تسجيل الدخول“ที่แม่พูดไปฟังเข้าใจไหม” เยว่อวิ๋นถามซ้ำเมื่อเห็นสีหน้าเหลอหลาของบุตรสาว“ขะ... เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” เสียงเล็กตอบรับ“เยว่ซื่อ นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร มิน่าบุตรสาวเจ้าถึงติดนิสัยชอบโกหก นั่นเป็นเพราะเจ้าเอาแต่ให้ท้ายนางอย่างไรเล่า” จั๋วเหมียวกล่าวพลางตบโต๊ะข้างมือเสียงดังปัง“เจ้าลองพูดอีกคำสิ” เยว
“เมื่อมีการฟ้องร้อง ขุนนางท่านนั้นจึงเปิดศาลไต่สวนทั้งคู่ เถ้าแก่กล่าวหาว่าหญิงชราขโมยของของตน ครั้นหญิงชราก็ปฏิเสธว่านางมิได้กระทำ ต่างฝ่ายต่างใช้คำพูดของตนมาหักล้างเป็นหลักฐานยืนยันการกระทำของตัวเอง แล้วอาจารย์ทั้งสองเล่าคิดเห็นอย่างไร”คิดเห็นอย่างไร?คำถามถูกเอ่ย ซูจี๋กับจั๋วเหมียวต่างมีสีหน้าเค
“ในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีวีรสตรีมากมายที่ฝากนามจารึกสู่ชนรุ่นหลัง ยกตัวอย่างที่ทุกคนรู้จัก ก็ไทเฮาเต๋อหนิงที่ขึ้นว่าราชการหลังม่านช่วยเหลือฮ่องเต้ไท่ผิงหลังสิ้นฮ่องเต้หย่งชางนั่นอย่างไรเล่า”ปกติบรรดาบรรดาบัณฑิตไม่ว่าสมัยไหนก็มักกีดกันสตรี ทว่ากับไทเฮาเต๋อหนิงผู้นี้กลับแตกต่างออกไ
“เสี่ยวอวี้อย่าร้องนะลูก แม่อยู่ที่นี่แล้วลูกไม่ต้องกลัว”น้ำเสียงปลอบประโลมรวมถึงฝ่ามือที่ตบลงมาบนหลังอย่างอ่อนโยนกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย เจ้าซาลาเปาน้อยที่ถูกห้อมล้อมด้วยความไม่เป็นธรรมและการกดดันมานาน พลันร้องร่ำไห้ออกมาโฮใหญ่ทันที ชั่วขณะนั้นห้องเรียนมีเพียงเสียงร้องไห้ที่ราวกับจะขาดใจดังก้องไปทั
ซูจี๋ขมวดคิ้วเป็นร่องลึกกว่าเดิม ประโยคเมื่อครู่ของจั๋วเหมียวฟังผิวเผินคล้ายว่าเป็นเพียงคำพูดทั่วไปไม่มีอะไร ทว่าแท้จริงแล้วพุ่งเป้ามาที่เขากับเซี่ยจื่ออวี้อย่างเห็นได้ชัดแค่ประโยคเดียวที่อีกฝ่ายกล่าวมา ก็สรุปรวบรัดไปได้แล้วสองความหมายกลายๆ นั่นคือ หนึ่งเซี่ยจื่ออวี้เป็นฝ่ายพูดโกหก สองเพราะเขาเห็นแ
เสี่ยวอวี้ตัวน้อยถูกการกระทำของอาจารย์ทำให้หมดความมั่นใจ คิดถึงว่าขนาดอาจารย์ที่เป็นคนอื่นยังเชื่อคำพูดของเยว่เสี่ยวซู เจ้าตัวเล็กก็ไม่กล้าบอกกล่าวเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนให้เยว่อวิ๋นฟังเยว่เสี่ยวซูบอกว่าเขาคือหลานชายแท้ๆ ของท่านแม่ ส่วนนางนั้นเป็นเพียงลูกเลี้ยงที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด หากพู
“อาจารย์น้อย...” จางถิงเห็นสายตาแปลกๆ ที่มองมา ก็อดเรียกเยว่อวิ๋นด้วยน้ำเสียงกังขาไม่ได้“ไม่มีอะไร” เยว่อวิ๋นที่เหม่อลอยไปชั่วครู่พลันได้สติ นางกล่าวต่อ “ข้ากลับคิดว่าสำนักศึกษาฝั่งตะวันตกเหมาะกับครอบครัวเรามากกว่า”คนชนชั้นสูงมีฐานะดีไม่จำเป็นต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด จึงมักมีเวลาว่างมารนหาที่ตาย ไม่เ
ในเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าเยว่อวิ๋นอคติมองสามีตัวเองในแง่ร้าย แต่จังหวะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นประจวบเหมาะจนนางอดคิดไม่ได้จริงๆเซี่ยฉงอวิ๋นที่เดิมคิดว่าจบเรื่องแล้วพ่นลมหายใจเฮือกหนึ่ง รู้สึกว่าโชคชะตาช่างเป็นปรปักษ์กับตนเสียจริง ตอนภรรยายังไม่กลับก็ไม่เห็นจะมีอะไร ไฉนยามนี้เรื่องเก่ายังไม่ทันจบ เรื่องใ
พูดมาถึงตรงนี้สีหน้าจางเอ้อร์ก็แสดงความขุ่นเคืองขึ้นหลายส่วน “ข้าช่วยเหลือพวกเจ้ามาตั้งนาน ไม่เพียงพวกเจ้าจะไม่สำนึกบุญคุณ ยังกล้าช่วยเยว่ซื่อกลั่นแกล้งมารดาข้า ช่างเป็นคนดีกันเหลือเกิน”หลายคนได้ยินคำพูดนี้ก็ก้มหน้าไม่กล้าสู้สายตา โดยเฉพาะคนที่ก่นด่าย่าฮวากับครอบครัวจาง“บุญคุณงั้นหรือ” เยว่อวิ๋นไห
ที่เยว่อวิ๋นยอมอดทนหลี่เหยียนฟังอยู่นานก็เพื่อจะหาร่องรอยของหลีจวิน เมื่อนางเห็นว่าอีกฝ่ายพูดพล่ามแต่เรื่องไร้ประโยชน์ก็หมดความอดทนทันทีพลั่ก!หลี่เหยียนถูกเตะเข้าที่หน้าอกพลันลอยละลิ่วไปด้านหลังทันที แน่นอนว่าหวังสวี่ที่อยู่ด้านหลังนางเองก็ย่อมหลบไม่พ้นเช่นกัน ถูกกระแทกหงายหลังเป็นเบาะให้แก่นาง พอ






![ต้าหวางอย่ามารักข้าเลย [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
