LOGINในโลกที่ความแข็งแกร่งคือความถูกต้อง "สำนักเทียนหมิง" ไม่ใช่สถานศึกษาแต่เป็นโรงหลอมอาวุธสังหารที่ไร้หัวใจ หลินเยว่ซิน หลานสาวประมุขผู้ครอบครองพลังมารต้องห้าม เติบโตมาท่ามกลางคำลวงและการเข่นฆ่า จนกระทั่งการปรากฏตัวของ เซียวหาน ศิษย์ใหม่ลึกลับที่ก้าวข้ามบททดสอบนองเลือดมาได้อย่างน่าสงสัย ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความหวาดระแวง ความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนหัวใจของเยว่ซินเริ่มก่อตัวขึ้นพร้อมกับความลับที่ถูกเปิดเผยว่าเซียวหานแท้จริงคือมือสังหารจากสำนักคู่ปรับ และที่ร้ายกาจกว่านั้นคือแผนการเบื้องหลังที่ หลินอู๋เชียน ประมุขเฒ่าผู้เป็นปู่ เป็นคนวางหมากสังเวยชีวิตศิษย์ทั้งสำนักเพียงเพื่อขัดเกลาเยว่ซินให้กลายเป็นผู้สืบทอดที่อำมหิตที่สุด เมื่อศรัทธาพังทลายและสายเลือดกลายเป็นศัตรู หลินเยว่ซินจึงตัดสินใจหันหลังให้ความถูกต้องและเลือกเดินบนเส้นทางแห่งการล้างแค้น นางเปลี่ยนตัวเองจากหมากในกระดานมาเป็น "ผู้เล่น" ที่เลือดเย็น โดยมีเซียวหานชายหนุ่มผู้มีสายเลือดลึกลับและพลังโบราณคอยยืนเคียงข้างในฐานะพันธมิตรที่อันตรายที่สุด ทั้งคู่ต้องเผชิญกับการหักหลังของเซวี่ยอิง พี่สาวผู้ริษยา และการปะทะกับประมุขเฒ่าผู้มีพลังเหนือมนุษย์ นี่คือเรื่องราวของการหักเหลี่ยมเฉือนคมในสำนักที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
View Moreตอนที่ 23 สิ่งที่ต้องเสีย ราตรีกาลห่อหุ้มสำนักเทียนหมิงไว้ภายใต้ม่านหมอกที่หนาทึบและมืดสนิทประหนึ่งน้ำหมึก ไร้ซึ่งแสงจันทร์สาดส่อง ไร้ซึ่งสายลมพัดผ่าน แม้แต่เสียงเสียดสีของใบไม้ที่เคยดังหวีดหวิวก็กลับเงียบสงัดลงอย่างน่าประหลาด บรรยากาศรอบด้านนิ่งค้างจนน่าอึดอัด ราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหายใจเพื่อเฝ้ารอคอยโศกนาฏกรรมครั้งใหม่ที่กำลังจะอุบัติขึ้น ท่ามกลางความเงียบที่น่าใจหาย เสียงระฆังเตือนภัยดั่งกัมปนาทก็แผดก้องขึ้นมาอีกครั้ง ก๊อง! ก๊อง! เสียงของมันรัวเร็วและหนักแน่น บ่งบอกถึงเหตุร้ายที่มิอาจละเลยได้ ศิษย์ทั้งสำนักที่กำลังพักผ่อนต่างตกใจตื่นและวิ่งวุ่นกันไปทั่วราวกับผึ้งแตกรัง “มีผู้บุกรุก! พบร่องรอยคนร้ายทางทิศใต้!” “มันกำลังมุ่งหน้าไปทางเรือนลับของท่านหญิงหลิน! เร็วเข้า!” หลินเยว่ซินที่กำลังยืนมองคราบเลือดของเฉินอวี่ที่ยังไม่แห้งดีบนพื้นห้องชะงักกึก หัวใจของนางกระตุกวูบและเริ่มเต้นรัวแรงด้วยลางสังหรณ์ที่เลวร้าย นางเพิ่งสังเวยหมากตัวแรกไป แต่ดูเหมือนผู้ควบคุมหมากตัวจริงจะไม่ออมมือให้นางเลยแม้แต่น้อย นางพุ่งทะยานออกไปในความมืดประหนึ่งปักษีสีดำ เซียวหานพุ่งตามมาติดๆ โดยไม่ห่างกาย
ตอนที่ 22 สิ่งที่ข้าทิ้งไว้ รัตติกาลคืบคลานเข้าปกคลุมสำนักเทียนหมิงอีกครั้ง ทว่าคืนนี้กลับเงียบงันจนน่าใจหาย ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อไว้อาลัยให้กับดวงวิญญาณที่เพิ่งถูกพรากไป กลิ่นคาวเลือดสีแดงฉานยังคงอบอวลไม่จางหายไปจากเรือนพักลับ มันลอยวนอยู่ในอากาศที่หนาวเหน็บ ตอกย้ำถึงการทรยศที่เพิ่งอุบัติขึ้น ร่างไร้วิญญาณของเฉินอวี่ยังคงทอดวางอยู่บนพื้นหินที่เย็นเฉียบ ดวงตาที่เบิกโพลงของเขายังคงจับจ้องไปที่ความว่างเปล่า ไม่มีใครเข้ามาเก็บศพ ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าใกล้เรือนพักแห่งนี้ แม้แต่นักฆ่าที่เหี้ยมโหดที่สุดในสำนักก็ยังรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากข้างใน เป็นรังสีที่เต็มไปด้วยความแตกสลายและโดดเดี่ยว ภายในห้องที่สลัวราง หลินเยว่ซินยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างบานกว้าง นางทอดสายตามองออกไปในความมืดมิดของหุบเขา แสงจันทร์ริบหรี่อาบไล้ใบหน้าหยกที่บัดนี้ดูซูบซีดและไร้ชีวิตชีวา นางยืนอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานโดยไม่ปริปากพูดแม้เพียงครึ่งคำ เซียวหานยืนอยู่เบื้องหลังนาง ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าในความรู้สึกของเขา ระยะห่างนั้นกลับดูเหมือนจะไกลออกไปสุดขอบฟ้า นางไม่ได้เป็นเพียงส
ตอนที่ 21 คนของข้า รัตติกาลคืบคลานเข้าปกคลุมสำนักเทียนหมิงด้วยความเงียบสงัดที่ผิดปกติ ลมป่าที่เคยพัดหวีดหวิวกลับสงบนิ่งจนน่าใจหาย แม้แต่เสียงเรไรหรือแมลงกลางคืนที่เคยร้องระงมกลับเงียบหายไปประหนึ่งถูกลบเลือนออกไปจากสารบบ บรรยากาศรอบด้านหนักอึ้งและอึดอัด ราวกับขุนเขาและพฤกษาทั้งมวลกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้าดูโศกนาฏกรรมที่กำลังจะอุบัติขึ้นในเงามืด ภายในเรือนพักลับที่สลัวรางด้วยแสงเทียน หลินเยว่ซินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ากระดานไม้โบราณที่เต็มไปด้วยรายชื่อศิษย์และผู้อาวุโสในสำนัก บางชื่อถูกขีดฆ่าด้วยรอยหมึกสีแดงฉานประหนึ่งหยาดเลือด บางชื่อถูกวงกลมไว้อย่างแน่นหนาราวกับเหยื่อที่รอการขย้ำ "ทุกอย่าง... เริ่มต้นขึ้นแล้ว" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ แววตาสะท้อนแสงเทียนดูวาววับอย่างน่ากลัว ความระแวงสงสัยที่นางจงใจเพาะบ่มไว้ในใจของศิษย์ทุกคนเริ่มผลิดอกออกผล บัดนี้เทียนหมิงไม่ใช่สำนักที่ผนึกกำลังเป็นหนึ่ง แต่มันคือถ้ำเสือที่ทุกคนต่างจ้องจะขย้ำคอหอยกันเองเพียงเพื่อเอาตัวรอด และนี่คือสิ่งที่นางต้องการ... ความแตกแยกที่จะทำลายรากฐานของหลินอู๋เชียนให้ย่อยยับ ที่มุมห้อง เฉินอวี่คุกเข่าอยู่อย่างนอบน้อม ร่า
ตอนที่ 20 หมากตัวแรก สายลมยามดึกพัดกรรโชกผ่านยอดหน้าผาไร้รัก เสียงหวีดหวิวของมันฟังดูประหนึ่งเสียงคร่ำครวญของวิญญาณที่ถูกทอดทิ้ง อากาศเย็นเฉียบเสียดแทงผิวหนังทว่ากลับไม่อาจเทียบเท่าความหนาวเหน็บที่เกาะกินอยู่ภายในขั้วหัวใจของหญิงสาวที่ยืนเด่นตระหง่านอยู่เพียงลำพัง หลินเยว่ซิน ทอดสายตามองลงไปยังหุบเขาเบื้องล่างที่มืดมิด ดวงตาที่เคยเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทด้วยอำนาจมารบัดนี้กลับคืนสู่สีนิลปกติแล้ว ทว่าประกายตาที่เคยแฝงความสับสนหรือร่องรอยของความเมตตาได้เลือนหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ลุ่มลึกและเย็นเยียบประหนึ่งบ่อน้ำที่ไม่มีวันเห็นก้น นางหยิบเศษผ้าที่เปื้อนเลือดจากบาดแผลของตนขึ้นมามอง ก่อนจะปล่อยให้มันปลิวหายไปกับกระแสลม ชัดเจนแล้วว่า... ความรู้สึกรักศรัทธาต่อสายเลือดและสำนักที่นางเคยมี มันได้มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับความจริงที่แสนโสมมในค่ำคืนที่ผ่านมา “ข้าจะยอมแพ้... และกลายเป็นเบี้ยล่างให้ผู้ใดบงการอีก” เสียงของนางแผ่วเบาจนแทบถูกลมกลบ ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบกว่าทุกครั้งที่เคยเป็นมา การพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดที่โถงประชุมไม่ใช่เพียงความพ่ายแพ้ทางกายภาพที่ต











