LOGINซุนอีเหยียนที่ป้อนยาและพูดคุยเรื่องสัญญาของทั้งสองครอบครัวก็เป็นอย่างที่นางว่า สัญญาน่าจะเป็นโมฆะไปหากมู่ซงหยวนแต่งงานกับสตรีใดสักคนที่ไม่ใช่ซุนจือหลิน แต่เพราะร่างกายของมู่ซงหยวเห็นทีว่าจะหาสตรีที่มาแต่งด้วยได้ยาก บ้านมู่เลยใช้สัญญาที่ทั้งสองครอบครัวให้กันไว้มาบีบบังคับซุนกวางหวา
ในสัญญาไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นใครที่แต่ง แต่เพราะว่าซุนกวางหวามีซุนจือหลินเป็นบุตรสาวคนเดียวที่ยังไม่ได้ออกเรือน และบ้านมู่ก็เหลือมู่ซงหยวนคนเดียวที่เป็นลูกชายที่ยังไม่ออกเรือนเช่นกัน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเป็นสองคนนี้เพราะว่าก็ไม่มีใครแล้วที่จะให้มาแต่งกัน
"ท่านแม่เล็ก…ข้า"ซุนจือหลินรู้ว่าท่านแม่เล็กจะพูดเรื่องอะไร นางแอบได้ยินที่ท่านพ่อกับท่านแม่เล็กพูดคุยกันเรื่องการแต่งงานของนางกับคนบ้านมู่ที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน
"รู้แล้วหรือว่าข้าจะพูดสิ่งใด"
"เจ้าค่ะ"
"ซุนจือหลินฟังข้าให้ดีนะ มันเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธออกไปสัญญาของผู้ใหญ่แต่ลำบากเด็ก ข้าเองก็ลำบากใจที่จะพูดมู่ซงหยวนคนที่จะมาเป็นสามีของเจ้า เขาไปเป็นทหารช่วงสงครามนานหลายปี แต่มีข่าวว่าเขาบาดเจ็บสาหัสจึงถูกส่งตัวกลับบ้านและคงจะพิการ
ซุนจือหลินที่ยังไม่อยากแต่งงานเพราะท่านพ่อของนางก็ป่วยอยู่ หากแต่งออกไปแล้วใครจะช่วยท่านแม่เล็กดูแลท่านพ่อ อีกอย่างมู่ซงหยวนผู้นั้นเป็นทหารคงจะนิสัยโหดน่าดู นางเองก็กลัวเหมือนกัน
"อีกสามวันมู่ซงหยวนคงจะถึงบ้าน เมื่อถึงวันนั้นเรื่องแต่งงานคงจะเป็นหลักเป็นแหล่งที่ชัดเจนมากขึ้น"
"ท่านแม่เล็กข้ารู้ว่าท่านกับท่านพ่อไม่มีทางเลือก แต่ข้าเป็นห่วงท่านพ่อเจ้าค่ะไหนใครจะช่วยท่านแม่เล็กดูแลท่านพ่ออีกเจ้าคะ"
"ข้าอยากไรเล่า ข้าเป็นเมียดูแลสามีเป็นหน้าของข้า เจ้าแต่งออกไปมีสามีก็ดูแลสามีเจ้าให้ดี ๆ ก็แล้วกัน"
"แต่ท่านแม่เล็กไม่เคยทำ…"
"เจ้าเด็กโง่ข้าทำเป็นเพียงแค่ข้าขี้เกียจทำก็เท่านั้นเอง"ซุนอีเหยียนหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาเจ้าเด็กคนนี้ไม่คิดเป็นห่วงตัวเองบ้างหรือไง ตัวเองกำลังจะแต่งงานไปเจอนังยักษ์มู่น่าหลิงเชียวนะ ยังจะมาห่วงนางกับซุนกวางหวาอยู่อีก
"เงินน่ะมีไม่มาก แต่ที่ข้าพูดไม่ได้ให้เจ้าปฏิเสธเงินนี้ให้เจ้าเก็บติดตัวไว้ถึงจะไม่ได้มาก แต่ก็พอที่เจ้าจะไม่อดยากยามอยู่ที่อื่น"ซุนอีเหยียนเก็บเงินที่แบ่งไว้เป็นสินติดตัวของนางไว้ให้ซุนจือหลินติดตัว ถึงจะไม่ได้มากเท่าตอนที่ซุนเพ่ยหนิงบุตรของนางออกเรือน แต่จำนวนนี้ก็ถือว่าไม่ใช่น้อย ๆ
"ท่านแม่เล็ก…"ซุนจือหลินมองเงินในถุงมีถึง 200 อีแปะ มันช่างมากเกินไปสำหรับนาง นี่อาจจะเป็นเงินก้อนสุดท้ายของบ้านก็ได้ ทำไมท่านแม่เล็กถึงนำมาให้นาง
"ไม่ใช่เงินก้อนสุดท้ายของที่บ้านถึงจะเหลือไม่มาก แต่พอที่จะซื้อสมุนไพรมาต้มให้ท่านพ่อของเจ้าสักพัก"กินแต่ข้าวต้มกุ๊ยกับผักป่าลวกก็ใช่ว่าบ้านไม่มีเงิน เพียงแต่ช่วงนี้ต้องประหยัดใช้จ่ายสิ่งใดต้องคิดคำนวณดี ๆ
"อีเหยียนอยู่บ้านหรือไม่"เป็นมู่ต๋าที่มาแทนภรรยาอย่างมู่น่าหลิงเพื่อจะมาพูดคุยเรื่องสัญญา เขาเองก็ลำบากใจเพราะรู้ว่าซุนกวางหวาสหายเองก็ป่วยหนักอยู่ จะมาทักทวงสัญญาแบบนี้เห็นที่จะไม่เหมาะสม
แต่มู่น่าหลิงก็ยืนยันที่จะให้เรื่องการแต่งงานเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ที่นางไม่มาคุยด้วยตนเองคงเพราะมาแล้วก็จะต้องเจอกับซุนอีเหยียนไม่ใช่ซุนกวางหวา เพราะครั้งที่แล้วที่มู่น่าหลิงมาคุยนางก็ทะเลาะกับซุนอีเหยียนเสียยกใหญ่
ซุนอีเหยียนถอนหายใจเพราะรู้ว่าเป็นใครที่อยู่หน้าบ้านและมาด้วยเรื่องอันใด "ซุนจือหลินเจ้าเข้าไปในห้องก่อนห้ามออกมาเด็ดขาดคุยเสร็จข้าจะไปเรียกเจ้าเอง"
"เจ้าค่ะท่านแม่เล็ก"ซุนจือหลินรีบเข้าไปอยู่ในห้องนอนทันทีเสียงที่ตะโกนอยู่หน้าบ้านคงจะเป็นคนบ้านมู่ท่านแม่เล็กถึงมีใบหน้าที่คล้ำเครียดเช่นนี้
.
.
.
"ข้ามาแล้ว"
"ต้องขออภัยเจ้าด้วยนะอีเหยียนที่มารบกวนในเวลาเช่นนี้"มู่ต๋าไม่ได้มาคนเดียวเขามากับลูกชายคนโตมู่ฉวนและนำของมาเยี่ยมซุนกวางหวาเล็กน้อย เพราะหากมาตัวเปล่าคงจะน่าเกลียดที่มาช้าก็เพราะไปหาของเยี่ยม เพราะมู่น่าหลิงภรรยาไม่ได้ให้อะไรมาเลยนางไม่ต้องการที่จะให้สิ่งใดติดไม้ติดมือไปอยู่แล้ว
"รบกวนอะไรกันพี่มู่ต๋ามาข้าก็รับรู้แล้วว่าจะคุยเรื่องอันใด เชิญ ๆ เข้ามานั่งในบ้านก่อนเจ้าคะ"
"นี่ ข้านำผลไม้มาเยี่ยมเจ้ากวางหวาได้ยินว่าป่วยหนักเชียวหรือ"
"เรื่องป่วยหนักเป็นเรื่องจริงเจ้าค่ะพี่กวางหวาอาการไม่ค่อยดีข้าทำได้เพียงต้มยาสมุนไพรให้ดื่มเท่านั้น อย่างที่รู้บ้านเราขาดเสาหลักของครอบครัวที่ล้มป่วยไปอย่างพี่กวางหวาชีวิตความเป็นอยู่จึงไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักเจ้าค่ะ"
"อีเหยียนที่เจ้าพูดข้าเองก็เห็นใจครอบครัวเจ้านะ และข้าเองก็เห็นใจลูกสามของข้าด้วยหากไม่แต่งกับซุนจือหลินชาตินี้ทั้งชาติเจ้าสามลูกข้าก็คงจะไม่มีสตรีที่ไหนมาแต่งงานด้วย…เพราะ…ว่าเขาพิการเดินไม่ได้"มู่ต๋าลำบากใจที่จะบอกแต่ในจดหมายที่เจ้าหน้าที่อ่านให้ฟังใจความมันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
"ข้าต้องบอกตามตรงว่าทางเราไม่พร้อมจริง ๆ แต่ก็ไม่ได้มีทางเลือกวันนี้ที่พี่มู่ต๋ามาก็คงจะมาคุยเรื่องนี้แทนมู่น่าหลิงภรรยาของพี่ใช่หรือไม่"ยามอยู่ต่อหน้ามู่ต๋าซุนอีเหยียนต้องเอ่ยชื่อมู่น่าหลิงอย่างสุภาพเพราะให้เกียรติมู่ต๋ากับมู่ฉวนลูกชายคนโตที่มาด้วยทั้งสองคนเป็นคนซื่อ ๆ นิสัยเชื่อฟังภรรยาเป็นสิ่งที่ดี ถ้าภรรยาของพวกเขาเป็นคนดี
"ข้าไม่ขออ้อมค้อมนะอีเหยียนอีกสามวันมู่ซงหยวนจะกลับถึงบ้าน และอีกสองวันพวกเราจะจัดพิธีแต่งงานขึ้น"
"ช่างรวดเร็วดีจริงลูกชายไปรบกลับมาบาดเจ็บพักผ่อนยังไม่ทันหายเหนื่อยก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานเสียแล้ว ข้าก็พอเข้าใจได้ว่าเพราะอันใดถึงรวดเร็วเช่นนี้"
"…"
"แต่งรวดเร็วเช่นนี้ไม่ทราบว่าเป็นความต้องการของมู่ซงหยวนหรือมู่น่าหลิงกันแน่"ซุนอีเหยียนล่ะอยากที่จะระเบิดออกมาให้ราบคาบ คนเป็นพ่อก็เชื่อฟังภรรยาจนไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ลูกคนโตอย่างมู่ฉวนถึงจะรักน้องชายแต่คนผู้นี้ไม่ได้มีอำนาจอะไรในบ้านถึงแม้จะเป็นลูกคนโต
พูดสิ่งใดไปก็ไม่เป็นผลดูท่าอำนาจในบ้านอยู่ที่มู่น่าหลิงและนางจะรักและเชื่อฟังคำพูดลูกคนรองกับคนเล็กสุด ช่างเป็นแม่คนที่รักลูกเท่าเทียมเสียจริง
"ท่านน้าอีเหยียนถึงน้องชายของข้าจะร่างกายไม่ครบส่วน แต่ข้าขอเอาหัวของข้าสาบานว่ามู่ซงหยวนน้องของข้าเป็นคนดี เขาจะรักและเทิดทูนภรรยาอย่างแน่นอนขอรับ"
"นิสัยใจคอของคนทั้งสองก็ให้พวกเขาศึกษาปรับเข้าหาใจกัน หากเจ้ามู่ฉวนให้คำสาบานว่าน้องชายของเจ้าเป็นคนดี ข้าจะบอกให้เจ้าฝากคำของข้าไปถึงมู่ซงหยวนด้วยว่า 'ซุนจือหลินนางเป็นคนซื่อ ๆ นิสัยเรียบร้อย เพราะฉะนั้นหากน้องชายของเจ้าไม่เป็นดั่งคำที่เจ้าพูดข้าจะไปเอาลูกสาวของข้าคืนทันที"ซุนอีเหยียนเอ่ยคำว่าลูกสาวออกไปอย่างเผลอตัว แต่ไม่คิดที่จะไปแก้ไขคำพูดเพราะสิ่งที่นางพูดคือความจริง
"ข้าสาบานและขอสัญญาต่อหน้าฟ้าดิน หากน้องชายของข้าไม่เป็นดังที่ข้าพูดท่านน้านำตัวซุนจือหลินกับไปได้เลยขอรับ"
ยามจื่อ(23.00-00.59 น.) หลังจากที่คุณชายป๋อเหวินลุกออกไปจากกระโจมอาโม่รับรู้ได้ทันทีว่าผู้เป็นนายไปไหนและคงจะไม่กลับเข้ามานอนอีก สุดท้ายก็กลืนน้ำลายตัวเองจนได้ ในกระโจมที่มีเสียงการหายใจของคนที่นอนหลับไปอย่างอาเฉียวเปการหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ แต่อีกหนึ่งคนที่หายใจออกมาร้อยจากภายในและการหายใจเร็วขึ้นเพื่อระบายความร้อนในกาย "เฉียวเอ๋อร์" เสียงกระซิบที่ชวนให้คนที่หลับไปแล้วนั้นตื่นขึ้นมาด้วยอาการขนลุกทั่วทั้งตัว เพราะเสียงกระซิบที่มาจากบุรุษที่นอนอยู่ด้านหลังอย่างแนบชินอิ่งกายกัน "เฉียวเอ๋อร์ หลับแล้วหรือ" "…" "เฉียวเอ๋อร์" "เจ้าทึ่มหยุดเรียกข้าเสียทีรบกวนการนอนของข้าเจ้ารู้หรือไม่" "นายท่านออกไปแล้ว"อาโม่กอดกระชับอาเฉียวเหมือนกับกอดกระต่ายตัวสีขาวขนปุกปุยอย่าง แถมขู่เก่งอีกด้วย "ข้ารู้แล้วเจ้าเองก็นอนได้แล้วยามก็ไม่ได้เฝ้านิ" "เฉียวเอ๋อร์เจ้าบอกว่ารู้แล้วไยทำเย็นชาใส่ข้าแม่กระต่ายน้อยขนปุกปุยของข้า" "…"อาเฉียวรู้ว่าคนรักอย่างอาโม่นั้นต้องการที่จะทำอะไร แต่สถานที่เช่นนี้เห็นทีจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะไม่ใช่สถานที่ที่คุ้นเคยและอีกอย่างมาต่างถิ่นอีกด้วย "เฉียวเอ๋อร์ช่วงเย็
"ท่านพี่ทำไมถึงมานั่งหลับได้เจ้าคะ แล้วใครดูลูกกัน""ท่านพ่อ ท่านแม่ดูอยู่น้องหญิง พี่นั้นไม่ไหวจริง ๆ "เพราะที่บ้านมีเด็กไล่เลี่ยกัน ทั้งลูกของมู่จื่อเหมย ลูกของเสี่ยวหมิง แถมมู่จื่อเหมยก็ตั้งครรภ์อ่อน ๆ อีกแล้ว เพราะเจ้าหลี่ช่านคนเดียวเลย"ท่านพี่เล่นกับลูกเยอะไปหรือเปล่าเจ้าคะ ซินอี๋กับซิงอี ถึงได้ติดท่านพี่ ตอนกลางคืนน้องบอกให้พากันนอนก็ไม่ยอมนอนกัน ถึงได้มานั่งหลับอยู่นี่ไงเจ้าคะ""น้องหญิงเด็กแฝดทั้งสองคนยิ่งโตยิ่งพลังเยอะ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พี่เล่นกับลูกเสร็จก็ต้องไปหาหลาน ๆ ต่อ เพราะเดี๋ยวหลานจะลืมพี่ได้ ตอนนี้ซุนเพ่ยหนิงก็พึ่งตั้งครรภ์อีกหลายเดือนสมาชิกใหม่บ้านเราถึงจะออกมาป่วน พร้อมลูกของพี่ใหญ่ฉวน"แต่ว่าพี่ไม่เหนื่อยนะ มีเพิ่มอีกคนดีหรือไม่น้องหญิงพี่อยากได้ลูกสาว"แฝดชายนั้นพลังแรงมาก แถมไม่รู้จักเหนื่อยกันอีก แถมเป็นแฝดชายชอบมาแย้งนมของซุนจือหลินกินอีก"ท่านพี่ลูกพึ่งได้ไม่กี่เดือนเอง ท่านนี่มันหาทางเจ้าเล่ห์ตลอดเลย""แต่เจ้าหลี่ช่านลูกยังเล็กอยู่เลย ทำน้องเล็กตั้งท้องอีกแล้ว เจ้านั่นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหรืออย่างไรกัน""ให้ลูกโตกว่านี้หน่อยเจ้าคะ น้องถึงจะยอมปล่อยให้
1 ปี ต่อมาเมืองหยางหมิงอาหานมาเมืองหยางหมิงกับซุนเพ่ยหนิงเป็นครั้งแรกเขานั้นรับภารกิจมาจากพี่ซงหยวน เพราะมาดูแลความคืบหน้าของสาขาเมี่ยงปลาห้าสหายในเมืองหยางหมิงไม่ว่าจะเป็นสถานที่ตั้งที่จะต้องเข้าถึงผู้คนรวมถึงที่ดินด้านนอกเมืองที่อยู่ไม่ไกล ในการทำเป็นแปลงผักและขุดสระเลี้ยงปลาจำนวนหลายสระ เพื่อให้เพียงพอต่อการขายต่อวันส่วนด้านคนที่จะมาดูแลทั้งการทำแปลงผักและการเลี้ยงปลาจนไปถึงขั้นตอนการขนส่งไปยังในเมืองนั้น จะเป็นทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสนามรบร่างกายพิการ แต่ก็จะได้เงินเป็นรายเดือนเหมือนคนปกติคนพวกนี้น่าสงสารหลังจากผ่านสงครามมานั้นก็ไม่สามารถที่จะเข้าทำงานตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ทั้งที่คนพวกนี้ยอมสละชีวิตของตนเอง เพื่อปกป้องบ้านเมืองพี่ซงหยวนเลือกใช้คนกลุ่มนี้ที่ไม่มีข้อเสียเลย เเม้ร่างกายจะพิการ แต่ล้วนมีฝีมือกันทั้งนั้นการมาเปิดสาขาที่เมืองหยางหมิงนั้นไม่ใช่การมาขยายกิจการอย่างเดียวเมืองที่เป็นแหล่งธุรกิจมักมีทั้งดีและไม่มี แต่การที่จะมาเปิดการค้าที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีการเก็บค่าส่วยจากเจ้าหน้าที่รัฐยิ่งมีการเปิดกิจการใหญ่โตยิ่งเสียค่าแลกเข้ามากเช่นในครั้งนี้พี่ซงหยวนจ่ายไ
เรือนตระกูลป๋อหลังจากที่ร่วมงานจนส่งคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอเสร็จก็ได้อยู่พูดคุยกับผู้ใหญ่สักพัก โดยเฉพาะคนที่เป็นพี่ชายของเจี้ยนโปคนที่เขานั้นพึ่งจะเคยเจอพี่จ้าวเฟยหลง เป็นพี่ใหญ่ของทุกคนยามอยู่ที่ค่ายทหารนับถือกันเป็นพี่เป็นน้องและเป็นคนที่ทุกคนดูจะเคารพนับถือเอามาก พี่มู่ซงหหยวนยังมีความเกรงใจและอ่อนข้อลงให้แสดงว่าคงไม่ธรรมดา"เจี้ยนโปเมื่อไหร่คู่เราจะได้แต่งงานกันเสียที""ยังไม่ครบหนึ่งปีตามที่รับปากพี่ซงหยวนเลย""แต่เสี่ยวหมิงแต่งไปแล้วนะ เจ้าไม่อยากแต่งเร็ว ๆ หรือ""สัญญาก็ต้องเป็นสัญญาท่านเองก็ทำผิดแล้วข้อหนึ่ง""เจ้าก็ด้วย เพราะเจ้าข้าจึงผิดต่อพี่ซงหยวนเช่นนี้""งั้นเจ้าก็หยุดทำสิ""ได้ไงกันเสียบคาขนาดนี้แล้วเจ้าคิดจะทิ้งผัวไว้กลางทางหรือไงกัน เป็นเมียประสาอะไรกันใจร้ายที่สุด"ปึก!"อ๊าาาา""จะขยับทำไม่กันไม่อยากผิดก็ไม่ต้องทำสิ""อ๊าาา…อ๊าาา""ได้ไงกันเสียงเจ้าครางน่าฟังเช่นนี้ข้ายิ่งต้องรีบขยับเร็ว ๆ"พั๊บ พั๊บ พั๊บพั๊บ พั๊บ พั๊บพั๊บ พั๊บ พั๊บ"นี่…อ๊ะ…อ๊ะ~""หึหึ"ป๋อเหวินแอบหัวเราะในลำคอไหนบอกไม่ให้ทำแล้วครางทำไมกัน สวนทางเสียจริงแล้วที่ร้องอยู่ใต้ร่างของเขานั้นน่าจะเป็นคำต
คืนเข้าหอคู่บ่าวสาวตอนนี้ได้เข้าห้องหอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้านนอกงานก็เหลือแต่คนที่อยู่ดื่มกินเฉลิมฉลองกัน ส่วนใหญ่จะเป็นคนสนิทเสียมากกว่า"ดื่ม ๆ ให้ข้าสักจอกน้องจ้าว""ขอรับพี่โจว""ฮ่า ๆ ให้มันได้อย่างงี้บุรุษนั้นต้องดื่มสุรา""พี่ซงหยวนไหนพี่บอกไม่ถูกกันไง""ข้าเองก็ไม่รู้คงจะเมามั้งเลยจำไม่ได้ว่าไม่ชอบขี้หน้ากันอยู่"ตอนนี้ทั้งท่านลุงโจวและพี่จ้าวของเขานั้นนั่งคอตกดื่มสุรากัน แต่คงจะกำลังเมาจนได้ที่แล้ว เพราะหากไม่เมาคงจะไม่พูดคุยกันดีเช่นนี้"จะเอาไว้แบบนี้หรือพี่""ใช่ เมาก็นอนอยู่ที่นี่แหละพรุ่งนี้ค่อยมารับมีคนคอยคุ้มกันอยู่เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะต้องรีบกลับแล้วเจ้าเองก็ไปส่งนางเสียด้วยท่านพ่อท่านแม่นั้นกลับไปได้สักพักแล้ว""ขอรับ"มู่ซงหยวนต้องกลับบ้าน เพราะซุนจือหลินกลับไปพร้อมกับมู่จื่อเหมยคงจะไปคุยเล่นกันตามปะสาคนท้องเหมือนกันเจ้าหลี่ช่านก็ตามเมียไปด้วยตัวติดกันไม่ห่างเขาเห็นแล้วสงสารน้องเล็กแทนอาหานพาซุนเพ่ยหนิงกลับบ้านซุน เพราะตอนนี้อาการของนางก็เริ่มจะเมาแล้วเหมือนกัน ส่วนพี่จ้าวนั้นไม่ต้องห่วงถึงจะมองไม่เห็น แต่บอกได้เลยว่ามีเป็นสิบคนสบายใจได้บ้านมู่ซงหยวน&ซุนจือหลิน
อดีตของหลี่ช่านและมู่จื่อเหมยในเมืองมู่จื่อเหมยมักจะเข้ามาเดินเที่ยวในเมืองอยู่บ่อย ๆ สถานที่ที่นางนั้นจะชอบไปมากที่สุดคือตลาดมืดที่ไม่ใช่ตลาดที่ขายของตอนกลางคืน แต่ตลาดมืดที่นางจะไปนั้นเปิดตลอดทั้งวันของที่ขายเป็นของหายากและบางอย่างราคาถูกกว่าในเมืองที่ขายกันแต่ต้องเป็นคนดูเป็นเท่านั้น เพราะที่ตลาดมืดขายของปลอมกันก็เยอะราคาถึงได้ถูกนางเองก็เคยโดนมาจนพรุนหมดแล้วจึงได้ทักษะการดูของมาว่าแท้หรือปลอม"แม่นางท่านมาอีกแล้ววันนี้ข้ามีกำไลสวย ๆ แม่นางสนใจหรือไม่ราคากันเอง""ข้าขอดูก่อนเจ้าค่ะ"..."อย่าทำน้องข้าเลย อึก!""เป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ไม่ใช่เป็นขโมยเช่นนี้ น้องเจ้าสามารถชดใช้หนี้แทนได้นะทั้งหมดเลย""ไม่ ๆ ขอรับน้องข้ายังเด็กมากขอรับนายท่าน ปล่อยพวกเราไปเถอะขอรับ นายท่านหลี่ข้าสัญญาว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ท่านอย่างแน่นอนขอรับ""เอาตัวเด็กไป"หลี่ช่านหรือนายท่านหลี่เจ้าของโรงเหล้าย่านธุรกิจสีเทาและพวงตำแหน่งเจ้าของปล่อยเงินกู้ในคนที่เดือดร้อนคิดดอกเบี้ยแบบคนกันเองทั้งนั้น หึ"ขอรับ"เฉินลี่มือขวาคนสนิทนายท่านหลี่"นายท่าน อึก ข้าน้อยขอร้องขอรับ"มู่จื่อเหมยยืนมองสถานการณ์ตรงหน้าชายผู้นั้







