Masukกลางสัปดาห์ ฉันนัดพี่แพตตี้เพื่อเลี้ยงข้าวขอโทษ เพราะรู้สึกผิดที่ฉันน่าจะทำให้ลูกค้าที่พี่แพตตี้ส่งมาให้ไม่พอใจ “ยัยนิต้า หล่อนต้องส่งกระเช้าไปขอโทษคุณวัตวันนี้เลยนะ ท่าทางจะไม่พอใจแล้วล่ะคราวนี้ นี่หลังจากวันนั้นที่วางสายไป บอกว่าจะติดต่อกลับ ก็ไม่ติดต่อมาเลย”
“นี่สรุป นิต้าเป็นคนผิดอีกแล้วเหรอเจ้ เค้าไม่ติดต่อมา เค้าอาจจะยุ่งหรือไม่อยากใช้บริการนิต้าแล้วก็ได้ งั้นก็ปล่อยเค้าไปเถอะ เจ้ค่อยส่งลูกค้าคนอื่นมาให้ก็ได้นี่คะ”
“จะได้ไงยะ ลูกค้าเจ้คนนี้ โปรไฟล์ดี เครดิตดีเลิศ สายเปย์ พ่อบุญทุ่ม มีงานมาให้ตลอด จะปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้ ยังไงหล่อนก็ต้องรับไว้ เจ้ไม่ไว้ใจคนอื่นแล้วจริงๆ นะ”
“แต่สัปดาห์นี้ นิต้า ติดงานจริงๆ นี่คะ ยังไงก็ไปบริการเค้าไม่ได้อยู่ดี”
“เฮ้อ... เจ้ก็เข้าใจหล่อนนะ เอายังไงดีล่ะ เจ้ก็คิดหัวจะระเบิดละเนี่ย”
“ไว้เสร็จงานสัปดาห์นี้ นิต้า ค่อยติดต่อเค้าไป ได้มั้ยคะ แบบนี้เจ้ว่าจะได้มั้ย”
“เอางั้นก็ได้ ก็ลองดูละกัน เดี๋ยวเจ้ส่งคอนแท็กต์ให้ ต้องเอาไว้ให้อยู่นะยะ อย่าปล่อยหลุดไปเชียว”
“ค่าๆ ไม่ปล่อยให้หลุดมือแน่นอนค่ะเจ้ เชื่อใจนิต้าได้ เจ้ปั้นมากับมือนี่ ใช่มะ”
แต่สุดท้ายแล้ว หลังจากวันนั้น ฉันก็ไม่ได้ติดต่อลูกค้าไปเลย เพราะเกิดเรื่องวุ่นกับยัยอัยย์เพื่อนสนิทของฉันขึ้นมาซะก่อน จนฉันลืมเรื่องลูกค้าพี่แพตตี้ไปเสียสนิท มัวแต่คอยดูแลยัยอัยย์ ที่หลังจากไปร่วมงานประกาศรางวัลกับแม่ ก็เกิดอาการกำเริบ และโพรเจกต์ละครเรื่องใหม่ของพ่ออัยย์ ก็กำลังจะเริ่มช่วงนี้พอดี
“เป็นไงบ้างอัยย์ ฉันห่วงเธอแทบแย่ ตอนมาถึงขึ้นไปหาแล้วเห็นหลับอยู่เลยยังไม่อยากกวน ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วใช่มั้ย เจ็บตรงไหนรึเปล่า....” หลังจากได้ยินเสียงมาจากด้านนอกห้องครัว ฉันรีบลุกขึ้นไปโผเข้ากอดยัยอัยย์ ที่เพิ่งลงมาจากชั้นบน พร้อมกับถามออกไปด้วยความเป็นห่วงเธอมาก
“นิต้า ถามรัวขนาดนี้จะให้ตอบคำถามไหนก่อนดี” เมื่อยัยอัยย์ท้วงขึ้นมา ฉันจึงค่อนถอนกอดออกมา มองหน้าเธอที่ตอนนี้สวมแมสปิดบังใบหน้าครึ่งล่างทั้งหมดเอาไว้
แต่ถึงอย่างนั้น ร่องรอยแดงเข้มสีเหมือนเลือดที่อยู่ครึ่งหน้าด้านบน ก็ยังคงเผยให้เห็นอาการของเธอออกมาอยู่ดี ฉันปิดความรู้สึกสงสารและเป็นห่วงเอาไว้ไม่มิดจนเผยออกไปทางสีหน้า เมื่อมองกลับไปเห็นหน้าอัยย์ ฉันต้องพยายามทำสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติให้ได้เร็วที่สุด
“หิวแล้วใช่มั้ย มากินข้าวกัน ชั้นรอเธออยู่เลยเนี่ย กะว่าถ้ายังไม่ลงมาจะขึ้นไปตามแล้ว” ฉันพยายามพูดคุย และทำให้บรรยากาศกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะไม่อยากให้ยัยอัยย์จิตตกไปมากกว่านี้
ก่อนจะเริ่มกินข้าวกัน พ่อยัยอัยย์ที่เพิ่งเดินเข้ามาร่วมโต๊ะอาหาร บอกอัยย์อย่างตื่นเต้นเรื่องเกี่ยวกับแนวทางการรักษาอาการของเธอ เหมือนพ่อจะให้โหลดแอปฯ อะไรซักอย่างเพื่อปรึกษา
ฉันได้แต่ฟังและเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ เพราะเคยได้ยินแต่หาหมอด้านจิตเวชที่สามารถปรึกษาทางโทรศัพท์ได้ แต่ไม่เคยได้ยินแอปฯ หาหมอออนไลน์มาก่อน แล้วจะดูอาการกันยังไงนะ ถ้าไม่ได้เจอหน้ากัน
หลังกินข้าวกันเสร็จ อัยย์ชวนฉันขึ้นมาบนห้องนอนเธอ แต่ฉันก็เห็นเธอเอาแต่จ้องมือถือ ฉันรู้ได้ทันทีว่า หน้าจอที่เปิดไว้คงเป็นหน้าแอปฯ ที่พ่อบอกมาแน่ๆ
“เธอเอาแต่นั่งจ้องแบบนั้น แล้วจะหายได้เหรออัยย์ ถามหมอไปเลยสิ ถามเลยจะได้รู้ว่ารักษาได้มั้ย” เมื่ออยากรู้ก็ต้องลองให้รู้ ฉันบอกให้อัยย์รีบพิมพ์แชตถามหมอในแอปฯ จะได้รู้กันไปเลยว่า รักษาได้หรือแค่ราคาคุย
หลังจากอัยย์ ก้มหน้าก้มตาแชตกับหมอในแอปฯ อยู่ได้แค่ไม่นาน เธอก็วางมือถือลงแล้วถอนหายใจ “เป็นอะไรยัยอัยย์ หมอรักษาไม่ได้เหรอ ชั้นว่าแล้วเชียว จะเป็นไปได้ยังไงไม่เห็นหน้า ไม่ได้เห็นอาการจะรักษายังไง”
“อืม จริงอย่างที่นิต้าบอกเลยแหละ หมอเค้าให้เราถ่ายรูปส่งไปให้ดูน่ะ เค้าจะได้ดูอาการให้”
“อ้าว แล้วเธอไม่ถ่ายส่งไปล่ะ ถ้าเค้าขอให้ส่งรูปไปแบบนี้ แสดงว่าดูอาการได้แล้วน่าจะรักษาได้จริงๆ ใช่มั้ย น่าลองนะ”
“เรายังไม่กล้าให้ใครเห็นนี่ มันน่าเกลียดขนาดนี้”
“โถ่ สาวน้อย ยังไงเค้าก็เป็นหมอ แล้วก็มีแค่หมอคนที่รักษาที่เห็นรูปเธอ ถ้าแค่ส่งรูปไปแล้วรักษาได้ ก็น่าลองนะชั้นว่า แต่ถ้าไม่ได้ เธอก็ไม่ได้เจอเค้าอีกอยู่แล้ว จะกลัวไปทำไม ก็แค่คนแปลกหน้าคนนึง ถ่ายส่งไปเถอะ หรือชั้นช่วยถ่ายให้เอามะ”
“ไม่ๆๆ เดี๋ยวเราทำเอง ขอทำใจก่อนนะ”
“โอเคๆ ตามนั้น งั้นวันนี้ชั้นกลับก่อนนะ จะรีบไปจัดการชุดสำหรับเตรียมเปิดกล้องละครเรื่องใหม่”
“โอเคจ้า กลับดีๆ นะ”
ฉันออกจากบ้านอัยย์ มุ่งตรงไปที่ห้างใหญ่ ที่เป็นแหล่งรวมร้านเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าแบรนด์ต่างๆ ซึ่งมีทั้งแบรนด์เนมหรูจากต่างประเทศ และยังมีแบรนด์ไทยที่มีดีไซน์น่าสนใจหลายแบรนด์ เพื่อค้นหาเสื้อผ้าที่จะนำไปใช้สำหรับนักแสดงในการถ่ายละครเรื่องใหม่ที่กำลังจะเปิดกล้อง
รุ่งเช้า ฉันลองส่งข้อความไปอีกครั้ง แต่ก็ยังได้รับข้อความตอบกลับเป็นแบบเดิม จนฉันเริ่มสงสัยแล้วว่า ข้อความเหมือนเดิม ตอบกลับมาไวมาก แม้ว่าตอนนี้จะเช้าตรู่ หรือจะเป็นข้อความอัตโนมัตินะ ถ้าอย่างนั้นลองส่งข้อความไปเลยละกันDoctors Online Chat[Doctor : “สวัสดีค่ะ อาการเป็นอย่างไรบ้างคะ?”][Nitaya : “นี่เป็นหมอจริงๆ ตอบมา หรือเป็นข้อความอัตโนมัติกันแน่คะ ชั้นอยากคุยกับหมอที่เป็นคนจริงๆ ค่ะ”][Doctor : “คนไข้มีอะไรจะปรึกษาหมอคะ แจ้งอาการมาได้เลยค่ะ”][Nitaya : “คุณเป็นหมอจริงๆ ใช่มั้ยคะ เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ได้มั้ยคะ ชั้นอยากเห็นว่าชั้นคุยกับคุณหมอคนไหน”][Doctor : “คนไข้ต้องการรักษาอาการอะไรคะ หมอไม่สามารถเปลี่ยนรูปได้ค่ะ เป็นนโยบายของแอปฯ นะคะ”][Nitaya : “แล้วชั้นจะรู้ได้ยังไงคะว่าหมอเก่งหรือเปล่า แล้วเป็นหมอจริงๆ หรือแค่จ้างคนมาตอบตามสคริป”][Doctor : “คนไข้สะดวกเข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลได้นะคะ หากไม่สะดวกใช้แอปฯ”][Nitaya : &l
กว่าจะหลุดพ้นจากยัยมินท์มาได้ ผมรู้สึกเหนื่อยและหมดแรงจะกินจะเที่ยวต่อแล้ว จากความตั้งใจแรกที่จะนัดน้องก้อยออกมาใหม่ หลังจากขอยกเลิกนัดไปแล้ว ผมเปลี่ยนเป็นการไปคนเดียวแทน ผมอยากอยู่อย่างสงบซักวันผมเลือกที่จะไปห้างสรรพสินค้าที่ไปประจำ แวะทานอาหารมื้อเย็นที่นั่น แล้วคงเดินเลือกของอีกนิดหน่อยค่อยกลับคอนโดระหว่างที่ผมกำลังเดินหาร้านที่อยากจะดูของ หางตาผมกลับเหลือบไปเห็น หญิงสาวท่าทางคุ้นหน้าคุ้นตาในร้านเครื่องประดับแบรนด์หรู ผมจำเธอได้ทันที แต่สิ่งที่ผมคิดในหัวคือ ก่อนหน้านี้ที่ผมจะนัดเธอ เธอบอกผมว่าช่วงนี้เธอต้องจัดการธุระที่บ้านนี่เหรอธุระที่บ้านที่เธอบอก สิ่งที่ผมเห็นคือ เธอมากับชายสูงวัยคนหนึ่ง และถ้าผมจำไม่ผิดเหมือนว่าจะเป็นคนมีชื่อเสียงคนหนึ่งในแวดวงสังคม ท่าทางช่างเอาอกเอาใจยิ้มแย้มของเธอที่มีต่อชายคนนั้น รวมถึงสร้อยเพชรในข้อมือของเธอที่กำลังโชว์ต่อหน้าให้ชายคนนั้นดู ช่างขัดตาผมนัก“สวัสดีครับคุณนิต้า คิดไม่ถึงว่าจะมาเจอคุณที่นี่” หลังจากมองการกระทำของเธออยู่นาน เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นตามพนักงานเข้าไปจ่ายเงินด้านในของร้าน ผมทำทีเดินเข้าไปเ
“ไหนวะ ไอ้วัต สัมภาษณ์ไปหรือยัง เป็นยังไงบ้าง” ยังไม่ถึง 10 นาทีตามที่มันบอกไว้ หมอภีมกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาที่แผนก เมื่อเห็นผมก็รีบถามถึงการสัมภาษณ์ก่อนเป็นอันดับแรก“มึงตามกูมาไปคุยเองละกัน” จากตอนแรกอยากจะบอกมันก่อนว่าจะเจอใคร พอเห็นท่าทางรีบร้อนของมัน ผมจึงหมั่นไส้ไม่บอกไปซะดื้อๆ ‘อยากได้คนนักไม่ห่วงเพื่อนบ้างเลย งั้นไปคุยเองเลยไอ้หมอภีม’“อ่าว ทำไมวะ มึงยังไม่คุยเหรอ ทำไมต้องรอกู” ไอ้ภีมยังร้อนใจไม่เลิก“กู…” ก่อนที่ผมจะพูดอะไรต่อ ผู้หญิงที่ก่อนหน้านี้อยู่ในห้องประชุมด้านใน วิ่งเลยผมไปเกาะแขนไอ้ภีม โดยไม่สนใจว่าเธอชนเข้าที่แขนผมอย่างจัง“ภีมมมม คิดถึงจังเลยค่ะ” เธอทั้งเกาะแขนไอ้ภีม ทั้งเอาตัวทั้งตัวเบียดเข้าไป เหมือนจะพยายามสิงเข้าไปในตัวมันอย่างไรอย่างนั้น“มินท์…” ผมเห็นไอ้ภีมพยายามจะแกะมือทั้งสองข้างของเธอออก พร้อมกับส่งสายตาไม่สบอารมณ์มองมาที่ผม แต่สิ่งที่ผมทำได้ก็แค่เพียงส่ายหน้ากลับไปให้เล็กน้อย“ใช่ค่ะ มินท์เอง ดีใจจังได้เจอภีม
“นิต้า... ทำไมทำแบบนี้ล่ะ ถ้าคุณหมอเค้า...” ยัยอัยย์ ทำเป็นบ่นฉัน เหมือนจะโกรธ แต่ฉันรู้ว่าในเจอเธอก็รอคำตอบอยู่เหมือนกัน“เอาน่าสาวน้อย มาเรามาลุ้นรอคำตอบกัน ดูซิคุณหมอของเธอจะว่ายังไงบ้าง” ฉันเห็นยัยอัยย์แทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ แต่ผ่านไปเป็นนาที อีกฝั่งก็ยังไม่มีข้อความตอบกลับมาเพื่อนฉัน รีบพิมพ์ข้อความแก้ตัวส่งไป เธอรีบอธิบายว่าสิ่งที่ถามไปล่าสุดนั้นไม่ใช่ฝีมือเธอ ฉันทำได้เพียงแต่อ่านข้อความแล้วนึกขำอยู่ในใจ อาการเพื่อนฉันออกชัดขนาดนี้ ทำให้ฉันยิ่งอยากรู้มากไปอีกว่าคุณหมอคนนี้เป็นใคร และเขาคิดยังไงกับเพื่อนฉันกันแน่[Doctor VP1 : “ผมยังไม่มีแฟนครับ แต่ถ้าคุณจะช่วยแนะนำผู้หญิงดีๆ ซักคนให้ ผมก็ไม่ขัดนะครับ”]“กรี๊ดดดดดด... นี่ไงล่ะยัยอัยย์ สาวน้อยของชั้น คุณหมอไม่มีแฟน แถมเปิดทางให้เธออีก อร้ายยย ชั้นเขินแทนเธอทำไมเนี่ย” ในที่สุดคุณหมอก็ตอบข้อความกลับมา ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองว่า นี่ฉันสงสัยเขา แต่ทำไมฉันต้องดีใจที่เขาตอบกลับมาแบบนั้นถึงอย่างไรก็เถอะ หากว่าเพื่อนฉันมีความสุขที่แท้จริงได้
ผมอดถอยหายใจออกมาไม่ได้ ‘อะไรมันจะวุ่นวายขนาดนี้วะเนี่ย ตกลงจะหาหมอจริงหรือเปล่าวะ’“แผนกไอทีตรวจสอบเสร็จหรือยังครับ คุณช่วยเร่งให้ผมหน่อย” ระหว่างที่กำลังคิดทบทวนเคสตรงหน้า ผมกดโทรบอกให้เลขาเร่งให้แผนกไอทีตรวจสอบข้อมูลที่ลงทะเบียนของคนไข้รายนี้ ว่ามีการแจ้งข้อมูลเท็จหรือไม่[“เมื่อกี้ไอทีแจ้งมาแล้วค่ะว่า ข้อมูลที่ลงทะเบียนเข้ามาไม่มีปัญหาค่ะ คุณหมอวัต แต่กำลังจะตรวจสอบให้อีกรอบค่ะ”]“โอเคครับ ขอบคุณครับ ถ้าไอทีแจ้งกลับมาคุณรีบแจ้งผมเลยนะ” หลังวางสาย ผมสูดหายใจเข้าลึกจนสุดปอด แล้วค่อยบรรจงพิมพ์ข้อความถามคนไข้กลับไป ในเมื่อไอทีตรวจสอบแล้วว่าเป็นคนไข้ ผมก็ต้องดำเนินการรักษา[Doctor : “ครับ คนไข้มีอาการอะไรอยากปรึกษาหมอครับ”][Nitaya : “ชั้นเป็นผื่นแดงขึ้นที่หน้าค่ะเยอะเลย ไม่ทราบสาเหตุ”][Doctor : “คนไข้ถ่ายรูปผื่นแดงที่ขึ้นมาให้หมอช่วยดูอาการได้มั้ยคะ จะได้วินิจฉัยถูก”][Nitaya : “ทำไมต้องถ่ายส่งด้วยล่ะ ทีหมอยังไม่ยอมให้ชั้นเห็นหน้าเ
“ยัยอัยย์ ชั้นแฮปปี้มาก ชั้นอยากมาอยู่บ้านเธอเลย” ช่วงนี้ ฉันมักจะมาอยู่กับยัยอัยย์ที่บ้านบ่อยๆ และได้เห็นความเคลื่อนไหวของหมอที่รักษาเธอ ทำให้ฉันยิ่งมั่นใจว่าเขาคิดกับเธอมากกว่าคนไข้“แหม กินแบบไม่กลัวอ้วนเลยนะจ๊ะ”“จะเอาอะไรมาอ้วนยัยอัยย์ ของพวกนี้นะ เพื่อสุขภาพทั้งนั้น คนป่วยเบาหวานยังกินได้เลย คุณหมอของเธอนี่เอาใจใส่สุดๆ”“คุณหมอของเราที่ไหนกันล่ะ นิต้า พูดอะไรไม่รู้” อัยย์ยังคงไม่ยอมรับว่า สิ่งที่เธอกับหมอของเธอปฏิบัติต่อกันอยู่ในช่วงนี้ เหมือนหนุ่มสาวที่มีใจให้กัน และเขากำลังพยายามจีบเธออยู่แน่นอนฉันยินดีกับเพื่อนนะ ถ้าเพื่อนจะมีความรักและมีความสุขกับชีวิตคู่ เพียงแต่ฉันยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับตัวคุณหมอที่มาจีบเธออยู่ตอนนี้ มีหลายอย่างที่น่าสงสัย ถึงอย่างนั้น เมื่อฉันเห็นรอยยิ้มของอัยย์ ก็อดยกความดีให้หมอที่ดูแลเธอไม่ได้จริงๆ“อ๋อเหรอออ ไม่ใช่ของเธองั้นชั้นขอได้ป่ะ ดูแลดีแบบนี้ ชั้นชอบบบ” ฉันลองแกล้งเธอ เพื่อลองใจของเธอว่าจะรู้สึกพิเศษกับหมอคนนี้มั้ย“บ้าเหรอ มาขอเราทำไม เราไม่ได้เป็นอะไรกับคุณหมอนี่ เธอต้องไปขอแฟนเค้าสิ”“อ่าว คุณหมอเค้ามีแฟนแล้วเหรอ งั้นทำไมมาดูแลคนไข้คนนี้ซะอย่





![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

