Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2025-12-15 23:24:40

นางกางกระดาษเซวียนจื่อสำหรับใช้ในราชสำนัก

ที่เป็นโฉนดที่ดินอันเป็นที่ตั้งของบ้าน ซึ่งนางเพิ่งซื้อมาด้วยเงินสิบตำลึงอย่างแปลกใจ พร้อมทบทวนจากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่

‘บ้านเก่าแล้ว เจ้าของเดิมมีหลายหลังอยากขายมันออกบ้างเพราะดูแลไม่ไหว จึงขายเพียงสิบตำลึง เจ้าอย่าคิดมากในสภาพบ้านทั้งหมด ที่นี่ราคาดีที่สุดและบ้านโครงสร้างแข็งแรง’

นางไม่ใช่เชื่อคนง่าย แต่คิดในหัวว่าราคาบ้านแค่นี้

น่าจะต้องซ่อมแซมอีกมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่ขายราคาถูกราวกับร้อนเงินเช่นนี้ แต่สิ่งที่ตาเห็นกับสิ่งที่คิดไว้สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

“นะ...นี่บ้านเราหรือขอรับ” หลิงเผิงตกตะลึง

เขาไม่เคยอยู่บ้านหลังใหญ่ และไม่เคยเห็นบ้านหลังใหญ่กับตาตนเองด้วย แต่นี่เขากำลังจะเป็นเจ้าของบ้านที่หลังใหญ่ขนาดนี้ นี่เขากำลังฝันไปหรือไม่

“ใช่แล้วลูกไม่ผิดแน่” จากตอนแรกที่คิดว่ามาบ้านผิดหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยืนยันหนักแน่นว่าบ้านของนางอยู่เขตชานเมือง เป็นบ้านตรงกลางระหว่างเรือนอีกสองหลังที่ห่างออกไป ทั้งเป็นส่วนตัวและเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อนอย่างมาก และนั่นคือสิ่งที่นางชอบ ไม่วุ่นวายและเงียบสงบ เหมาะกับการใช้พักผ่อนเลี้ยงบุตรชายและบุตรสาวทั้งสองนัก

“บ้านใหญ่มากขอรับท่านแม่ และก็เหมือนเรือนใหม่อีกด้วย ด้านหลังยังมีเล่าไก่อยู่อีกด้วย ไม่รู้ว่าเจ้าของเดิมก็ชอบเลี้ยงไก่เช่นกัน ข้ามีเล้าไก่ให้อิงเอ๋อร์ อิงหลิว และอิงผิงแล้ว”

เสียงตะโกนพร้อมวิ่งรอบบ้านอย่างดีใจของลูกชายทำให้นางประหลาดใจ กระทั่งเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ก็มีด้วย ราวกับเจ้าหน้าที่นั่งอยู่ในใจนาง รับรู้ว่านางต้องการบ้านแบบไหน

บ้านนี้เป็นเรือนแบบสี่ประสาน มีประตูถึงสองชั้นราวกับบ้านขุนนางใหญ่ เพียงแต่ขนาดเล็กกว่า กลางบ้านมีบ่อน้ำเล็ก ๆ สำหรับเลี้ยงปลา มีที่นั่งจิบชาผ่อนคลาย

มีห้องครัวที่เหมือนทำเสร็จใหม่ไม่กี่วัน แต่ที่ต้องตกใจคืออาหารแห้งเครื่องปรุงทุกอย่างครบครัน โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าของพวกนี้ถือเป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่ของคนที่มาซื้อ

ไม่คิดตำลึงเพิ่ม

“นี่บ้านที่สวรรค์ประทานให้ข้าหรืออย่างไร เหตุใดครบถ้วนเช่นนี้”

หลังจากขนของเข้าบ้านนาง โดยมีเพียงหีบหนึ่งหีบ กับเล้าไก่สามตัวของลูกชาย นางจึงจ่ายตำลึงค่าจ้างให้กับท่านลุงกู่และบอกลากันที่หน้าบ้าน

“ท่านลุงกู่ ข้ามีเรื่องอยากขอร้องท่านลุงสักเรื่อง”

คนขับรถม้ารับเงินแล้วเงยหน้าขึ้น พร้อมกับกำลังรอว่านางจะขอร้องเขาเรื่องอะไร

“เรื่องที่ส่งข้าวันนี้รบกวนปิดเป็นความลับ หากผู้ใดถามให้บอกว่าส่งข้ากับลูกร่วมไปกับขบวนสินค้าจากพ่อค้าต่างแคว้น ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ใดแล้ว”

แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่ต้องขอร้องกันหนักสักหน่อย เพราะไม่รู้ว่าภายหน้าหากตระกูลเยียนต้องการตามหานาง เขาจะมาทำให้นางกับลูกลำบากอีกหรือไม่

“อย่าห่วงไป ข้าไม่บอกใครแน่นอน หลังจากส่งเจ้าข้ายังต้องไปรับจ้างส่งคนที่อื่นต่อ ไม่กลับไปที่บ้านเดิมภายในสองสามเดือนนี้แน่นอน” ลุงกู่บอก ในขณะที่กำลังจะก้าวขึ้นรถม้าเพื่อออกเดินทางต่อไปนั่น เขาก็หันกลับมาพูดเรื่องบางอย่างกับนาง

“หากเจ้าอยากอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัย ลองขอความช่วยเหลือแม่ทัพเหอดู ข้าได้ฟังเรื่องของเขามาตลอดทาง เหล่าทหารต่างพูดว่า หากมีคนที่ต้องการจะซ่อนตัว ขอแค่เอ่ยปากแม่ทัพเหอก็ไม่ให้คนหาเจอตลอดชีวิตได้”

“อ้อ...เป็นเช่นนั้นหรือ” หยางหยู่เฟยรับคำ ก่อนจะโค้งให้กับท่านลุงกู่แล้วลาจากกันไป แต่ภายในใจก็ยังคิดถึงคำพูดท่านลุงกู่

“แม่ทัพเหออีกแล้วเหรอ” นางพึมพำเบา ๆ แล้วหันตัวเข้าบ้านพร้อมปิดประตูลงดาลทั้งสองประตูให้เรียบร้อยก่อนเดินเข้าไปในเรือน คิดเรื่องที่กำลังเผชิญหลังตื่นขึ้นจากอาการป่วยที่เหมือนเกิดใหม่ในร่างเดิมอีกครั้ง และพบว่าตนเองมีชีวิตราบรื่นเสียจนคิดว่าชีวิตเดิมของนางจะไม่หวนคืนกลับมาอีกแล้ว การเลือกเส้นทางชีวิตใหม่ของนางเหมือนกับมีมือที่มองไม่เห็นช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป

ทำให้นางเดินสบายมากขึ้น

เอาเถอะ จะเป็นมือของใครก็ช่าง แต่ตอนนี้นางต้องจัดการดูแลบ้านให้ดี

เรือนซื่อจื่อตระกูลเยียน ยามอู่หนึ่งเค่อ

“พวกเจ้าว่าอะไรนะ นางไปแล้ว ไปไหน” เสียง

เยียนอ๋องซื่อจื่อดังขึ้น หลังจากเยว่ตงรายงานเรื่องที่ให้ไปทำ

“เรียนซื่อจื่อ ชาวบ้านเล่าว่าองค์หญิงจ้างรถม้าออกไปจากสุสานตระกูลเยียน เดิมคิดว่าจะเพียงไปซื้อของแต่หลังจากนั้นก็ไม่กลับมาอีกเลย นี่ก็ผ่านมาห้าวันแล้วขอรับ”

ปัง!

เยว่ตงสะดุ้ง แม้ว่ารายงานอย่างระมัดระวังเพียงใด แต่ทว่าก็ไม่อาจลดไฟโทสะของเยียนอ๋องซื่อจื่อได้ เรื่องนี้นับว่าเขาสะเพร่านักทั้งที่ควรจะให้คนจับตาเอาไว้ แต่นั่นเป็นคำสั่งเดิมของเยียนอ๋องซื่อจื่อ ก่อนจะมีคำสั่งใหม่

หลังรับรู้ว่าองค์หญิงมีคุณชายและคุณหนูตัวน้อย ๆ ที่ใบหน้าถอดจากซื่อจื่อราวกับวาดออกมา

“เรื่องตั้งห้าวันแล้ว พวกเจ้ายังหานางกับลูกไม่พบ พวกเจ้าใช้ตาหาหรือไม่”

ไม่บ่อยที่ซื่อจื่อผู้เงียบขรึมและสุขุมจะระเบิดโทสะออกมา ดังนั้นเหล่าองครักษ์จึงก้มหัวแทบแนบกับกระดานบนพื้นเพื่อให้ซื่อจื่อใจเย็นลง

“หานางให้พบ หากไม่พบไม่ต้องกลับมาหาข้า”

เยียนเหรินไม่เคยร้อนใจเท่านี้มาก่อน เขาเริ่มสืบเรื่องราวเมื่อห้าปีก่อนนี้อีกครั้ง แต่รู้สึกเหมือนกำลังจะสายไป เรื่องจดหมายเล่นชู้นั้นยังหาที่มาไม่เจอ แต่นางกับลูกหายไปแล้ว เขาคิดอยากชดใช้คืนให้พวกนางแต่นางก็ไม่รออีกต่อไปแล้ว

ตอนนี้สาวใช้ของนางหวงตานตานไม่รู้ไปอยู่ที่ใด เพราะหลังจากที่นางขอร้องให้ซื่อจื่อรับนางเป็นสตรีข้างเตียงให้อยู่ในเรือนซื่อจื่อต่อไปเพราะไร้ทางไป แต่คนขี้ระแวงอย่างเขากลับเลือกไล่คนที่ทรยศนายออกไป เพราะเชื่อถือและไว้วางใจไม่ได้ ขนาดผู้เป็นนางยังทรยศได้ลงคอ

มาคิดได้เอาตอนนี้ก็สายไปแล้วจริง ๆ

จวนแม่ทัพเหอเมืองเสี้ยนหยาง

โจวฝานเดินลิ่วเข้ามาในห้องพักผ่อนส่วนของท่านแม่ทัพ เมื่อเห็นท่านแม่ทัพกำลังยืนเอามือไผล่หลังมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างจึงหยุดครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงสั่งให้รายงาน

“ว่ามาเถอะมีอะไร”

“องค์หญิงเข้าไปที่เรือนที่ท่านแม่ทัพจัดไว้ให้แล้วขอรับ ท่าทางไม่ได้สงสัยสิ่งใดเพียงแปลกใจอยู่บ้างเล็กน้อยขอรับ”

“อื้ม!” เหอจื่อหยางรับคำแต่ไม่ได้หันกลับ ในใจเพียงคิดถึงรอยยิ้มของนางตอนที่ลมพัดผ้าม่านปลิวออกมา รอยยิ้มนี้พิมพ์ใจนัก ทำให้คนที่ไม่เคยมอบดวงใจให้ใครมาก่อนอย่างเขาถึงกับหลงใหล

หรืออาจจะเป็นสิ่งที่สวรรค์ลิขิตมาแล้วว่าต้องเป็นนาง เดิมที่เขาก็ไม่ได้สนใจจนคนของเขาสืบทราบมาว่าเยียนอ๋องซื่อจื่อมีปัญหาเกี่ยวข้องกับตน จึงวางคนไว้ใกล้ ๆ และได้รู้เรื่องโง่เขลาในเรือนเยียนอ๋องซื่อจื่อ เดิมคิดจะสอดมือไปช่วย แต่คิดอีกที่ก็ไม่ควรยุ่งจะดีกว่า จึงมองดูอยู่ห่าง ๆ

“ให้ทำอย่างไรต่อขอรับ” โจวฝ่านถามและรอรับคำสั่งต่อไป

“จัดคนคุ้มกันให้ดี สั่งคนทั้งหมดหากมีผู้ใดส่งคนมาถามหานางห้ามบอกว่ารู้เห็น ทำให้เหมือนนางและลูก ๆ ไม่มีตัวตนบนโลกนี้แล้วก็พอ มันยังไม่ถึงเวลา”

“ขอรับ” โจวฝานรับคำ

เสี้ยนหยางเหมือนเขตปกครองของท่านแม่ทัพ

เหลือเพียงฝ่าบาทพระราชทานอย่างเป็นทางการเท่านั้น

จะซ่อนใครย่อมได้

“อ้อ...หลานชายของข้าชอบเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะไก่ จัดคนของเราคอยจับตาดูให้ดี หากมันหลุดมาด้านนอกใครทำร้ายแม้แต่ปลายขน ฆ่า!”

โจวฝานผงะพร้อมกับตกใจ ออกรบเคียงคู่แม่ทัพมาหลายปี ยังไม่เคยอารักขาไก่เลยสักครั้ง ไม่รู้นี่เป็นกรรมแต่ชาติปางใด ต้องส่งคนไปอารักขาไก่ของคุณชายน้อย

“สั่งแล้วก็ไปสิ ยืนงงอันใดอยู่หรือเจ้าจะขัดคำสั่งข้า”

“มิได้ขอรับ...ขะ...ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

โจวฝานกำชับคนรอบ ๆ บ้านขององค์หญิงหยางหยู่-เฟยว่าห้ามจับไก่กินเด็ดขาด แม้จะเป็นบ้านเรือนของท่านแม่ทัพทั้งหมด ที่จริงสร้างไว้รอองค์หญิงนานแล้ว เพียงแต่องค์หญิงยังไม่ตัดสินใจจะจากมา ท่านแม่ทัพก็ยื่นมือไปช่วยเหลือไม่ได้ เรื่องที่มีการใส่ความท่านแม่ทัพกับองค์หญิงนั้น ท่านแม่ทัพก็รับรู้มานานแล้ว เพียงแต่ซื่อจื่อ

ไม่โวยวายท่านแม่ทัพก็เพียงนิ่งเฉย ทั้งแอบสืบอยู่เงียบ ๆ

ว่าผู้ใดกันที่ปองร้ายและสืบทราบตั้งแต่สองปีก่อนแล้ว

ตลอดเวลาที่อยู่สุสาน คนของท่านแม่ทัพปะปนในหมู่บ้านและแอบช่วยเหลืออยู่เงียบ ๆ กระทั่งตอนที่องค์หญิงป่วยชาวบ้านที่หายาไปให้คุณชายน้อยก็เป็นคนของท่านแม่ทัพ แต่เมื่อหายดีองค์หญิงก็เปลี่ยนไปทันที

ในเรือนมีเครื่องเรือนครบครัน ทั้งชุดเครื่องนอนที่มีครบสามห้อง มีห้องอาบน้ำด้วยกันทุกห้องนอน โดยห้องนอนใหญ่ยังมีสระสำหรับแช่อีกด้วย หากนางไม่ได้จ่ายตำลึงซื้อมาด้วยตนเอง คงคิดว่าบ้านนี้เป็นบ้านขุนนางที่ร่ำรวย ปลูกไว้พักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์ชานเมืองด้วยซ้ำไป

“ท่านแม่บ้านของพวกเราดีนักขอรับ” หลิงเผิงจับแม่ไก่ของตนเองใส่เล้าไก่ขนาดใหญ่ แล้วพวกมันก็ไข่ออกมาอีกแล้ววันนี้ เขามีไข่ถึงหกฟองราวกับพวกมันดีใจที่ได้อยู่บ้านหลังใหม่เหมือนเขาเช่นกัน

“พวกเจ้าชอบแม่ก็ดีใจ ว่าแต่หลิงหลงล่ะ”

นางปล่อยให้ลูก ๆ วิ่งเล่นกันรอบ ๆ บ้านไปก่อน นางจะจัดข้าวของให้เรียบร้อย แบ่งห้องของลูกชายลูกสาวและห้องของนาง พวกเขาจะได้มีห้องส่วนตัวนอนอย่างสบาย

“เล่นกับปลาในบ่อน้ำหน้าบ้านขอรับ” หลิงเผิง

เห็นน้องสาวเอามือลงไปจุ่มในน้ำหยอกล้อกับปลาในบ่อ จากตอนแรกคิดว่าไม่มีปลา แต่สักพักมันก็แหวกว่ายมาหาพวกเขาราวกับเสกออกมาได้อย่างนั้น

บ้านหลังนี้น่าอัศจรรย์จริง ๆ

“เช่นนั้นเจ้าก็ไปเล่นกับน้องเถิด แม่จะหุงข้าวให้เจ้าเอง” หยางหยู่เฟยไม่เคยโล่งใจเท่านี้มาก่อน ต่อไปนี้นางกับตระกูลเยียนตัดขาดกันสิ้นเชิงแล้ว นางคือสตรีแซ่หยางที่ท้องไร้สามี มีบุตรชายบุตรสาวอย่างละคนไว้ดูต่างหน้า

ต่อให้โดนนินทาบ้างนางก็ยอม เป็นสตรีหม้ายไม่ได้ฆ่าใครตาย แต่เป็นสตรีคบชู้สิมีแต่คนจะประณาม แม้นางจะบริสุทธิ์ใจก็ตาม

สองเด็กตัวอวบแก้มป่องวิ่งเล่นกันจนเลือดฝาดขึ้นบนใบหน้า ชวนให้คนที่แอบมาดูบ้านของนางอมยิ้ม ในมือของเขาจับพ่อไก่ตัวอวบหนึ่งตัว หวังจะนำมาเชื่อมสัมพันธ์

“เจ้าหนูเพิ่งมาอยู่ใหม่หรือ” เสียงเรียกที่นอกกำแพงทำให้ทั้งสองแสบมองหน้ากัน แล้วด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้ทั้งคู่ปีนขึ้นไปบนกำแพง จากนั้นเห็นบุรุษองอาจคล้ายทหารใบหน้าหล่อเหลา ในมือของเขาถือไก่ตัวใหญ่หนึ่งตัวแล้วก็อดจะแปลกใจไม่ได้ บุรุษผู้นี้ไม่พกกระบี่หรือพัด แต่กลับอุ้มไก่!

“ท่าน....ลุง...ท่านเป็นใคร”

“ข้านะหรือ...ข้าก็คือ....” เหอจื่อหยางยังไม่ทันตอบเด็กทั้งสอง ก็ได้ยินเสียงหวานของอีกคนดังขึ้น ภายในใจของเขาเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ

“เด็ก ๆ ปีนขึ้นไปได้อย่างไร ลงมาเดี๋ยวนี้”

“ท่านแม่ มีท่านลุงสุดหล่อมาคุยกับข้า”

คำว่าท่านลุงสุดหล่อทำให้ในใจของหยางหยู่เฟยเต้น นางเพิ่งมาถึงวันแรกก็มีคนมาหา แบบนี้ไม่น่าไว้ใจใช่หรือไม่ ขณะที่นางกำลังจะวิ่งมาอุ้มลูกลงจากกำแพง อีกคนก็กระโดดขึ้นมาบนกำแพง ใบหน้าของเขาทำให้นางขยับก้าวขาไม่ออก

“ทะ...ท่าน!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 64

    “ใช่แล้ว ดื่มแล้วผิวพรรณผุดผ่อง เลือดลมเดินได้ดี และที่สำคัญทำให้อ่อนเยาว์ขึ้นด้วย” นี่คือเคล็ดลับของนาง และย่อมขายดีให้หมู่สตรีแน่ ๆ นางคิดเอาไว้เช่นนั้น “เช่นนั้นเจ้าดื่มเยอะ ๆ ดีหรือไม่ จะได้ยวนใจข้า บ่อย ๆ ดูสิข้าขยันไถนาทุกวัน เหตุใดเมล็ดพันธุ์ที่หว่านไถยังไม่งอกเงยเสียที” เขาเอามือลู

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 63

    เสี้ยนหยางอ๋องหลบหน้าลูกสาวออกมา จนเมื่อได้เวลารับรางวัล เขาจึงต้องกลับมาประทานรางวัลให้ โดยผู้ชนะมีสุราชั้นดีสิบไห ไข่ไก่อีกหนึ่งร้อยฟอง เงินรางวัลยี่สิบตำลึง และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นทหารสังกัดกองทัพรักษาเมืองเสี้ยนหยางทันที “เก่งมาก นี่โจวอวิ๋นจือเป็นรองแม่ทัพ ให้เขาช่วยชี้แนะเจ้าเถิด”

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 62

    หลังจากนางรั้งสามีให้อยู่กับตัวเอง ก็คิดถึงอยากจ้างขอทานเหล่านั้นให้มาทำงานที่ในสวนปศุสัตว์ของหลิงเผิง และนางก็จะเปิดหอสุราเหอเหมยลู่และรับแรงงานอีกทาง “ท่านอ๋องเจ้าค่ะ ข้าจะเปิดหอสุรา รับคนงานพวกขอทาน พวกเขาจะได้ลืมตาอ้าปากได้” เสี้ยนหยางอ๋องที่กอดประคองภรรยาอยู่ในอ้อมกอด กดจมูกที่ขมับของน

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 61

    ฤดูหนาวผ่านไปสวนปศุสัตว์ของหลิงเผิงเป็นรูปเป็นร่าง สองแฝดได้นำชื่อเข้าผังตระกูลเหอ และเป็นลูกชายและลูกสาวลำดับที่หนึ่งและสองของเขาอีกด้วย ทุกวันหลิงเผิงมักจะออกไปตรวจสวนปศุสัตว์เลี้ยงตระกูลเหอ ที่มีสัตว์แปลก ๆ มากมายพื้นที่ของปศุสัตว์ แห่งนี้มีถึงหนึ่งร้อยหมู่ นอกจากไก่ไข่ที่เป็นของขึ้นชื่

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 60

    จากนั้นเมื่อรถหยุดพักทานอาหารเที่ยงริมลำธารนางจึงออกไปล้างหน้าล้างตา รู้สึกถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้าทั้งที่อากาศเริ่มเย็นแล้วแท้ ๆ เมื่อมาถึงก็เห็นหน้าของสามีเคร่งเครียด โดยมี โจวฝานยืนรอรับบัญชาอยู่ใกล้ ๆ นางจึงเดินเข้าไปถามเขา “เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะท่านอ๋อง” “หวงตานตานหนีไป

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 59

    คฑาหรูอี้หนึ่งคู่ทำจากทองคำประดับด้วยหยก สีเขียวมรกตสว่างยามต้องแสง วางประดับอยู่ในเรือนของ ทั้งคู่ แน่นอนว่าเป็นของขวัญล้ำค่าจากเหอฮองเฮาที่อยากอวยพรให้ทั้งคู่สมความปรารถนา เหอจื่อหยางและหยาง- หยู่เฟยยืนมองของขวัญที่ทั้งคู่ชื่นชอบและเก็บเอาไว้ใกล้ ๆ วันนี้ครบสามวันแล้วหลังจากแต่งงานงาน

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 1

    อะไรที่ควรจำก็จำ อะไรที่ควรลืมก็ลืม! เกิดเป็นราชวงศ์ก็ไม่รู้จักความรักอยู่แล้ว หนำซ้ำสามีที่ตนไม่ได้เป็นผู้เลือกยังหูเบา นางเป็นองค์หญิงกำเนิดในครรภ์กุ้ยเฟยของอดีตฮ่องเต้ หญิงสูงศักดิ์เช่นนางแต่งกับเยียนอ๋องซื่อจื่อก็นับได้ว่าเป็นคู่กิ่งทองใบหยก แต่หารู้ไม่หลังจากเข้าหอเขาก็รักษาระ

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 51

    เมื่อคุยกับฮองเฮาเสร็จ เสี้ยนหยางอ๋องจึงพาหยาง-หยู่เฟยกับลูก ๆ กลับ โดยมีขันทีข้างกายฮองเฮาอุ้มลูก ทั้งสองที่หลับไปแล้วมาขึ้นรถม้า แต่ทว่าเรือนที่จะกลับเป็นจวนของเสี้ยนหยางอ๋องแทน รถม้าที่เคลื่อนออกจากเมืองหลวงในยามวิกาล หากไม่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษก็ไม่สามารถออกมาได้ นอกเสียจากมีงานเลี

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 50

    “ข้าจะเอาเข้าไปจนสุด เจ้าอดทนชั่วครู่จะสบายขึ้น” เหมือนถ้อยคำนี้ กำลังหลอกล่อกวางตัวน้อยให้เข้ามาติดกับ เขาขยับถอนออกเสริมแรงเข้าไป จากนั้นกดแน่นลึกจุดสุดทาง ‘ตับ!’ หยางหยู่เฟยพูดไม่ออกมันแน่นมาก จนนางต้องกดเล็บเข้ากับแผ่นหลังของเขา เมื่อบุรุษตรงหน้าแนบร่างของเขาลงมาจนแนบชิดกับนาง

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 49

    “อื้อ...มะ...ไม่...ท่านอ๋อง...ข้า” เสียงนี้แหบพร่าทรงเสน่ห์คล้ายเปล่งออกมายามถูกเขารังแกหนัก เสียงคำว่า ‘ท่านอ๋อง’ นั้นเหมือนไฟป่าที่กำลังไหม้หญ้าแห้ง เมื่อได้ยินเสียงนางเรียกเปรียบประดุจกับมีพายุพัดโหมให้ไฟลุกไหม้แรงขึ้น จนไม่อาจความคุมได้ ดวงตาของเหอจื่อหยางมืดมัว สองมือตรึงแขนนา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status