Share

บทที่ 9

หลังจากที่นายอำเภอหวังได้ลากตัวบัณฑิตเฝิงและเสี่ยวชิวผู้เป็นฆาตกรตัวจริงจากไปแล้ว คืนนั้นทั้งคืนเรือนเมฆาคล้อยก็ตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าประหลาด

ไม่มีแม้แต่เสียงกระซิบกระซาบใด ๆ มีเพียงสายลมยามค่ำคืนที่พัดหวีดหวิวราวกับกำลังขับขานเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งเพิ่งเกิดขึ้น

เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวลือก็ได้แพร่สะพัดออกไปไกลเกินกว่าแค่ในเรือนพัก...ชาวบ้านในหมู่บ้านเมฆาคล้อยต่างร่ำลือกันปากต่อปากถึงคุณชายหลี่เหยาบัณฑิตหนุ่มปริศนาผู้ปรากฏตัวขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน

แต่กลับสามารถคลี่คลายคดีฆาตกรรมซ้อนที่ซับซ้อนได้ราวกับมีตาทิพย์ สามารถมองเห็นเรื่องราวทะลุปรุโปร่งไปเสียทุกอย่าง แต่เจ้าของตำนานคนใหม่ในยามนี้กลับกำลังนั่งขมวดคิ้วอยู่เงียบ ๆ ภายในห้องพักของตน

หลังจากจื่อเหยาพักผ่อนได้ไม่นาน ร่างโปร่งแสงสองร่างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของนาง จึงทำให้เธอสะดุ้งตกใจเล็กน้อยก่อนจะเก็บอาการของตนให้เป็นปกติ

'ทำไมยังอยู่กันอีก' นางคิดอย่างสงสัยถึงวิญญาณทั้งสองดวงที่กำลังมองมาทางตนด้วยความซาบซึ้งใจ

และยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะได้รับคำตอบ ร่างน่าสังเวชใจทั้งสองก็ได้คุกเข่าลงและคำนับนางอย่างนอบน้อมเป็นการขอบคุณที่ช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้แก่พวกเขา

'เอาละ ข้ารับคำขอบใจของพวกเจ้าแล้ว' นางกล่าว ก่อนจะรู้สึกแปลกใจที่ยังไม่เห็นร่างวิญญาณทั้งคู่จะหายไป

'พวกท่านไปตามทางของตนเถอะ' นางกล่าวออกมาอีกครั้ง ทว่าทุกสิ่งก็ยังคงเหมือนเดิม อีกทั้งดูเหมือนว่าร่างของพวกเขากลับเด่นชัดขึ้นจากเดิมและไม่มีทีท่าว่าจะจากไปเสียด้วย

[ติ๊ง!] ในขณะที่หรงจื่อเหยายังจับต้นชนปลายไม่ได้ เสียงของระบบไขความจริงพลันดังขึ้นในหัวของเธอ

[ท่านไขคดีฆาตกรรมซ้อนและเปิดโปงแผนการที่ซับซ้อนได้สำเร็จ รางวัลพิเศษ: องครักษ์แห่งวิญญาณระดับ 1 คำอธิบาย: วิญญาณของผู้ตายที่ท่านช่วยเหลือและมีความผูกพันกับคดี จะถูกผูกติดและยอมรับท่านเป็นนายหญิง และท่านสามารถเรียกใช้เพื่อสืบข่าวสารในบริเวณที่วิญญาณสิงสู่ได้จนกว่าพวกเขาจะหมดห่วงอย่างแท้จริง]

"อะไรนะ!?" จื่อเหยาเผลอร้องออกมาเสียงดัง พร้อมกับยกมือขึ้นกุมขมับทันที (ให้ตายสิ! แค่เห็นผีก็ปวดหัวจะแย่แล้ว นี่ยังจะมีวิญญาณมาเป็นผู้ติดตามอีกอย่างนั้นเหรอ)

แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้คิดอะไรต่อ เสี่ยวชุนก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถาดอาหารเช้าพอดี

"คุณหนู ท่านดูสิเจ้าคะ พวกเขาใช่กลั่นแกล้งเราหรือไม่" เสี่ยวชุนฟ้องผู้เป็นนายทันทีด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

จื่อเหยามองสิ่งที่วางอยู่บนถาดนั้นแล้วก็ทำให้นางต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่...เพราะมันคือข้าวต้มถ้วยเล็ก ๆ ที่เหลวใสจนแทบจะไม่มีเมล็ดข้าวให้เห็น

ทว่า...ในวินาทีนั้นเอง จื่อเหยาก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา นางเหลือบมองชามข้าวต้มในถาดสลับกับวิญญาณสองตนที่ยืนนิ่งอย่างนอบน้อมอยู่ห่าง ๆ

(หึ หึ ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ) นางคิด ก่อนจะหันไปทางดวงวิญญาณทั้งสองตน 'ข้ายอมรับพวกเจ้าเป็นองครักษ์วิญญาณก็ได้ แต่มีเงื่อนไข'

วิญญาณทั้งสองพยักหน้ารับอย่างพร้อมเพรียง

'พวกเจ้าต้องทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของข้าในเรือนนี้ดีขึ้นข้าต้องการรู้ความลับของทุกคนที่นี่ ใครก็ตามที่สามารถทำให้ข้าอยู่ดีกินดีและจัดการบ่าวไพร่พวกนี้ให้อยู่หมัดได้ ข้าจะยอมรับพวกเจ้าเป็นองครักษ์'

อาเฉียงซึ่งเป็นวิญญาณบุรุษดูจะมีโทสะมากกว่านางจาง 'นายหญิงโปรดบัญชามาเถิด หรือจะให้ข้าน้อยไปหลอกหลอนพวกมันให้จับไข้หัวโกร๋น พวกมันจะได้ไม่กล้าหือกับนายหญิงอีก' แม้น้ำเสียงของเขาจะยานคางกระนั้นใบหน้าแทบจะฉีกคนให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้เลยทีเดียว

"ไร้ประโยชน์" จื่อเหยาเผลอแย้งขึ้นอย่างลืมตัว

"คุณหนู ท่านหมายถึงบ่าวหรือเจ้าคะ" เสี่ยวชุนทำหน้าตาจะร้องไห้หลังได้ยินคำพูดของผู้เป็นนาย

"ไม่ใช่ ข้าไม่ได้ว่าเจ้าข้ากำลัง..." จื่อเหยารู้สึกอับจนหนทางยิ่งนัก เพราะหากจะให้นางพูดความจริงก็กลัวบ่าวตัวน้อยจะหวาดกลัว "ข้าว่าบ่าวพวกนั้นต่างหาก" จื่อเหยารีบแก้ตัว

"จริงนะเจ้าคะ" แววตาของเสี่ยวชุนในตอนนี้ช่างเหมือนลูกสุนัขตัวน้อยไม่มีผิด มันทั้งดูใสซื่อและบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก

"จริงสิ" จื่อเหยายืนยัน ก่อนจะแสร้งหลับตาและสื่อสารกับวิญญาณตรงหน้าต่อไป 'หากพวกมันป่วยกันหมด แล้วใครจะทำงานให้ข้าเล่า? ข้าไม่ต้องการความวุ่นวาย ข้าต้องการการควบคุมและการควบคุมที่ดีที่สุด...มาจากข้อมูล เข้าใจหรือไม่'

เมื่อได้ยินเช่นนั้น วิญญาณของนางจางซึ่งเคยเป็นหัวหน้าแม่ครัวและรู้เรื่องชาวบ้านดีที่สุดก็ตาโตเป็นประกาย นางรีบรายงานทันที

'นายหญิงเจ้าคะ! นางหลิน...คนที่ขึ้นมาเป็นแม่ครัวแทนบ่าว มันชอบยักยอกของดี ๆ ในครัวไปให้บ้านสามีของมันเสมอเจ้าค่ะ! แล้วก็เอาของเน่าเสียมาทำอาหารให้บ่าวไพร่กิน!'

อาเฉียงรีบเสริมเพราะกลัวจะไม่ได้รับการยอมรับ 'ถ้าเรื่องเช่นนี้ ข้าน้อยก็พอรู้เรื่องของพ่อบ้านสวีมาเหมือนกันขอรับ ชายคนนี้แม้เขากลัวภรรยาของตนเองยิ่งกว่าอะไรดี แต่กลับแอบเลี้ยงดูแม่นางไป๋หลี่นักแสดงจากโรงงิ้วในอำเภอไว้เป็นบ้านเล็ก ซ่อนไว้ที่กระท่อมท้ายหมู่บ้านขอรับ!'

หลังจากนั้นเรื่องราวซุบซิบและความลับสกปรกของคนในเรือนก็พรั่งพรูออกมาจากปากของวิญญาณทั้งสองไม่หยุด จนจื่อเหยามองเห็นช่องทางที่จะพลิกสถานการณ์ของตนเองได้อย่างชัดเจน

นางยิ้มมุมปาก 'ดี...ดีมาก' สิ้นคำกล่าวนี้นางก็พลันลืมตาขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับหันไปสั่งบ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์

"เสี่ยวชุน เจ้าจงไปที่โรงครัว บอกนางหลินว่าข้าวต้มถ้วยนี้ไม่ใช่อาหารสำหรับคุณหนูใหญ่ ให้ทำสำรับใหม่มาให้ข้าเดี๋ยวนี้ต้องเป็นข้าวสวยร้อน ๆ กับข้าวสามอย่างที่ดีที่สุด"

"แต่ว่า...นางหลินคงไม่ยอมแน่เจ้าค่ะ" เสี่ยวชุนกล่าวอย่างกังวล

"ถ้าเช่นนั้นก็ดี...ข้าจะได้มีเหตุผลไปเยี่ยมเยียนโรงครัวด้วยตนเองสักครา"

และก็เป็นดังคาด ไม่นานนักเสี่ยวชุนก็วิ่งหน้าตื่นกลับมารายงานว่านางหลินไม่ยอมทำตาม แถมยังอ้างว่าเป็นคำสั่งของพ่อบ้านสวีที่ให้ประหยัด

จื่อเหยาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นางเดินออกจากห้องพักเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่คดีคลี่คลาย การปรากฏตัวของนางทำให้เหล่าบ่าวไพร่ที่อยู่บริเวณนั้นต่างพากันหยุดชะงักและหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ พร้อมกับทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่นางด้วยความยำเกรงอย่างไม่รู้ตัว

นางเดินตรงไปยังหน้าโรงครัว ที่ซึ่งพ่อบ้านสวียืนกอดอกรออยู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจหลังจากได้ยินคำขอของคุณหนูผู้ถูกเนรเทศ

"คุณหนูใหญ่ ท่านมีธุระอะไรกับโรงครัวเช่นนั้นรึ?" เขาถามเสียงแข็ง จื่อเหยาไม่ตอบคำถามนั้น แต่นางก้าวเข้าไปใกล้แล้วกระซิบด้วยเสียงที่เบาพอให้ได้ยินกันแค่สองคน

"พ่อบ้านสวี...ข้าไม่ทราบว่าการประหยัดของท่าน จะรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ท่านมอบให้...แม่นางไป๋หลี่ด้วยหรือไม่ ข้าอยากรู้ยิ่งนัก หากฮูหยินของท่านที่อยู่ในเมืองหลวงทราบเรื่องนี้เข้านางจะว่ากระไร?"

ฉับพลัน! ใบหน้าที่เคยขึงขังของพ่อบ้านสวีก็ซีดขาวราวกับไก่ต้ม! เหงื่อเย็น ๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผาก เขามองจื่อเหยาด้วยสายตาราวกับเห็นภูตผีปีศาจ

ที่เขาหวาดกลัวนั้นย่อมมีเหตุผลหากนังแก่ที่เมืองหลวงรู้เข้า...เขาจะมีความสุขได้เช่นไรอีกทั้งไหนจะงานนี้อีก รวมถึงผลประโยชน์ที่ควรได้อีกหลายอย่างด้วย ที่สำคัญคือไป๋หลี่นางกำลังมีทายาทตัวน้อย ๆ ให้เขาเชยชม

ทว่า "คุณหนูใหญ่ท่านพูดอะไร" เขายังแสร้งทำเป็นไขสือ

"ท่านไม่รู้จริงอย่างนั้นหรือ" หรงจื่อเหยาหรี่ตามอง ซึ่งท่าทางเช่นนี้ของนางยิ่งทำให้พ่อบ้านวัยกลางคนเริ่มรู้สึกหนาวไปถึงไขสันหลัง กระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมรับ

"ถ้าเช่นนั้นเห็นทีว่า ข้าคงต้องไปเยี่ยมแม่นางไป๋หลี่ที่คณะโรงงิ้วสักหน" จบคำพูดนี้พ่อบ้านผู้ทระนงตนก็หน้าซีดเอ่ยปากสั่นทันที

"ขะ...ข้าน้อยผิดไปแล้ว!" เขากล่าวพลางค้อมตัวลงต่ำจนแทบจะติดพื้น พร้อมกับคิดว่า (นางรู้ได้อย่างไร) เจ้าตัวพยายามขบคิดและก็ได้โยงไปถึงญาติผู้น้องของคนตรงหน้า (หรือว่าคุณชายหลี่คนนั้นจะมีตาทิพย์จริง ๆ )

"ข้าน้อยผิดไปแล้วขอรับ! ข้าน้อยจะสั่งให้โรงครัวจัดสำรับที่ดีที่สุดให้คุณหนูใหญ่ทันทีขอรับ! ขอคุณหนูใหญ่โปรดเมตตาด้วย!"

"ได้สิ หากท่านดูแลข้าเป็นอย่างดี เรื่องอาหารการกินรวมถึงเบี้ยหวัดที่ควรได้ก็ต้องได้ ข้ารับรองได้ว่าลูกชายของท่านจะคลอดออกมาอย่างปลอดภัย" จบคำกล่าวนี้ของนางก็ยิ่งทำให้ใบหน้าของพ่อบ้านเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเป้ง ๆ ผุดขึ้นมามากมาย

"ขะ...ข้าน้อยทราบแล้วขอรับ" พ่อบ้านสวีตอบรับเสียงสั่น และหลังจากวันนั้นเป็นต้นมาหรงจื่อเหยากับเสี่ยวชุนก็ใช้ชีวิตสุขสบายขึ้นมากภายในเรือนเมฆาคล้อยแห่งนี้อย่างแท้จริง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 241

    เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังขึ้นข้างหูของหรงจื่อเหยาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โดยที่เธอยังคงอยู่ในอาการโคม่ามานานแสนนาน หลังจากที่แพทย์ทำการช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถ ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถลืมตาขึ้นมาบนโลกใบเดิมของตนได้อีกครั้งจื่อเหยาตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เห็น เนื่องจากครั้งสุดท้ายเธอจำได้ว่าระบบ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 240

    กาลเวลาผันเปลี่ยนจากหยาดฝนโปรยปรายสู่แสงแดดอันอบอุ่น เซี่ยหลงและเซี่ยเฟิ่งต่างเติบโตเป็นหนุ่มสาวที่สง่างามและเปี่ยมด้วยความสามารถ พวกเขาได้พิสูจน์ตนเองว่าคู่ควรที่จะก้าวเข้ามาสานต่อภารกิจของมารดาในหน่วยสืบสวนพิเศษเซี่ยหลงในวัยยี่สิบปีได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บัญชาการหน่วยสืบสวนพิเศษคนใหม่ เขามีค

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 239

    “แต่ท่านแม่ พวกเราอยากช่วยท่านนี่ขอรับ” เซี่ยหลงกล่าวเสริม ดวงตาที่ฉายแววความคิดลึกซึ้งมองมารดาอย่างจริงจัง “เราอยากช่วยท่านไขคดี และปกป้องความยุติธรรมเช่นเดียวกับท่าน”เซี่ยเฟิ่งพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่เจ้าค่ะ ท่านแม่ พวกเราแข็งแรงและฉลาดพอแล้วนะเจ้าคะ”หรงจื่อเหยายิ้มอย่างอบอุ่น นางเข้าใจความรู้สึกขอ

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 238

    “ขอคารวะใต้เท้าหรงขอรับ/เจ้าค่ะ” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกันเมื่อหรงจื่อเหยาปรากฏตัวหรงจื่อเหยาพยักหน้ารับเล็กน้อย “ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมหน่วยสืบสวนพิเศษแห่งนี้” เสียงของนางกังวานและชัดเจน “หน่วยสืบสวนของเราจะเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถทุกคน ไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรี... แล

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 237

    วันเวลาผันผ่านหรงจื่อเหยายังคงไม่ยอมแพ้ในการจัดตั้งหน่วยสืบสวนพิเศษ นับตั้งแต่ที่นางได้เริ่มเสนอแนวคิดนี้ในราชสำนัก นางต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักหน่วงจากขุนนางฝ่ายอนุรักษนิยมที่ยังคงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สตรีอย่างนางจะเข้ามามีบทบาทในกิจการบ้านเมืองถึงเพียงนี้“กราบทู

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 236

    “ท่านพี่...” นางเอ่ยเรียกเขาเสียงเบา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้า“จริงนะเหยาเอ๋อ ข้าไม่ได้แกล้งกล่าวชมเขา” เซี่ยเว่ยหลง กล่าวพลางดึงภรรยาเข้ามาใกล้ “หลงเอ๋อฉลาดเกินวัย และมีความคิดที่ซับซ้อน เขามักจะเก็บงำความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ในใจ เช่นเดียวกับเจ้าในบางครั้ง”หรงจื่อเหยาหัวเราะออกมาอย่างสดใส “

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 228

    ในที่สุดการเดินทางที่ยาวนานกว่าสามเดือนก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อขบวนของหรงเจี้ยนอวี่และซูเหมยหลิงได้มาถึงเหมืองแร่ ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่เริ่มคล้อยต่ำลงพวกเขาก็พบเข้ากับเวรยามที่กำลังเฝ้าหน้าประตูเหมืองซึ่งรอบด้านนั้นได้ล้อมรอบด้วยกำแพงไม้สูงใหญ่ที่สร้างขึ้นอย่างแข็งแรงและมั่นคง แสดงให้เห็นถึงการจัดกา

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 227

    ซูเหมยหลิงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่... ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ ข้าเพียงแค่...”“เช่นนั้นก็ดีแล้ว” หรงเจี้ยนอวี่กล่าวตัดบท ก่อนจะยื่นมือมาประคองนางให้ลุกขึ้นยืน “ข้าเป็นผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของเจ้า หากมีสิ่งใดทำให้เจ้ารู้สึกไม่สบายใจ เจ้าควรจะบอกข้ามาตามตรงมิใช่หลีกเลี่ยงกันเช่นนี้”ซูเหมยหลิงรู้สึกร้อน

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 226

    ยามสายมาเยือนหลังจากทุกคนได้รับข้าวเช้ากันเรียบร้อย ขบวนเดินทางของหรงเจี้ยนอวี่และซูเหมยหลิงก็เริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมาระหว่างกิ่งไม้สร้างเป็นลำแสงอ่อน ๆ สวยงาม ทำให้บรรยากาศยามนี้ดูสงบไม่น้อย ทว่าภายในรถม้าของซูเหมยหลิงกลับไม่สงบตามไปด้วยนางยังคงรู้สึกปวดเมื่อยจากการเดิน

  • ช่วยด้วย! ข้าถูกตัวร้ายปักธงเข้าให้แล้ว   บทที่ 225

    พอรุ่งเช้า... ยังไม่ทันที่ฟ้าจะสว่างเท่าใดนัก ซูเหมยหลิง ที่อยู่ในรถม้ามาแทบตลอดทั้งคืนพลันรู้สึกตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนางนอนไม่ค่อยหลับ ทั้งนี้เป็นเพราะความปวดเมื่อยจากการเดินทางไกลที่ไม่คุ้นชินและนางยังเกิดฝันร้ายต่อเรื่องราวจากที่ถูกโจรปล้น นางจึงลุกขึ้นนั่งอย่างเงียบเชียบ พยายามขยับร่างกายที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status