LOGIN“พี่วัตคงไม่หวงคุณนิต้าเอาไว้คนเดียวหรอกใช่มั้ยคะ” คุณวาเลนคงเห็นว่าฉันเผลอเหลือบมองช
“พี่วัตคงไม่หวงคุณนิต้าเอาไว้คนเดียวหรอกใช่มั้ยคะ” คุณวาเลนคงเห็นว่าฉันเผลอเหลือบมองชายที่ยืนข้างเธอ แล้วเงียบไป เธอจึงท้วงถามกับเขาขึ้นอีกครั้ง“แล้วถ้าพี่บอกว่าพี่หวงล่ะครับ”‘นี่เค้าพูดอะไรของเค้าเนี่ย อีตาบ้านี่ กับคนของตัวเองก็ไม่คิดจะรักษาน้ำใจของเธอหน่อยเลยเหรอ’“อะไรคะพี่วัต...” ท่าทางคุณวาเลนเหมือนกำลังจะเอาเรื่องคนข้างๆ เธอ ที่เขาพูดออกมาแบบนั้น ท่าไม่ดีแล้ว ฉันไม่มีทางให้ความสัมพันธ์ของฉันกับเขาทำลายความรู้สึกคุณวาเลนแน่นอน“คุณวาเลนคะ อย่าเข้าใจผิดนะคะ คือชั้นกับเค้าเราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันค่ะ เพียงแต่ช่วงนี้ชั้นค่อนข้างจะไม่ค่อยมีเวลาเพราะมีสัญญากับที่อื่นอยู่น่ะคะ” แม้ว่าจะรู้สึกเสียดายการร่วมงานกับคุณวาเลนมากจนอยากจะกัดลิ้นตัวเองตาย แต่ฉันคงต้องยอมถอยจากความสัมพันธ์ตรงนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป“เสียดายจังเลยค่ะคุณนิต้า วาถูกใจคุณจริงๆ นะคะ ถ้าอย่างนั้นเอางี้ได้มั้ย คุณนิต้าไปเที่ยวกับวาหน่อยได้มั้ยคะ วาอยากให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น ได้มั้ยคะ นะ นะคะ
ฉันถูกปลุกขึ้นมาแต่เช้า ทั้งๆ ที่เพิ่งจะได้หลับไปตอนเกือบใกล้เช้า เป็นเพราะเสียงยัยอัยย์ที่ก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์ ‘คนตกอยู่ในห้วงแห่งรักต้องแบบนี้เหรอ ไม่หลับไม่นอน แถมต้องตื่นเช้าอีก’ฉันก็เพียงแต่บ่นในใจ สุดท้ายก็ต้องลุกขึ้นเพื่อทำหน้าที่ไปเป็นก้างขวางคอเพื่อนอยู่ดี ถึงแม้ว่าฉันจะรู้คำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว ว่าหลังจากนี้ หมอภีมคงเข้ามาดูแลยัยอัยย์อย่างดี และทั้งคู่ก็คงตกลงปลงใจคบกันอีกไม่นานนี้หรอกแต่ก่อนจะถึงวันนั้น ฉันก็อยากทำหน้าที่เพื่อนสนิทให้เต็มที่ ช่วยเธอสกรีนหนุ่มหล่อที่จะเข้ามาเป็นเพื่อนเขยให้ดีที่สุด หวังว่าการได้กลับมาคบกันครั้งนี้ จะไม่ทำให้เพื่อนฉันต้องเสียใจอีก และยิ่งไปกว่านั้นคือให้เธอหายจากอาการประหลาดที่เป็นอยู่จะยิ่งดีมาก“กรี๊ดดด...” ฉันเปิดดูมือถือหลังจากตื่นขึ้นมา ได้เปิดดูข้อความที่ส่งเข้ามาก็อดกรี๊ดออกมาไม่ได้ เมื่อเห็นว่า สาวสังคมไฮโซที่ฉันติดตามมาตลอด ติดต่อให้ฉันไปเป็นผู้ช่วยช็อปส่วนตัวของเธอ ‘นี่เ
หลังจาก แสดงความต้องการทั้งหมดให้เขาได้รับรู้แล้ว ฉันต้องรีบไปจัดการเพื่อนตัวดีที่ออกจากโรงพยาบาลก็ไม่ยอมบอกฉัน ‘พอมีแฟนแล้วก็ไม่ต้องการเพื่อนแล้วสินะ’เมื่อเข้ามานั่งในรถ ฉันก็หยิบมือถือออกมาโทรไปหายัยอัยย์ทันที ต้องจัดการเธอสักหน่อยแล้ว ที่ไม่ยอมสนใจเพื่อนอย่างฉัน และบ้านยัยอัยย์น่าจะเป็นที่หลบภัยให้ฉันได้(นิต้า ว่าไง) รอไม่นาน เสียงสนใจจากปลายสายก็ตอบกลับมา“อัยย์ เธอกลับบ้านแล้วเหรอ ทำไมไม่บอกชั้นเลย” ฉันเริ่มเปิดฉากเอ็ดเธอทันที ด้วยความเนื้อใจเล็กน้อย(นิต้าเราขอโทษ คือ เราลืมอะ) น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความสำนึกผิดแบบไม่ปิดบังเลยสักนิด ตามนิสัยของเธอที่เป็นคนห่วงความรู้สึกคนอื่น“แล้วนี่กลับไปกับหมอภีมใช่มั้ย เธออยู่ที่ไหนกันเนี่ย อย่าบอกนะว่า” ในใจฉันคิดว่าหมอภีมคงจะพายัยอัยย์ไปเที่ยวเล่น แต่ลืมไปว่ายัยอัยย์คงยังไม่กล้าออกไปเจอคนเยอะ(เราก็อยู่บ้านสิ จะให้ไปอยู่ที่ไหนล่ะ)“แล้วคุณหมอยังอยู่ที่บ้านกับเธอตอนนี้ใช่มั้ย” ฉันรู้ได้จากเสีย
ผมตื่นมาตอนสาย คนข้างๆ ที่อยู่ด้วยกันทั้งคืนก็หายไปแล้ว ผมรีบลุกขึ้นจากที่นอน ตามหาเธอในห้องน้ำ ห้องรับแขกด้านนอกก็ไม่เจอแม้แต่เงา เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าของเธอก็ไม่เหลือสักชิ้น “คิดจะหลบหน้ากันหรือไงนะ”ผมรีบจัดการตัวเอง แล้วลองไปตามหาเธอที่คอนโด แต่คนเฝ้าด้านล่างบอกว่าเธอออกไปแล้ว “งั้นอีกที่ที่เธอจะไป คงเป็นโรงพยาบาลสินะ เธอน่าจะรู้นะ เธอหนีฉันไม่พ้นหรอกน่า”เธอไปหาเพื่อนเธอที่ดรงพยาบาลจริงๆ แต่กลับพบว่าเพื่อนเธอออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว คนไร้จุดหมายได้แต่เดินคงตกอยู่ที่โถงทางเดิน“นี่คุณได้แล้วทิ้งแบบนี้เลยเหรอ” เธอสะดุ้งดูตกใจไม่ใช่น้อยที่ผมเดินเข้าไปกระซิบที่ข้างหูเธอแบบนั้น แต่เมื่อหหันหน้ามาเห็นผม เธอกลับถลึงตาใส่อย่างดุร้าย“นี่คุณมาพูดอะไรตรงนี้เนี่ย มานี่เลย” ผมถูกเธอลากไปในที่ลับตาคน ดูท่าเธอจะไม่อยากให้ใครรู้ถึงความสัมพันธ์ของผมกับเธอ ‘ทำไมล่ะ การคบกับผมมันน่าอายนักหรือไง ทำไมต้องทำท่าทางห่างเหินหลบผู้คนขนาดนั้น’“ผมพูดผิดเหรอ ผมตื่นมาก็หาคุณไม่เจอ ทั้งๆ ที่เมื่อคืนเรา&rdqu
ฉันครุ่นคิดตามคำพูดของเขา ปล่อยแขนขาออกจากตัวเขา นอนแผ่ลงไปบนที่นอนเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง พยายามควบคุมลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติ ยังคงมองหน้าเขาไม่ละสายตาสีหน้าที่มั่นคงแต่ในดวงตาแฝงไปด้วยความวูบไหว สายตาละห้อยมีความสับสนไม่ต่างจากจิตใจฉันตอนนี้เลย เมื่อเห็นฉันยังคงนิ่งไม่ขยับ เขาสูดหายใจเข้าลึกและผละตัวออกลุกขึ้นยืน กำลังจะหันกลับออกไปจากห้อง“เห้ยย” ฉันลุกขึ้นเอื้อมไปคว้าเขาเอาไว้ จนเราทั้งคู่เสียหลังลงนอนทับกันลงบนที่นอน “นี่คุณไม่ได้เมาค้างใช่มั้ยเนี่ย” มาถึงขนาดนี้แล้วเขายังคงคิดคำหยอกฉันเล่นได้อีก ฉันปล่อยความคิดสับสนทุกอย่างทิ้งไปทั้งหมด คล้องคอเขาเข้ามาหาตัว บรรจงจรดริมฝีปากอย่างนุ่มนวล แต่เขากลับตอบสนองมาอย่างร้อนแรง“อ้า...” ฉันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว หลังเขาละจูบออกจากปาก ก็เริ่มซุกไซร้ตามกรอบหน้า ไล่ลงไปที่ซอกคอ มือทั้งสองข้างลูบไล้ตามร่างกาย ตอนนี้ความคิดทั้งหมดของฉันเริ่มล่องลอย มีเพียงความจดจ่อของความรู้สึกหน่วงที่ท้องน้อยฉันรับสัมผัสเอาไว้ทั้งหมด ปล่อยกายกล่อยใจให้ลุ่มหลงไปกับสิ่งที่เขามอบให้ ‘นี่หรื
เมื่อเช้าตอนที่ไปซื้อมื้อเช้า ผมคิดอยู่นานว่าจะปล่อยไปหรือจะสั่งสอนเธอซักหน่อยดี การที่เธอไว้วางใจให้ผู้ชายคนหนึ่งเข้าไปในห้อง อยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนั้น หากผมเป็นคนไม่หวังดีคิดจะทำอะไรเธอจริงๆ มีหรือที่เธอจะรอด ผู้ชายยังไงก็มีแรงมากกว่าผู้หญิงอยู่แล้วจากตอนแรกที่คิดแค่อยากลองหยั่งเชิงดู พาเธอมาในที่ของผม ถ้าเธอรู้จักระวังตัวคงไม่ตามมาถึงที่นี่ แต่นี่เธอไม่ระวังตัวเองเลยจริงๆ ตลอดทางผมตัดสินใจคิดหาวิธีว่าจะทำให้เธอเข้าใจได้ยังไงว่า ที่เธอทำอยู่มันอันตรายกับตัวเอง เพราะหากจะแค่พูดออกไป เธอไม่มีทางยอมฟังและเชื่อผมแน่เรื่องที่ผมบอกเธอว่ามีเรื่องต้องคุยกัน มันก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น ไม่คิดว่าเธอจะเชื่อจนยอมตามผมมาถึงห้อง กระทั่งยังยอมที่จะรอผมนอนพัก และนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนอีก เธอมั่นใจได้ยังไงว่าหลังจากนี้ จะไม่เกิดอะไรขึ้นกับเธอ“คุณ...” เธอกำลังจะขัดขืน เมื่อผมเลื่อนเก้าอี้มานั่งดักหน้าเธอเอาไว้ แขนสองข้างของผมเหมือนเป็นกรงที่กำลังขังเธอเอาไว้ ถึงแม้เธอจะพยายามถอยหนีจนหลังติดพนักพิง แต่ก็ไปไหนไม่รอดอยู่ดีนั่นแหละ“คุณจะทำบ้าอะไรของค







