INICIAR SESIÓNกิจวัตรประจำวันของเธอก็ยังคงเป็นเช่นเดิมเหมือนเคย.. ตอนเช้าไปส่งน้องดรีมที่โรงเรียนแล้วเธอก็ไปทำงานทันที การเดินทางไปทำงานของเธอนั้นคือการนั่งรถเมล์ไปเพราะมันไม่ไกลและประหยัดด้วยตอนแรกว่าจะนั่งรถไฟฟ้าไปแต่มันจะต้องเดินไกลเธอเลยเลือกนั่งรถเมล์เอาถึงแม้ว่าจะร้อนและควันเยอะแต่เพื่อความสะดวกของพวกเธอดังนั้นเธอจะต้องยอมทนกับเรื่องพวกนี้.. บ่อยครั้งที่เธอสงสารลูกนะแต่เธอเองก็ทำอะไรได้ไม่มากนัก
“เดี๋ยวตอนเย็นคุณแม่มารับนะคะห้ามดื้อห้ามซนห้าม…”
“ค่า ๆ ทราบแล้วเจ้าค่ะคุณนายแม่..”
“ดื้อนะเราอะ.. ฝากด้วยนะคะคุณครู..”
“ได้เลยค่ะแม่น้องทอฝัน.. ไปกันค่ะวันนี้มีของเล่นใหม่ ๆ มาให้พวกเราได้เล่นด้วยนะ..”
“ว้าว.. จริงเหรอคะ? คุณแม่คะ คุณแม่ไปได้แล้วคะน้องดรีมจะไปเล่นแล้วคุณแม่ก็เดินระวัง ๆ ด้วยนะคะ ห้ามดื้อห้ามซน ห้ามยกของหนักนะคะน้องดรีมเป็นห่วง..”
“ได้ค่ะน้องดรีมคุณแม่จะไม่ดื้อไม่ซนคุณแม่สัญญาค่ะ..”
“ไปได้แล้วค่ะเดี๋ยวสายเดี๋ยวจะโดนพี่เอ็มคนสวยดุเอา..”
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
“ได้ค่ะไปแล้วนะ…”
“ค่า..”
“เด็ก ๆ จ๊ะมานั่งกันตรงนี้ก่อนลูกครูมีอะไรจะบอก..”
ตึกตึกตึก…
“สวัสดีคุณลุงใจดีก่อนเร้ว..”
“สาวัดดีค้า.. / สาวัดดีค้าบ..”
“เชิญได้เลยค่ะถ้าคุณต้องการพูดอะไรกับเด็ก ๆ ก็เชิญได้เลยค่ะ..”
“ขอบคุณครับ..”
เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ตอนแรกเขาคิดว่าถ้าเขามาสถานที่แห่งนี้เขาคงจะอยู่ได้ไม่น่าเกินห้านาทีสิบนาทีแต่เมื่อเขาได้เห็นท่าทีของเด็ก ๆ ที่นี่ที่กำลังหัวเราะและกรีดร้องด้วยความดีใจกับสิ่งที่ตนเองได้เห็นนั้นมันก็ทำให้เขาคิดว่าจริง ๆ แล้วเด็กพวกนี้ก็ไม่ได้น่ารำคาญสักเท่าไหร่ จุดประสงค์ที่เขามาที่นี่มันก็ไม่ได้มีอะไรมากแค่อยากจะช่วยเหลือสังคมก็เท่านั้นเอง..
“คุณพัทดูสนใจเด็กคนนั้นนะครับ”
“ก็เด็กมันน่ารักน่าเอ็นดูพ่อแม่คงจะหน้าตาดี..”
“ผมก็ว่าอย่างนั้นครับและดูเป็นเด็กฉลาดด้วย..”
“ฉลาดได้แม่..”
“อะไรนะครับ?”
“ไม่มีอะไรหูฝาดไปเองละสิ.. พักผ่อนเยอะ ๆ นะช่วงนี้ดูนายอ๋อง ๆ อยู่นะหรือว่าฉันใช้งานนายหนักเกินไป..”
“ถ้าให้ผมหยุดมากกว่านี้คงจะต้องลาออกแล้วละครับคุณพัท..”
“งั้นเหรอ? เอา ๆ มาช่วยดูหน่อยว่าที่นี่มีอะไรที่น่าช่วยเหลืออีกนอกจากของเล่นเด็ก ๆ ”
“ครับเดี๋ยวผมจะลองเดินสำรวจรอบนอกดูนะครับ..”
“ขอบใจมากพิบูล.. ” การที่เขามาที่นี่เป็นเพราะเขาสงสารเด็ก ๆ เขาได้โทรมาสอบถามทางวัดและโรงเรียนแล้วว่าต้องการให้ช่วยสิ่งใดบ้างทางวัดบอกทางวัดไม่ได้ต้องการสิ่งใดแต่โรงเรียนอาจจะต้องการเพราะโรงเรียนแห่งนี้เก่าแก่มากแล้วและโครงสร้างต่าง ๆ ของโรงเรียนมันก็เริ่มทรุดโทรม ปัจจัยในการก่อสร้างนั้นส่วนใหญ่แล้วจะมาจากการเปิดรับบริจาคและนั่นก็หมายความว่าต้องใช้เวลานานมากกว่าสิ่งที่ทรุดโทรมหรือผุพังจะสามารถซ่อมแซมได้และเขาก็คิดว่าถ้าเขายื่นมือมาช่วยละ.. มันจะน่าจะเป็นผลดีกับเด็ก ๆ ที่นี่อยู่มากโข..
ตึกตึกตึก..
“ขอบคุณมาก ๆ นะคะที่ท่านเมตตามาช่วยเหลือเด็ก ๆ แค่นี้พวกเราก็ดีใจแล้วค่ะเพราะอันที่จริงพวกเราสอนเด็ก ๆ แบบตามมีตามเกิดไม่ได้เลิศหรูใด ๆ เลยแต่การเรียนการสอนของเรานั้นก็ไม่น้อยหน้าโรงเรียนดัง ๆ นะคะเพียงแค่เด็ก ๆ ขาดปัจจัยในการศึกษาเท่าเรียนก็เท่านั้นเอง มีเด็กหลายคนที่บ้านยากไร้ก็ต้องมาอาศัยวัดอยู่และมาเรียนที่นี่เอาแต่จะบอกว่าไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเหลือหรือไม่มีองค์กรใดมาช่วยก็เป็นไปไม่ได้เพราะว่ามีคนมาช่วยบริจาคอยู่เป็นประจำค่ะแต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อเด็ก ๆ ถ้าเป็นไปได้.. ดิฉันอยากจะรบกวนท่านหน่อยค่ะ ดิฉันอยากได้ปากกา ดินสอ สมุด และเครื่องใช้สำหรับการเรียนให้เด็ก ๆ มากกว่าเงินทองค่ะ.. ดิฉันอยากให้ท่านช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับพวกเราสักหน่อยจะได้หรือไม่คะ..”
“คุณครูไม่ต้องห่วงนะครับเรื่องนั้นเดี๋ยวผมกับลูกน้องจะเป็นคนจัดการให้เองและเรื่องซ่อมแซมอาคารเรียนนั้นผมจะลองเอาไปคุยกับคนรู้จักดูว่ามีใครสนใจร่วมสมทบบุญกับพวกผมรึเปล่า.. เรื่องที่คุณครูกังวลอยู่ปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของพวกผมนะครับคุณครูทำหน้าที่เป็นครูที่น่ารักให้กับเด็ก ๆ ต่อไปก็พอแล้วครับ..” นั่นสินะโรงเรียนต้องการอะไรมากที่สุดถ้าไม่ใช้อุปกรณ์การเรียนและห้องเรียนทำไมเรื่องแบบนี้เขาถึงคิดไม่ได้..
~~~~
“ทำไมวันนี้น้องดรีมอารมณ์ดีจังเลยคะ?”
“วันนี้มีคุณลุงใจดีสองคนมาที่โรงเรียนค่ะ”
“มาที่โรงเรียน.. มาทำอะไรคะ? มาให้ขนมน้องดรีมกับเพื่อน ๆ เหรอคะ?”
“ให้สมุดวาดรูป ดินสอแล้วก็ยางลบค่ะ..”
“อ้อ.. แบบนี้นี่เองแล้วน้องดรีมได้สมุดวาดรูปแบบไหนคะ?”
“น้องดรีมได้สมุดแบบนี้ค่ะ..”
พรึบ..
ลูกสาวของเธอชอบสัตว์เรื่องนี้เธอรู้ดีดังนั้นเธอไม่แปลกใจเลยที่น้องดรีมจะเลือกสมุดวาดรูปที่เป็นรูปสัตว์ แต่ก็ดีนะที่อย่างน้อย ๆ ก็มีคนบริจาคสิ่งของที่ทำให้เด็ก ๆ มีวิวัฒนาการและได้ฝึกให้เด็ก ๆ มีสมาธิกับสิ่งที่ตนเองทำ เธอไม่ได้ว่าร้ายใครนะที่เขาเอาของกินหรือขนมมาให้เด็ก ๆ แต่เธอคิดว่าการให้สมุด ดินสอหรือแม้แต่ยางลบก้อนเล็ก ๆ มันดีมากสำหรับเด็ก ๆ เลยเพราะพวกเขาได้ใช้จริงและสามารถใช้ได้นานด้วย.. เป็นความคิดที่ดีนะเนี่ย..
“แล้วน้องดรีมระบายไปได้กี่หน้าแล้วคะ?”
“หลายหน้าอยู่ค่ะคุณแม่..”
“ไหนขอดูหน่อยได้ไหมคะว่าระบายอะไรไปบ้างแล้ว..”
“ได้เลยค้า..”
“อ่า.. โอเคได้เยอะอยู่นะน้องดรีม..” เมื่อเธอเปิดดูเธอก็เห็นน้องดรีมระบายได้เยอะจริงๆ นะแบบว่าระบายหน้าละหนึ่งรูปจนมันเยอะอย่างที่น้องดรีมบอกจริง ๆ
“น้องดรีมเก่งใช่ไหมคะคุณแม่”
“น้องดรีมคะต่อไปถ้าน้องดรีมระบายสี.. น้องดรีมต้องระบายหน้านั้นให้เต็มและให้เสร็จก่อนนะคะน้องดรีมอย่าเลือกระบายแค่ในสิ่งที่น้องดรีมชอบเพราะเด็กบางคนเขาไม่มีโอกาสได้มีสมุดวาดรูปสวย ๆ อย่างน้องดรีม.. เด็กที่เขาอยู่ห่างไกลและไม่มีเงินไม่มีผู้บริจาคสิ่งของให้พวกเขาเลยนั้นพวกเขาจะไม่เคยได้รับสมุดระบายภาพสวย ๆ แบบนี้นะคะ.. ดังนั้นต่อไปน้องดรีมต้องห้ามเลือกทำในสิ่งที่ตนเองชอบและละเลยในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบนะคะน้องดรีมต้องฝืนใจทำมันบ้างแม้บางครั้งน้องดรีมอาจจะไม่มีความสุขในการวาดสิ่ง ๆ นั้น.. อาหารและเสื้อผ้าก็เช่นกันน้องดรีมต้องห้ามเลือกกินนะคะ เสื้อผ้าก็ด้วยใส่อันที่หนูใส่ได้มีอะไรก็ใส่อันนั้นนะคะเข้าใจรึเปล่า.. ถ้าใส่ไม่ได้แล้วคุณแม่จะเอาเสื้อผ้าของน้องดรีมไปบริจาคให้กับเด็กคนอื่นที่เขาเองก็ต้องการเสื้อผ้าสวย ๆ น่ารัก ๆ เหมือนที่น้องดรีมเคยมี.. ดังนั้นน้องดรีมยินดีที่จะให้คุณแม่สอนและนำเสื้อผ้าเก่า ๆ สภาพดี ๆ ของน้องดรีมไปให้เด็กคนอื่นรึเปล่าคะ?”
“ได้สิคะคุณแม่.. น้องดรีมขอโทษค่ะ ต่อไปน้องดรีมจะระบายทุกรูปเลย น้องดรีมจะใส่เสื้อผ้าอย่างระมัดระวังนะคะน้องดรีมอยากให้เด็กคนอื่นได้ใส่เสื้อผ้าสวย ๆ เหมือนกับน้องดรีมเช่นกัน”
“เก่งมากค่ะแต่ว่าตอนนี้พวกเราไปหาคุณตาดีกว่าไหมคุณตาน่าจะรอกินข้าวแล้ว..”
“ไปค๊าคุณแม่.. น้องดรีมหิวแล้ว..”
ตึกตึกตึก..
ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของน้องดรีมบางครั้งมันก็คือกำลังใจที่ดีที่สุดของเธอและเป็นกำลังใจให้เธอในการมีชีวิตอยู่ต่อไปเธอยอมรับนะว่าสำหรับเธอมันไม่ง่ายเลยในการใช้ชีวิตให้อยู่รอดจนถึงทุกวันนี้เธอต้องรับคำพูดแย่ ๆ จากใครหลาย ๆ คนมานานนับหลายปีแต่เพียงแค่เธได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของน้องดรีมแล้วมันจึงทำให้เธอต้องฉุกคิดขึ้นมาว่า.. น้องดรีมคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับเธอ ชีวิตนี้เธอยังมีน้องดรีมและพ่อที่เป็นที่รักของเธอ ดังนั้นเธอจะต้องสนใจทั้งสองคนให้มากเพราะคนอื่นที่พูดจาว่าร้ายเธอเขาไม่ได้หาให้เธอกินเลยสักคน แต่สำหรับพ่อและน้องดรีม.. ทั้งสองคนหาให้เธอกินและทำให้เธอมีความรักที่อบอุ่น..
“ถ้าวันอาทิตย์อากาศดีพวกเราไปเที่ยวกันอีกไหมคะน้องดรีม?”
“ไปค่ะคุณแม่ไปไหนน้องดรีมไปด้วยคุณตาจ๋าก็ไปด้วยเช่นกันใช่ไหมคะ?”
“ไปด้วยจ้าไปด้วย ตาจ๋าไปด้วยทุกที่ที่มีน้องดรีมกับแม่ของเรานั่นแหละ..”
เย้~~
“ถ้าอย่างนั้นก็รอดูอากาศกันนะว่าจะอากาศดีรึเปล่า ถ้าอากาศดีพวกเราไปเล่นที่สวนสาธารณะกันนะคะ”
“ค่า~~ น้องดรีมอยากไปค่ะ..”
“งั้นกินข้าวแล้วไปอาบน้ำนอนกันนะ นอนเร็ว ๆ จะได้โตเร็ว ๆ ”
“ค่า~~ ”
ฮ่า ฮ๋า ฮ่า..
“เจื้อยแจ้วจริง ๆ เลยหลานตา.. มา ๆ กินข้าวกัน..”
ทุกเสียหัวเราะและรอยยิ้มของพวกเราสำหรับพวกเราแล้วคือกำลังใจที่ดีที่สุดแต่เธอไม่รู้หรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไงแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็จะไม่ยอมให้คำพูดของคนอื่นต้องมาทำให้ครอบครัวของเธอมาทุกข์หรือเศร้าใจเด็ดขาด.. แม่คนนี้จะขอปกป้องลูกสาวที่น่ารักของเธอเอง
กิจวัตรประจำวันของเธอก็ยังคงเป็นเช่นเดิมเหมือนเคย.. ตอนเช้าไปส่งน้องดรีมที่โรงเรียนแล้วเธอก็ไปทำงานทันที การเดินทางไปทำงานของเธอนั้นคือการนั่งรถเมล์ไปเพราะมันไม่ไกลและประหยัดด้วยตอนแรกว่าจะนั่งรถไฟฟ้าไปแต่มันจะต้องเดินไกลเธอเลยเลือกนั่งรถเมล์เอาถึงแม้ว่าจะร้อนและควันเยอะแต่เพื่อความสะดวกของพวกเธอดังนั้นเธอจะต้องยอมทนกับเรื่องพวกนี้.. บ่อยครั้งที่เธอสงสารลูกนะแต่เธอเองก็ทำอะไรได้ไม่มากนัก“เดี๋ยวตอนเย็นคุณแม่มารับนะคะห้ามดื้อห้ามซนห้าม…”“ค่า ๆ ทราบแล้วเจ้าค่ะคุณนายแม่..”“ดื้อนะเราอะ.. ฝากด้วยนะคะคุณครู..”“ได้เลยค่ะแม่น้องทอฝัน.. ไปกันค่ะวันนี้มีของเล่นใหม่ ๆ มาให้พวกเราได้เล่นด้วยนะ..”“ว้าว.. จริงเหรอคะ? คุณแม่คะ คุณแม่ไปได้แล้วคะน้องดรีมจะไปเล่นแล้วคุณแม่ก็เดินระวัง ๆ ด้วยนะคะ ห้ามดื้อห้ามซน ห้ามยกของหนักนะคะน้องดรีมเป็นห่วง..”“ได้ค่ะน้องดรีมคุณแม่จะไม่ดื้อไม่ซนคุณแม่สัญญาค่ะ..”“ไปได้แล้วค่ะเดี๋ยวสายเดี๋ยวจะโดนพี่เอ็มคนสวยดุเอา..”ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ได้ค่ะไปแล้วนะ…”“ค่า..”“เด็ก ๆ จ๊ะมานั่งกันตรงนี้ก่อนลูกครูมีอะไรจะบอก..”ตึกตึกตึก…“สวัสดีคุณลุงใจดีก่อนเร้ว..”“สาวัดดีค้า.. / สาวั
วันนี้ได้หยุดสักทีเอาจริง ๆ นะเธอเองก็ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่เธออยากทำงานมากกว่าเพราะอยู่บ้านแล้วมันน่าเบื่อแต่ก็นะเธอเองก็อยากจะใช้เวลากับน้องดรีมบ้างและคุณตาของน้องดรีมเองก็เช่นกันดังนั้นวันนี้พวกเราเลยนัดกันไปปิกนิกที่สวนรถไฟ เมื่อน้องดรีมได้ยินเช่นนั้นเจ้าตัวก็รีบถามเลยว่าตรงนั้นมีอะไรบ้างมีรถไฟรึเปล่า มีของเล่นไหม มีอะไรให้เจ้าตัวทำบ้าง.. เธอรู้ดีว่าน้องดรีมเป็นเด็กที่มักจะตื่นตาตื่นใจกับการได้เห็นอะไรแบบนี้.. แบบนี้ในที่นี้ของเธอก็คือธรรมชาติและสัตว์ตัวเล็กตัวน้อย เมื่อเธอเปิดรูปให้ดูเจ้าตัวถึงกับกระโดดโลดเต้นพร้อมกับวิ่งเข้าห้องไปเตรียมของเลยทันที..“ดูสิคงจะดีใจมาก ๆ เลยสินะหลานตาว่าแต่.. จะออกกันตอนไหนดี?”“เช้า ๆ ดีไหมจ๊ะพ่อเพราะถ้าไปสายหนูกลัวว่าจะไม่มีที่นั่งใต้ร่มไม้ให้พวกเราได้นั่งน่ะจ้ะ..”“อืม ๆ ได้สิงั้นพ่อไปเตรียมของกินดีกว่าถ้าไม่พอจะได้แวะไปตลาดด้วย..”“ไม่ต้องทำเยอะแยะนะจ๊ะทำแซนวิชแล้วก็ผลไม้สักอย่างก็พอแล้วจ้ะพ่อ.. พ่อเองก็รู้ว่าหลานพ่อน่ะกินนั่นนิดกินนี่หน่อยมันเปลืองเสียดายเงิน..”“ฮือ.. จะเปลืองเท่าไหร่กันเชียวไป ๆ ไปจัดการซักเสื้อผ้าแล้วเตรียมเสื่อเตรียมจานชามใ
วันหยุดสุดสัปดาห์สำหรับเด็กบางคนได้หยุดอยู่บ้านดูการ์ตูนหรือไปเที่ยวห้างตากแอร์เย็น ๆ แต่สำหรับน้องดรีมแล้วน้องดรีมเลือกที่จะตามเธอมาทำงานด้วยเพราะน้องดรีมชอบมากกับการพูดเจื้อยแจ้วเรียกแขกให้กับทางร้านน้องดรีมกลายเป็นพนักงานประจำให้กับคุณน้องเอ็มไปแล้วและทุกครั้งที่น้องดรีมมาทำงานกับเธอน้องดรีมก็จะได้เงินพิเศษโดยเฉพาะและเธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปยุ่งกับเงินที่คุณน้องเอ็มให้ด้วยทั้งที่เธอบอกกับคุณน้องเอ็มเอาไว้แล้วว่าไม่จำเป็นต้องให้น้องดรีมเลยสักนิดแต่คุณน้องเอ็มบอกว่า “น้องเอ็มเอ็นดูและรักน้องดรีมเหมือนกับน้องดรีมเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเอ็มดังนั้นพี่ฟ้าฟ้ามสั่งไม่ให้เอ็มทำนั่นทำนี่ให้น้องดรีมเลยนะคะ” นั่นแหละมันเลยทำให้เธอพูดอะไรไม่ได้เธอรู้สึกเกรงใจคุณน้องเอ็มเสมอ.. ทุกครั้งที่มาคุณน้องเอ็มก็จะซื้อนั่นซื้อนี่ไว้รอน้องดรีมตลอดเวลาเลย..“พี่เอ็มคนสวยของน้องดรีมน้องดรีมมาแล้วค๊า..”ตึกตึกตึก..เนี่ยเห็นรึเปล่าความประจบสอพลอของน้องดรีมเนี่ยคือยืนหนึ่งจริง ๆ เลยนะไม่ใช่แค่คุณน้องเอ็มแต่พนักงานคนอื่น ๆ ต่างก็ชอบน้องดรีมไปด้วยแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่อยากให้น้องดรีมทำตัวสนิทสนมกับคุณน้องเอ็มสักเท
ทุกครั้งที่ฝนตกมันมักจะทำให้เขานึกถึงเรื่องเรื่องหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกคาใจมาตลอดหลายวันและสิ่งนั้นมันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกสับสนมากขึ้นจนทนไม่ไหว.. เมื่อเขาทนไม่ไหวเขาจึงเริ่มสืบทีละนิด เขายอมลงทุนขับรถเองและจะออกไปยังทิศทางที่ทำให้เขาเจอเรื่องคาใจทุกวัน และทุกวันที่เขามาดักรอเขามักจะเห็นเธอคนนั้น.. รักแรกของเขา.. เธอมีลูกแล้วลูกสาวน่ารักเชียวแต่เขาไม่เคยเห็นสามีของเธอเลยสักครั้งในทุก ๆ วันที่เขาเฝ้ามองทั้งสองคนเขาจะเห็นแค่เธอและลูกโดยไม่มีเงาของผู้ชายคนนั้น.. สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขานึกสงสารก็คือเวลาที่เธอเดินเหินนั้นมันเหมือนกับว่าเธอเจ็บหรือมีปัญหาที่เท้า.. เธอไปทำอะไรมาทำไมถึงเจ็บเท้า.. นิ้วใหญ่ยาวของชายหนุ่มกำลังเคาะไปที่พวงมาลัยรถยนต์ด้วยความว้าวุ่น.. ในหัวสมองของเขากำลังฉุกคิดขึ้นมาอย่างสับสนและมึนงง.. ภาพที่ชายหนุ่มกำลังเห็นอยู่นั้นมันทั้งน่าเวทนาปนสงสัย.. แต่ชายหนุ่มจะเริ่มบทสนทนากับหญิงสาวที่เป็นรักแรกของตนเองอย่างไรนั้นก็คงจะต้องให้เวลาเป็นเครื่องนำพาให้ชายหนุ่มแสดงความกล้าออกมา..“ถ้าฉันไปถามเธอตรง ๆ เธอจะตอบฉันว่ายังไงกันนะฟ้า.. เธอหายไปไหนมาแล้วทำไมเธอถึงต้องทิ้งฉันไป.. แล้ว
อากาศเมืองไทยปีนี้มันแปรปรวนมาก ๆ เลยเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน แม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่หน้าร้อนแต่ฝนก็ตกแทบทุกวันเลยและพอเข้าหน้าฝนก็คงไม่ต้องถามนะว่าฝนจะตกยังไง.. คะจะตกไม่หยุดแน่นอนแลด้วยเรื่องฝนแล้วมันเลยทำให้เธอต้องลำบากมาก ๆ เพราะเวลาที่เธอจะต้องมาส่งน้องดรีมมันก็ค่อนข้างจะทุลักทุเลหน่อยแต่โชคดีที่น้องดรีมเป็นคนชอบเล่นน้ำและยิ่งน้ำฝนด้วยยิ่งชอบแต่ด้วยความที่เธอเป็นแม่เธอจึงเป็นห่วงลูกกลัวว่าลูกจะป่วย.. และทุก ๆ วันพ่อของเธอก็มักจะสรรหาอาหารเครื่องดื่มที่สร้างภูมิคุ้มกันให้กับหลานสาวตัวน้อยของท่านเสมอ.. เธอโชคดีนะที่พ่อของเธอเข้าใจและพ่อก็รักเธอและน้องดรีมมาก ๆ พ่อเคยบอกให้เธอหยุดทำงานและอยู่บ้านคอยเลี้ยงลูกก็พอเพราะงานที่พ่อทำและเงินเดือนที่พ่อได้รับนั้นก็เยอะพอสมควรแต่เธอไม่อยากทำแบบนั้นเธอต้องการแบ่งเบาภาระให้พ่อและด้วยความดื้อดึงของเธอนี่แหละมันเลยทำให้เธอเลือกที่จะออกมาทำงานหาเงิน..“คุณแม่ได้รองน้ำฝนไว้ให้หนูรึเปล่าคะ?”“น้องดรีมลูกรองจนล้นออกมาแล้วค่ะทำไมถึงชอบนักฮึน้ำฝนเนี่ย..”“ก็มันเย็นนี่คะมันสดชื่นมาก ๆ เลยนะคะเวลาอาบน้ำฝนเนี่ย..”“แต่แม่เป็นห่วงหนูนะคะกลัวหนูจะไม่สบาย..”“หนูสบ
“ตั้งใจเรียนนะคะน้องดรีม..”“ค่ะคุณแม่.. คุณแม่ก็อย่าเดินเยอะนะคะเดี๋ยวเจ็บขา..”“ได้เลยค่ะคุณแม่จะไม่เดินบ่อยนะ..”“รักคุณแม่นะคะรักคุณตาด้วย..”“รักน้องดรีมค่ะ ห้ามดื้อห้าม..”“ห้ามซน ห้ามทะเลาะกับเพื่อนเดี๋ยวจะโดนคุณครูดุ ห้ามกินทิ้งกินขว้าง ห้ามคุยตอนเรียน.. หนูจำได้หมดแล้วค่ะคุณแม่..”หึหึ..“เก่งมาก ๆ ค่ะงั้นเดี๋ยวตอนเย็นคุณแม่จะมารับนะคะ.. ”“ได้เลยค๊าคุณแม่.. ”“สวัสดีค่ะคุณครูก้อย.. ฝากด้วยนะคะ..”“ได้เลยค่ะแม่น้องทอฝัน.. ไปกันค่ะน้องทอฝัน..”“ได้เลยค๊า… ไปนะคะคุณแม่.. คุณแม่ห้ามร้องไห้นะคะ..”“ไม่ร้องค่ะคุณแม่จะฮึบเอาไว้นะคะ..”“เก่งมากค่ะคุณแม่ของน้องดรีม..”น้องดรีมหรือทอฝัน.. ลูกสาวตัวน้อยสุดที่รักของเธอถึงแม้ว่าการที่มีน้องทอฝันนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่เธอตั้งใจแต่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ตัดสินใจทำเรื่องบ้า ๆ เพียงเพราะคำว่าไม่พร้อม.. น้องทอฝันคือความรักอันบริสุทธิ์ของเธอและเขาถึงแม้ว่าเขาคนนั้นจะไม่รับรู้และต้องการก็ตามแต่เธอก็ไม่ไปโทษเขาหรอกเพราะเธอใจง่ายเอง.. แต่ก็นะเรื่องมันผ่านมาแล้วเธอทำได้แค่รักน้องทอฝันให้มาก ๆ เธอทำได้แค่ให้ความรักกับน้องทอฝันให้ได้มากที่สุดเท่าที่แม่







