Share

บทที่ 4

last update Last Updated: 2025-12-15 23:24:40

นางกางกระดาษเซวียนจื่อสำหรับใช้ในราชสำนัก

ที่เป็นโฉนดที่ดินอันเป็นที่ตั้งของบ้าน ซึ่งนางเพิ่งซื้อมาด้วยเงินสิบตำลึงอย่างแปลกใจ พร้อมทบทวนจากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่

‘บ้านเก่าแล้ว เจ้าของเดิมมีหลายหลังอยากขายมันออกบ้างเพราะดูแลไม่ไหว จึงขายเพียงสิบตำลึง เจ้าอย่าคิดมากในสภาพบ้านทั้งหมด ที่นี่ราคาดีที่สุดและบ้านโครงสร้างแข็งแรง’

นางไม่ใช่เชื่อคนง่าย แต่คิดในหัวว่าราคาบ้านแค่นี้

น่าจะต้องซ่อมแซมอีกมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่ขายราคาถูกราวกับร้อนเงินเช่นนี้ แต่สิ่งที่ตาเห็นกับสิ่งที่คิดไว้สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

“นะ...นี่บ้านเราหรือขอรับ” หลิงเผิงตกตะลึง

เขาไม่เคยอยู่บ้านหลังใหญ่ และไม่เคยเห็นบ้านหลังใหญ่กับตาตนเองด้วย แต่นี่เขากำลังจะเป็นเจ้าของบ้านที่หลังใหญ่ขนาดนี้ นี่เขากำลังฝันไปหรือไม่

“ใช่แล้วลูกไม่ผิดแน่” จากตอนแรกที่คิดว่ามาบ้านผิดหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยืนยันหนักแน่นว่าบ้านของนางอยู่เขตชานเมือง เป็นบ้านตรงกลางระหว่างเรือนอีกสองหลังที่ห่างออกไป ทั้งเป็นส่วนตัวและเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อนอย่างมาก และนั่นคือสิ่งที่นางชอบ ไม่วุ่นวายและเงียบสงบ เหมาะกับการใช้พักผ่อนเลี้ยงบุตรชายและบุตรสาวทั้งสองนัก

“บ้านใหญ่มากขอรับท่านแม่ และก็เหมือนเรือนใหม่อีกด้วย ด้านหลังยังมีเล่าไก่อยู่อีกด้วย ไม่รู้ว่าเจ้าของเดิมก็ชอบเลี้ยงไก่เช่นกัน ข้ามีเล้าไก่ให้อิงเอ๋อร์ อิงหลิว และอิงผิงแล้ว”

เสียงตะโกนพร้อมวิ่งรอบบ้านอย่างดีใจของลูกชายทำให้นางประหลาดใจ กระทั่งเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ก็มีด้วย ราวกับเจ้าหน้าที่นั่งอยู่ในใจนาง รับรู้ว่านางต้องการบ้านแบบไหน

บ้านนี้เป็นเรือนแบบสี่ประสาน มีประตูถึงสองชั้นราวกับบ้านขุนนางใหญ่ เพียงแต่ขนาดเล็กกว่า กลางบ้านมีบ่อน้ำเล็ก ๆ สำหรับเลี้ยงปลา มีที่นั่งจิบชาผ่อนคลาย

มีห้องครัวที่เหมือนทำเสร็จใหม่ไม่กี่วัน แต่ที่ต้องตกใจคืออาหารแห้งเครื่องปรุงทุกอย่างครบครัน โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าของพวกนี้ถือเป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่ของคนที่มาซื้อ

ไม่คิดตำลึงเพิ่ม

“นี่บ้านที่สวรรค์ประทานให้ข้าหรืออย่างไร เหตุใดครบถ้วนเช่นนี้”

หลังจากขนของเข้าบ้านนาง โดยมีเพียงหีบหนึ่งหีบ กับเล้าไก่สามตัวของลูกชาย นางจึงจ่ายตำลึงค่าจ้างให้กับท่านลุงกู่และบอกลากันที่หน้าบ้าน

“ท่านลุงกู่ ข้ามีเรื่องอยากขอร้องท่านลุงสักเรื่อง”

คนขับรถม้ารับเงินแล้วเงยหน้าขึ้น พร้อมกับกำลังรอว่านางจะขอร้องเขาเรื่องอะไร

“เรื่องที่ส่งข้าวันนี้รบกวนปิดเป็นความลับ หากผู้ใดถามให้บอกว่าส่งข้ากับลูกร่วมไปกับขบวนสินค้าจากพ่อค้าต่างแคว้น ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ใดแล้ว”

แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่ต้องขอร้องกันหนักสักหน่อย เพราะไม่รู้ว่าภายหน้าหากตระกูลเยียนต้องการตามหานาง เขาจะมาทำให้นางกับลูกลำบากอีกหรือไม่

“อย่าห่วงไป ข้าไม่บอกใครแน่นอน หลังจากส่งเจ้าข้ายังต้องไปรับจ้างส่งคนที่อื่นต่อ ไม่กลับไปที่บ้านเดิมภายในสองสามเดือนนี้แน่นอน” ลุงกู่บอก ในขณะที่กำลังจะก้าวขึ้นรถม้าเพื่อออกเดินทางต่อไปนั่น เขาก็หันกลับมาพูดเรื่องบางอย่างกับนาง

“หากเจ้าอยากอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัย ลองขอความช่วยเหลือแม่ทัพเหอดู ข้าได้ฟังเรื่องของเขามาตลอดทาง เหล่าทหารต่างพูดว่า หากมีคนที่ต้องการจะซ่อนตัว ขอแค่เอ่ยปากแม่ทัพเหอก็ไม่ให้คนหาเจอตลอดชีวิตได้”

“อ้อ...เป็นเช่นนั้นหรือ” หยางหยู่เฟยรับคำ ก่อนจะโค้งให้กับท่านลุงกู่แล้วลาจากกันไป แต่ภายในใจก็ยังคิดถึงคำพูดท่านลุงกู่

“แม่ทัพเหออีกแล้วเหรอ” นางพึมพำเบา ๆ แล้วหันตัวเข้าบ้านพร้อมปิดประตูลงดาลทั้งสองประตูให้เรียบร้อยก่อนเดินเข้าไปในเรือน คิดเรื่องที่กำลังเผชิญหลังตื่นขึ้นจากอาการป่วยที่เหมือนเกิดใหม่ในร่างเดิมอีกครั้ง และพบว่าตนเองมีชีวิตราบรื่นเสียจนคิดว่าชีวิตเดิมของนางจะไม่หวนคืนกลับมาอีกแล้ว การเลือกเส้นทางชีวิตใหม่ของนางเหมือนกับมีมือที่มองไม่เห็นช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป

ทำให้นางเดินสบายมากขึ้น

เอาเถอะ จะเป็นมือของใครก็ช่าง แต่ตอนนี้นางต้องจัดการดูแลบ้านให้ดี

เรือนซื่อจื่อตระกูลเยียน ยามอู่หนึ่งเค่อ

“พวกเจ้าว่าอะไรนะ นางไปแล้ว ไปไหน” เสียง

เยียนอ๋องซื่อจื่อดังขึ้น หลังจากเยว่ตงรายงานเรื่องที่ให้ไปทำ

“เรียนซื่อจื่อ ชาวบ้านเล่าว่าองค์หญิงจ้างรถม้าออกไปจากสุสานตระกูลเยียน เดิมคิดว่าจะเพียงไปซื้อของแต่หลังจากนั้นก็ไม่กลับมาอีกเลย นี่ก็ผ่านมาห้าวันแล้วขอรับ”

ปัง!

เยว่ตงสะดุ้ง แม้ว่ารายงานอย่างระมัดระวังเพียงใด แต่ทว่าก็ไม่อาจลดไฟโทสะของเยียนอ๋องซื่อจื่อได้ เรื่องนี้นับว่าเขาสะเพร่านักทั้งที่ควรจะให้คนจับตาเอาไว้ แต่นั่นเป็นคำสั่งเดิมของเยียนอ๋องซื่อจื่อ ก่อนจะมีคำสั่งใหม่

หลังรับรู้ว่าองค์หญิงมีคุณชายและคุณหนูตัวน้อย ๆ ที่ใบหน้าถอดจากซื่อจื่อราวกับวาดออกมา

“เรื่องตั้งห้าวันแล้ว พวกเจ้ายังหานางกับลูกไม่พบ พวกเจ้าใช้ตาหาหรือไม่”

ไม่บ่อยที่ซื่อจื่อผู้เงียบขรึมและสุขุมจะระเบิดโทสะออกมา ดังนั้นเหล่าองครักษ์จึงก้มหัวแทบแนบกับกระดานบนพื้นเพื่อให้ซื่อจื่อใจเย็นลง

“หานางให้พบ หากไม่พบไม่ต้องกลับมาหาข้า”

เยียนเหรินไม่เคยร้อนใจเท่านี้มาก่อน เขาเริ่มสืบเรื่องราวเมื่อห้าปีก่อนนี้อีกครั้ง แต่รู้สึกเหมือนกำลังจะสายไป เรื่องจดหมายเล่นชู้นั้นยังหาที่มาไม่เจอ แต่นางกับลูกหายไปแล้ว เขาคิดอยากชดใช้คืนให้พวกนางแต่นางก็ไม่รออีกต่อไปแล้ว

ตอนนี้สาวใช้ของนางหวงตานตานไม่รู้ไปอยู่ที่ใด เพราะหลังจากที่นางขอร้องให้ซื่อจื่อรับนางเป็นสตรีข้างเตียงให้อยู่ในเรือนซื่อจื่อต่อไปเพราะไร้ทางไป แต่คนขี้ระแวงอย่างเขากลับเลือกไล่คนที่ทรยศนายออกไป เพราะเชื่อถือและไว้วางใจไม่ได้ ขนาดผู้เป็นนางยังทรยศได้ลงคอ

มาคิดได้เอาตอนนี้ก็สายไปแล้วจริง ๆ

จวนแม่ทัพเหอเมืองเสี้ยนหยาง

โจวฝานเดินลิ่วเข้ามาในห้องพักผ่อนส่วนของท่านแม่ทัพ เมื่อเห็นท่านแม่ทัพกำลังยืนเอามือไผล่หลังมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างจึงหยุดครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงสั่งให้รายงาน

“ว่ามาเถอะมีอะไร”

“องค์หญิงเข้าไปที่เรือนที่ท่านแม่ทัพจัดไว้ให้แล้วขอรับ ท่าทางไม่ได้สงสัยสิ่งใดเพียงแปลกใจอยู่บ้างเล็กน้อยขอรับ”

“อื้ม!” เหอจื่อหยางรับคำแต่ไม่ได้หันกลับ ในใจเพียงคิดถึงรอยยิ้มของนางตอนที่ลมพัดผ้าม่านปลิวออกมา รอยยิ้มนี้พิมพ์ใจนัก ทำให้คนที่ไม่เคยมอบดวงใจให้ใครมาก่อนอย่างเขาถึงกับหลงใหล

หรืออาจจะเป็นสิ่งที่สวรรค์ลิขิตมาแล้วว่าต้องเป็นนาง เดิมที่เขาก็ไม่ได้สนใจจนคนของเขาสืบทราบมาว่าเยียนอ๋องซื่อจื่อมีปัญหาเกี่ยวข้องกับตน จึงวางคนไว้ใกล้ ๆ และได้รู้เรื่องโง่เขลาในเรือนเยียนอ๋องซื่อจื่อ เดิมคิดจะสอดมือไปช่วย แต่คิดอีกที่ก็ไม่ควรยุ่งจะดีกว่า จึงมองดูอยู่ห่าง ๆ

“ให้ทำอย่างไรต่อขอรับ” โจวฝ่านถามและรอรับคำสั่งต่อไป

“จัดคนคุ้มกันให้ดี สั่งคนทั้งหมดหากมีผู้ใดส่งคนมาถามหานางห้ามบอกว่ารู้เห็น ทำให้เหมือนนางและลูก ๆ ไม่มีตัวตนบนโลกนี้แล้วก็พอ มันยังไม่ถึงเวลา”

“ขอรับ” โจวฝานรับคำ

เสี้ยนหยางเหมือนเขตปกครองของท่านแม่ทัพ

เหลือเพียงฝ่าบาทพระราชทานอย่างเป็นทางการเท่านั้น

จะซ่อนใครย่อมได้

“อ้อ...หลานชายของข้าชอบเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะไก่ จัดคนของเราคอยจับตาดูให้ดี หากมันหลุดมาด้านนอกใครทำร้ายแม้แต่ปลายขน ฆ่า!”

โจวฝานผงะพร้อมกับตกใจ ออกรบเคียงคู่แม่ทัพมาหลายปี ยังไม่เคยอารักขาไก่เลยสักครั้ง ไม่รู้นี่เป็นกรรมแต่ชาติปางใด ต้องส่งคนไปอารักขาไก่ของคุณชายน้อย

“สั่งแล้วก็ไปสิ ยืนงงอันใดอยู่หรือเจ้าจะขัดคำสั่งข้า”

“มิได้ขอรับ...ขะ...ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

โจวฝานกำชับคนรอบ ๆ บ้านขององค์หญิงหยางหยู่-เฟยว่าห้ามจับไก่กินเด็ดขาด แม้จะเป็นบ้านเรือนของท่านแม่ทัพทั้งหมด ที่จริงสร้างไว้รอองค์หญิงนานแล้ว เพียงแต่องค์หญิงยังไม่ตัดสินใจจะจากมา ท่านแม่ทัพก็ยื่นมือไปช่วยเหลือไม่ได้ เรื่องที่มีการใส่ความท่านแม่ทัพกับองค์หญิงนั้น ท่านแม่ทัพก็รับรู้มานานแล้ว เพียงแต่ซื่อจื่อ

ไม่โวยวายท่านแม่ทัพก็เพียงนิ่งเฉย ทั้งแอบสืบอยู่เงียบ ๆ

ว่าผู้ใดกันที่ปองร้ายและสืบทราบตั้งแต่สองปีก่อนแล้ว

ตลอดเวลาที่อยู่สุสาน คนของท่านแม่ทัพปะปนในหมู่บ้านและแอบช่วยเหลืออยู่เงียบ ๆ กระทั่งตอนที่องค์หญิงป่วยชาวบ้านที่หายาไปให้คุณชายน้อยก็เป็นคนของท่านแม่ทัพ แต่เมื่อหายดีองค์หญิงก็เปลี่ยนไปทันที

ในเรือนมีเครื่องเรือนครบครัน ทั้งชุดเครื่องนอนที่มีครบสามห้อง มีห้องอาบน้ำด้วยกันทุกห้องนอน โดยห้องนอนใหญ่ยังมีสระสำหรับแช่อีกด้วย หากนางไม่ได้จ่ายตำลึงซื้อมาด้วยตนเอง คงคิดว่าบ้านนี้เป็นบ้านขุนนางที่ร่ำรวย ปลูกไว้พักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์ชานเมืองด้วยซ้ำไป

“ท่านแม่บ้านของพวกเราดีนักขอรับ” หลิงเผิงจับแม่ไก่ของตนเองใส่เล้าไก่ขนาดใหญ่ แล้วพวกมันก็ไข่ออกมาอีกแล้ววันนี้ เขามีไข่ถึงหกฟองราวกับพวกมันดีใจที่ได้อยู่บ้านหลังใหม่เหมือนเขาเช่นกัน

“พวกเจ้าชอบแม่ก็ดีใจ ว่าแต่หลิงหลงล่ะ”

นางปล่อยให้ลูก ๆ วิ่งเล่นกันรอบ ๆ บ้านไปก่อน นางจะจัดข้าวของให้เรียบร้อย แบ่งห้องของลูกชายลูกสาวและห้องของนาง พวกเขาจะได้มีห้องส่วนตัวนอนอย่างสบาย

“เล่นกับปลาในบ่อน้ำหน้าบ้านขอรับ” หลิงเผิง

เห็นน้องสาวเอามือลงไปจุ่มในน้ำหยอกล้อกับปลาในบ่อ จากตอนแรกคิดว่าไม่มีปลา แต่สักพักมันก็แหวกว่ายมาหาพวกเขาราวกับเสกออกมาได้อย่างนั้น

บ้านหลังนี้น่าอัศจรรย์จริง ๆ

“เช่นนั้นเจ้าก็ไปเล่นกับน้องเถิด แม่จะหุงข้าวให้เจ้าเอง” หยางหยู่เฟยไม่เคยโล่งใจเท่านี้มาก่อน ต่อไปนี้นางกับตระกูลเยียนตัดขาดกันสิ้นเชิงแล้ว นางคือสตรีแซ่หยางที่ท้องไร้สามี มีบุตรชายบุตรสาวอย่างละคนไว้ดูต่างหน้า

ต่อให้โดนนินทาบ้างนางก็ยอม เป็นสตรีหม้ายไม่ได้ฆ่าใครตาย แต่เป็นสตรีคบชู้สิมีแต่คนจะประณาม แม้นางจะบริสุทธิ์ใจก็ตาม

สองเด็กตัวอวบแก้มป่องวิ่งเล่นกันจนเลือดฝาดขึ้นบนใบหน้า ชวนให้คนที่แอบมาดูบ้านของนางอมยิ้ม ในมือของเขาจับพ่อไก่ตัวอวบหนึ่งตัว หวังจะนำมาเชื่อมสัมพันธ์

“เจ้าหนูเพิ่งมาอยู่ใหม่หรือ” เสียงเรียกที่นอกกำแพงทำให้ทั้งสองแสบมองหน้ากัน แล้วด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้ทั้งคู่ปีนขึ้นไปบนกำแพง จากนั้นเห็นบุรุษองอาจคล้ายทหารใบหน้าหล่อเหลา ในมือของเขาถือไก่ตัวใหญ่หนึ่งตัวแล้วก็อดจะแปลกใจไม่ได้ บุรุษผู้นี้ไม่พกกระบี่หรือพัด แต่กลับอุ้มไก่!

“ท่าน....ลุง...ท่านเป็นใคร”

“ข้านะหรือ...ข้าก็คือ....” เหอจื่อหยางยังไม่ทันตอบเด็กทั้งสอง ก็ได้ยินเสียงหวานของอีกคนดังขึ้น ภายในใจของเขาเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ

“เด็ก ๆ ปีนขึ้นไปได้อย่างไร ลงมาเดี๋ยวนี้”

“ท่านแม่ มีท่านลุงสุดหล่อมาคุยกับข้า”

คำว่าท่านลุงสุดหล่อทำให้ในใจของหยางหยู่เฟยเต้น นางเพิ่งมาถึงวันแรกก็มีคนมาหา แบบนี้ไม่น่าไว้ใจใช่หรือไม่ ขณะที่นางกำลังจะวิ่งมาอุ้มลูกลงจากกำแพง อีกคนก็กระโดดขึ้นมาบนกำแพง ใบหน้าของเขาทำให้นางขยับก้าวขาไม่ออก

“ทะ...ท่าน!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 63

    “ใช่แล้ว ดื่มแล้วผิวพรรณผุดผ่อง เลือดลมเดินได้ดี และที่สำคัญทำให้อ่อนเยาว์ขึ้นด้วย” นี่คือเคล็ดลับของนาง และย่อมขายดีให้หมู่สตรีแน่ ๆ นางคิดเอาไว้เช่นนั้น “เช่นนั้นเจ้าดื่มเยอะ ๆ ดีหรือไม่ จะได้ยวนใจข้า บ่อย ๆ ดูสิข้าขยันไถนาทุกวัน เหตุใดเมล็ดพันธุ์ที่หว่านไถยังไม่งอกเงยเสียที” เขาเอามือลู

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 62

    เสี้ยนหยางอ๋องหลบหน้าลูกสาวออกมา จนเมื่อได้เวลารับรางวัล เขาจึงต้องกลับมาประทานรางวัลให้ โดยผู้ชนะมีสุราชั้นดีสิบไห ไข่ไก่อีกหนึ่งร้อยฟอง เงินรางวัลยี่สิบตำลึง และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นทหารสังกัดกองทัพรักษาเมืองเสี้ยนหยางทันที “เก่งมาก นี่โจวอวิ๋นจือเป็นรองแม่ทัพ ให้เขาช่วยชี้แนะเจ้าเถิด”

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 61

    หลังจากนางรั้งสามีให้อยู่กับตัวเอง ก็คิดถึงอยากจ้างขอทานเหล่านั้นให้มาทำงานที่ในสวนปศุสัตว์ของหลิงเผิง และนางก็จะเปิดหอสุราเหอเหมยลู่และรับแรงงานอีกทาง “ท่านอ๋องเจ้าค่ะ ข้าจะเปิดหอสุรา รับคนงานพวกขอทาน พวกเขาจะได้ลืมตาอ้าปากได้” เสี้ยนหยางอ๋องที่กอดประคองภรรยาอยู่ในอ้อมกอด กดจมูกที่ขมับของน

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 60

    ฤดูหนาวผ่านไปสวนปศุสัตว์ของหลิงเผิงเป็นรูปเป็นร่าง สองแฝดได้นำชื่อเข้าผังตระกูลเหอ และเป็นลูกชายและลูกสาวลำดับที่หนึ่งและสองของเขาอีกด้วย ทุกวันหลิงเผิงมักจะออกไปตรวจสวนปศุสัตว์เลี้ยงตระกูลเหอ ที่มีสัตว์แปลก ๆ มากมายพื้นที่ของปศุสัตว์ แห่งนี้มีถึงหนึ่งร้อยหมู่ นอกจากไก่ไข่ที่เป็นของขึ้นชื่

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 59

    จากนั้นเมื่อรถหยุดพักทานอาหารเที่ยงริมลำธารนางจึงออกไปล้างหน้าล้างตา รู้สึกถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้าทั้งที่อากาศเริ่มเย็นแล้วแท้ ๆ เมื่อมาถึงก็เห็นหน้าของสามีเคร่งเครียด โดยมี โจวฝานยืนรอรับบัญชาอยู่ใกล้ ๆ นางจึงเดินเข้าไปถามเขา “เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะท่านอ๋อง” “หวงตานตานหนีไป

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 58

    คฑาหรูอี้หนึ่งคู่ทำจากทองคำประดับด้วยหยก สีเขียวมรกตสว่างยามต้องแสง วางประดับอยู่ในเรือนของ ทั้งคู่ แน่นอนว่าเป็นของขวัญล้ำค่าจากเหอฮองเฮาที่อยากอวยพรให้ทั้งคู่สมความปรารถนา เหอจื่อหยางและหยาง- หยู่เฟยยืนมองของขวัญที่ทั้งคู่ชื่นชอบและเก็บเอาไว้ใกล้ ๆ วันนี้ครบสามวันแล้วหลังจากแต่งงานงาน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status