LOGIN
เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังขึ้นข้างหูของหรงจื่อเหยาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โดยที่เธอยังคงอยู่ในอาการโคม่ามานานแสนนาน หลังจากที่แพทย์ทำการช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถ ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถลืมตาขึ้นมาบนโลกใบเดิมของตนได้อีกครั้งจื่อเหยาตกใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เห็น เนื่องจากครั้งสุดท้ายเธอจำได้ว่าระบบ
กาลเวลาผันเปลี่ยนจากหยาดฝนโปรยปรายสู่แสงแดดอันอบอุ่น เซี่ยหลงและเซี่ยเฟิ่งต่างเติบโตเป็นหนุ่มสาวที่สง่างามและเปี่ยมด้วยความสามารถ พวกเขาได้พิสูจน์ตนเองว่าคู่ควรที่จะก้าวเข้ามาสานต่อภารกิจของมารดาในหน่วยสืบสวนพิเศษเซี่ยหลงในวัยยี่สิบปีได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บัญชาการหน่วยสืบสวนพิเศษคนใหม่ เขามีค
“แต่ท่านแม่ พวกเราอยากช่วยท่านนี่ขอรับ” เซี่ยหลงกล่าวเสริม ดวงตาที่ฉายแววความคิดลึกซึ้งมองมารดาอย่างจริงจัง “เราอยากช่วยท่านไขคดี และปกป้องความยุติธรรมเช่นเดียวกับท่าน”เซี่ยเฟิ่งพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่เจ้าค่ะ ท่านแม่ พวกเราแข็งแรงและฉลาดพอแล้วนะเจ้าคะ”หรงจื่อเหยายิ้มอย่างอบอุ่น นางเข้าใจความรู้สึกขอ
“ขอคารวะใต้เท้าหรงขอรับ/เจ้าค่ะ” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกันเมื่อหรงจื่อเหยาปรากฏตัวหรงจื่อเหยาพยักหน้ารับเล็กน้อย “ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมหน่วยสืบสวนพิเศษแห่งนี้” เสียงของนางกังวานและชัดเจน “หน่วยสืบสวนของเราจะเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถทุกคน ไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรี... แล
วันเวลาผันผ่านหรงจื่อเหยายังคงไม่ยอมแพ้ในการจัดตั้งหน่วยสืบสวนพิเศษ นับตั้งแต่ที่นางได้เริ่มเสนอแนวคิดนี้ในราชสำนัก นางต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักหน่วงจากขุนนางฝ่ายอนุรักษนิยมที่ยังคงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สตรีอย่างนางจะเข้ามามีบทบาทในกิจการบ้านเมืองถึงเพียงนี้“กราบทู
“ท่านพี่...” นางเอ่ยเรียกเขาเสียงเบา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้า“จริงนะเหยาเอ๋อ ข้าไม่ได้แกล้งกล่าวชมเขา” เซี่ยเว่ยหลง กล่าวพลางดึงภรรยาเข้ามาใกล้ “หลงเอ๋อฉลาดเกินวัย และมีความคิดที่ซับซ้อน เขามักจะเก็บงำความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ในใจ เช่นเดียวกับเจ้าในบางครั้ง”หรงจื่อเหยาหัวเราะออกมาอย่างสดใส “
งานเลี้ยงต้อนรับองค์หญิงไป๋เหลียนในวังหลวงจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา แสงไฟจากโคมไฟระย้าส่องสว่างไปทั่วท้องพระโรง เสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อม บทสนทนาของผู้คนดังเซ็งแซ่ บรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างพากันแต่งกายอย่างงดงามเพื่อเข้าร่วมงานสำคัญนี้ก่อนจะถึงเวลางานเลี้ยง เซี่ยเว่ยหลงได้ให้หรงเจี้ยนอวี่ ซึ
ดวงตาของฮ่องเต้เบิกกว้างด้วยความยินดีอย่างแท้จริง หากเป็นเช่นนั้นจริงนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของแร่เหล็กธรรมดา แต่เป็นขุมทรัพย์อันมหาศาลที่จะพลิกโฉมหน้ากำลังทหารของต้าเซี่ยได้เลยทีเดียว“ดี! ดีมากอวิ๋นซี!” ฮ่องเต้ทรงตรัสด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความสุข “เซี่ยเว่ยหลง เจ้าจงจัดกำลังทหารที่ไว้ใจได้ เตรียมเดิน
หลังจากความเงียบผ่านไปสักพัก ฮ่องเต้ก็ทรงทำสัญญาณให้เริ่มงานเลี้ยงต่อ บรรยากาศเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่สายตาของหลายคนก็ยังคงลอบมองไปยังองค์หญิงไป๋เหลียนด้วยความอยากรู้อยากเห็น และมองหรงจื่อเหยาด้วยความชื่นชมในสติปัญญาของนาง ส่วนองค์หญิงไป๋เหลียนนั้นแทบจะนั่งนิ่งเป็นหิน ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น
กลิ่นฉุนของปัสสาวะคละคลุ้งไปทั่วโรงเก็บของผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือด นายอำเภอวัยกลางคนตัวสั่นเป็นลูกนก ทั่วทั้งตัวล้วนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและสิ่งปฏิกูล เขาก้มหน้าซบลงพื้นแทบไม่กล้าเงยหน้ามองเซี่ยเว่ยหลงและหรงจื่อเหยาหรงจื่อเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยกับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจออกมา







