LOGINวันนี้ได้หยุดสักทีเอาจริง ๆ นะเธอเองก็ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่เธออยากทำงานมากกว่าเพราะอยู่บ้านแล้วมันน่าเบื่อแต่ก็นะเธอเองก็อยากจะใช้เวลากับน้องดรีมบ้างและคุณตาของน้องดรีมเองก็เช่นกันดังนั้นวันนี้พวกเราเลยนัดกันไปปิกนิกที่สวนรถไฟ เมื่อน้องดรีมได้ยินเช่นนั้นเจ้าตัวก็รีบถามเลยว่าตรงนั้นมีอะไรบ้างมีรถไฟรึเปล่า มีของเล่นไหม มีอะไรให้เจ้าตัวทำบ้าง.. เธอรู้ดีว่าน้องดรีมเป็นเด็กที่มักจะตื่นตาตื่นใจกับการได้เห็นอะไรแบบนี้.. แบบนี้ในที่นี้ของเธอก็คือธรรมชาติและสัตว์ตัวเล็กตัวน้อย เมื่อเธอเปิดรูปให้ดูเจ้าตัวถึงกับกระโดดโลดเต้นพร้อมกับวิ่งเข้าห้องไปเตรียมของเลยทันที..
“ดูสิคงจะดีใจมาก ๆ เลยสินะหลานตาว่าแต่.. จะออกกันตอนไหนดี?”
“เช้า ๆ ดีไหมจ๊ะพ่อเพราะถ้าไปสายหนูกลัวว่าจะไม่มีที่นั่งใต้ร่มไม้ให้พวกเราได้นั่งน่ะจ้ะ..”
“อืม ๆ ได้สิงั้นพ่อไปเตรียมของกินดีกว่าถ้าไม่พอจะได้แวะไปตลาดด้วย..”
“ไม่ต้องทำเยอะแยะนะจ๊ะทำแซนวิชแล้วก็ผลไม้สักอย่างก็พอแล้วจ้ะพ่อ.. พ่อเองก็รู้ว่าหลานพ่อน่ะกินนั่นนิดกินนี่หน่อยมันเปลืองเสียดายเงิน..”
“ฮือ.. จะเปลืองเท่าไหร่กันเชียวไป ๆ ไปจัดการซักเสื้อผ้าแล้วเตรียมเสื่อเตรียมจานชามให้เรียบร้อยเรื่องของกินพ่อจัดการเอง.. ขี้บ่นจริง ๆ ขี้บ่นเหมือนแม่แกเลย.. ใช่ไหมแม่มึง..”
“จ้า ๆ ” พ่อเธอก็เป็นซะแบบนี้บ่นไม่เคยได้เลยกับหลานสาวสุดที่รักของท่านเนี่ย.. บ่นทีไรจะต้องเป็นเธอที่ถูกย้อนกลับมาเสมอ.. แม่จ๋า.. แม่ช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะจ๊ะแม่คงเห็นการเติบโตของน้องดรีมจากที่ไกล ๆ แล้ว.. แม่ช่วยปกป้องและคุ้มครองน้องดรีมให้อยู่รอดปลอดภัยด้วยนะจ๊ะ..
สวนสาธารณะ
“คุณแม่.. แม่จ๋าคุณตา..”
ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าลูกสาวของเธอจะเรียกเธอว่าคุณแม่หรือแม่จ๋ากันแน่คงจะดีใจที่ได้ออกมาเที่ยวเล่นสินะเลยทำตัวไม่ถูกเลย.. ว่าแต่นานเท่าไหร่แล้วนะที่เธอไม่ได้พาน้องดรีมมาเที่ยวเล่นข้างนอก.. ต่อไปคงจะต้องหาวันว่างพาออกไปเที่ยวเล่นบ่อยขึ้นแล้วละ..
“ค่อย ๆ ลูกเดี๋ยวล้มอย่าวิ่งเร็วแบบนั้นสิ..”
ตึกตึกตึก..
“ล้มเดี๋ยวหนูก็เจ็บเองค่ะคุณแม่.. คุณแม่วิ่งเร็ว ๆ สิค่ะคุณตาด้วย..”
ตึกตึกตึก..
“โอ๊ย.. วิ่งแบบนั้นตาก็ตามไม่ทันสิลูก.. ตาแก่แล้วนะลูก..”
ฮ่า ฮ่า ฮ่า..
“พ่อรู้ตัวด้วยเหรอจ๊ะว่าตัวเองแก่..”
เพี้ยะ..
“โอ๊ย.. พ่อ!! เจ็บนะจ๊ะ..”
“ก็ตีให้เจ็บยังไงเล่าไปเลย.. วิ่งตามหลานพ่อไปเลย..”
“ก็ได้ ๆ น้องดรีมลูกรอคุณแม่ก่อนลูก..”
ตึกตึกตึก..
สิบนาทีต่อมา..
“เป็นไงล่ะเหนื่อยละสิ..”
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก..
“ไม่.. ไม่เหนื่อยค่ะ.. แฮ่ก ไม่เหนื่อยเลยสักนิด..”
แฮ่ก แฮ่ก..
“นั่งลงก่อนลูกเดี๋ยวคุณตามาค่อยกินน้ำนะ..”
“ค่ะ.. แฮ่ก.. แฮ่ก..”
“น้องดรีมเอ๊ย.. ต่อไปอย่าทิ้งระยะห่างจากคุณแม่แล้วก็คุณตานะลูกเผื่อเกิดอะไรขึ้นคุณแม่แล้วก็คุณตาจะได้ช่วยหนูทันเข้าใจรึเปล่าคะ?”
“เข้าใจแล้วค่ะคุณแม่.. คุณแม่ขาตรงนั้นมีรถไฟด้วย..”
“เดี๋ยวนั่งเล่นตรงนี้สักครู่นะคะแล้วค่อยไปดูกัน..”
“ได้เลยค๊า..”
ตึกตึกตึก..
“มาแล้ว ๆ หลานตาวิ่งเร็วจริง ๆ เลยต่อไปคงจะได้เป็นนักกีฬาแน่ ๆ เลย..”
“ไม่เอาค่ะเหนื่อยน้องดรีมไม่อยากเป็นนักกีฬาแล้ว..”
ฮ่า ฮ่า ฮ่า..
“อะไรกันเมื่อกี้ตายังเห็นหนูวิ่งเอาวิ่งเอาอยู่เลยไม่อยากเป็นนักกีฬาแล้วเรอะ..”
“ไม่เอาแล้วค่ะคุณตาเหนื่อย.. ช่วยคุณแม่ขายของดีกว่า..”
หึหึ..
“มา ๆ กินน้ำก่อนนะ นั่งเล่นตรงนี้สักพักแล้วค่อยไปเดินดูรถไฟตรงนั้นกัน..”
“ค่ะ..”
บรรยากาศที่นี่คือดีมากเมื่อก่อนเธอเคยคิดนะเธอวาดฝันเอาไว้ถ้าเธอมีครอบครัวเธออยากจะพาครอบครัวของเธอมานั่งเล่นที่สวนสาธารณะแบบนี้ เธออยากให้ลูก ๆ ของเธอได้วิ่งเล่นและชื่นชมธรรมชาติในเมืองกรุงนี้ให้ได้มากที่สุดแต่นั่นมันเป็นเพียงแค่ความฝันของเธอก็เท่านั้นแต่ถึงแม้ว่าความฝันที่เพ้อเจ้อของเธอจะไม่เป็นจริงแต่อย่างน้อย ๆ เธอก็มีลูกสาวที่น่ารักและครอบครัวของเธอที่มีเธอ พ่อและน้องดรีม.. ครอบครัวของเธอได้มานั่งเล่นที่นี่มันก็มีความสุขมาก ๆ แล้วเหมือนกันนิอย่างอื่นเธอไม่ต้องการแล้ว..
“นั่นไง.. ยังไม่ได้ทันได้ไปดูรถไปเลยหลับซะแล้ว..”
“คงจะวิ่งเหนื่อยแล้วก็อากาศดีด้วยจ๊ะพ่อ.. ดูสิเหงื่อชุ่มหัวเลย..”
“ให้นอนไปก่อนตื่นเมื่อไรค่อยไปเดินเล่นกัน..”
“จ๊ะ..” ความเงียบสงัดที่เกิดขึ้นนั้นมันทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ เพราะเธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้พ่อของเธอกำลังคิดอะไรอยู่ใบหน้าของพ่อเปลี่ยนไปและไหนจะสายตาของท่านอีกเธอไม่รู้เลยว่าในตอนนี้พ่อของเธอกำลังคิดอะไรอยู่..
“พ่อเป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ..”
“ฮะอ้อไม่มี ๆ ไม่ได้เป็นอะไร..”
“พ่อ.. พ่อไม่สบายตรงไหนรึเปล่าจ๊ะ?”
“ไม่ ๆ พ่อสบายดีพ่อแค่.. คิดถึงวันเก่า ๆ น่ะ.. เมื่อก่อนแม่แกก็ชอบชวนมานั่งเล่นที่สวนสาธารณะแบบนี้.. แกคงจะลืมไปแล้วแหละเพราะมันนานมากแล้ว.. หลังจากนั้นพวกเราก็ต่างวุ่นวายกับการทำงานจนถึงวันสุดท้ายของแม่แก..”
หมับ..
“พ่อจ๋า.. ตอนนี้พ่อมีหนูและมีน้องดรีม.. พวกเราจะมาเที่ยวกันบ่อย ๆ นะแล้วก็ชวนแม่มาด้วยพ่อว่าดีไหม?”
“อืม.. ”
~~~~
“ตกลงสามีของเธอไปไหนกันแน่ฟ้า.. ทำไมถึงไม่เห็นหน้ามันเลย..”
ตอนนี้เขาทำตัวอย่างกับพวกโรคจิตที่กำลังแอบซุ่มมองใครบางคนอยู่แต่มันไม่ใช่นะ เขาแค่มองคนที่คุ้นเคยก็เท่านั้นเองและมันก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรด้วยที่เขาอยากจะรู้เรื่องราวของฟ้าเพราะอย่างน้อย ๆ เขาก็เคยเป็นคนเคยรักของฟ้า.. แต่ฟ้าดูไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ หน้าตาและร่างกายก็ไม่เปลี่ยนเลยสักนิดคงจะมีแค่ท่าทางการเดินของฟ้าที่เปลี่ยนไป.. ฟ้ามีปัญหาเกี่ยวกับข้อเท้าแต่นักสืบที่เขาจ้างยังบอกถึงสาเหตุนั้น ๆ ไม่ได้.. แต่จะว่าไปลูกสาวของฟ้าน่ารักดีนะคงจะได้แม่มาเยอะเลยสินะเพราะถ้าได้พ่อมาเยอะก็คงจะเป็นเด็กที่น่าสงสารที่สุดในโลกเลย..
งืด.. งืด.. งืด..
“ว่า..”
“ผมโทรมาเรื่องของผู้หญิงในรูปครับ..”
“อืมเล่ามาสิ..”
“คือว่าแบบนี้ครับ..”
ติ๊ด….
“เธอไปโดนอะไรมาฟ้าใครเป็นคนทำ.. ” นักสืบที่เขาได้จ้างให้ตามสืบเกี่ยวกับฟ้าโทรมาเล่าให้เขาฟังว่าฟ้าประสบอุบัติเหตุโดนรถเฉี่ยวและน่าจะโดนรถทับที่ข้อเท้าซึ่งนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เท้าของฟ้ามีปัญหาจนถึงทุกวันนี้.. มันต้องรุนแรงขนาดไหนกันถึงทำให้กระดูข้อเท้าของฟ้าแตกและไม่สามารถกลับมาเป็นดังเดิมได้..
ทุกเสียงหัวเราะและการกระทำของฟ้านั้นอยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา.. รอยยิ้มและเสียงหัวเราะแบบนั้นนานเท่าไหร่แล้วนะที่เขาไม่ได้ยินและไม่ได้เห็นมัน.. แต่ถามว่าเขาเสียดายหรือเสียใจรึเปล่าที่ไม่ได้เห็น.. ไม่.. ไม่เลยสักนิดเพราะสิ่งที่เขาได้เจอมานั้นมันทำให้เขาไม่นึกว่าเขาจะสามารถคิดถึงสิ่งพวกนั้นได้.. ถ้าใครไม่ได้มาเป็นเขาก็คงไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เขาเจอนั้นมันทรมานมากแค่ไหนกว่าที่เขาจะตั้งสติได้มันก็นานมากเหมือนกัน…
งืด.. งืด..
“ว่าไง.. เดี๋ยวก็จะกลับแล้วทำไม?.. รู้แล้ว ๆ โทรตามยิ่งกว่าเมียอีกนะ.. ”
ติ๊ด..
ตกลงเป็นเลขา คนขับรถ หรือว่าเป็นเมียกันแน่ขยันโทรมาตามและถามตลอดว่าอยู่ไหนทำอะไรอยู่.. เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเกิดผู้หญิงดวงตกคนนั้นได้พิบูลไปเป็นเมียเอ๊ยไปเป็นผัวจะเป็นยังไงจะคอยโทรตามหรือส่งข้อความหาทั้งวันรึเปล่า.. ถ้าเป็นแบบนั้นคงจะปวดหัวตายแน่ ๆ เลย..
“หวังว่าถ้าเราได้เจอกันแบบซึ่ง ๆ หน้าเธอจะทักทายและพูดคุยกับฉันนะฟ้า..”
ขวับ.. ตึกตึกตึก..
แม้ว่าสิ่งที่เขาคาใจอยู่เกี่ยวกับเรื่องของฟ้าไม่ว่าจะเรื่องของฟ้าหลังจากที่ทิ้งเขาไปในตอนนั้นและเรื่องของเด็กคนนั้นว่าใครเป็นพ่อมันยังค้างคาอยู่ในใจของเขาตลอดเวลาแต่เขาก็จะต้องโฟกัสและห้ามลืมว่าเขามีแฟนใหม่แล้วและจากแฟนธรรมดากำลังจะเปลี่ยนมาเป็นภรรยาของเขาในภายภาคหน้า.. แต่เขาก็หวังว่าจะสามารถเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้..
กิจวัตรประจำวันของเธอก็ยังคงเป็นเช่นเดิมเหมือนเคย.. ตอนเช้าไปส่งน้องดรีมที่โรงเรียนแล้วเธอก็ไปทำงานทันที การเดินทางไปทำงานของเธอนั้นคือการนั่งรถเมล์ไปเพราะมันไม่ไกลและประหยัดด้วยตอนแรกว่าจะนั่งรถไฟฟ้าไปแต่มันจะต้องเดินไกลเธอเลยเลือกนั่งรถเมล์เอาถึงแม้ว่าจะร้อนและควันเยอะแต่เพื่อความสะดวกของพวกเธอดังนั้นเธอจะต้องยอมทนกับเรื่องพวกนี้.. บ่อยครั้งที่เธอสงสารลูกนะแต่เธอเองก็ทำอะไรได้ไม่มากนัก“เดี๋ยวตอนเย็นคุณแม่มารับนะคะห้ามดื้อห้ามซนห้าม…”“ค่า ๆ ทราบแล้วเจ้าค่ะคุณนายแม่..”“ดื้อนะเราอะ.. ฝากด้วยนะคะคุณครู..”“ได้เลยค่ะแม่น้องทอฝัน.. ไปกันค่ะวันนี้มีของเล่นใหม่ ๆ มาให้พวกเราได้เล่นด้วยนะ..”“ว้าว.. จริงเหรอคะ? คุณแม่คะ คุณแม่ไปได้แล้วคะน้องดรีมจะไปเล่นแล้วคุณแม่ก็เดินระวัง ๆ ด้วยนะคะ ห้ามดื้อห้ามซน ห้ามยกของหนักนะคะน้องดรีมเป็นห่วง..”“ได้ค่ะน้องดรีมคุณแม่จะไม่ดื้อไม่ซนคุณแม่สัญญาค่ะ..”“ไปได้แล้วค่ะเดี๋ยวสายเดี๋ยวจะโดนพี่เอ็มคนสวยดุเอา..”ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ได้ค่ะไปแล้วนะ…”“ค่า..”“เด็ก ๆ จ๊ะมานั่งกันตรงนี้ก่อนลูกครูมีอะไรจะบอก..”ตึกตึกตึก…“สวัสดีคุณลุงใจดีก่อนเร้ว..”“สาวัดดีค้า.. / สาวั
วันนี้ได้หยุดสักทีเอาจริง ๆ นะเธอเองก็ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่เธออยากทำงานมากกว่าเพราะอยู่บ้านแล้วมันน่าเบื่อแต่ก็นะเธอเองก็อยากจะใช้เวลากับน้องดรีมบ้างและคุณตาของน้องดรีมเองก็เช่นกันดังนั้นวันนี้พวกเราเลยนัดกันไปปิกนิกที่สวนรถไฟ เมื่อน้องดรีมได้ยินเช่นนั้นเจ้าตัวก็รีบถามเลยว่าตรงนั้นมีอะไรบ้างมีรถไฟรึเปล่า มีของเล่นไหม มีอะไรให้เจ้าตัวทำบ้าง.. เธอรู้ดีว่าน้องดรีมเป็นเด็กที่มักจะตื่นตาตื่นใจกับการได้เห็นอะไรแบบนี้.. แบบนี้ในที่นี้ของเธอก็คือธรรมชาติและสัตว์ตัวเล็กตัวน้อย เมื่อเธอเปิดรูปให้ดูเจ้าตัวถึงกับกระโดดโลดเต้นพร้อมกับวิ่งเข้าห้องไปเตรียมของเลยทันที..“ดูสิคงจะดีใจมาก ๆ เลยสินะหลานตาว่าแต่.. จะออกกันตอนไหนดี?”“เช้า ๆ ดีไหมจ๊ะพ่อเพราะถ้าไปสายหนูกลัวว่าจะไม่มีที่นั่งใต้ร่มไม้ให้พวกเราได้นั่งน่ะจ้ะ..”“อืม ๆ ได้สิงั้นพ่อไปเตรียมของกินดีกว่าถ้าไม่พอจะได้แวะไปตลาดด้วย..”“ไม่ต้องทำเยอะแยะนะจ๊ะทำแซนวิชแล้วก็ผลไม้สักอย่างก็พอแล้วจ้ะพ่อ.. พ่อเองก็รู้ว่าหลานพ่อน่ะกินนั่นนิดกินนี่หน่อยมันเปลืองเสียดายเงิน..”“ฮือ.. จะเปลืองเท่าไหร่กันเชียวไป ๆ ไปจัดการซักเสื้อผ้าแล้วเตรียมเสื่อเตรียมจานชามใ
วันหยุดสุดสัปดาห์สำหรับเด็กบางคนได้หยุดอยู่บ้านดูการ์ตูนหรือไปเที่ยวห้างตากแอร์เย็น ๆ แต่สำหรับน้องดรีมแล้วน้องดรีมเลือกที่จะตามเธอมาทำงานด้วยเพราะน้องดรีมชอบมากกับการพูดเจื้อยแจ้วเรียกแขกให้กับทางร้านน้องดรีมกลายเป็นพนักงานประจำให้กับคุณน้องเอ็มไปแล้วและทุกครั้งที่น้องดรีมมาทำงานกับเธอน้องดรีมก็จะได้เงินพิเศษโดยเฉพาะและเธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปยุ่งกับเงินที่คุณน้องเอ็มให้ด้วยทั้งที่เธอบอกกับคุณน้องเอ็มเอาไว้แล้วว่าไม่จำเป็นต้องให้น้องดรีมเลยสักนิดแต่คุณน้องเอ็มบอกว่า “น้องเอ็มเอ็นดูและรักน้องดรีมเหมือนกับน้องดรีมเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเอ็มดังนั้นพี่ฟ้าฟ้ามสั่งไม่ให้เอ็มทำนั่นทำนี่ให้น้องดรีมเลยนะคะ” นั่นแหละมันเลยทำให้เธอพูดอะไรไม่ได้เธอรู้สึกเกรงใจคุณน้องเอ็มเสมอ.. ทุกครั้งที่มาคุณน้องเอ็มก็จะซื้อนั่นซื้อนี่ไว้รอน้องดรีมตลอดเวลาเลย..“พี่เอ็มคนสวยของน้องดรีมน้องดรีมมาแล้วค๊า..”ตึกตึกตึก..เนี่ยเห็นรึเปล่าความประจบสอพลอของน้องดรีมเนี่ยคือยืนหนึ่งจริง ๆ เลยนะไม่ใช่แค่คุณน้องเอ็มแต่พนักงานคนอื่น ๆ ต่างก็ชอบน้องดรีมไปด้วยแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่อยากให้น้องดรีมทำตัวสนิทสนมกับคุณน้องเอ็มสักเท
ทุกครั้งที่ฝนตกมันมักจะทำให้เขานึกถึงเรื่องเรื่องหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกคาใจมาตลอดหลายวันและสิ่งนั้นมันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกสับสนมากขึ้นจนทนไม่ไหว.. เมื่อเขาทนไม่ไหวเขาจึงเริ่มสืบทีละนิด เขายอมลงทุนขับรถเองและจะออกไปยังทิศทางที่ทำให้เขาเจอเรื่องคาใจทุกวัน และทุกวันที่เขามาดักรอเขามักจะเห็นเธอคนนั้น.. รักแรกของเขา.. เธอมีลูกแล้วลูกสาวน่ารักเชียวแต่เขาไม่เคยเห็นสามีของเธอเลยสักครั้งในทุก ๆ วันที่เขาเฝ้ามองทั้งสองคนเขาจะเห็นแค่เธอและลูกโดยไม่มีเงาของผู้ชายคนนั้น.. สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขานึกสงสารก็คือเวลาที่เธอเดินเหินนั้นมันเหมือนกับว่าเธอเจ็บหรือมีปัญหาที่เท้า.. เธอไปทำอะไรมาทำไมถึงเจ็บเท้า.. นิ้วใหญ่ยาวของชายหนุ่มกำลังเคาะไปที่พวงมาลัยรถยนต์ด้วยความว้าวุ่น.. ในหัวสมองของเขากำลังฉุกคิดขึ้นมาอย่างสับสนและมึนงง.. ภาพที่ชายหนุ่มกำลังเห็นอยู่นั้นมันทั้งน่าเวทนาปนสงสัย.. แต่ชายหนุ่มจะเริ่มบทสนทนากับหญิงสาวที่เป็นรักแรกของตนเองอย่างไรนั้นก็คงจะต้องให้เวลาเป็นเครื่องนำพาให้ชายหนุ่มแสดงความกล้าออกมา..“ถ้าฉันไปถามเธอตรง ๆ เธอจะตอบฉันว่ายังไงกันนะฟ้า.. เธอหายไปไหนมาแล้วทำไมเธอถึงต้องทิ้งฉันไป.. แล้ว
อากาศเมืองไทยปีนี้มันแปรปรวนมาก ๆ เลยเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน แม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่หน้าร้อนแต่ฝนก็ตกแทบทุกวันเลยและพอเข้าหน้าฝนก็คงไม่ต้องถามนะว่าฝนจะตกยังไง.. คะจะตกไม่หยุดแน่นอนแลด้วยเรื่องฝนแล้วมันเลยทำให้เธอต้องลำบากมาก ๆ เพราะเวลาที่เธอจะต้องมาส่งน้องดรีมมันก็ค่อนข้างจะทุลักทุเลหน่อยแต่โชคดีที่น้องดรีมเป็นคนชอบเล่นน้ำและยิ่งน้ำฝนด้วยยิ่งชอบแต่ด้วยความที่เธอเป็นแม่เธอจึงเป็นห่วงลูกกลัวว่าลูกจะป่วย.. และทุก ๆ วันพ่อของเธอก็มักจะสรรหาอาหารเครื่องดื่มที่สร้างภูมิคุ้มกันให้กับหลานสาวตัวน้อยของท่านเสมอ.. เธอโชคดีนะที่พ่อของเธอเข้าใจและพ่อก็รักเธอและน้องดรีมมาก ๆ พ่อเคยบอกให้เธอหยุดทำงานและอยู่บ้านคอยเลี้ยงลูกก็พอเพราะงานที่พ่อทำและเงินเดือนที่พ่อได้รับนั้นก็เยอะพอสมควรแต่เธอไม่อยากทำแบบนั้นเธอต้องการแบ่งเบาภาระให้พ่อและด้วยความดื้อดึงของเธอนี่แหละมันเลยทำให้เธอเลือกที่จะออกมาทำงานหาเงิน..“คุณแม่ได้รองน้ำฝนไว้ให้หนูรึเปล่าคะ?”“น้องดรีมลูกรองจนล้นออกมาแล้วค่ะทำไมถึงชอบนักฮึน้ำฝนเนี่ย..”“ก็มันเย็นนี่คะมันสดชื่นมาก ๆ เลยนะคะเวลาอาบน้ำฝนเนี่ย..”“แต่แม่เป็นห่วงหนูนะคะกลัวหนูจะไม่สบาย..”“หนูสบ
“ตั้งใจเรียนนะคะน้องดรีม..”“ค่ะคุณแม่.. คุณแม่ก็อย่าเดินเยอะนะคะเดี๋ยวเจ็บขา..”“ได้เลยค่ะคุณแม่จะไม่เดินบ่อยนะ..”“รักคุณแม่นะคะรักคุณตาด้วย..”“รักน้องดรีมค่ะ ห้ามดื้อห้าม..”“ห้ามซน ห้ามทะเลาะกับเพื่อนเดี๋ยวจะโดนคุณครูดุ ห้ามกินทิ้งกินขว้าง ห้ามคุยตอนเรียน.. หนูจำได้หมดแล้วค่ะคุณแม่..”หึหึ..“เก่งมาก ๆ ค่ะงั้นเดี๋ยวตอนเย็นคุณแม่จะมารับนะคะ.. ”“ได้เลยค๊าคุณแม่.. ”“สวัสดีค่ะคุณครูก้อย.. ฝากด้วยนะคะ..”“ได้เลยค่ะแม่น้องทอฝัน.. ไปกันค่ะน้องทอฝัน..”“ได้เลยค๊า… ไปนะคะคุณแม่.. คุณแม่ห้ามร้องไห้นะคะ..”“ไม่ร้องค่ะคุณแม่จะฮึบเอาไว้นะคะ..”“เก่งมากค่ะคุณแม่ของน้องดรีม..”น้องดรีมหรือทอฝัน.. ลูกสาวตัวน้อยสุดที่รักของเธอถึงแม้ว่าการที่มีน้องทอฝันนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่เธอตั้งใจแต่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ตัดสินใจทำเรื่องบ้า ๆ เพียงเพราะคำว่าไม่พร้อม.. น้องทอฝันคือความรักอันบริสุทธิ์ของเธอและเขาถึงแม้ว่าเขาคนนั้นจะไม่รับรู้และต้องการก็ตามแต่เธอก็ไม่ไปโทษเขาหรอกเพราะเธอใจง่ายเอง.. แต่ก็นะเรื่องมันผ่านมาแล้วเธอทำได้แค่รักน้องทอฝันให้มาก ๆ เธอทำได้แค่ให้ความรักกับน้องทอฝันให้ได้มากที่สุดเท่าที่แม่







