LOGIN“อ๋อ ได้ค่ะ” ฉันตอบเขากลับไปได้เพียงสั้นๆ เท่านั้น ถึงอย่างไรสถานะของเขาที่เป็นลูกค้า
“คุณจะไปไหน” เพียงแค่ฉันลุกขึ้นจากโซฟาที่ตั้งอยู่ภายในห้องทำงานของเขา เพื่อจะไปหาเครื่องดื่ม ก็ถูกถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งปนความเด็ดขาดขึ้นมาทันที“ชั้นแค่จะหาเครื่องดื่ม นี่ทำไมคุณต้องคุมตัวชั้นเอาไว้ด้วยเนี่ย ชั้นไม่ใช่ผู้ต้องหานะ” ตั้งแต่ที่เราสองคู่แยกย้ายกันที่โรงแรม ฉันก็ถูกหมอวัตบังคับขู่เข็นให้ตามเขามาที่ออฟฟิศในโรงพยาบาลด้วย ไม่ว่าจะขยับลุกเดินทำอะไรก็จะถูกเขาถามอยู่ตลอด“คนบงการยังไม่ถูกจับ ผมก็ไม่วางใจหรอก เพราะยังไงตอนนี้คุณก็ถือว่าเป็นพยานในคดีด้วยนะ” เมื่อเห็นว่าฉันเริ่มทำหน้าไม่สบอารมร์ หมอวัตก็ลุกจากเก้าอี้ผู้บริหารเดินมาหาฉัน จูงมือพาเดินไปที่โต๊ะด้านข้าง ที่มีเครื่องชงกาแฟและอุปกรณ์ต่างๆ เตรียมไว้อย่างเพียบพร้อมฉันเลือกหยิบชาผลไม้ขึ้นมาซองหนึ่งอย่างไม่ได้สนใจอะไร เขารับมันไปแล้วจัดการเตรียมใส่กาน้ำชา กดน้ำร้อนใส่ให้ฉัน “คุณไปนั่งรอก่อน เดี๋ยวผมทำให้เอง น้ำร้อนเดี๋ยวลวกมือเอา” น้ำเสียงอบอุ่นช่างแตกต่างจากน้ำเสียงดุเมื่อครู่ที่เขาใช้ถามฉันก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิงแล้วฉันก็ต้องยอมกลับมานั่งที่
หมอวัตพาฉันเข้ามาในห้องที่เปิดไว้สำหรับเขาและหมอภีม ซึ่งตอนนี้หมอภีมยังอยู่กับยัยอัยย์ที่ห้อง ฉันจึงอยู่กับหมอวัตเพียงสองต่อสอง “คุณมีอะไรก็รีบพูดนะ ชั้นจะรีบไปดูยัยอัยย์ อุ๊ปส์”เพียงแค่ก้าวพ้นประตูห้องเข้าไปด้านใน ฉันก็ถูกหมอวัตที่เดินตามเข้ามาติดๆ จับไหล่พลิกตัวฉันให้พิงไปที่กำแพง โดยยังมีมืออีกข้างของเขากั้นศีรษะฉันไว้ไม่ให้กระแทก เขาประกบปากจูบลงมาอย่างร้อนแรงฉันก็อยากจะขัดขืนทุบตีเขา แต่เพียงแค่เรียวลิ้นที่แทรกเข้ามาได้โดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว เขากดข้อมือของฉันทั้งสองข้างไว้ด้วยมือใหญ่เพียงข้างเดียว การกระทำทั้งหมดนั้นอาจจะดูเหมือนใช้ความรุนแรงบังคับ เพียงแต่ในจังหละเวลานี้ ฉันกลับพร้อมใจสมยอมไปกับเขาโดยไม่ลังเล“คืนนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้เหรอ ไอ้ภีมก็คงอยากอยู่ดูแลเพื่อนคุณ” เมื่อความแปรปรวนของฮอร์โมนต่างๆ เริ่มเข้าครอบงำ เขาเลื่อนไปขบที่ใบหูฉันเบาๆ กระซิบขอด้วยน้ำเสียงแหบ กับลมหายใจแผ่วเบา ฉันเกือบจะยอมทิ้งเพื่อนเอาไว้อีกห้องกับผู้ชายของเธอเพียงแต่ ฉันต้องรีบดึงสติตัวเองออกมาจากความต้องการของตัวเอง เมื่อนึกได้ว่า ยัยอัยย์ก
ฉันเป็นคนแรกที่ได้ออกมาจากห้องสอบสวน เพราะเป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีน้อยที่สุด ตำรวจถามเพียงไม่กี่คำถามก็ปล่อยให้ฉันออกมารอด้านนอก หลังจากนั้น หมอวัตจึงเข้าไปด้านในห้องเดียวกับที่ฉันเพิ่งออกมานั่งรออยู่คนเดียวที่ด้านนอกนั้นไม่นานนัก อัยย์เดินออกมาจากอีกห้อง และตามมาด้วยหมอภีม ยังคงเหลือหมอวัตที่เพิ่งดเข้าไปในห้องได้ไม่นาน แต่เนื่องจากเริ่มดึกแล้ว อัยย์ก็ดูอ่อนเพลียมาก พวกเราจึงตกลงกันว่าจะออกไปหาที่พักที่อยู่ไม่ไกลนักเพื่อค้างคืน ก่อนที่จะเดินทางกลับพรุ่งนี้เช้า“ถ้าอย่างนั้น อัยย์ไปกับหมอภีมก่อนนะ จะได้รีบพักผ่อน เดี๋ยวเรารอหมอวัตเอง พักที่ไหนก็ส่งโลเคชั่นมาบอกแล้วกันค่ะ” ฉันกอดปลอบเพื่อนก่อนจะหันไปบอกกับหมอภีมให้พาเธอไปก่อนเมื่อหมอภีมขับรถออกไปแล้ว ฉันจึงเลือกที่จะยืนรออยู่ที่รถหมอวัตแทนที่จะเข้าไปด้านใน ดีที่หน้าสถานีตำรวจนั้นเปิดไฟส่องสว่างไปทั่ว จึงไม่ได้น่ากลัวมากนัก ดีกว่าจะนั่งอยู่ในสถานีแล้วเป็นเป้าสายตาของคนอื่นที่อยู่ด้านในนั้นเพียงไม่นาน หมอวัตเดินออกมามองฉันด้วยสีหน้าสงสัย ‘ชั้นจะตอบยังไงเนี่ย ที่เค้าถามว่าทำไมยังอยู
(ไอ้วัต มึงอยู่กับนิต้าหรือเปล่า อัยย์ติดต่อไปบ้างมั้ย) เสียงหมอภีมดังออกมาจากมือถือหมอวัต ที่เขาเปิดลำโพงเอาไว้ให้ฉันฟังไปพร้อมกันด้วย“ไม่นะ อะไรอีกวะ ยังไม่ดีกันหรอกเหรอ” หมอวัต ตอบกลับไปด้วยอาการหัวเสียนิดหน่อย เพราะสายจากหมอภีมสายนี้โทรเข้ามาในช่วงที่เขากำลังจะเริ่มลวนลามฉันอีกครั้งหลังจากที่เมื่อเช้า เขาชวนฉันอาบน้ำร่วมกันไปรอบหนึ่งแล้ว และเมื่อฉันตามเขามาที่โรงพยาบาลด้วย เพื่อจะรอรับยัยอัยย์กลับบ้านไปพร้อมกัน ระหว่างที่รออยู่ในห้องทำงานหมอวัตก็เข้ามาใกล้ชิดคลอเคลียฉันอยู่ตลอด(ดีแล้ว แต่อัยย์หายไป ตอนกูไปรอรับยา เธอส่งข้อความบอกกูว่าจะไปรอที่รถ แต่กูไปที่รถแล้วก็ไม่เจอ นี่ผ่านไป 20 นาทีแล้ว มือถือก็ถูกปิดไปแล้วเนี่ย) ฉันเริ่มนั่งไม่ติดที่ เมื่อได้ยินที่หมอภีมพูดเข้ามาในสาย“เอ้า เกิดเรื่องขึ้นได้ยังไงวะ มึงไปลองดูกล้องวางจรปิดหรือยัง” หมอวัตปิดลำโพงไปแล้ว ทำให้ฉันไม่ได้ยินว่าหมอภีมตอบกลับมาว่าอะไร“ห้องวงจรปิดอยู่ที่ไหน พาชั้นไปเดี๋ยวนี้เลย” ฉันถามหมอวัตทัน
“คุณไปส่งผมหน่อยสิ ผมไม่ได้เอารถมา” หลังจากส่งข้อความไปให้เธอ ผมก็ยืนรอเธออยู่ที่หน้าห้องพักผู้ป่วยไม่ได้ไปไหน เมื่อเห็นเธอเดินออกมาก็รีบเข้าไปเดินประกบด้านข้างทันที“เรียกรถเอาสิคุณ ทำไมต้องให้ไปส่งด้วย คนละทางชัดๆ” นิต้า หันมาตอบอย่างไม่มีเยื่อใย แถมยังเร่งฝีเท้าเดินเร็วขึ้น จนผมต้องเร่งเดินตาม แล้วยื่นมือไปคว้าแขนเธอเอาไว้ก่อนเธอจะเดินหนีไปได้“งั้น ไปกินข้าวกันก่อนก็ได้ คุณไม่หิวเหรอ เฝ้าเพื่อนมาตั้งค่อนวันไม่ได้กินอะไรเลย”“ไม่ หิว” นิต้าหลบตาผม เมื่อคำตอบของเธอไม่ตรงกับสภาพร่างกายที่เป็นจริง เพราะเธอท้องร้องจนเราทั้งคู่ได้ยินชัดเจน“ไปเถอะ ผมหิวจนท้องร้องแล้วเนี่ย ผมมีร้านอร่อยอยากพาคุณไปชิม คิดว่าคุณต้องชอบแน่ ๆ” ผมเลือกพานิต้าไปร้านอาหารเพื่อสุขภาพร้านหนึ่งที่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล แต่เป็นร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อยมากร้านหนึ่งที่ผมเคยลองกินมา“คุณคิดว่าสองคนนั้น จะปรับความเข้าใจกันได้เรียบร้อยมั้ย” นิต้านั่งเขี่ยผักสลัดในจานของเธออยู่ซักพักแล้ว เธอคงทนความสงสัยไม่ไหวจึงถา
“คุณหมอวัตค่ะ ช่วยไปห้องฉุกเฉินด่วนเลยค่ะ” เสียงแหลมสูงดังมาจากที่ไกล ๆ แต่ได้ยินอย่างชัดเจนหลังจาก คุณอัยย์ได้พบกับไอ้ภีมแล้ว ผมก็พานิต้ามารอทั้งคู่ในห้องทำงานส่วนตัวของผม เพราะคิดว่าน่าจะสะดวกกว่าให้นั่งรอที่โถงโรงพยาบาลที่มีผู้คนเดินไปมาพลุพล่านแต่เหมือนจะคิดผิด เพราะผมถูกนิต้าถามจี้ จนต้องเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ผ่านมาของไอ้ภีมกับมินท์ แต่ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังถามไปถึงช่วงปีหนึ่งที่ผมตามจีบมินท์ ก่อนที่เธอจะเป็นแฟนกับไอ้ภีมโชคยังคงเข้าข้างผมบ้าง เมื่อจู่ ๆ ก็มีพยาบาลจากห้องฉุกเฉิน เคาะประตูและพยายามตะโกนเข้ามาให้ผมได้ยิน ว่ามีคนตามให้ผมไปที่ห้องฉุกเฉินโดยด่วน“ใครเป็นอะไรครับ ทำไมต้องตามผม หมอเวรล่ะ” เมื่อประตูห้องทำงานเปิดออก ผมถามพยาบาลสาวคนนั้นกลับไปทันที แต่ก็ไม่ได้รีรอที่จะยืนนิ่งรอฟังคำตอบ ยังคงเดินนำเธอออกไปเพื่อตรงไปที่ห้องฉุกเฉิน“หมอภีมค่ะ อุ้มผู้หญิงคนนึงมา แล้วให้รีบมาตามหมอวัตน่ะค่ะ” พยาบาลห้องฉุกเฉินพยายามตอบเสียงดังฟังชัด ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกเหนื่อยจากการวิ่งมาจากห้องฉุกเฉิน และกำลังต้อ







