LOGINตลอดเวลาที่นั่งเงียบให้เขาช่วยทำแผลให้ ฉันรู้สึกอึดอัดมาก จริงๆ มือเขาก็เบาอยู่นะ เพียงแต่ฉันว่าแ
ผมมองตามคนไข้ของตัวเอง พยายามเดินกะเผลกโดยใช้ไม้พยุงจนสามารถพาตัวเองออกไปจากเต็นท์ได้ ในใจยังนึกขำ เธอคนนี้ไม่ยอมลงให้ผมเลยจริงๆ อยากจะเอาชนะไปซะทุกเรื่องเลยเมื่อเห็นเงาเธอยังคงยืนนิ่งอยู่ที่หน้าเต็นท์ ผมจัดการรีบเก็บของเข้าที่ จัดยาที่จะให้เธอเอาไปกินบางส่วน แต่ระหว่างที่เตรียมของเสร็จเรียบร้อย กำลังจะตามเธอออกไป กลับมีเสียงจากด้านนอกเต็นท์เรียกตามตัวผมผมพอจะจำได้ว่าเสียงนี้เป็นเสียงผู้ช่วยของพยาบาลที่เป็นพยาบาลผู้ช่วยประจำตัวผมในค่ายนี้ หากให้ผู้ช่วยมาเรียกแบบนี้ ผมคิดว่าคงต้องมีเรื่องด่วนอะไรซักอย่าง จึงรีบวิ่งออกไปจากเต็นท์ทันที แต่ก็ยังทันได้เห็นเหงาของคนไข้ตัวเองเลียงหลบเพื่อไม่ให้ผมเห็นตัวเธอแม้ว่าจะสามารถหันไปหาเธอได้ก่อนจะไปตามเสียงเรียก แต่ผมเลือกที่จะให้เธอเข้าใจว่า ผมไม่เห็นว่าเธอพยายามแอบผม ‘หึ ลงทุนขนาดนี้แล้ว ก็ยอมให้หน่อยแล้วกัน เอาไว้แก้เคสด่วนตรงนั้นก่อนค่อยกลับมาจัดการ’“หมอวัตค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ พอดีหมอภีมออกไปนอกค่ายค่ะ หัวหน้าเลยต้องให้มาตามคุณหมอแทน” ผู้ช่วยพยาบาลรีบบอกผมอย่างร้อนรน&ldq
ตลอดเวลาที่นั่งเงียบให้เขาช่วยทำแผลให้ ฉันรู้สึกอึดอัดมาก จริงๆ มือเขาก็เบาอยู่นะ เพียงแต่ฉันว่าแผลฉันวันนี้ระบมมากกว่าเมื่อวานอีก แค่แตะนิดหน่อยหรือเพียงแค่ฉันขยับขาเยอะก็รู้สึกเจ็บแล้วช่วงแรกที่ฉันยอมจะอดทนนั่งนิ่งๆ อยู่เงียบๆ ไม่ร้องโวยวายออกมา เพราะฉันอยากให้เขารีบทำแผลให้เสร็จเร็วๆ เพื่อจะได้ไปช่วยดูอาการยัยอัยย์ต่อ แต่ยังมีอีกเหตุผลคือฉันเกรงใจคุณแม่ที่ต้องมายืนรออยู่ที่นี่ด้วย“โอ้ย เจ็บนะ เบาหน่อยสิ นี่มือหรืออะไร” ทันทีที่คุณหมอภีมพาแม่ออกไปจากเต็นท์ เพื่อไปช่วยดูอาการยัยอัยย์ที่บ้านพัก ฉันก็หมดความอดทน เริ่มร้องโวยวายบ่นให้เขาได้รับรู้ได้ซักทีว่าฉันเจ็บแผล“แหมคุณ คนไข้ของผมเมื่อกี้นี้หายไปไหนแล้วครับ นี่ใครมาเข้าสิงอีกเนี่ย” ได้ยินเขาท้วงมาแบบนั้น ฉันจึงเลือกจะเชิดหน้าใส่มากกว่าจะต่อล้อต่อเถียงกลับไปอีก ‘คนไข้ของนายเนี่ยนะ ชิ’“นี่คุณ ยังไงซะ ผมก็เป็นลูกค้าคุณนะครับ” น้ำเสียงเขาเริ่มทุ้มต่ำราบเรียบจนฉันรู้สึกได้ถึงความจริงจัง“เอ่อ ขอโทษค่ะ ชั้นไม่ได้ตั้งใจนะคะ คุณอย่าถือสาเลยนะ ก็ชั
“สวัสดีค่ะ คุณหมอมาทำแผลใช่มั้ยคะ”“เอ่อ สวัสดีครับ มากับคุณนิต้าเหรอครับ” ผมหันไปถามเธอ ระหว่างที่ตัวเองก็เดินไปประจำที่เพื่อเตรียมล้างแผลให้นิต้า“นี่แม่ของยัยอัยย์ค่ะ คุณหมอ พอดียัยอัยย์ไม่สบาย คุณช่วยให้หมอไปตรวจให้หน่อยได้มั้ยคะ” กลับเป็นนิต้าที่บอกผมกลับมาด้วยความร้อนรน เหมือนเธอจะร้อนใจและเป็นห่วงเพื่อนของเธอมาก“เพื่อนคุณไม่สบายเหรอ มีอาการอะไรบ้าง” ผมเริ่มแกะผ้าที่พันแผลเอาไว้ พร้อมกันกับการเริ่มสอบถามอาการของเพื่อนเธอ“ชั้นจับตัวเธอแล้วตัวร้อนจี๋เลย ชั้นว่าเมื่อคืนคงตากน้ำค้างมาแน่ๆ” น้ำเสียงเธอร้อนใจมาก น่าจะเป็นห่วงเพื่อนมากจริงๆ“โอเคครับ งั้นเดี๋ยวผมทำแผลให้คุณก่อน เสร็จแล้วเราไปตรวจเพื่อนคุณกัน”“ให้หมอคนอื่นกลับไปกับแม่ก่อนไม่ได้เหรอคะ ชั้นเป็นห่วงเพื่อน ตัวเธอร้อนมากเลยนะ”“หมอที่ค่ายจะอยู่อีกแค่สองวันเองคุณ คุณก็เห็นข้างนอกชาวบ้านยังรอกันอีกตั้งหลายแถว”“ยัยอัยย์ไม่น่าจะเป็นอะไรมากหรอกนิต้า รอหน่อยก็ได้ แม่ให้
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณหมอ วันนี้มาเร็วจังคะ” พยาบาลผู้ช่วยที่กำลังกินมื้อเช้าอยู่ที่เต็นท์รับรองอยู่แล้ว ทักขึ้นเมื่อเห็นพวกผมเดินเข้ามาในเต็นท์ที่จัดไว้เป็นที่สำหรับกินอาหารทั้งสามมื้อ“พอดีไอ้เพื่อนผมมันกลัวเคสหายน่ะครับ เลยรีบมารอ ฮ่าๆ” ผมอดไม่ได้ที่จะแซวไอ้เพื่อนตัวดี ที่ปลุกผมมาแต่งเช้าขนาดนี้ตลอดเวลากินมื้อเช้า ผมไม่เห็นไอ้ภีมจะกินอะไรซักเท่าไหร่ มันเอาแต่นั่งเหมอเหมือนคนคิดไม่ตก บ้างก็คอยมองเวลาที่นาฬิกาบนข้อมือ บางทีก็ชะเง้อมองออกไปที่ด้านหน้าค่าย ผมยิ่งมั่นใจว่ามันต้องรีบมารอสาวของมันแน่ๆพวกผมมาที่เต็นท์สำหรับตรวจคนไข้ ยังเป็นเวลาเช้าอยู่มาก แต่ถึงอย่างนั้น คนไข้ก็มารอคิวกันแล้ว ผมได้มองแล้วก็ต้องถอนหายใจ นี่ขนาดตรวจกันมาหลายวันแล้ว แต่ก็ยังมีคนไข้มารอคิวอยู่เลย เวลาอีกไม่กี่วันนี้คงต้องเร่งมือแล้วคงเป็นเพราะฤทธิ์ยาทำให้ฉันนอนหลับสนิททั้งคืน จนกระทั่งตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ก็ยังเห็นยัยอัยย์ ยังคงนอนอยู่ที่ที่นอนของเธอ ‘เมื่อคืนนอนดึกแน่ๆ เลยยัยอัยย์ เดี๋ยวถ้าไม่สบายจะตีให้’ฉันปล่อยให้ยัยอัยย์นอนไปก่อนโดยยั
ยัยอัยย์ ยังคงเงียบไม่ยอมตอบคำถามฉันอีกเหมือนเดิม แต่ฉันดูจากสีหน้าของเธอแล้ว เหมือนเธอมีความกังวลอะไรอยู่ เธอยังคงก้มหน้าก้มตาไม่เลิก จนฉันทนไม่ได้อยากรู้ความจริง“เงียบ ทำเงียบ นี่เธอเขินเค้าจนไม่กล้าคุย หรือว่าเค้าไม่ใช่สเปกอย่างที่คิดไว้เหรอ แต่เค้าก็หน้าตาหล่อไม่เบาเลยน้า” ฉันอยากหยอกให้เธอคลายความกังวลใจนั้นซักหน่อย ก็คงจะมีเพียงเรื่องหน้าตาของหมอภีมนั่นแหละมั้ง ที่พอจะเอามาใช้หยอกเธอได้“นั่นไง เขินแน่ๆ ยัยอัยย์ หน้าเธอแดงไปยันหูแล้วรู้ตัวป่ะเนี่ย” สิ่งที่ฉันคิดถูกต้อง เพราะหลังจากยัยอัยย์ได้ยินที่ฉันพูดชื่นชมถึงหน้าตาของหมอ เธอก็เริ่มหน้าแดงไปจนกระทั่งถึงใบหู“ฮะ อะไร เขินที่ไหน ไม่..!! เป็นไปไม่ได้หรอก”ฉันขำจนหัวเราะลั่นออกมา เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของเพื่อนสาวที่เขินจนหน้าแดง และยังคงปากแข็งบอกว่าไม่ใช่แบบนั้น แต่ยิ่งฉันหัวเราะใส่เธอ เธอก็ยิ่งเขินมากขึ้นอีก ฉันล่ะนึกเอ็นดูเธอเสียจริงพอถามเธอจนรู้เรื่องราวต่างๆ แล้ว ฉันจึงไปจัดการตัวเองเพื่อเตรียมตัวจะเข้านอนเสียที เพราะเริ่มจะต้านทานฤทธิ์ของยาที่กินเข้า
“งั้นคนไข้ VIP ของมึงก็คือ คนที่เป็นคนหักอกมึง เอ้ย รักแรกของมึงอะนะ” เมื่อผมได้รู้ความจริงว่าคนที่ทำให้ไอ้ภีมว้าวุ่นใจไม่ใช่นิต้า แต่มันกลับไม่ยอมบอกรายละเอียดให้แน่ชัด ทำให้ผมเข้าใจผิดอยู่นาน จึงขอใช้คำพูดแกล้งตอกกลับมันให้สะใจซักหน่อยมันไม่ยอมตอบอะไรผม เพียงแต่พยักหน้ายอมรับเท่านั้น ด้วยสีหน้าของมันที่ดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่กล้าจะทำอะไรผมหรอก เพราะผมรู้ว่าครั้งนี้มันต้องขอให้ผมช่วยแน่นอน“แล้วยังไงวะ ได้คุยกันยัง กูเห็นมึงวิ่งตามไปนี่”“ยังหว่ะ เค้าไม่ยอมคุยกับกู เหมือนเค้ายังโกรธกูอยู่เลยหว่ะ” เห็นสีหน้าไอ้ภีมที่ตอบผมกลับมาแบบนั้นก็นึกสงสาร แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะแกล้งมันต่ออีกซักหน่อย“อ่าว แบบนี้ก็งานยากแล้วดิเพื่อน”“ก็แบบนี้ไงวะ กูเลยอยากให้มึงช่วยกูหน่อย” คิดไว้ไม่มีผิด ในที่สุด ไอ้ภีมก็เอ่ยปากขอให้ผมช่วยจนได้“ช่วย!!! กูจะช่วยอะไรมึงได้วะ” ในใจผมคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าต้องช่วยมันให้เต็มที่ ไม่ว่าจะอย่างไรเธอคน







