INICIAR SESIÓNพี่แพตตี้ โทรหาฉันตั้งแต่ 10 นาทีแรกที่ฉันแยกจากลูกค้าคนล่าสุดที่พี่แพตตี้ส่งมาให้ ฉันบอกตามตรงเลยว่า ตอนนี้อารมณ์ฉันยังไม่พร้อมเท่าไหร่กับการถูกด่า ถึงแม้ว่าตั้งแต่ที่เคยทำงานกับพี่แพตตี้มา เขาไม่เคยด่าฉันเลยซักครั้งก็ตาม
แต่กิตติศัพท์ของพี่แพตตี้ คนในวงการรู้กันดีว่า เมื่อทำเจ้ไม่พอใจเมื่อไหร่ เจ้ด่าได้แสบสรร ถึงกับมีรุ่นน้อยหลายคนขอออกจากวงการนี้ไปเลยก็มี ฉันยังไม่พร้อมจะเจอแบบนั้น ฉันจึงเลือกที่จะไม่สนใจสายเรียกเข้านี้
“รับเถอะนิต้า เผื่อพี่เค้ามีเรื่องด่วนจริงๆ นะ นี่โทรไม่หยุดเลย” อัยย์ เตือนฉันอีกครั้ง เมื่อมือถือฉันสั่นขึ้นมาอีก นี่คงเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ตั้งแต่ฉันมาอยู่กับอัยย์ที่บ้าน
ฉันได้แต่ถอนหายใจ แล้วหยิบมือถือขึ้นมากดรับสาย “พี่แพตตี้ น้องขอโทษ” คำแรกที่ฉันพูดคือขอโทษ ยังไงฉันก็รู้สึกผิด ทั้งเรื่องที่ไปทะเลาะกับลูกค้าที่พี่เขาส่งมาให้ และก็เรื่องที่ไม่ยอมรับสายอยู่นาน
[“นิต้า...โอ้ย ชั้นจะบ้าตาย กว่าจะรับสายได้ หล่อนทำอะไรอยู่ยะ นี่วันนี้ชั้นขอบใจหล่อนมาเลยนะยะ ที่ช่วยดูแลลูกค้าให้ เดี๋ยวไว้ชั้นพาไปเลี้ยง อ้อ แล้วก็สัปดาห์หน้าชั้นก็จองตัวไว้ด้วยนะ ยังไม่ได้รับงานใช่มั้ย”]
ฉันแปลกใจกับสิ่งที่พี่แพตตี้พูดมาในสาย จนไม่อยากจะเชื่อ ไม่ใช่แค่พี่แพตตี้จะไม่ด่าฉันแล้ว แต่ยังจองตัวฉันในสัปดาห์หน้าอีก ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ “พี่แพตตี้คนสวย พี่รู้ใช่มั้ย ว่านิต้าไม่รับงานแบบนั้น” ฉันอ้อมแอ้มบอกไปในสาย ยังไงฉันก็ยังคงเกรงใจพี่เขาอยู่บ้าง เพราะเขาก็ถือเป็นผู้มีพระคุณกับฉันคนหนึ่ง
[“งานแบบนั้นที่ไหน ก็งานเดิมนี่แหละย่ะ ชั้นรู้หรอกน่า โอเคนะ ตามนั้น ไว้ชั้นส่งรายละเอียดให้อีกที ตอนนี้ชั้นไปก่อนล่า เด็กชั้นมาละ”]
“พี่...” ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ถามอะไรต่อ พี่แพตตี้ก็วางสายไปแล้ว ยังไม่รู้รายละเอียดลูกค้าเลย แต่อีกใจฉันก็ยังเชื่อในตัวพี่แพตตี้ว่าคงไม่เอางานไม่ดีมาให้ฉันแน่ๆ เพียงแต่ ความไม่รอบคอบและไม่มีข้อมูลลูกค้าเพียงพอของฉันในวันนี้ เป็นบทเรียนที่ทำให้ฉันอยากรอบคอบในการรับงานมากขึ้น
“เป็นอะไรหรือเปล่า นิต้า หน้าเครียดเลย โดนดุเหรอ”
“ไม่เลย เพราะไม่โดนด่านี่แหละ ชั้นถึงแปลกใจ แถมยังนัดลูกค้าไว้ให้ฉันอีกงานด้วย แปลกมั้ยล่ะ ทั้งๆ ที่ก่อเรื่องไว้ขนาดนั้นแล้ว”
“ลูกค้าเค้าคงไม่ถือสาอะไรหรอกมั้ง อย่าคิดมากเลย ไปกัน เราลงไปดูที่ครัวกันเถอะว่าแม่ทำอะไรให้กินบ้าง”
“เอาของกินมาล่อชั้นอีกแล้ว ยัยอัยย์ ป่ะ ไปกัน เครียดมากชั้นก็ชักจะหิวละ”
บ้านยัยอัยย์ เป็นเซฟโซนให้ฉันได้จริงๆ เลยนะ คืนนี้ แม่อัยย์ทำอาหารที่ฉันชอบให้ด้วย ท่านคงเห็นสีหน้าฉันตอนเดินเข้ามาในบ้านแล้วว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จึงตั้งใจทำให้เพื่อปลอบใจ
บ้านนี้ น่ารักทุกคนทั้งพ่ออัยย์ ผู้กำกับชื่อดัง แม่อัยย์นักแสดงหญิงยอดเยี่ยม ดาวค้างฟ้า และยัยอัยย์เพื่อนฉัน ลูกสาวคนเดียวของบ้าน แต่เหมือนตอนนี้ ทั้งพ่อและแม่เอ็นดูฉันเหมือนเป็นลูกสาวอีกคนของท่านไปแล้ว
“เป็นไงจ๊ะ นิต้า พอทานได้มั้ย” แม่ถามขึ้นระหว่างนั่งทานอาหารด้วยกัน
“อร่อยมากเลยค่ะแม่ แม่เป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟคสุดๆ เลยนะคะ ทั้งสวย ทำงานเก่ง ทำอาหารก็เก่งอีก เลิศ”
“ชมแบบนี้แม่ไม่เขินหรอกนะ แม่ชินแล้ว คิคิ” แม่ไม่เคยถือตัวกับฉันเลย ให้ความสนิทสนมกับฉันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ จนทุกวันนี้
“โห แม่คะ เดี๋ยวนี้ เล่นมุขแบบนี้เป็นด้วยเหรอ” ยัยอัยย์ แซวแม่ตัวเองซะอย่างนั้น และเราทั้งโต๊ะ ก็หัวเราะประสานเสียงออกมาพร้อมกัน ฉันรู้สึกว่าทุกครั้งที่มากินอาหารบ้านอัยย์ ฉันมีความสุขมาก การได้ร่วมโต๊ะกับครอบครัวทำให้เจริญอาหารได้มากทีเดียว
“อ้อ นิต้าจ๊ะ ช่วงนี้งานยุ่งมั้ย แม่ขอวานอะไรหน่อยได้มั้ยจ๊ะ” หลังทานข้าวกันเสร็จ แม่ยกของหวานกับผลไม้มาให้พวกเรา และถามฉันขณะที่ทุกคนยังอยู่กันครบ
“ฉลองปิดกล้องไปแล้ว ช่วงนี้งานหนูโล่งมากเลยค่ะ แม่มีอะไรให้นิต้าทำ บอกมาได้เลยค่ะ”
“สัปดาห์หน้า งานประกาศรางวัลแล้ว แม่อยากให้นิต้าช่วยเลือกชุดให้แม่หน่อย ห้องเสื้อเค้าส่งแบบมาให้หลายร้านเลย แต่แม่อยากให้ครั้งนี้พิเศษหน่อย”
“ได้เลยค่ะแม่ สบายมากเลย แม่มีดีไซน์อะไรพิเศษในใจมั้ยคะ”
“ก็มีนิดหน่อยจ๊ะ แล้วแม่ก็อยากบอกข่าวทุกคนด้วย คือ แม่ปรึกษากับพ่อแล้ว ว่างานครั้งนี้ แม่คงจะประกาศอำลาวงการเบื้องหน้าอย่างเป็นทางการ”
“หา อะไรนะคะแม่ แม่จะอำลาวงการเหรอคะ ยังไงกันคะพ่อ” คงเป็นอัยย์ที่น่าจะตกใจกับข่าวนี้ที่สุด เพราะคงคิดไม่ถึงว่าแม่จะเลิกทำในสิ่งที่แม่รักที่สุดแบบนี้
“ใจเย็นๆ ลูกอัยย์ ไม่ต้องตกใจขนาดนั้น แม่แค่อำลาเบื้องหน้าจ๊ะ แต่แม่ยังไปช่วยพ่อทำเบื้องหลังอยู่นะ แล้วแม่ก็คิดแล้วว่า แม่มีความสุขที่เลือกแบบนี้ ดังนั้น งานประกาศรางวัลสุดสัปดาห์นี้ แม่เลยจะถือโอกาสให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ไปเลย”
“ถ้า..แม่เลือกแล้ว และแม่มีความสุข อัยย์ก็โอเคค่ะ แต่อัยย์แค่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้”
“เร็วที่ไหนกัน แม่อยู่วงการนี้มาเกิน 30 ปีแล้วนะ แล้วพอได้ไปทำเบื้องหลังกับพ่อ แม่ว่ามันก็สนุกดี”
“เอาแบบนั้นก็ได้ งั้นงานสัปดาห์นี้ ก็งานใหญ่ของครอบครัวเราเลยสิคะ”
“ไหนวะ ไอ้วัต สัมภาษณ์ไปหรือยัง เป็นยังไงบ้าง” ยังไม่ถึง 10 นาทีตามที่มันบอกไว้ หมอภีมกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาที่แผนก เมื่อเห็นผมก็รีบถามถึงการสัมภาษณ์ก่อนเป็นอันดับแรก“มึงตามกูมาไปคุยเองละกัน” จากตอนแรกอยากจะบอกมันก่อนว่าจะเจอใคร พอเห็นท่าทางรีบร้อนของมัน ผมจึงหมั่นไส้ไม่บอกไปซะดื้อๆ ‘อยากได้คนนักไม่ห่วงเพื่อนบ้างเลย งั้นไปคุยเองเลยไอ้หมอภีม’“อ่าว ทำไมวะ มึงยังไม่คุยเหรอ ทำไมต้องรอกู” ไอ้ภีมยังร้อนใจไม่เลิก“กู…” ก่อนที่ผมจะพูดอะไรต่อ ผู้หญิงที่ก่อนหน้านี้อยู่ในห้องประชุมด้านใน วิ่งเลยผมไปเกาะแขนไอ้ภีม โดยไม่สนใจว่าเธอชนเข้าที่แขนผมอย่างจัง“ภีมมมม คิดถึงจังเลยค่ะ” เธอทั้งเกาะแขนไอ้ภีม ทั้งเอาตัวทั้งตัวเบียดเข้าไป เหมือนจะพยายามสิงเข้าไปในตัวมันอย่างไรอย่างนั้น“มินท์…” ผมเห็นไอ้ภีมพยายามจะแกะมือทั้งสองข้างของเธอออก พร้อมกับส่งสายตาไม่สบอารมณ์มองมาที่ผม แต่สิ่งที่ผมทำได้ก็แค่เพียงส่ายหน้ากลับไปให้เล็กน้อย“ใช่ค่ะ มินท์เอง ดีใจจังได้เจอภีม
“นิต้า... ทำไมทำแบบนี้ล่ะ ถ้าคุณหมอเค้า...” ยัยอัยย์ ทำเป็นบ่นฉัน เหมือนจะโกรธ แต่ฉันรู้ว่าในเจอเธอก็รอคำตอบอยู่เหมือนกัน“เอาน่าสาวน้อย มาเรามาลุ้นรอคำตอบกัน ดูซิคุณหมอของเธอจะว่ายังไงบ้าง” ฉันเห็นยัยอัยย์แทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ แต่ผ่านไปเป็นนาที อีกฝั่งก็ยังไม่มีข้อความตอบกลับมาเพื่อนฉัน รีบพิมพ์ข้อความแก้ตัวส่งไป เธอรีบอธิบายว่าสิ่งที่ถามไปล่าสุดนั้นไม่ใช่ฝีมือเธอ ฉันทำได้เพียงแต่อ่านข้อความแล้วนึกขำอยู่ในใจ อาการเพื่อนฉันออกชัดขนาดนี้ ทำให้ฉันยิ่งอยากรู้มากไปอีกว่าคุณหมอคนนี้เป็นใคร และเขาคิดยังไงกับเพื่อนฉันกันแน่[Doctor VP1 : “ผมยังไม่มีแฟนครับ แต่ถ้าคุณจะช่วยแนะนำผู้หญิงดีๆ ซักคนให้ ผมก็ไม่ขัดนะครับ”]“กรี๊ดดดดดด... นี่ไงล่ะยัยอัยย์ สาวน้อยของชั้น คุณหมอไม่มีแฟน แถมเปิดทางให้เธออีก อร้ายยย ชั้นเขินแทนเธอทำไมเนี่ย” ในที่สุดคุณหมอก็ตอบข้อความกลับมา ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองว่า นี่ฉันสงสัยเขา แต่ทำไมฉันต้องดีใจที่เขาตอบกลับมาแบบนั้นถึงอย่างไรก็เถอะ หากว่าเพื่อนฉันมีความสุขที่แท้จริงได้
ผมอดถอยหายใจออกมาไม่ได้ ‘อะไรมันจะวุ่นวายขนาดนี้วะเนี่ย ตกลงจะหาหมอจริงหรือเปล่าวะ’“แผนกไอทีตรวจสอบเสร็จหรือยังครับ คุณช่วยเร่งให้ผมหน่อย” ระหว่างที่กำลังคิดทบทวนเคสตรงหน้า ผมกดโทรบอกให้เลขาเร่งให้แผนกไอทีตรวจสอบข้อมูลที่ลงทะเบียนของคนไข้รายนี้ ว่ามีการแจ้งข้อมูลเท็จหรือไม่[“เมื่อกี้ไอทีแจ้งมาแล้วค่ะว่า ข้อมูลที่ลงทะเบียนเข้ามาไม่มีปัญหาค่ะ คุณหมอวัต แต่กำลังจะตรวจสอบให้อีกรอบค่ะ”]“โอเคครับ ขอบคุณครับ ถ้าไอทีแจ้งกลับมาคุณรีบแจ้งผมเลยนะ” หลังวางสาย ผมสูดหายใจเข้าลึกจนสุดปอด แล้วค่อยบรรจงพิมพ์ข้อความถามคนไข้กลับไป ในเมื่อไอทีตรวจสอบแล้วว่าเป็นคนไข้ ผมก็ต้องดำเนินการรักษา[Doctor : “ครับ คนไข้มีอาการอะไรอยากปรึกษาหมอครับ”][Nitaya : “ชั้นเป็นผื่นแดงขึ้นที่หน้าค่ะเยอะเลย ไม่ทราบสาเหตุ”][Doctor : “คนไข้ถ่ายรูปผื่นแดงที่ขึ้นมาให้หมอช่วยดูอาการได้มั้ยคะ จะได้วินิจฉัยถูก”][Nitaya : “ทำไมต้องถ่ายส่งด้วยล่ะ ทีหมอยังไม่ยอมให้ชั้นเห็นหน้าเ
“ยัยอัยย์ ชั้นแฮปปี้มาก ชั้นอยากมาอยู่บ้านเธอเลย” ช่วงนี้ ฉันมักจะมาอยู่กับยัยอัยย์ที่บ้านบ่อยๆ และได้เห็นความเคลื่อนไหวของหมอที่รักษาเธอ ทำให้ฉันยิ่งมั่นใจว่าเขาคิดกับเธอมากกว่าคนไข้“แหม กินแบบไม่กลัวอ้วนเลยนะจ๊ะ”“จะเอาอะไรมาอ้วนยัยอัยย์ ของพวกนี้นะ เพื่อสุขภาพทั้งนั้น คนป่วยเบาหวานยังกินได้เลย คุณหมอของเธอนี่เอาใจใส่สุดๆ”“คุณหมอของเราที่ไหนกันล่ะ นิต้า พูดอะไรไม่รู้” อัยย์ยังคงไม่ยอมรับว่า สิ่งที่เธอกับหมอของเธอปฏิบัติต่อกันอยู่ในช่วงนี้ เหมือนหนุ่มสาวที่มีใจให้กัน และเขากำลังพยายามจีบเธออยู่แน่นอนฉันยินดีกับเพื่อนนะ ถ้าเพื่อนจะมีความรักและมีความสุขกับชีวิตคู่ เพียงแต่ฉันยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับตัวคุณหมอที่มาจีบเธออยู่ตอนนี้ มีหลายอย่างที่น่าสงสัย ถึงอย่างนั้น เมื่อฉันเห็นรอยยิ้มของอัยย์ ก็อดยกความดีให้หมอที่ดูแลเธอไม่ได้จริงๆ“อ๋อเหรอออ ไม่ใช่ของเธองั้นชั้นขอได้ป่ะ ดูแลดีแบบนี้ ชั้นชอบบบ” ฉันลองแกล้งเธอ เพื่อลองใจของเธอว่าจะรู้สึกพิเศษกับหมอคนนี้มั้ย“บ้าเหรอ มาขอเราทำไม เราไม่ได้เป็นอะไรกับคุณหมอนี่ เธอต้องไปขอแฟนเค้าสิ”“อ่าว คุณหมอเค้ามีแฟนแล้วเหรอ งั้นทำไมมาดูแลคนไข้คนนี้ซะอย่
“เออๆ กูจะรีบจัดการให้ แล้วมึงก็นะ มีอะไรก็บอกกันตรงๆ ดิวะ ยังเห็นกูเป็นเพื่อนมึงอยู่ป่ะเนี่ย” ผมตัดพ้อไอ้ภีมออกไป แต่ไม่ได้คิดจริงจัง เพราะถึงยังไง สิ่งที่ไอ้ภีมขอให้ผมเร่งทำให้ คือการหาจิตแพทย์ หรือนักจิตบำบัด มาช่วยวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของอาการ PTSD ของคนไข้ที่เป็นรักแรกของมัน เพื่อสามารถหาวิธีรักษาต่อไปได้อีกอย่าง ผมก็อยากเน้นย้ำให้มันรู้บ้างว่า มันยังมีผมเป็นเพื่อนที่พร้อมจะคอยช่วยเหลือมันเสมอ“เออออ...ไว้มีไรจะบอก งั้นมึงก็รีบๆ ไปจัดการได้ละ อย่าช้า” ท่าทางร้อนใจของไอ้ภีม ทำให้ผมนึกขำในใจผมเดินกลับไปที่ห้องทำงาน เรียกเลขาให้รวบรวมประวัติของแพทย์ทั้งหมดที่สมัครเข้ามาในช่วงนี้มาให้ผมพิจารณาในห้อง และผมก็เข้าโหมดการทำงานอยู่ในนั้นเกือบทั้งวันแม้ว่าจากมุมมองของคนภายนอก ผมเป็นประเภทหนุ่มเจ้าสำราญก็ตามที แต่เมื่ออยู่ในโหมดการทำงาน คนรอบข้างที่ทำงานร่วมกับผมจะรู้ดีว่า ผมค่อนข้างจริงจังกับการทำงานเช่นกันนอกจากผมจะเป็นหมอที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตของคนป่วยแล้ว ผมยังเป็นฝ่ายบริหารที่ต้องทำงานเพื่อเอาใจผู้ถือหุ้นอีกด้วย เมื่อไหร่ที่การบริหารงาน หรือได้กำไรไม่เป็นที่น่าพอใจ
“ขอโทษจริงๆ ค่ะ คุณวัต ช่วงนี้ ชั้นติดธุระทางบ้านน่ะค่ะ คงยังไม่สะดวก ต้องขอโทษคุณวัตจริงๆ นะคะ ให้ชั้นแนะนำนักช็อปฯ คนอื่นไปแทนก่อนมั้ยคะ” ฉันต้องปฏิเสธนัดคุณวัตไป เมื่อเขาโทรมาเพื่อนัดวันเวลาให้ฉันไปทำหน้าที่นักช็อปส่วนตัวแต่ช่วงนี้ฉันคิดว่าจะงดรับงานซักระยะ ฉันตั้งใจจะอยู่เป็นเพื่อนยัยอัยย์ที่บ้านจนกว่าอาการของเธอจะพ้นช่วงน่าเป็นห่วงนี้ไปก่อน ทั้งด้านร่างกายและที่สำคัญคือด้านจิตใจถึงแม้ว่าเหมือนยัยอัยย์จะพยายามแสดงให้เห็นว่าเธอไม่เป็นไร แต่ฉันยังคงวางใจไม่ได้อยู่ดี เพราะครั้งที่แล้วที่เธอมีอาการนี้ กว่าจะผ่านไปได้ หนักหนาสาหัสพอสมควรเลย หากไม่มีคนอยู่ด้วย ฉันคิดว่าเธออาจจะคิดสั้นได้เลย[“ถ้าแบบนั้นก็ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ค่อยไว้ใจคนอื่น และไม่อยากเปลี่ยนนักช็อปฯ บ่อยๆ ด้วย”]“ขอโทษจริงๆ นะคะ เอาไว้ครั้งหน้าที่ใช้บริการ ชั้นจะคิดราคาพิเศษให้นะคะ” ด้วยนิสัยจริงของฉันแล้ว ฉันเป็นคนไม่ค่อยง้อใครหรอกนะ แต่พอเป็นงานที่ต้องให้บริการที่ดีเป็นหลัก ฉันจึงต้องง้อลูกค้าเอาไว้ก่อนสายงานนี้ ถึงแม้จะเป็นที่รู้จักกันในวงแคบ แต่ก็ใช่ว่าการแข่งขันจะไม่สูง เพราะงานดีเงินดีมาก ย่อมมีการแข่งขันที่สูงมาก







