LOGIN“เจ้ามิใช่คนในราชวัง เจ้าเป็นใคร” เมื่อมองสังเกตร่างสูงใหญ่บึกบึนที่เดินตรงมายังเตียง
“กลับไปซะ!” เสียงห้าวแข็งตะโกนตอบกลับสาวใช้หน้ากระโจมแล้วสาวใช้ก็รีบขอลาทันที ด้วยรู้ดีว่าน้ำเสียงเช่นนี้นายเหนือหัวกำลังอารมณ์เดือดดาล ทำเอาเจ้าหญิงนาเดียร์สะดุ้งตกใจกับน้ำเสียงห้วนแข็งที่ตะโกนตอบกลับผู้มาใหม่ที่หน้ากระโจม ตอนนี้เจ้าหญิงนาเดียร์พยายามดิ้นรนคลานหนีจากเตียงนอนแข็งๆ แต่ก็ไร้ประโยชน์ เมื่อร่างใหญ่ของจอมอสูรโถมตัวลงมาคร่อมทับกักกดร่างเล็กตนไว้ใต้ร่างหนาของเขา “เจ้าจักทำอันใดข้า เจ้าอสูรชั้นต่ำ!” “ข้ามิปล่อยให้คนที่ตบข้าลอยนวลดอกเจ้าหญิงนาเดียร์ แต่สำหรับมือตบเช่นท่าน ข้าจักลงโทษด้วยวิธีของข้าเองและมันจะเป็นวิธีที่ทำให้ท่านจดจำข้าไปตลอดกาล มิว่าจักอยู่ที่ใดในโลกานี้ ท่านก็จักจดจำได้แต่เพียงสัมผัสของอสูรชั้นต่ำเยี่ยงข้า...หึหึ” อีรอสเอื้อนเอ่ยวาจาจบก็แค่นขำตามมาในท้ายประโยคทำเอาใจของเจ้าหญิงผู้เลอโฉมต้องเอ่ยตอบสวนกลับ
“เจ้าคือจอมอสูร แล้วทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่เล่า” มิมีมนุษย์ผู้ใดเห็นร่างอสูรของตนแล้วมิตกใจกรีดร้องเป็นลมหมดสติ ไม่ก็เสียสติ แต่กับเจ้าหญิงนาเดียร์ นางที่อยู่ตรงหน้าของอีรอสตอนนี้นางหาได้มีความหวาดกลัวตนไม่ และนี่แหละที่ทำให้หัวใจที่มิเคยเต้นไหวมานานนับแสนปีกระตุกไหวจนแทบจะเด้งออกมาด้านนอก “เจ้าคือจอมอสูรอีรอสใช่รึไม่ แล้วเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้เช่นไรเล่า” นางพยายามบังคับน้ำเสียงตัวเองให้หนักแน่นดุดันแล้วขยับตัวลุกขึ้นลงจากเตียงมองไปยังดาบของเจ้าอสูรที่อยู่ใกล้ตัวเองเพียงสามก้าวเดิน แต่มองขนาดของดาบแล้วนางยกมิขึ้นแน่นอน หึหึ “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งเจ้าหญิงนาเดียร์ผู้เลอโฉมทั้งในแดนมนุษย์แดนอสูร ที่นี่คือเขตแดนของอสูร เป็นเจ้าหญิงนาเดียร์ต่างหากเล่าที่บุกรุ
ด้านคาร์สัน พอพาสาวใช้ของเจ้าหญิงนาเดียร์มายังกระโจมที่ใช้สำหรับกักขังเชลย พอมาถึงก็มัดรวบนางไว้กับเสากลางกระโจมแล้วก็เดินออกมาสั่งเวรยามด้านนอกให้เฝ้านางเป็นอย่างดี อย่าให้หนีเล็ดรอดออกจากกระโจมนี้ได้เป็นอันขาด เมื่อจัดการได้แล้วก็กลับกระโจมของตนเอง “ข้าได้ยินว่าเจ้าพามนุษย์เข้ามาในค่ายของเรา” เสียงเข้มห้าวของน้องชายเอ่ยดังขึ้นเมื่อเขาเดินพ้นม่านของกระโจมเข้ามาข้างใน “ข่าวของเจ้าช่างไวนักคาร์เตอร์” “แน่นอนท่านพี่ ว่าแต่ผู้ใดเล่าที่ท่านพาเข้ามาในแดนอสูรของเรา” “จักใครซะอีกเล่า ก็สตรีที่งามเลิศในเผ่ามนุษย์น่ะสิ” “เจ้าหญิงนาเดียร์รึ” คาร์เตอร์รู้
“ครั้งก่อนเจ้าก็พูดเช่นนี้ มิได้พาเราหลงทางหรอกนะซันนี่” “เจ้าหญิงถามหม่อมฉันแบบนี้แล้วหม่อมฉันชักไม่แน่ใจแล้วเพคะว่ามาถูกทางไหม แต่แผนที่ที่หม่อมฉันได้มาก็บอกว่าทางนี้นะเพคะ” “ไหนเอามาให้เราดูสิว่าเรามาถูกทางจริงรึไม่” แล้วนางก็ยื่นมือไปรับแผนที่จากสาวใช้ข้างกายมาดู แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่ตรงที่อยู่ติดกับแดนอสูรจึงทำให้ได้รับแสงไฟจากเผ่าอสูรสาดส่องมองเห็นอะไรชัดเจน เจ้าหญิงนาเดียร์มองดูแผนที่ที่รับมาพร้อมขมวดคิ้วแล้วมองดูไปรอบๆ ตัวเองอยู่กับถนนเล็กๆ ที่ตนกับซันนี่ควบม้ามา แล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อรู้ว่าตนกับซันนี่มากันผิดทาง นางมิน่าให้ซันนี่เป็นคนดูแผนที่เลย “เรามากันผิดทางแล้วซันนี่ ทางนี้มิใช่ทางไปป้อมทหาร เราต้องย้อนกลับไป”&nbs
ตั้งแต่ถูกขโมยจูบแรกไปคืนนั้น คืนที่เฉลิมฉลองวันเกิดจนวันนี้ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เจ้าหญิงนาเดียร์นอนไม่หลับ กลัวว่ายามตนหลับ อสูรจักบุกรุกมาขโมยจูบตนเอง จูบแรกควรจะเป็นของลีอาห์ คู่หมั้นหมาย หาใช่อสูรต่ำทรามไม่ และตอนนี้ได้ยินข่าวว่าที่ชายแดนมนุษย์กับอสูรกำลังจะเกิดศึกสงครามกัน และเสด็จพ่อของนางก็กำลังเดินทางไปเป็นผู้นำทัพร่วมกับแม่ทัพกัสและแม่ทัพลีอาห์ คู่หมั้นของนาง “ซันนี่” “เพคะเจ้าหญิง”ซันนี่ที่ถือชามอ่างล้างหน้าเข้ามาให้เจ้าหญิงล้างหน้าก่อนนอนหยุดชะงักพร้อมกับขานรับ “เสด็จพ่อไปชายแดนตั้งแต่เช้า เจ้าว่าเพลานี้เสด็จพ่อถึงป้อมทหารรึยังซันนี่” “น่าจะถึงแล้วเพคะ เห็นว่าเดินทางครึ่งวันได้เพคะ”&nb
“อ่า...อื้อ” ความหวานของปากเจ้าหญิงนาเดียร์ทำให้อีรอสไม่อยากผละห่าง แต่แล้วก็ต้องผละออกห่างเมื่อมีเสียงจากหน้าห้องบรรทมของเจ้าหญิงนาเดียร์ดังเข้ามา “เจ้าหญิงเพคะ” เผียะ! ทันทีที่ปากหนาผละห่างได้รับอิสระ มือน้อยก็ยกขึ้นตวัดฟาดหน้าคมสากของอสูรต่ำทรามเต็มแรงเกรี้ยวกราด พอจะยกมือตวัดฟาดตบอีกครั้ง มือใหญ่ของอสูรก็จับมือของเจ้าหญิงรั้งไว้ “ให้ตบได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นเจ้าหญิง จำหน้าเราไว้ แล้วเราจะได้พบกันอีกเจ้าหญิงของข้า...หึหึ” แล้วอีรอสก็วิ่งไปกระโดดหน้าต่างหายไปกับอากาศส่วนเจ้าหญิงนาเดียร์ก็ทิ้งตัวทรุดนั่งกับพื้นหอบเหนื่อยหลังจากผ่านการถูกบังคับเอาจูบแรกไป มือน้อยยกขึ้นคลึงริมฝีปากอ่อนนุ่มตัวเองแล้วก็นึกหวนถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้แล







