Share

บทที่ 10

หลังจากวันที่จื่อเหยาได้เชือดไก่ให้ลิงดูโดยการจัดการพ่อบ้านสวีจนอยู่หมัด ชีวิตความเป็นอยู่ในเรือนเมฆาคล้อยของนางกับเสี่ยวชุนก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างแท้จริง

สำรับอาหารที่ถูกส่งมาในแต่ละมื้อล้วนเป็นข้าวสวยร้อน ๆ พร้อมกับข้าว และเนื้อปลาอย่างดี เสื้อผ้าที่เคยขาดปะก็ถูกแทนที่ด้วยชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้าน

แม้จะไม่หรูหราเท่าในจวนใหญ่แต่ก็ถือว่าดีที่สุดเท่าที่เรือนพักแห่งนี้จะหาได้ เบี้ยหวัดรายเดือนที่เคยถูกยักยอกไปก็ถูกนำมามอบให้ถึงมืออย่างครบถ้วน

บ่าวไพร่คนอื่น ๆ ไม่มีใครกล้าแสดงท่าทีดูแคลนนางอีกต่อไป อีกทั้งทุกครั้งที่พบนาง ผู้คนเหล่านี้ก็จะรีบก้มหน้าหลีกทางให้ด้วยความยำเกรง

ความสงบสุขที่ได้มาอย่างไม่คาดฝันนี้ทำให้จื่อเหยามีเวลาได้ฟื้นฟูร่างกายอย่างเต็มที่ นางดื่มยาถอนพิษที่ปรุงขึ้นเองทุกวัน และเริ่มฝึกกายบริหารแบบผสมผสานเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายที่อ่อนแอของตนอย่างต่อเนื่อง

แต่แล้วความสงบสุขนั้น...ก็อยู่ได้ไม่นาน ทั้งนี้เป็นเพราะหลายวันต่อมาท้องฟ้าเหนือเรือนเมฆาคล้อยก็เริ่มมืดครึ้ม ก่อนที่สายฝนจะโปรยปรายลงมาและมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกเลย

ฝนตกหนักติดต่อกันสามวันสามคืนเต็ม เสียงฝนที่กระหน่ำหลังคาดังราวกับเสียงกลองศึกที่ไม่เคยหยุดพัก ลานดินหน้าเรือนพักกลายเป็นทะเลโคลนเฉอะแฉะ

ลำธารท้ายหมู่บ้านที่เคยใสสะอาดบัดนี้กลับเอ่อล้นไปด้วยน้ำป่าสีขุ่นคลั่ก บรรยากาศอบอวลไปด้วยความชื้นแฉะและกลิ่นดินกลิ่นหญ้าที่ดูเหมือนจะพาให้ผู้คนรู้สึกหดหู่และไม่สบายตัว

ในวันที่สี่ ขณะที่สายฝนยังคงตกพรำ ๆ อยู่ด้านนอก จื่อเหยากำลังนั่งอ่านตำราประวัติศาสตร์ที่นางให้วิญญาณป้าจางไปหยิบยืมมาจากห้องของพ่อบ้านสวีอย่างใจเย็น โดยมีเสี่ยวชุนนั่งปักผ้าอยู่เคียงข้าง ในขณะที่บรรยากาศในห้องดูสงบสุขและอบอุ่น...อยู่นั้น

[ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!]

เสียงเตือนของระบบไขความจริงดังขึ้นในหัวของนางอย่างกะทันหัน! แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เสียงใส ๆ เหมือนทุกที แต่เป็นเสียงเตือนถี่ ๆ ที่แฝงไว้ด้วยความเร่งด่วน หน้าต่างระบบที่ปรากฏขึ้นก็ไม่ได้เป็นสีฟ้าสบายตา แต่กลับเป็นสีแดงฉานราวกับเลือด!

[คำเตือนฉุกเฉินระดับสีแดง! ตรวจพบปัจจัยเสี่ยงขั้นวิกฤตต่อการเกิดโรคระบาดในพื้นที่หมู่บ้านเมฆาคล้อย]

จื่อเหยาชะงักงันไปทันที นางรีบตั้งสมาธิอ่านข้อความต่อไป

[วิเคราะห์ข้อมูล: ฝนตกหนักต่อเนื่อง + ระบบสุขอนามัยพื้นฐานต่ำ + แหล่งน้ำดื่มจากบ่อและลำธารมีโอกาสปนเปื้อนสูง = ประเมินว่ามีโอกาส 95% ที่จะเกิดการระบาดอหิวาตกโรคภายใน 72 ชั่วโมงข้างหน้า!]

หัวใจของจื่อเหยาหล่นวูบ! (อหิวาตกโรค!) ในยุคสมัยที่การแพทย์ยังล้าหลังขนาดนี้ โรคระบาดชนิดนี้ไม่ต่างอะไรกับยมทูตที่จะมาคร่าชีวิตของผู้คนไปทั้งหมู่บ้านเลยทีเดียว

[ภารกิจป้องกันฉุกเฉินใหม่: ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาคล้อยเป้าหมายภารกิจ: 1. เตรียมการป้องกันล่วงหน้าเพื่อยับยั้งการระบาด 2. หากเกิดการระบาด ต้องลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยให้ต่ำกว่า 10% 3. ค้นหาและกำจัดต้นตอการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ รางวัลเมื่อสำเร็จภารกิจ: 200 แต้มไขความจริง สูตรการผลิตสารน้ำเกลือ (Oral Rehydration Salts Formula/ออ-รัล / รี-ไฮ-เดร-ชัน / ซอลต์ส / ฟอร์-มิว-ล่า) ชื่อเสียงในหมู่ชาวบ้าน +100 บทลงโทษหากล้มเหลว: เกิดการระบาดครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และโฮสต์มีความเสี่ยงติดเชื้อสูง]

จื่อเหยาหน้าซีดเผือด ความสงบสุขเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น สัญชาตญาณของแพทย์ในภาวะฉุกเฉินเข้าครอบงำทุกความคิดของนางทันที

"คุณหนู...เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ? เหตุใดจึงหน้าซีดเช่นนั้น?" เสี่ยวชุนถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นปฏิกิริยาของผู้เป็นนาย

จื่อเหยาไม่ได้ตอบ นางลุกพรวดขึ้นทันที "เสี่ยวชุน! ทิ้งงานในมือทุกอย่างแล้วฟังข้า!"

น้ำเสียงที่เฉียบขาดและจริงจังของนางทำให้เสี่ยวชุนสะดุ้งและรีบวางมือจากงานปักผ้า

"ไปที่โรงครัวเดี๋ยวนี้!" จื่อเหยาสั่งการอย่างรวดเร็ว "ไปหาเกลือมาให้ข้า...หามาให้ได้มากที่สุด! แล้วก็น้ำตาล...น้ำตาลกรวดหรือน้ำผึ้งก็ได้! และที่สำคัญที่สุด...ไปหาปูนขาว...ถามคนงานว่าพวกเขาเก็บปูนขาวไว้ที่ไหน! บอกว่าเป็นคำสั่งจากข้า! หากใครขัดขวาง ให้บอกว่าถ้าไม่อยากให้เกิดเรื่องหายนะขึ้นก็จงทำตามที่ข้าสั่ง!"

"ดะ...ได้เจ้าค่ะ!" แม้จะไม่เข้าใจว่าคุณหนูจะเอาของพวกนั้นไปทำอะไร แต่เมื่อเห็นแววตาที่จริงจังราวกับคอขาดบาดตายของจื่อเหยา เสี่ยวชุนก็ไม่กล้าถามอะไรอีก นางรีบวิ่งออกไปท่ามกลางสายฝนทันที

จื่อเหยามองตามร่างของเสี่ยวชุนไปแล้วหันกลับมามองหน้าต่างระบบที่ยังคงกะพริบเป็นสีแดงอยู่ตรงหน้า...

การต่อสู้ครั้งใหม่ของนางได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ครั้งนี้ศัตรูของนางไม่ใช่คน แต่เป็นหายนะที่มองไม่เห็นและเดิมพันคือชีวิตของผู้คนทั้งหมู่บ้าน!

นางไม่มีเวลาให้เสียเปล่าแม้แต่วินาทีเดียว สัญชาตญาณของแพทย์ผู้เคยผ่านสถานการณ์ฉุกเฉินในห้องผ่าตัดมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ สมองของนางประมวลผลและจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว

(หนึ่ง: การป้องกันคือหัวใจสำคัญที่สุด ต้องตัดวงจรการแพร่ระบาดให้ได้ก่อนที่มันจะเริ่มต้น สอง: เตรียมการรักษาผู้ป่วย การให้น้ำและเกลือแร่ทดแทนคือสิ่งเดียวที่จะช่วยลดอัตราการตายได้ สาม: นางไม่มีอำนาจ...การจะทำให้คนอื่นเชื่อและทำตามแผนการป้องกันโรคที่ดูแปลกประหลาดในสายตาคนยุคนี้ได้นั้น นางต้องสร้างอำนาจขึ้นมาเอง) ในขณะที่หรงจื่อเหยากำลังคิดหาวิธีรับมือกับสถานการณ์เร่งด่วนตรงหน้า

"คุณหนูบ่าวกลับมาแล้วเจ้าค่ะ" เสี่ยวชุนเอ่ยเสียงสั่นด้วยความหนาวโดยที่ในมือของนางมีเกลือห่อใหญ่กับน้ำตาลกรวดติดมาด้วย

"ดีมาก แต่ข้าว่าเจ้าไปจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะอย่าลืมเช็ดผมให้แห้งและต้มน้ำขิงดื่มสักหน่อย" จื่อเหยากล่าวเมื่อเห็นสภาพเปียกปอนไปทั้งตัวของบ่าวตนเอง

"เจ้าค่ะ คุณหนูบ่าวจะไปเดี๋ยวนี้" เสี่ยวชุนรับคำพลางวางของสองสิ่งในมือลง "คุณหนูเจ้าคะ ส่วนปูนขาวบ่าวก็ให้อาหมิงช่วยยกมาให้แล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้วางอยู่หน้าห้อง"

"เจ้าทำดีมาก เสี่ยวชุนหลังจากเจ้าออกไปเจ้าก็ให้ใครไปตามพ่อบ้านสวีมาพบข้าที่โถงประชุมหลักของเรือนด่วนด้วยนะ"

"เจ้าค่ะ คุณหนู" นางรับคำก่อนจะเดินออกไปยังห้องพักของตนเองที่ตอนนี้นางและคุณหนูได้ที่พักใหม่แล้ว ในเวลาเดียวกันนั้น พ่อบ้านสวีที่กำลังนั่งปวดหัวกับบัญชีที่สับสนวุ่นวายในห้องทำงานของตน

เมื่อได้ยินว่าคุณหนูใหญ่เรียกพบก็รู้สึกหงุดหงิดใจอย่างยิ่ง แต่เมื่อนึกถึงความลับเรื่องแม่นางไป๋หลี่ยอดดวงใจ เจ้าตัวก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง จึงได้แต่เดินหน้าตาบูดบึ้งมายังโถงประชุมแต่โดยดี

"ไม่ทราบว่าคุณหนูใหญ่มีธุระอันใดกับข้าแต่เช้า" เขาถามเสียงห้วน

จื่อเหยาไม่สนใจท่าทีนั้น นางยืนอยู่กลางโถงประชุม พร้อมกับกอดอกแล้วจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างที่สายฝนยังคงเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย

"พ่อบ้านสวี...ท่านเห็นฝนที่ตกหนักนี่หรือไม่?" น้ำเสียงของนางแม้จะฟังดูค่อนข้างราบเรียบแต่หากฟังให้ดีจะเห็นถึงความจริงจังติดมาด้วย

"เห็นสิ แล้วมันอย่างไรเล่า?" เขาย้อนอย่างไม่กลัวเกรง

"ข้ามีความรู้ทางการแพทย์ที่สืบทอดมาจากตระกูลหลี่" นางกล่าวอ้างถึงตระกูลของมารดาผู้เป็นที่นับถือ

"สัญชาตญาณของข้า...และตำราที่ข้าเคยอ่านมามันกำลังบอกว่า ฝนที่ตกหนักผิดปกติเช่นนี้ได้ชะล้างไอพิษร้ายแรงจากภูเขาลงมาในแหล่งน้ำของเราแล้ว...น้ำในบ่อและลำธารบัดนี้อาบด้วยพิษร้ายที่มองไม่เห็น"

พ่อบ้านสวีแค่นหัวเราะ "คุณหนูใหญ่ ท่านคงจะอ่านตำรามากไปแล้วกระมัง นี่มันก็แค่ฝนตกหนักธรรมดาเท่านั้น"

"ถ้าเช่นนั้นท่านลองคิดดูให้ดี" จื่อเหยาหันมาเผชิญหน้ากับเขาตามตรง แววตาของนางคมปลาบจนพ่อบ้านสวีเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว

"หากเกิดโรคระบาดร้ายแรงขึ้นในเรือนเมฆาคล้อยแห่งนี้ในฐานะผู้ดูแลสูงสุด คนที่ต้องรับผิดชอบคนแรก ก็คือท่าน...ท่านคิดว่าเหมยลี่ฮูหยินจะปกป้องท่าน หรือจะใช้ท่านเป็นแพะรับบาปเพื่อรักษาชื่อเสียงของจวนหรงโหวกันล่ะ?"

คำพูดนั้นแทงใจดำของพ่อบ้านสวีอย่างจัง! เขารู้ดีว่านายหญิงของตนเป็นคนเช่นไร...หากเกิดเรื่องขึ้นจริงเขาต้องถูกตัดหางปล่อยวัดเป็นคนแรกอย่างไม่ต้องสงสัย!

"ทะ...ท่าน...ท่านจะบอกว่า..." เขาเริ่มเสียงสั่น

"ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านเมฆาคล้อยมาพบข้าที่นี่...เดี๋ยวนี้!" จื่อเหยาสั่งเสียงเด็ดขาด "บอกเขาว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายของคนทั้งหมู่บ้าน! หากชักช้า...แม้แต่ท่านเองก็อาจจะเอาชีวิตไม่รอด!"

พ่อบ้านสวีหน้าซีดเผือด เขารีบหันหลังวิ่งออกไปสั่งการลูกน้องทันทีโดยไม่กล้าโต้แย้งกับนางอีกแม้แต่คำเดียว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 241

    เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังขึ้นข้างหูของหรงจื่อเหยาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โดยที่เธอยังคงอยู่ในอาการโคม่ามานานแสนนาน หลังจากที่แพทย์ทำการช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถ ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถลืมตาขึ้นมาบนโลกใบเดิมของตนได้อีกครั้งจื่อเหยาตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เห็น เนื่องจากครั้งสุดท้ายเธอจำได้ว่าระบบ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 240

    กาลเวลาผันเปลี่ยนจากหยาดฝนโปรยปรายสู่แสงแดดอันอบอุ่น เซี่ยหลงและเซี่ยเฟิ่งต่างเติบโตเป็นหนุ่มสาวที่สง่างามและเปี่ยมด้วยความสามารถ พวกเขาได้พิสูจน์ตนเองว่าคู่ควรที่จะก้าวเข้ามาสานต่อภารกิจของมารดาในหน่วยสืบสวนพิเศษเซี่ยหลงในวัยยี่สิบปีได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บัญชาการหน่วยสืบสวนพิเศษคนใหม่ เขามีค

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 239

    “แต่ท่านแม่ พวกเราอยากช่วยท่านนี่ขอรับ” เซี่ยหลงกล่าวเสริม ดวงตาที่ฉายแววความคิดลึกซึ้งมองมารดาอย่างจริงจัง “เราอยากช่วยท่านไขคดี และปกป้องความยุติธรรมเช่นเดียวกับท่าน”เซี่ยเฟิ่งพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่เจ้าค่ะ ท่านแม่ พวกเราแข็งแรงและฉลาดพอแล้วนะเจ้าคะ”หรงจื่อเหยายิ้มอย่างอบอุ่น นางเข้าใจความรู้สึกขอ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 238

    “ขอคารวะใต้เท้าหรงขอรับ/เจ้าค่ะ” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกันเมื่อหรงจื่อเหยาปรากฏตัวหรงจื่อเหยาพยักหน้ารับเล็กน้อย “ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมหน่วยสืบสวนพิเศษแห่งนี้” เสียงของนางกังวานและชัดเจน “หน่วยสืบสวนของเราจะเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถทุกคน ไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรี... แล

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 237

    วันเวลาผันผ่านหรงจื่อเหยายังคงไม่ยอมแพ้ในการจัดตั้งหน่วยสืบสวนพิเศษ นับตั้งแต่ที่นางได้เริ่มเสนอแนวคิดนี้ในราชสำนัก นางต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักหน่วงจากขุนนางฝ่ายอนุรักษนิยมที่ยังคงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สตรีอย่างนางจะเข้ามามีบทบาทในกิจการบ้านเมืองถึงเพียงนี้“กราบทู

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 236

    “ท่านพี่...” นางเอ่ยเรียกเขาเสียงเบา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้า“จริงนะเหยาเอ๋อ ข้าไม่ได้แกล้งกล่าวชมเขา” เซี่ยเว่ยหลง กล่าวพลางดึงภรรยาเข้ามาใกล้ “หลงเอ๋อฉลาดเกินวัย และมีความคิดที่ซับซ้อน เขามักจะเก็บงำความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ในใจ เช่นเดียวกับเจ้าในบางครั้ง”หรงจื่อเหยาหัวเราะออกมาอย่างสดใส “

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 175

    อาหลงเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสำนึกผิด เขาเล่าถึงความคับแค้นใจที่ถูกไล่ออกและเสียชื่อเสียงจากการที่เขาตกต่ำจนต้องไปพัวพันกับการพนัน และการที่เขาได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ตลาดมืดที่ต้องการมาว่าจ้างให้พาหนีออกนอกเมือง... ซึ่งในตอนนั้นเขาเองก

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 182

    “ท่านอาจารย์พูดอันใดเช่นนี้เล่า!” หรงเจี้ยนอวี่ควบม้ามาถึงพอดี เขาลงจากหลังม้าอย่างรวดเร็ว ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าขุ่นเคือง “ข้าเป็นพี่ชายของนางเหตุใดข้าจะจำร่างของน้องสาวมิได้กัน แม้ว่าชุดที่นางสวมจะเป็นของน้องสี่ข้าก็ตาม แต่ข้าดูอย่างไรก็มิใช่นาง!” หรงเจี้ยนอวี่มองพระอาจารย์ซิงด้วยแววตาตำหนิ“ท่านอาจ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 181

    “คารวะท่านอาจารย์ซิงขอรับ” หรงเจี้ยนอวี่ประสานมือขึ้นค้อมกายลงเล็กน้อยด้วยใบหน้าเสแสร้งเปื้อนยิ้ม “พบกันอีกแล้วนะขอรับท่านอาจารย์” คำกล่าวของหลานชายทำให้เฉินหรูอวี้แสดงสีหน้าประหลาดใจ“อวี้จิง เจ้ารู้จักท่านอาจารย์ด้วยเช่นนั้นหรือ”“ขอรับ ท่านย่ามิใช่ว่าท่านอาจารย์ซิงเป็นผู้มีชื่อเสียงหรอกหรือ การที

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 174

    “คือว่าหลานต้องการจะไปไหว้พระขอพรที่วัดจิ่วหลงเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านย่าจะอนุญาตหรือไม่เจ้าคะ” นางเอ่ยเข้าเรื่องพร้อมกับเงยหน้าสบเข้าไปในดวงตาของหญิงชรา“ไหว้พระ เช่นนั้นรึ!?” เฉินหรูอวี้ทวนเล็กน้อย ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา “เป็นความคิดที่ดี ถ้าเช่นนั้นวันรุ่งขึ้นพวกเราก็ไปกันเถอะ จะว่าไปย่าเองก็ไม่ได้ไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status