LOGINครั้งหนึ่งนางเคยถูกเหยียบย่ำเพราะความรัก ครั้งนี้นางจะไม่ขอความเมตตาจากผู้ใดอีก ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งพระชายา อำนาจในวัง หรือหัวใจของบุรุษผู้เคยทอดทิ้งนาง ทุกสิ่งที่ควรเป็นของนาง นางจะใช้สองมือของตนเองทวงคืน และเมื่อพระชายาเอกกลับมายืนเหนือทุกคน ผู้ใดไม่ยอมหลีกทาง ก็เตรียมถูกนางเหยียบให้จมดิน
View Moreภาคที่หนึ่ง พระชายาผู้ฟื้นจากความตาย
ชีวิตที่ดับลงกลางห้องออกกำลังกาย
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นครั้งที่ห้าในเวลาไม่ถึงสิบนาที แต่แคทเธอรีน เฉินไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า นิ้วเรียวยังคงเลื่อนดูตัวเลขยอดส่งออกประจำไตรมาสอย่างรวดเร็ว ขณะที่เอกสารบนโต๊ะทำงานกองสูงจนแทบบดบังทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองใหญ่ด้านหลังกระจก
บนชั้นสี่สิบสองของอาคารสำนักงานใหญ่ บริษัทเฉินอินเตอร์เนชันแนลเอ็กซ์ปอร์ตยังคงสว่างไสว แม้พนักงานส่วนใหญ่จะเลิกงานกลับบ้านไปนานแล้ว เหลือเพียงห้องของซีออสาวที่ยังเปิดไฟอยู่เหมือนทุกคืน
แคทเธอรีนอายุเพียงยี่สิบหกปี แต่เธอก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้ผู้บริหารสูงสุดได้ด้วยความสามารถล้วน ๆ หลังจากบิดาซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเสียชีวิตกะทันหันเมื่อสามปีก่อน ญาติฝ่ายบิดาเคยคิดว่าเด็กสาวที่เพิ่งเรียนจบคงประคองธุรกิจขนาดใหญ่ไว้ได้ไม่เกินครึ่งปี หลายคนเตรียมแบ่งผลประโยชน์และแย่งตำแหน่งกันอย่างเปิดเผย แต่สุดท้ายกลับเป็นพวกเขาเองที่ถูกเธอเขี่ยออกจากคณะกรรมการทีละคน
ภายในเวลาไม่ถึงสามปี แคทเธอรีนขยายตลาดส่งออกจากเอเชียไปยังยุโรปและตะวันออกกลาง ยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า บริษัทที่เคยเกือบถูกคู่แข่งกลืนกลับกลายเป็นหนึ่งในบริษัทส่งออกที่เติบโตเร็วที่สุดของประเทศ
เบื้องหลังความสำเร็จนั้นคือชั่วโมงการทำงานที่ไม่มีวันสิ้นสุด
เธอตื่นหกโมงเช้า เริ่มประชุมเจ็ดโมงครึ่ง รับประทานอาหารกลางวันในห้องทำงาน และกลับถึงคอนโดหลังเที่ยงคืนเป็นประจำ บางวันเธอนอนเพียงสามชั่วโมงก่อนลุกขึ้นมาทำงานต่อ ร่างกายส่งสัญญาณเตือนหลายครั้ง ทั้งอาการใจสั่น ปวดศีรษะ และแน่นหน้าอก แต่แคทเธอรีนเลือกมองข้ามทุกอย่าง
สำหรับเธอ เวลาเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด และการพักผ่อนคือสิ่งฟุ่มเฟือยที่คนอ่อนแอใช้เป็นข้ออ้าง
ประตูห้องทำงานถูกเคาะเบา ๆ ก่อนเลขานุการสาวจะเปิดเข้ามา
“คุณเคทคะ ทุกคนกลับกันหมดแล้วค่ะ คุณจะให้ฉันเลื่อนประชุมกับบริษัทขนส่งพรุ่งนี้เช้าไหมคะ คุณมีประชุมต่อเนื่องตั้งแต่แปดโมงถึงบ่ายสามเลย”
แคทเธอรีนเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่แต่งแต้มอย่างประณีตฉายความเหนื่อยล้าเพียงเล็กน้อย แต่สีหน้าของเธอยังคงสงบนิ่ง
“ไม่ต้องเลื่อน ถ้าเลื่อนวันนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องเสียเวลาเพิ่มอีก”
“แต่คุณทำงานมาหลายวันแล้วนะคะ เมื่อวานก็เพิ่งกลับจากเซี่ยงไฮ้ เที่ยวบินลงเกือบตีสอง”
“ฉันยังไม่ตายเพราะทำงานหรอก”
เลขานุการสาวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยอย่างลังเล “อย่างน้อยคืนนี้กลับไปพักก่อนดีไหมคะ รายงานที่เหลือฉันจะจัดการต่อเอง”
“คุณจัดการตัวเลขแทนฉันได้ แต่ตัดสินใจแทนฉันไม่ได้”
น้ำเสียงของแคทเธอรีนไม่ได้รุนแรง ทว่าความเด็ดขาดทำให้คนฟังไม่กล้าโต้แย้ง เลขานุการจึงได้แต่พยักหน้าและวางแก้วน้ำอุ่นไว้บนโต๊ะ
“ถ้าอย่างนั้นอย่าลืมทานยานะคะ เมื่อเช้าคุณบอกว่าใจสั่น”
“ฉันแค่ดื่มกาแฟมากไป”
“แล้วคืนนี้คุณยังจะไปออกกำลังกายอีกหรือคะ”
แคทเธอรีนเหลือบมองนาฬิกา เกือบสี่ทุ่มแล้ว แต่เธอตั้งใจจะไปฟิตเนสซึ่งเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงตามตารางที่วางไว้ การควบคุมร่างกายก็เหมือนการบริหารบริษัท หากปล่อยให้หย่อนยานเพียงเล็กน้อย ทุกอย่างก็อาจเสียระบบ
“ไปสิ ฉันไม่ได้ออกกำลังกายมาสามวันแล้ว”
เลขานุการสาวถอนหายใจเบา ๆ แต่ไม่กล้าพูดอะไรอีก ก่อนออกจากห้องเธอหันกลับมาเตือนอีกครั้ง
“คุณเคทคะ ต่อให้บริษัทสำคัญแค่ไหน สุขภาพคุณก็สำคัญกว่านะคะ”
แคทเธอรีนไม่ได้ตอบ เธอเพียงก้มหน้ากลับไปอ่านรายงานต่อ ราวกับคำเตือนนั้นเป็นเพียงเสียงหนึ่งที่ลอยผ่านไป
ความจริงแล้วไม่ใช่ไม่มีใครเคยเตือนเธอ มารดาซึ่งอาศัยอยู่ต่างประเทศโทรมาบ่นทุกสัปดาห์ แพทย์ประจำตัวเคยบอกว่าความดันของเธอสูงเกินกว่าคนวัยเดียวกัน และอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะไม่ควรถูกละเลย แต่แคทเธอรีนเชื่อเสมอว่าเธอควบคุมทุกอย่างได้
ชีวิตของเธอถูกสร้างขึ้นจากการควบคุม
เธอควบคุมบริษัท ควบคุมพนักงาน ควบคุมคู่ค้า และควบคุมแม้กระทั่งอารมณ์ของตัวเอง ไม่มีใครเคยเห็นเธอร้องไห้ แม้แต่ในงานศพของบิดา เธอก็ยังยืนรับแขกด้วยท่าทีสงบนิ่งและกลับมาประชุมในวันรุ่งขึ้น
“ใช่”“ผู้ได้ประโยชน์คือผู้ที่ไม่ต้องการให้ข้ามีอำนาจตรวจบัญชีชายแดน”เยี่ยลู่เฉินมองนาง“เจ้าคิดถึงตระกูลเฉิน”“เสนาบดีฝ่ายขวาเกี่ยวข้องกับหอการค้าหย่งเฉิง การปลอมกระดาษ และข่าวลือสายลับ หากข้ามีสิทธิ์ตรวจการค้าตั้งแต่แรก เครือข่ายลักลอบขนสินค้าของพวกเขาอาจถูกพบเร็วกว่านี้หลายปี”“แต่ตอนสัญญาถูกแก้ เฉินจิ้งเหวินยังไม่ได้เป็นเสนาบดีฝ่ายขวา”“เขาอยู่ตำแหน่งใด”เยี่ยลู่เฉินเปิดรายชื่อขุนนางเก่า“รองเจ้ากรมคลัง และเป็นผู้ช่วยคณะเจรจาสงบศึก”อวี่ซีวางนิ้วลงบนชื่อของเขา“เช่นนั้นยิ่งเป็นไปได้”ในช่วงเวลานั้น เฉินจิ้งเหวินอาจยังไม่มีอำนาจเต็ม แต่เขาอยู่ในตำแหน่งที่เห็นเส้นทางการค้า เงินชดเชย และผลประโยชน์หลังสงครามทั้งหมด หากอวี่ซีได้สิทธิ์ตรวจบัญชีร่วม เครือข่ายของเขาย่อมถูกจำกัดยิ่งไปกว่านั้น การทำให้นางอ่อนแอในจวนจ้านอ๋องยังช่วยสร้างความแตกแยกระหว่างเซียวจิ้งเหยียนกับแคว้นเยว่ได้ง่ายหากวันหนึ่งเกิดปั
นางจึงก้มลงอีกครั้ง“องค์หญิงมีสิทธิ์แต่งตั้งข้ารับใช้จากแคว้นเดิมไว้ข้างกายไม่เกินสามสิบคน มีสิทธิ์ครอบครองทรัพย์สินส่วนพระองค์ และสามารถติดต่อราชสำนักแคว้นเยว่ในเรื่องครอบครัว การแพทย์ และการค้าโดยไม่ถือเป็นการสอดแนม”ปลายนิ้วของอวี่ซีค่อย ๆ กำกระดาษแน่นขึ้นซูเหยาซึ่งยืนอยู่ด้านหลังมองด้วยความตกใจอวี่ซีอ่านต่อจนถึงส่วนสุดท้ายของเงื่อนไข“เพื่อรักษาความมั่นคงของเส้นทางการค้าชายแดน พระชายามีสิทธิ์ร่วมตรวจบัญชีสินค้า ดูแลความปลอดภัยของคณะพ่อค้า และเสนอผู้แทนร่วมระหว่างสองแคว้น หากเกิดข้อพิพาททางการค้า นางสามารถขอเปิดการเจรจาโดยไม่ต้องผ่านกองทัพ”ทุกข้อความให้สิทธิ์นางมากกว่าที่เคยได้รับอย่างเทียบไม่ติดหากสัญญานี้ถูกส่งถึงจ้านอ๋องครบถ้วน ตั้งแต่วันแรกที่นางเข้าเรือน นางควรมีฐานะเท่าเทียมกับพระชายาเอกทั่วไป มีทรัพย์สิน ข้ารับใช้ และอำนาจด้านการค้าชายแดนนางไม่ควรถูกกีดกันออกจากบัญชีจวน ไม่ควรถูกยึดคนติดตามจากแคว้นเยว่ ไม่ควรถูกกล่าวหาว่าติดต่อครอบครัวเป็นความผิด และยิ่งไม่ควรถูกมองว่าเป็นสตรีซึ่งถูกส่งมา
“หากรู้แล้วจะทำสิ่งใด”“ข้าจะพาเจ้ากลับตั้งแต่ปีแรก แม้ต้องทำลายสัญญาสมรส”อวี่ซีนิ่งไปเยี่ยลู่เฉินหยิบแผ่นหยกสีดำออกจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้นาง“นี่คือป้ายติดต่อคนของข้าในเมืองหลวง พ่อค้าเยว่ โรงยา และคนส่งสารตามเส้นทางเหนือจะช่วยเจ้า หากต้องการออกจากวัง ให้ส่งเครื่องหมายเหยี่ยวสามปีก”อวี่ซีรับมา“พระเชษฐาไม่กลัวว่าข้าจะทำให้แคว้นเยว่ถูกกล่าวหาหรือ”“เจ้าถูกกล่าวหาไปแล้วทั้งที่เราไม่ได้ทำสิ่งใด”เขาตอบ“ความระมัดระวังไม่ได้หมายความว่าต้องปล่อยให้ครอบครัวถูกทำร้าย”อวี่ซีกำป้ายหยกไว้ “ขอบพระทัย”“อย่าเพิ่งขอบคุณ” เยี่ยลู่เฉินกล่าว “ข้ายังต้องถามเรื่องหนึ่ง จ้านอ๋องปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไรในตอนนี้”อวี่ซีชะงักเล็กน้อย “เขาเปลี่ยนไป”“เจ้ารักเขาหรือ”คำถามตรงเกินไปจนทำให้นางหันไปมองนอกหน้าต่าง“ข้ายังไม่รู้”“แต่เจ้ากำลังรอเ
เขายกมือ ขุนนางผู้ติดตามนำหีบไม้ขนาดเล็กเข้ามาวางตรงกลาง ก่อนเปิดออก ภายในมีสมุดบัญชี จดหมาย และตราประทับทองแดงหลายชิ้น“เมื่อสามเดือนก่อน คนของเราจับพ่อค้าข่าวกรองผู้หนึ่งได้ที่ชายแดน เขาพยายามขายข้อมูลเรื่องกองทัพจ้านอ๋องให้แคว้นเยว่ พร้อมอ้างว่าข้อมูลมาจากพระชายา”เฉินจิ้งเหวินสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เยี่ยลู่เฉินหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมา“เมื่อสอบสวน เราพบว่าเขาไม่ได้รับข่าวจากอวี่ซี แต่ได้รับจากนายหน้าตระกูลหลัวในต้าเยี่ยน เงินค่าจ้างถูกส่งผ่านหอการค้าที่มีขุนนางเมืองหลวงคุ้มครอง”อวี่ซีถาม “หอการค้าใด”“หอการค้าหย่งเฉิง”ชื่อนั้นตรงกับเครือข่ายเงินซึ่งเกี่ยวข้องกับรองเจ้ากรมคลังหลัวกวง และเป็นเส้นทางเดียวกับการสั่งผลิตกระดาษตราน้ำปลอมเยี่ยลู่เฉินกล่าวต่อ“เราติดตามบัญชีจนพบว่าหอการค้าหย่งเฉิงรับเงินจากร้านแลกเงินซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลเฉิน”สายตาทุกคู่หันไปยังเสนาบดีฝ่ายขวาเฉินจิ้งเหวินยังคงยืนตรง“ร้านแลกเงินทำธุรกิจกับคนจำนวน












reviews