LOGINหลังจาก ครอบครัวอัยย์ ปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ข้อสรุป นอกจาก ฉันได้รับหน้าที่เลือกชุดทั้งของแม่ และยังต้องไปตามหาชุดให้อัยย์ เพื่อนสนิทคนเดียวของฉันด้วย นี่ต่างหากเรื่องที่น่ากังวลที่สุด
เพื่อนฉันคนนี้ จะมีอาการประหลาดอย่างหนึ่ง ซึ่งยังหาสาเหตุแน่ชัดไม่ได้ และอาการนี้ก็ไม่มียารักษา ครั้งแรกที่ฉันเห็นอาการของเธอ ฉันตกใจและรู้สึกกลัวมาก
ภาพยังคงติดตาฉันอยู่มาจนทุกวันนี้ เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อตอนที่เราทั้งคู่ เริ่มเรียนปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ถึงแม้ว่าเราทั้งคู่จะเรียนต่างคณะกัน แต่ช่วงแรกของปีหนึ่ง นักศึกษามันจะได้เข้ามารวมตัวเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน
ในช่วงวันสุดท้ายของกิจกรรม ทางมหาวิทยาลัยมีการจัดงานเฟรชชี่ไนท์ คืนนั้นฉันสนุกมาก มีกิจกรรมต่างๆ ให้ร่วมมากมาย รวมไปถึงการประกวดคัดเลือกดาว-เดือน ซึ่งฉันก็เป็นส่วนหนึ่งในผู้เข้าประกวด และอัยย์ก็มาเชียร์
แต่ในช่วงสุดท้ายที่ฉันได้รับรางวัล จู่ๆ อัยย์ ก็เป็นลมล้มลงไปที่หน้าเวที ภาพที่ฉันมองลงมาจากด้านบนทำฉันตกใจมาก ฉันทิ้งทุกอย่างบนเวทีและรีบกระโดดลงมา เพื่อประคองตัวเพื่อน คอยเดินตามรุ่นพี่ผู้ชายอีกคนที่เข้ามาอุ้มอัยย์ไปที่ห้องพยาบาล
“นิต้า รางวัลล่ะ” “ไม่เอาแล้วพี่ ให้คนอื่นไปเลย ขอไปดูเพื่อนก่อนค่ะ” ฉันไม่สนใจที่จะอยู่รับรางวัลต่อ ฉันเป็นห่วงเพื่อนมากกว่า หลังจากพักที่ห้องพยาบาลไม่นาน ฉันก็เริ่มเห็นว่าหน้าของอัยย์มีความผิดปกติ
หน้าเธอเริ่มมีรอยแดงจางๆ เหมือนเป็นผื่นแพ้อะไรซักอย่าง ฉันรีบเรียกให้พยาบาลที่ประจำการอยู่มาดู เธอจึงหาผ้าชุบน้ำเย็นมาให้ช่วยเช็ดหน้าให้อัยย์ เมื่อผ้าเย็นโดนผิว อัยย์จึงค่อยๆ เริ่มรู้สึกตัว และตอนนั้นหน้าตาเธอดูหวาดกลัวมาก ขอให้ฉันรีบพากลับห้องพักโดยด่วน
หลังจากคืนนั้น ผิวหน้าที่แดงของเธอยิ่งแดงขึ้นเหมือนสีของเลือด น่ากลัวมาก ฉันใจไม่ดีเลยรีบตามให้พ่อกับแม่มา จนถึงตอนที่พ่อแม่มาถึง จึงได้รู้ว่า อัยย์จะมีอาการแบบนี้ทุกครั้งที่อยู่ในจุดที่เป็นจุดสนใจจากสายตาคนอื่น
ด้วยเหตุนี้แหละ งานประกาศรางวัลที่จัดในสัปดาห์หน้านี้ เมื่ออัยย์ ต้องไปร่วมงานในฐานะลูกสาวคนเดียวของนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมหลายปีซ้อน ที่กำลังจะใช้งานนี้ประกาศอำลาวงการจากเบื้องหน้าสู่เบื้องหลังอย่างเป็นทางการ
ทำให้ฉันรู้สึกห่วงเพื่อนฉันอย่างบอกไม่ถูกเลย เพราะเธอต้องร่วมยืนอยู่ในจุดที่เป็นจุดสนใจของนักข่าวแน่นอน ‘หวังว่าอาการของอัยย์จะหายไปแล้วนะ มันไม่กำเริบมานานมากแล้วนี่’
หลังจากที่ผมแยกจากน้องเชอร์รี่ คืนนั้นผมติดต่อหาคุณแพตตี้ คนที่ส่งนักช็อปส่วนตัวคนใหม่มาให้ผม แทนตัวเธอเองที่รู้สึกว่าจะมีแฟน แล้วกำลังจะย้ายไปต่างประเทศ
เพราะวันนั้น ผมยังไม่ได้ข้อมูลการติดต่อนักช็อปฯ คนใหม่ จึงต้องติดต่อกลับไปหาคุณแพตตี้แทน เพื่อให้นัดนักช็อปฯ ให้ผมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ตามจริงแล้วผมควรขอข้อมูลการติดต่อเธอเอาไว้ เพื่อนัดใช้บริการในครั้งต่อไป
แต่ตอนนั้นผมรู้สึกว่าเหมือนเธอจะไม่เต็มใจอยากจะให้นัก เธออาจจะไม่พอใจผมจากเหตุการณ์ที่เกิดในร้านอาหารญี่ปุ่นก็ได้ ผมก็จะไม่บังคับเธอ ผมจึงต้องติดต่อคุณแพตตี้อีกครั้ง เพื่อขอนัดนักช็อปฯ เพื่อใช้บริการครั้งต่อไป
หลังจากหายไป หนึ่งวันเต็มๆ ผมเข้าใจว่าคงไม่มีปัญหาอะไรกับการนัดสัปดาห์นี้ แต่แล้วคุณแพตตี้ก็ติดต่อกลับมาอีกครั้ง ระหว่างที่ผมกำลังรอจะเข้าประชุมที่โรงพยาบาล
“ว่ายังไงครับ คุณแพตตี้”
[“คุณวัตคะ แพตตี้ต้องขอประทานโทษจริงๆ เลยค่ะ พอดีน้องนิต้า ติดงานใหญ่ คงจะรับงานทางคุณวัต สัปดาห์นี้ไม่ได้น่ะคะ ขออภัยจริงๆ นะคะ คุณวัต ให้แพตตี้หาคนอื่นให้มั้ยคะ”]
“เอ่อ ไม่เป็นไรครับ ผมก็แค่ลูกค้าตัวเล็กๆ ถ้าเค้ามีงานใหญ่ ไม่แปลกที่เค้าจะเลือกงานนั้น ผมเข้าใจ”
[“อย่าพูดแบบนั้นสิคะ คุณวัต จริงๆ น้องเค้าต้องจัดการชุดให้นักแสดงในงานประกาศรางวัลสัปดาห์นี้พอดีค่ะ ทางน้องเค้าก็เกรงใจคุณวัต กลัวว่าจะจัดเวลาให้ทางคุณไม่เต็มที่ แค่นั้นเองค่ะ แถมทางนั้นเป็นผู้มีพระคุณที่น้องเค้านับถือเหมือนแม่แท้ๆ คุณวัตเข้าใจหน่อยนะคะ”]
“เดี๋ยวผมต้องเข้าประชุม เอาไว้ค่อยคุยกันอีกทีนะครับ” ผมรีบวางสาย เพราะเลขาเข้ามาตามผมไปร่วมประชุมแล้ว และหลังจากนั้นผมก็ยุ่งมากจนไม่มีเวลาคิดเรื่องส่วนตัวเลย จึงลืมเรื่องนี้ไปสนิท
ผมอดถอยหายใจออกมาไม่ได้ ‘อะไรมันจะวุ่นวายขนาดนี้วะเนี่ย ตกลงจะหาหมอจริงหรือเปล่าวะ’“แผนกไอทีตรวจสอบเสร็จหรือยังครับ คุณช่วยเร่งให้ผมหน่อย” ระหว่างที่กำลังคิดทบทวนเคสตรงหน้า ผมกดโทรบอกให้เลขาเร่งให้แผนกไอทีตรวจสอบข้อมูลที่ลงทะเบียนของคนไข้รายนี้ ว่ามีการแจ้งข้อมูลเท็จหรือไม่[“เมื่อกี้ไอทีแจ้งมาแล้วค่ะว่า ข้อมูลที่ลงทะเบียนเข้ามาไม่มีปัญหาค่ะ คุณหมอวัต แต่กำลังจะตรวจสอบให้อีกรอบค่ะ”]“โอเคครับ ขอบคุณครับ ถ้าไอทีแจ้งกลับมาคุณรีบแจ้งผมเลยนะ” หลังวางสาย ผมสูดหายใจเข้าลึกจนสุดปอด แล้วค่อยบรรจงพิมพ์ข้อความถามคนไข้กลับไป ในเมื่อไอทีตรวจสอบแล้วว่าเป็นคนไข้ ผมก็ต้องดำเนินการรักษา[Doctor : “ครับ คนไข้มีอาการอะไรอยากปรึกษาหมอครับ”][Nitaya : “ชั้นเป็นผื่นแดงขึ้นที่หน้าค่ะเยอะเลย ไม่ทราบสาเหตุ”][Doctor : “คนไข้ถ่ายรูปผื่นแดงที่ขึ้นมาให้หมอช่วยดูอาการได้มั้ยคะ จะได้วินิจฉัยถูก”][Nitaya : “ทำไมต้องถ่ายส่งด้วยล่ะ ทีหมอยังไม่ยอมให้ชั้นเห็นหน้าเ
“ยัยอัยย์ ชั้นแฮปปี้มาก ชั้นอยากมาอยู่บ้านเธอเลย” ช่วงนี้ ฉันมักจะมาอยู่กับยัยอัยย์ที่บ้านบ่อยๆ และได้เห็นความเคลื่อนไหวของหมอที่รักษาเธอ ทำให้ฉันยิ่งมั่นใจว่าเขาคิดกับเธอมากกว่าคนไข้“แหม กินแบบไม่กลัวอ้วนเลยนะจ๊ะ”“จะเอาอะไรมาอ้วนยัยอัยย์ ของพวกนี้นะ เพื่อสุขภาพทั้งนั้น คนป่วยเบาหวานยังกินได้เลย คุณหมอของเธอนี่เอาใจใส่สุดๆ”“คุณหมอของเราที่ไหนกันล่ะ นิต้า พูดอะไรไม่รู้” อัยย์ยังคงไม่ยอมรับว่า สิ่งที่เธอกับหมอของเธอปฏิบัติต่อกันอยู่ในช่วงนี้ เหมือนหนุ่มสาวที่มีใจให้กัน และเขากำลังพยายามจีบเธออยู่แน่นอนฉันยินดีกับเพื่อนนะ ถ้าเพื่อนจะมีความรักและมีความสุขกับชีวิตคู่ เพียงแต่ฉันยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับตัวคุณหมอที่มาจีบเธออยู่ตอนนี้ มีหลายอย่างที่น่าสงสัย ถึงอย่างนั้น เมื่อฉันเห็นรอยยิ้มของอัยย์ ก็อดยกความดีให้หมอที่ดูแลเธอไม่ได้จริงๆ“อ๋อเหรอออ ไม่ใช่ของเธองั้นชั้นขอได้ป่ะ ดูแลดีแบบนี้ ชั้นชอบบบ” ฉันลองแกล้งเธอ เพื่อลองใจของเธอว่าจะรู้สึกพิเศษกับหมอคนนี้มั้ย“บ้าเหรอ มาขอเราทำไม เราไม่ได้เป็นอะไรกับคุณหมอนี่ เธอต้องไปขอแฟนเค้าสิ”“อ่าว คุณหมอเค้ามีแฟนแล้วเหรอ งั้นทำไมมาดูแลคนไข้คนนี้ซะอย่
“เออๆ กูจะรีบจัดการให้ แล้วมึงก็นะ มีอะไรก็บอกกันตรงๆ ดิวะ ยังเห็นกูเป็นเพื่อนมึงอยู่ป่ะเนี่ย” ผมตัดพ้อไอ้ภีมออกไป แต่ไม่ได้คิดจริงจัง เพราะถึงยังไง สิ่งที่ไอ้ภีมขอให้ผมเร่งทำให้ คือการหาจิตแพทย์ หรือนักจิตบำบัด มาช่วยวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของอาการ PTSD ของคนไข้ที่เป็นรักแรกของมัน เพื่อสามารถหาวิธีรักษาต่อไปได้อีกอย่าง ผมก็อยากเน้นย้ำให้มันรู้บ้างว่า มันยังมีผมเป็นเพื่อนที่พร้อมจะคอยช่วยเหลือมันเสมอ“เออออ...ไว้มีไรจะบอก งั้นมึงก็รีบๆ ไปจัดการได้ละ อย่าช้า” ท่าทางร้อนใจของไอ้ภีม ทำให้ผมนึกขำในใจผมเดินกลับไปที่ห้องทำงาน เรียกเลขาให้รวบรวมประวัติของแพทย์ทั้งหมดที่สมัครเข้ามาในช่วงนี้มาให้ผมพิจารณาในห้อง และผมก็เข้าโหมดการทำงานอยู่ในนั้นเกือบทั้งวันแม้ว่าจากมุมมองของคนภายนอก ผมเป็นประเภทหนุ่มเจ้าสำราญก็ตามที แต่เมื่ออยู่ในโหมดการทำงาน คนรอบข้างที่ทำงานร่วมกับผมจะรู้ดีว่า ผมค่อนข้างจริงจังกับการทำงานเช่นกันนอกจากผมจะเป็นหมอที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตของคนป่วยแล้ว ผมยังเป็นฝ่ายบริหารที่ต้องทำงานเพื่อเอาใจผู้ถือหุ้นอีกด้วย เมื่อไหร่ที่การบริหารงาน หรือได้กำไรไม่เป็นที่น่าพอใจ
“ยัยอัยย์ ชั้นขอโทษน้า เมื่อวานชั้นติดลูกค้าสำคัญจริงๆ แล้วเป็นไงบ้าง โอ้ย…ดูตาเธอสิ แค่เจอพนักงานส่งของก็นอนไม่หลับเลยเหรอ” รุ่งเช้า ฉันรีบไปหาอัยย์ที่บ้านด้วยความเป็นห่วง และสภาพของอัยย์ที่ฉันเห็นคือ... เธอขอบตาช้ำและในตาแดงมากเหมือนคนอดนอนมาทั้งคืน“อืม จริงๆ ตอนเจอก็ไม่เป็นไรนะ แต่ที่เรานอนไม่หลับ เพราะเราเอาแต่นึกถึงเสียงของพนักงานส่งของ เสียงเค้าคุ้นมากเลยนิต้า เหมือนคนนั้น”“ฮะ เสียงเหมือนใคร อย่าบอกนะว่า…” เพื่อนฉันคนนี้ ก่อนที่เธอจะมีอาการประหลาดจนทำให้เลือกที่จะเก็บตัว หนีหายจากโลกภายนอกเธอก็เคยมีความรักวัยเรียนเหมือนกันนะ แต่เธอไม่ค่อยเล่ารายละเอียดให้ฉันฟังสักเท่าไหร่ เหมือนเธอจะไม่อยากนึกถึงเรื่องราวตอนนั้น ฉันก็เลยไม่เคยเซ้าซี้ เพียงแค่พอจะรู้เกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นคร่าวๆ จากเวลาที่พ่อกับแม่ยัยอัยย์พูดถึง เป็นบางครั้งบางคราว“ใช่ เสียงเหมือนผู้ชายคนนั้น เราเลยนอนคิดถึงเรื่องเมื่อก่อนทั้งคืนเลยนิต้า” เสียงอัยย์ทั้งเพลียและเริ่มสั่นเครือ... เหมือนกำลังจะมีน้ำตาให้กับเรื่องราวในอดีต“โอ๋ๆๆ ยัยอัยย์ ไม่เอาน้า มันผ่านไปแล้วนะ ไม่เอา ไม่คิดถึงมันอีก” ฉันทำได้เพียงเอาไปโอบกอดปลอ
“ขอโทษจริงๆ ค่ะ คุณวัต ช่วงนี้ ชั้นติดธุระทางบ้านน่ะค่ะ คงยังไม่สะดวก ต้องขอโทษคุณวัตจริงๆ นะคะ ให้ชั้นแนะนำนักช็อปฯ คนอื่นไปแทนก่อนมั้ยคะ” ฉันต้องปฏิเสธนัดคุณวัตไป เมื่อเขาโทรมาเพื่อนัดวันเวลาให้ฉันไปทำหน้าที่นักช็อปส่วนตัวแต่ช่วงนี้ฉันคิดว่าจะงดรับงานซักระยะ ฉันตั้งใจจะอยู่เป็นเพื่อนยัยอัยย์ที่บ้านจนกว่าอาการของเธอจะพ้นช่วงน่าเป็นห่วงนี้ไปก่อน ทั้งด้านร่างกายและที่สำคัญคือด้านจิตใจถึงแม้ว่าเหมือนยัยอัยย์จะพยายามแสดงให้เห็นว่าเธอไม่เป็นไร แต่ฉันยังคงวางใจไม่ได้อยู่ดี เพราะครั้งที่แล้วที่เธอมีอาการนี้ กว่าจะผ่านไปได้ หนักหนาสาหัสพอสมควรเลย หากไม่มีคนอยู่ด้วย ฉันคิดว่าเธออาจจะคิดสั้นได้เลย[“ถ้าแบบนั้นก็ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ค่อยไว้ใจคนอื่น และไม่อยากเปลี่ยนนักช็อปฯ บ่อยๆ ด้วย”]“ขอโทษจริงๆ นะคะ เอาไว้ครั้งหน้าที่ใช้บริการ ชั้นจะคิดราคาพิเศษให้นะคะ” ด้วยนิสัยจริงของฉันแล้ว ฉันเป็นคนไม่ค่อยง้อใครหรอกนะ แต่พอเป็นงานที่ต้องให้บริการที่ดีเป็นหลัก ฉันจึงต้องง้อลูกค้าเอาไว้ก่อนสายงานนี้ ถึงแม้จะเป็นที่รู้จักกันในวงแคบ แต่ก็ใช่ว่าการแข่งขันจะไม่สูง เพราะงานดีเงินดีมาก ย่อมมีการแข่งขันที่สูงมา
สุดท้ายแล้ว ฉันก็ได้กลับเข้าไปเก็บของในห้องและรีบเดินไปที่รถเพื่อจะมุ่งตรงไปที่บ้านยัยอัยย์ทันที แต่แล้วฉันก็ต้องตัดสินใจเปลี่ยนจุดหมายปลายทางกระทันหัน เมื่อจู่ๆ รถคู่ใจก็เกิดสตาร์ทไม่ติดไปซะดื้อๆ“แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้ ซวยชะมัดเลย” ฉันทำอะไรไม่ถูก เอาแต่ยืนกอดอกมองรถตัวเองอยู่ด้านหน้า“มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ คุณผู้หญิง” เสียงทุ้มต่ำดังมาจากด้านหลังฉัน เมื่อหันไปมองก็ต้องยิ้มแห้ง เมื่อเสียงนั้นเป็นเสียงของผู้ชายที่ฉันเพิ่งแยกจากเขาได้ไม่นานนี้เอง“คุณวัต...ชั้นคิดว่าคุณกลับไปแล้วซะอีก เอ่อ... พอดีรถชั้นมันสตาร์ทไม่ติดน่ะค่ะ ไม่รู้เป็นอะไร”“เอ่อ... ผมก็ไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์ งั้นผมเรียกช่างมาให้คุณแล้วกันครับ ซักครู่นะครับ” คุณวัตเดินไปที่รถของเขาซึ่งก็จอดอยู่ไม่ไกล เก็บของที่อยู่ในมือทั้งสองข้าง แล้วค่อยหยิบมือถือขึ้นมาโทรเรียกช่างตามที่เขาบอกไว้“ตอนนี้ก็ค่ำแล้ว งั้นผมไปส่งคุณดีมั้ย คุณบอกที่อยู่ช่างไว้ รถเสร็จแล้วค่อยให้เค้าขับไปคืนให้คุณ ผมรับรองได้ว่าช่างที่นี่ไว้ใจได้ ผมใช้งานประจำ” หลังจากรอช่างมาถึงและกำลังช่วยดูรถให้ฉันอยู่ครู่หนึ่ง คุณวัตที่ยืนรอเป็นเพื่อนฉันอยู่ตลอดก็







