LOGINผมอดถอยหายใจออกมาไม่ได้ ‘อะไรมันจะวุ่นวายขนาดนี้วะเนี่ย ตกลงจะหาหมอจริงหรือเปล่าวะ’
จนกระทั่งวันนี้ ผมถึงเข้าใจว่ามันยังคงมีความรู้สึกกับผู้หญิงคนที่ชื่ออัยย์ คนนี้อยู่เสมอมา แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจคือ เรื่องราวที่มันเล่าให้ผมฟัง ถึงสาเหตุที่เธอหลบหน้ามันไปเมื่อตอนเรียนจบมัธยมนั้น ผมรู้สึกว่ามันเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดกันเล็กน้อยเท่านั้นเองเท่าที่ผมจับใจความได้ ก็แค่เพียงไอ้ภีมทำปากแข็งกับเพื่อนว่าไม่ได้จีบอัยย์ แต่ดันเป็นจังหวะเดียวกันที่อัยย์เข้ามาได้ยินพอดี ทำให้เธอหลบหน้ามันจนถึงตอนนี้ แต่เรื่องมันวุ่นวายซับซ้อน เพราะไอ้ภีมเพื่อนผมมันดันปิดปังเธอ เรื่องที่มันเป็นหมอรักษาอาการป่วยของเธอตอนนี้ผ่านแอปฯหมอออนไลน์ของพวกเรา และเธอคนนั้นยังไม่รู้เรื่องนี้เรื่องเหล่านี้คงไม่ต้องถึงผม ถ้าวันนั้นที่ไอภีมขอให้นิต้าช่วยแล้วทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี แต่เพียงว่ามื้อเย็นวันนี้ ที่มันถูกนิต้านั่งจ้องมันตลอดมื้ออาหาร คงเป็นเพราะบทสนทนาที่คนในโต๊ะคุยกันถึงเรื่องเก่าๆ คงทำให้เธอรู้ตัวตนของมันที่เป็นคนหักอกเพื่อนเธอ ทั้งๆ ที่เธอเข้าใจเพียงว่ามันคือหมอที่รักษาเพื่อนเธออยู่“สรุป ให้กูช่วยกันนิต้าออกไป เพราะคิดว่ายัยนั่นรู้แล้วว่ามึงคือคนหักอกเพื่อนเค้า&rdqu
“ไอ้วัต มึงต้องช่วยกู” กลับถึงห้องพักยังไม่ทันได้นั่ง ไอ้ภีมทำหน้าเครียดเสียงเครียดกับผมอีกแล้ว“มึงให้กูช่วยอะไร” ถ้าผมไม่คุยกับมันให้รู้เรื่อง คืนนี้คงไม่ได้พักผ่อนดีๆ แน่ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ถามมันให้จบๆ เรื่องไปซะที“กูอยากมีเวลาคุยกับอัยย์สองคนทำยังไงดีวะ”“เอ้า มึงก็ไปคุยกับเค้าสิวะ ที่พักเค้ามึงก็รู้แล้วนี่” ผมยังไม่เข้าใจว่าจะต้องช่วยอะไรมันอีก ไอ้ภีมชักจะเริ่มทำเรื่องง่ายๆ ให้เป็นเรื่องยากซะงั้น“เออ กูรู้ แต่มึงไม่เห็นเหรอ เมื่อตอนกินข้าว นิต้าคอยมองกูทุกครั้งที่กูคุยกับพ่อแม่อัยย์” ผมเกือบจะเลิกคิดถึงเรื่องนี้แล้ว แต่มันก็พูดย้ำขึ้นมาอีก“เห๊อะ เค้าไม่ได้มองชื่นชมมึงหรือไง” ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อไอ้ภีมพูดย้ำสิ่งที่ผมได้เห็นตลอดเวลาที่โต๊ะอาหารเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่พยายามจะไม่คิดสนใจแล้วแท้ๆ“ชื่นชมห่าอะไรล่ะ สายตาจ้องจับผิดกู อย่างกับมองทะลุหัวกูไปเห็นด้านหลังได้” พอเริ่มฟังสิ่งที่ไอ้ภีมพูดแล้วคิดตามอีกครั้ง ผมนึกย้อนไปตอนที่มองเธ
หลังจากฉันกับยัยอัยย์เตรียมตัวเสร็จ ก็เดินออกมาที่ลานโต๊ะไม้ที่จะใช้เป็นที่ทานอาหารกันเย็นนี้ ซึ่งตอนแรกฉันเข้าใจว่ามีเพียงหมอภีมเท่านั้น แต่เมื่อเดินไปถึงฉันตกใจที่ได้เห็นผู้ชายอีกคนที่มากับหมอภีมด้วย ‘ทำไมเค้ามาอยู่ที่นี่ด้วยเนี่ย’ฉันพยายามไม่สนใจเขา ทำตัวเหมือนปกติกับครอบครัวเล็กๆ ของฉัน ถึงแม้ว่าพ่อกับแม่จะไม่ใช่พ่อแม่แท้ๆ ของฉันก็จริง แต่พวกท่านให้ความเอ็ดดูฉันมาก จนฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นทุกครั้งที่ได้มาอยู่กับครอบครัวนี้ ฉันสามารถทำตัวตามสบายได้ เหมือนกับเป็นลูกสาวอีกคนของครอบครัวนี้หลังจากพวกเราทุกคนนั่งกินข้าวกันไปคุยกันไป แต่ส่วนใหญ่เรื่องที่พูดคุยจะเป็นเรื่องราวสมัยเรียนของยัยอัยย์กับหมอภีม ซึ่งในตอนแรกฉันไม่เข้าใจเนื้อหาว่าทำไม แม่ถึงพูดคุยอย่างสนิทสนมกับหมอภีม เหมือนทั้งคู่เคยเจอกันมาก่อนนานแล้ว จนกระทั่งเมื่อได้มานั่งร่วมโต๊ะอาหารและมีพ่ออัยย์เข้ามาด้วยพวกท่านพูดถึงเรื่องราวในอดีตช่วงที่ยัยอัยย์เรียนมัธยมปลาย ฉันจับใจความได้ว่า หมอภีมรู้จักกับครอบครัวยัยอัยย์ตั้งแต่ตอนนั้น และพวกท่านทั้งสองก็เอ็นดูหมอภีม และเห็นว่าเขาเป็นคนใช้ได้คน
“ยัยอัยย์ เมื่อกี้ตอนชั้นไปที่ครัว เจอแม่ แม่บอกว่าให้เราเตรียมตัวนะ เย็นนี้คุณหมอของเธอจะมากินข้าวด้วย” หลังจากได้รับข่าวจากแม่อัยย์แล้ว ฉันรีบกะเผลกกลับมาบอกยัยอัยย์“ฮะ…อะไรนะ” ยัยอัยย์เพิ่งออกจากห้องน้ำ เมื่อได้ยินเรื่องที่ฉันบอก เธอถึงกับตกใจยืนอึ้งอยู่ที่เดิม“ไปสิ ยัยอัยย์ เข้าไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้า นี่ก็จะถึงเวลามื้อเย็นแล้วนะ” เห็นเธอเริ่มเหม่อลอย ฉันต้องเดินเข้าสะกิดไหล่เธอ จัดตัวเธอพลิกหันกลับเข้าไปเพื่อเตรียมตัวในห้องน้ำอีกที“ไอ้วัต กูมีเรื่องอยากให้มึงช่วยคิดหน่อยหว่ะ”ระหว่างทางที่เดินไปกองถ่ายละคร ไอ้ภีมก็พูดขึ้นมาหลังจากที่เราสองคนเดินกันมาเงียบๆ อยู่พักใหญ่“เรื่องอะไรวะ เครียด ขนาดนั้น” ผมเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของมัน ผมก็รู้ได้เลยว่ามันจะคุยเรื่องอะไร เพียงแต่อยากให้มันเป็นคนพูดออกมาเอง“เออ เรื่องอัยย์” ไอ้ภีมพูดออกมาได้อย่างไม่เต็มเสียงนัก“เอ้า มึงก็เจอเธอแล้ว ก็ปรับความเข้าใจกันดิวะ ไม่เห็นยากเลย” จากที่เห็นเหตุการณ์เมื่อวาน ผมยังคิดว่าพวกเขาสองคนสามารถตกลงกันได้แล้วซะอีก“ก็เค้าไม่ยอมให้โอกาสกูอธิบายเลยนี่หว่า เอาแต่หลบหน้ากูตลอด”“แล้วมึงจะให้กูช่วยอะไ
หลังจากเดินนำไอ้ภีมกลับมาถึงที่ค่ายอาสา ผมต้องรีบกลับเข้าประจำที่โต๊ะตรวจคนไข้ เพื่อจะรีบเคลียร์คนไข้ให้หมด เพราะเราเหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วที่จะตั้งค่ายอยู่ที่นี่ ไม่คิดว่าเมื่อไอ้ภีมกลับถึงโต๊ะของมันที่อยู่ไม่ไกล มันบอกกับผู้ช่วยพยาบาลว่ามันมีธุระตอนเย็นผมรีบเร่งมือจีดการคนไข้ในมือจนเสร็จก่อนที่จะถึงเวลา จากที่ปกติผมต้องรอทุกเคสที่ตรวจไปดำเนินการเสร็จเรียบร้อยจนกลับบ้าน แต่วันนี้ เมื่อตรวจคนไข้คนสุดท้ายเสร็จ ผมก็ขอพยาบาลผู้ช่วยกลับห้องก่อนทันที“อ่าว ไอ้วัต มึงหนีมาก่อนไม่เรียกกูเลยวะ” หลังจากผมกลับมาที่ห้องอาบน้ำแต่งตัวใหม่เสร็จ ไอ้ภีมก็กลับมาที่ห้องพักพอดี“นี่มึงจะไปไหนเนี่ย อาบน้ำแต่งตัวใหม่ซะด้วย” ไอ้ภีมเห็นว่าผมแต่งตัวใหม่แล้ว มันถามขึ้นเพราะสงสัย“ก็ไปกับมึงไง” ผมบอกมันไปตามตรง“ฮะ ไปกับกู มึงรู้ได้ยังไงว่ากูจะไปไหน” สีหน้าไอ้หมอภีมตกใจมาก และก็เหมือนว่ามันจะไม่ค่อยเต็มใจให้ผมตามไปด้วยซักเท่าไหร่ แต่คงขัดไม่ได้“เหอะ ตอนกลับมา ก่อนตรวจคนไข้ กูเห็นมึงบอกพยาบาลว่ามี
“อัยย์ ชั้นกลับมาแล้ว เป็นยังไงบา..อา..อ้าง”ฉันผลักประตูเข้าไปพร้อมกับตะโกนเรียกคนที่อยู่ในห้อง แต่ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค ภาพที่ฉันเห็นทำให้ฉันต้องอ้าปากค้าง และรู้สึกเหมือนการมาของฉันตอนนี้ไม่ค่อยถูกจังหวะซักเท่าไหร่ฉันเห็นยัยอัยย์ เพื่อนของฉันที่เป็นคนป่วย นั่งอยู่บนขอบเตียง แต่อีกคนคือคุณหมอที่มาดูอาการ เขาคุกเข่าแนบชิดอยู่ข้างๆ ยัยอัยย์กำลังก้มหน้า ส่วนคุณหมอเงยหน้ามองเธอ ทั้งคู่กำลังสบตากัน“นิต้า กลับมาซักที เธอหายไปไหนมาทำไมนานจัง” ยัยอัยย์รีบยืดตัวขึ้น สีหน้าลนลานมองฉันแล้วรีบตอบกลับมาด้วยท่าทางกระตือรือร้นเกินเหตุ แต่ฉันก็แอบเห็นว่าเธอหน้าแดงมากไปจนถึงใบหู พร้อมกับหมอของเธอก็เช่นกัน“เอ่ออ..ทำแผล ทำแผลไง ว่าแต่เธอเป็นไงไข้ลงแล้วสินะ” ในเมื่อถักถูกจับได้แล้ว ก็ต้องยอมที่จะเปิดเผยตัว ฉันเดินไปหาเพื่อนสาว แต่สายตายังคงจับจ้องที่ชายหนุ่มที่ยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิมไม่ขยับ ฉันเลยอดที่จะอมยิ้มออกมาไม่ได้“ก็..ดีแล้ว หมอเค้าให้วิตามินเราเพิ่งเสร็จ นี่ไง เพิ่งถอดเข็มเมื่อกี้เลย” ยัยอัยย์พยายามอธิบาย




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


