เข้าสู่ระบบ“ใช่แล้ว ดื่มแล้วผิวพรรณผุดผ่อง เลือดลมเดินได้ดี และที่สำคัญทำให้อ่อนเยาว์ขึ้นด้วย” นี่คือเคล็ดลับของนาง และย่อมขายดีให้หมู่สตรีแน่ ๆ นางคิดเอาไว้เช่นนั้น “เช่นนั้นเจ้าดื่มเยอะ ๆ ดีหรือไม่ จะได้ยวนใจข้า บ่อย ๆ ดูสิข้าขยันไถนาทุกวัน เหตุใดเมล็ดพันธุ์ที่หว่านไถยังไม่งอกเงยเสียที” เขาเอามือลู
เสี้ยนหยางอ๋องหลบหน้าลูกสาวออกมา จนเมื่อได้เวลารับรางวัล เขาจึงต้องกลับมาประทานรางวัลให้ โดยผู้ชนะมีสุราชั้นดีสิบไห ไข่ไก่อีกหนึ่งร้อยฟอง เงินรางวัลยี่สิบตำลึง และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นทหารสังกัดกองทัพรักษาเมืองเสี้ยนหยางทันที “เก่งมาก นี่โจวอวิ๋นจือเป็นรองแม่ทัพ ให้เขาช่วยชี้แนะเจ้าเถิด”
หลังจากนางรั้งสามีให้อยู่กับตัวเอง ก็คิดถึงอยากจ้างขอทานเหล่านั้นให้มาทำงานที่ในสวนปศุสัตว์ของหลิงเผิง และนางก็จะเปิดหอสุราเหอเหมยลู่และรับแรงงานอีกทาง “ท่านอ๋องเจ้าค่ะ ข้าจะเปิดหอสุรา รับคนงานพวกขอทาน พวกเขาจะได้ลืมตาอ้าปากได้” เสี้ยนหยางอ๋องที่กอดประคองภรรยาอยู่ในอ้อมกอด กดจมูกที่ขมับของน
ฤดูหนาวผ่านไปสวนปศุสัตว์ของหลิงเผิงเป็นรูปเป็นร่าง สองแฝดได้นำชื่อเข้าผังตระกูลเหอ และเป็นลูกชายและลูกสาวลำดับที่หนึ่งและสองของเขาอีกด้วย ทุกวันหลิงเผิงมักจะออกไปตรวจสวนปศุสัตว์เลี้ยงตระกูลเหอ ที่มีสัตว์แปลก ๆ มากมายพื้นที่ของปศุสัตว์ แห่งนี้มีถึงหนึ่งร้อยหมู่ นอกจากไก่ไข่ที่เป็นของขึ้นชื่
จากนั้นเมื่อรถหยุดพักทานอาหารเที่ยงริมลำธารนางจึงออกไปล้างหน้าล้างตา รู้สึกถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้าทั้งที่อากาศเริ่มเย็นแล้วแท้ ๆ เมื่อมาถึงก็เห็นหน้าของสามีเคร่งเครียด โดยมี โจวฝานยืนรอรับบัญชาอยู่ใกล้ ๆ นางจึงเดินเข้าไปถามเขา “เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะท่านอ๋อง” “หวงตานตานหนีไป
คฑาหรูอี้หนึ่งคู่ทำจากทองคำประดับด้วยหยก สีเขียวมรกตสว่างยามต้องแสง วางประดับอยู่ในเรือนของ ทั้งคู่ แน่นอนว่าเป็นของขวัญล้ำค่าจากเหอฮองเฮาที่อยากอวยพรให้ทั้งคู่สมความปรารถนา เหอจื่อหยางและหยาง- หยู่เฟยยืนมองของขวัญที่ทั้งคู่ชื่นชอบและเก็บเอาไว้ใกล้ ๆ วันนี้ครบสามวันแล้วหลังจากแต่งงานงาน
จนทำให้จักรพรรดิองค์ใหม่อย่างฮันหวงหมิงลุ่มหลง วันนี้ถึงกับงดราชกิจบอกว่าไม่ค่อยสบาย แต่กลับกำลังสำเริงสำราญใจกับกุ้ยเฟยองค์ใหม่อย่างเอิกเกริก “มานี่...มาให้ข้าจับเจ้าซะดี ๆ” “จับหม่อมฉันให้ได้สิเพคะ” หวังโจวหรานพยายามทำให้ฝ่าบาทลุ่มหลงถึงที่สุด ทุกครั้งน้ำชาหรือสุรามักจะมีฤทธิ์ปลุ
ดวงหน้าหล่อเหลาราวหยกแกะสลักมองนางอย่าง ใจเย็น ทั้งอยากรู้ว่านางต้องการถามสิ่งใด ท่าทางเหมือนนางอยากถามแต่ก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา “อยากรู้อันใดเกี่ยวกับข้าพูดมาเถิด” ใบหน้าแสร้งทำของเขายังแนบเนียน จนคิดว่าตนเองพัฒนาขึ้นแล้ว จากเมื่อก่อนที่โกหกไม่เก่ง แม้ภายในใจจะกำลังยิ้มเยาะนาง แต่ใบหน้
หยางหยู่เฟยได้ฟังแล้วพลันรู้สึกสบายใจ อย่างน้อยเขาก็คงไม่ได้สังเกตว่าเมื่อครู่นางทำเรื่องน่าอายถึงขนาดกล้าสูดกลิ่นบุรุษ แม้มันจะหอมชื่นใจแต่นางก็ไม่สมควร ดังนั้นนางจึงสลัดยางอายทิ้ง ลืมความซุ่มซ่ามชั่วครู่เปลี่ยนเป็นชวนเขากินข้าวเย็นที่บ้านของนางแทน เพราะต้องการอยากรู้ว่าเรื่องท่านหญิงเหอ ผู้เป็นอดี
ลานด้านนอกของเรือนพักของหยางหยู่เฟยมีศาลาใกล้สระน้ำเล็ก ๆ เอาไว้นั่งดื่มชา เสียงครืน ๆ ของฟ้ายามฝนใกล้หยุด ทำให้เกิดอารมณ์ผ่อนคลายคล้ายอยากพักผ่อน แต่ไม่ใช่สองบุรุษที่ยืนอยู่ตรงศาลาด้านนอก โจวฝานได้รับพิราบสื่อสารหลังฝนตกหนัก คาดว่าเพราะฝนตกหนักจึงทำให้ข่าวสารล่าช้าไปบ้าง แต่ก็คะเน ได้จากร







