนลูกเจ้าของโรงพยาบาลนี้ รักษาตัวอยู่ที่วอร์ดนี้ด้วย แถมเม้าส์อีกว่า ลูกเจ้าของโรงพยาบาลเป็นหมอ หล่อมาก แต่หวงแฟนสุดๆ แล้วอะไรอีกน้า” ฉันใช้นิ้วชี้เคาะที่คาง เพื่อครุ่นคิดถึงเรื่องที่ได้ยินมา“เออ พอแล้วนิต้า เราไม่อยากรู้แล้ว”“อ่าวทำม...เฮ้ย อัยย์ ทำไมหน้าแดงขนาดนั้น ไข้ขึ้นอีกแล้วเหรอ”“ป่าวๆ ไม่มีอะไร ฉันเพลียแล้วของีบหน่อยนะ” ยัยอัยย์ยื่นแก้วน้ำกลับมาให้ฉัน แล้วล้มตัวลงนอน
เมื่อส่งยัยอัยย์ขึ้นฮอของโรงพยาบาลไปกับคุณหมอภีมแล้ว ฉันต้องกลับมาที่พักเพื่อเตรียมจัดของที่เหลือของยัยอัยย์สำหรับส่งตามเธอไป ส่วนตัวฉันยังคงต้องอยู่ที่นี่อีกซักระยะ เพราะการถ่ายทำละครที่นี่ยังคงต้องดำเนินต่อไป“ไม่ต้องห่วงหรอกนิต้า หมอภีมรับไปดูแลแล้ว ยังไงยัยอัยย์ก็ปลอดภัยแน่นอนจ๊ะ” เป็นแม่อัยย์ที่รู้ใจและมาช่วยปลอบใจฉัน เมื่อท่านเห็นฉันไม่ค่อยมีสมาธิกับการทำงานตรงหน้าซักเท่าไหร่ ยังดีที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดไป‘ยัยอัยย์มีหมอภีมคอยดูแลแล้ว แถมพ่อกับแม่ก็ยังวางใจขนาดนั้น แล้วเธอจะห่วงอะไรอีกล่ะยัยนิต้าเอ้ย’‘นี่หรือว่า ที่ยัยอัยย์พูดเรื่องแต่งงานวันก่อน จะมีเค้ารางกันนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ยัยอัยย์คงจะมีความสุขมากสินะ หมอภีมก็ดูจะเป็นคนดีจริงใจกับยัยอัยย์มากเลย หรือชั้นต้องเตรียมของขวัญแสดงความยินดีแล้วล่ะมั้ง’สองสามวันที่ผ่านมา พวกเราต้องเร่งถ่ายทำเพราะต้องถ่ายชดเชยช่วงวันที่ฝนตกไม่สามารถทำงานได้ด้วย แถมยังอยากเร่งให้เสร็จ เนื่องจากกลัวว่าจะมีพายุฝนมาอีก และเหล่านักแสดงหลักก็จะไม่มีคิวให้แล้วสุดท้ายแล้ว ฉัน
หลังจากผมสองคนลงมากินอาหารกลางวันที่ด้านล่างได้ไม่นาน ผู้ใหญ่บ้านก็กลับมาจากในเมือง ท่าทางวิ่งกระหืดกระหอบมาทางโต๊ะที่พวกผมนั่งอยู่“รอนานมั้ยครับคุณหมอ ขอโทษทีนะครับ ฝนตกทั่วเลย ถนนก็ลื่นผมเลยขับเร็วไม่ได้”“ไม่เป็นไรครับ ปลอดภัยไว้ก่อนดีแล้วครับ ผู้ใหญ่”“แล้ววิทยุล่ะครับ”“อ๋อๆ เดี๋ยวต้องไปที่รถครับคุณหมอ เชิญๆ ทางนี้เลยครับ”กลายเป็นผมที่ได้แต่นั่งกินข้าวเงียบๆ อยู่ที่โต๊ะ มองผู้ใหญ่บ้านกับไอ้ภีมคุยกันท่าทางรีบร้อน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็รีบลุกเดินไปที่รถของผู้ใหญ่บ้านทันที ข้าวในจานไอ้ภีมยังคงเหลืออยู่เกือบเต็มจาน ผมเลิกที่จะสนใจคนทั้งคู่ที่เดินออกจากร้านไปแล้ว กลับมาให้ความสนใจกับอาหารบนโต๊ะแทนนั่งกินไปเรื่อยๆ เพื่อรอไอ้ภีมทำธุระของมันให้เรียบร้อย แต่กลับไม่ได้รู้ถึงรสชาติของอาหารที่ตักเข้าปากเลยแม้แต่น้อย ในหัวกลับมีแต่เสียงที่อยู่ในความฝันเมื่อช่วงสาย ได้แต่นึกสงสัยในตัวเองว่าทำไมถึงสามารถฝันออกมาแบบนั้นได้ ‘ฝันบ้าอะไรของมึงวะไอ้วัต’ผมส่ายหน้าเพื่อไล่ความคิดพวกนั้นออกจ
ผมสะดุ้งตื่นจากฝัน ที่กำลังนอนแนบกายกับสาวผิวขาวเนื้อนุ่ม หน้าของเธอกำลังแนบอยู่ที่อกผม และเราทั้งคู่อยู่ใต้ผ้าห่มอันอบอุ่น แต่เมื่อลืมตาขึ้นมา ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับเป็นไอ้ภีม กำลังเดินไปเดินมาอยู่ที่ข้างเตียงผมหยิบนาฬิกาข้อมือที่ถอดวางเอาไว้ที่หัวเตียงขึ้นมาดูเวลา “โอ้ย อะไรของมึงแต่เช้าวะไอ้ภีม นี่มันหกโมงเช้า” ถึงแม้ว่าเมื่อคืนพวกเราจะเข้านอนกันเร็วก็เถอะ แต่การที่ต้องถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า ในอากาศเย็นนอนสบายแบบนี้ มันก็ทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยพอใจซักเท่าไหร่ไอ้ภีมเร่งเร้าให้ผมโทรถามผู้ใหญ่บ้านถึงเรื่องที่จะขึ้นไปบนดอย เมื่อหาคนรักของมัน ถึงแม้ว่าเท่าที่ผมมองออกไปด้านนอกหน้าต่างแล้วยังเห็นว่า ฝนยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ในใจก็รู้คำตอบอยู่แล้วว่า วันนี้ก็คงไม่สามารถเดินทางขึ้นไปบนดอยได้แต่เมื่อมองหน้าเพื่อนที่คิ้วแทบจะผูกกันเป็นโบแล้ว ผมก็ต้องยอมที่จะหยิบมือถือขึ้นมา ค้นหาเบอร์ผู้ใหญ่บ้านในรายชื่อแล้วกดโทรออกหาผู้ใหญ่บ้าน ตามคำขอของเพื่อนที่กำลังกลัดกลุ้มใจอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้&ldq
“กองถ่ายก็ทำงานกันไม่ได้น่ะสิ”“ใช่สิ รอลุ้นพรุ่งนี้เอาละกัน ไป เธอน่ะ ไปอาบน้ำสระผมเดี๋ยวนี้เลย เปียกขนาดนี้ เดี๋ยวไม่สบายไปอีก เพิ่งจะหายเองนี่”“จ้าแม่” ยัยอัยย์ยอมที่จะลุกขึ้นเอาผ้าที่ฉันโยนให้เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำสระผมตามที่ฉันบอกแต่โดยดีส่วนฉันก็พยายามเอาผ้าซับน้ำที่พื้นให้แห้ง ก่อนที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกของตัวเอง แล้วจึงหยิบผ้าผืนเล็กนั่งเช็ดผมเพื่อรอยัยอัยย์ใช้ห้องน้ำ สำหรับฉันการโดนฝนเพียงเท่านี้ไม่สามารถทำให้ฉันป่วยไข้ได้ต่างกับยัยอัยย์ ฉันคิดว่าการที่เธอต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน เหมือนทำให้ร่างกายของเธอลดภูมิคุ้มกันตัวเองลงไปซะอย่างนั้น เมื่อคืนก่อนโดนน้ำค้างเธอก็จับไข้แล้ว แล้วนี่เพิ่งจะดีขึ้นก็ดันนอนตากฝนอีก ฉันได้แต่หวังว่าคราวนี้เธอจะไม่เป็นอะไรมากนะ หมอสองคนก็ไม่อยู่บนนี้แล้วด้วย“นี่อะไรของชั้นเนี่ย วันนี้นึกถึงหมอกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ ชีวิตชั้นวนเวียนกับการต้องหาหมอตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย” ฉันอดบ่นกับตัวเองไม่ได้ เมื่อจู
ยัยอัยย์พูดถึงหมอวัตขึ้นมา ฉันไม่รู้ว่าสีหน้าตัวเองเปลี่ยนเป็นยังไงไปแล้ว “หาา อีตานั่นอะนะ สนใจชั้น ขี้เก๊ก แถมขี้บ่นอีกต่างหาก บ่นได้ทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องชั้นใส่กางเกงขาสั้น น่ารำคาญจะตาย”“เค้าหวงหรือเปล่า ถึงไม่อยากให้เธอใส่สั้นโชว์คนอื่นน่ะ”“ไปกันใหญ่แล้วยัยอัยย์ พอเถอะๆ เลิกพูด พูดถึงแล้วน่าหงุดหงิด ชั้นไม่มีทางเอาตานั่นมาทำสามีแน่นอน” มุมปากของฉันยกยิ้มขึ้นโดยไม่สามารถบังคับได้ จนฉันรู้สึกหงุดหงิดตัวเองขึ้นมา“ไม่พูดถึงหมอวัตก็ได้ แต่ไม่คิดจะหาคนดูแลจริงๆ เหรอนิต้า” น้ำเสียงยัยอัยย์เหมือนจะแฝงความในบางอย่าง แต่ให้ฉันคิดเรื่องคู่ครองคงเป็นไปไม่ได้แน่“หึ ไม่อะ ไม่รู้จะมาดูแลชั้น หรือชั้นต้องไปดูแล ไม่เอาดีกว่า ชั้นอยู่คอยดูแลเธอก็พอละ” ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยจะคิดเรื่องความรัก เพียงแต่ว่า ไม่ว่าจะคิดในมุมไหน ฉันก็รู้สึกว่าการมีความรักไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ฉันต้องสูญเสียไปฉันเป็นผู้หญิงก็จริง แต่ตอนนี้ฉันดูแลตัวเองได้ทั้งหมด อาจจะไม่ได้







![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)